สำนักงานทางหลวงที่ ๑๕ - ประจวบคีรีขันธ์

สำนักงานทางหลวงที่ ๑๕ - ประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานทางหลวงที่ 15 (ประจวบคีรีขันธ์) กรมทางหลวง
(1)

เปิดเหมือนปกติ

ประชาสัมพันธ์ กระทรวงคมนาคม
17/11/2020

ประชาสัมพันธ์ กระทรวงคมนาคม

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางช่วงวันหยุดต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ และแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางช่วงวันหยุดต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ และแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยมี นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ และผู้แทนกองบังคับการตำรวจทางหลวง เข้าร่วมประชุม ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 ณ ห้องประชุม 2 กระทรวงคมนาคม
การเตรียมความพร้อมการดำเนินมาตรการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางแก่ประชาชนช่วงวันหยุดต่อเนื่อง 5 วัน ระหว่างวันที่ 18 - 22 พฤศจิกายน 2563 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ กระทรวงฯ คาดว่าจะมีปริมาณผู้โดยสารที่เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มมากขึ้น โดยการเดินทางในกรุงเทพฯ คาดว่าจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นประมาณ 6.38% หรือ 8.2 ล้านคน และการเดินทางระหว่างจังหวัด คาดว่าจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นประมาณ 6.22% หรือ 2.1 ล้านคน ทั้งนี้กระทรวงฯ ได้วางแผน จัดเตรียม และเพิ่มจำนวนขนส่งสาธารณะให้เพียงพอต่อการให้บริการและอำนวยความสะดวกกับประชาชน ทั้งยังคงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 อย่างเคร่งครัด
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในช่วงวันหยุดยาว ดังนี้ 1) กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ให้หยุดงานก่อสร้าง และคืนผิวจราจรให้มากที่สุด 2) ทล. ประสานกองบังคับการตำรวจทางหลวง ประชาสัมพันธ์แจ้งระยะจุดพักรถล่วงหน้า ให้รถยนต์ที่ไม่ใช้จุดพักรถ (Rest Area) ใช้ช่องทางด้านขวา เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดเป็นคอขวดบริเวณดังกล่าว 3) ทล. และ กทพ. ให้เปิดช่องเก็บเงินทุกช่อง และติดป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์ประชาชนให้ชัดเจน 4) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ประสานกระทรวงมหาดไทย จัดกำลังพลอำนวยความสะดวกประชาชนบริเวณจุดตัดทางรถไฟ หรือทางลักผ่าน เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุและอำนวยความสะดวกประชาชนที่ไม่ชำนาญเส้นทางในช่วงเทศกาลหรือตามความเหมาะสมของพื้นที่ และ 5) กำหนดราคาค่าโดยสารขนส่งสาธารณะทุกประเภทให้เป็นมาตรฐาน
ด้านการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ของภาคคมนาคมขนส่งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายการดำเนินงานด้านมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชิงพื้นที่กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1) ช่วงสถานการณ์วิกฤตในเดือนธันวาคม 2563 - เมษายน 2564 อาทิ การปล่อยละอองน้ำดักฝุ่น โดยขอให้ทุกหน่วยงานที่กำกับดูแลเข้มงวดผู้รับเหมาฉีดน้ำ และรักษาความสะอาด 2) มาตรการระยะสั้น ในปี 2563 – 2564 บำรุงรักษาเครื่องยนต์ ตรวจสภาพรถของหน่วยงานทุกเดือน 3) มาตรการระยะกลาง ในปี 2565 – 2569 เปลี่ยนเครื่องยนต์รถของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เป็นพลังงานสะอาด และ 4) มาตรการระยะยาว ในปี 2570 – 2575 เปลี่ยนเครื่องยนต์รถโดยสารสาธารณะเป็นพลังงานสะอาด หรือ EV ทั้งหมด ในส่วนของการดำเนินงานแก้ปัญหาที่ผ่านมา กระทรวงฯ ได้ดำเนินการ ดังนี้ 1) บำรุงรักษาเครื่องยนต์ ตรวจสภาพรถของหน่วยงานทุกเดือน หรือเป็นประจำ 2) ปรับปรุงคุณภาพน้ำมันของรถ เรือ และรถไฟสาธารณะ 3) แก้ปัญหาการจราจรติดขัด 4) ลดปริมาณฝุ่นละออง และ 5) แต่งตั้งคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหา PM 2.5 ของภาคคมนาคม

13/11/2020
ชมมอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี ต้นทางถึงปลายทาง

ชมมอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี ต้นทางถึงปลายทาง

คลิปนี้ทีมงานของเราผลิตเพื่อเผยแพร่ทางช่อง The King communication สำหรับท่านผู้ชมได้รับชมกันแบบยาวๆค่ะ ขอบพระคุณผู้ร.....

13/11/2020
กรมทางหลวง เปิดแปลนศาลารอรถ แจงสร้างตามลักษณะพื้นที่-เน้นความปลอดภัย | รอบโลก DAILY

กรมทางหลวง เปิดแปลนศาลารอรถ แจงสร้างตามลักษณะพื้นที่-เน้นความปลอดภัย | รอบโลก DAILY

กรณีศาลารอรถริมทางรูปทรงทันสมัยที่กำลังก่อสร้างในพื้นที่หลายจังหวัด ถูกวิพากย์วิจารณ์ว่าไม่เหมาะกับก.....

กรมทางหลวง
13/11/2020

กรมทางหลวง

#กรมทางหลวง
#กระทรวงคมนาคม
#สายด่วนกรมทางหลวง1586
#สายด่วนมอเตอร์เวย์1586กด7
#สายด่วนตำรวจทางหลวง1193
#เดินทางอุ่นใจปลอดภัยไปกับกรมทางหลวง
#ฟรีมอเตอร์เวย์2สาย
#ฟรีมอเตอร์เวย์หยุดยาว

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน  2563 เวลา 10.00 น. นายสมพร รัตนบุรี ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 15 (ประจวบคีรีขันธ์) และห...
12/11/2020

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.00 น. นายสมพร รัตนบุรี ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 15 (ประจวบคีรีขันธ์) และหัวหน้าส่วน/ฝ่าย/งาน เข้าร่วมประชุมการสำรวจทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรของรัฐ (กรมทางหลวง) ตามแผนปฏิบัติการด้านการสร้างและพัฒนากำลังคนภาครัฐเชิงกลยุทธ์ เพื่อไปสู่ดิจิทัลไทยแลนด์ พ.ศ.2561-2565 ผ่านการประชุมทางไกลด้วยระบบ Zoom Cloud Meeting
ณ ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานทางหลวงที่ 15 (ประจวบคีรีขันธ์)

กรมทางหลวง
04/11/2020

กรมทางหลวง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญพวงมาลาไปวางที่หน้าหีบศพ นายนพดล สำราญผล และพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 เวลา 18.45 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เชิญพวงมาลาหลวง และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปวางที่หน้าหีบศพ นายนพดล สำราญผล เจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงกบินทร์บุรี แขวงทางหลวงปราจีนบุรี สำนักงานทางหลวงที่ 10 กรมทางหลวง ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดแจ้งเมืองเก่า อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี
เนื่องจากเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 ได้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเหตุให้น้ำป่าไหลหลากท่วมพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี และกระแสน้ำไหลเชี่ยวเข้าท่วมทางหลวงหมายเลข 304 ตอน สี่แยกกบินทร์บุรี – อ.วังน้ำเขียว บริเวณอุโมงค์เชื่อมผืนป่าเขาใหญ่ – ทับลาน ซึ่งนายนพดล ฯ เจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี นั่งเจ็ตสกีเข้าไปเพื่อปิดระบบไฟฟ้าที่ตู้ควบคุมที่บริเวณปากทางเข้าอุโมงค์ ป้องกันไม่ให้กระแสไฟฟ้าลัดวงจร แต่เนื่องจากกระแสน้ำไหลแรงมากทำให้นายนภดลฯ ถูกกระแสน้ำพัดสูญหาย ซึ่งต่อมาได้พบร่างนายนพดลเสียชีวิต เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 นับว่านายนพดล ฯ เป็นผู้ที่มีความเสียสละ เป็นผู้มีจิตอาสา รับผิดชอบต่อหน้าที่และอุทิศตนเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระมหากรุณาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเพลิงศพแก่ นายนพดล สำราญผล เป็นกรณีพิเศษ ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ครอบครัวนายนพดล ฯ อย่างหาที่สุดมิได้

30/10/2020
ผลการรื้อถอนป้ายโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาตประจำเดือน ตุลาคม 2563

ผลการรื้อถอนป้ายโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาตในเขตทางหลวง ของแขวงทางหลวงในสังกัด สทล.15 ประจำเดือนตุลาคม 2563 เก็บป้ายได้จำนวนทั้งสิ้น 1,337 ป้าย

#ทั้งนี้ผู้ฝ่าฝืนติดตั้งป้ายในเขตทางหลวงดังกล่าว มีความผิด พรบ.ทางหลวง พ.ศ.2535 มาตรา 38 และมีโทษตามมาตรา 72 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

#สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)
#สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7
#ตำรวจทางหลวง 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง
#เดินทางปลอดภัยอุ่นใจไปกับกรมทางหลวง
#กรมทางหลวง
ดูน้อยลง

กรมทางหลวง
30/10/2020

กรมทางหลวง

วันนี้ (29 ต.ค. 63) เวลา 14.00 น. นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เป็นประธาน ในการประชุมหารือโครงการศึกษาจัดทำแผนการกำกับการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมกับ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาระบบตั๋วร่วม ณ ห้องประชุมสนั่น ศรีรุ่งโรจน์ ชั้น 3 อาคารพหลโยธิน กรมทางหลวง

กรมทางหลวง
22/10/2020

กรมทางหลวง

วันนี้ (22 ต.ค.63) เวลา 10.30 น. นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง นายเมษ มัญญะหงส์ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) และนายพัชร ภูวัฒนานุสรณ์ ผู้สังเกตการณ์ ร่วมลงนามข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) บันทึกข้อตกลง ความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (ระหว่างหน่วยงานของรัฐเจ้าของโครงการ ผู้ประกอบการ และผู้สังเกตการณ์) โครงการก่อสร้างสายทางเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทราด้านใต้ จังหวัดฉะเชิงเทรา ระยะทาง 4.995 กิโลเมตร ตามโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (Construction Sector Transparency : CoST) ณ ห้องสวัสดิ์วรวิถี อาคารพหลโยธิน ชั้น 2 กรมทางหลวง โดยมีนายอิทธิวัตร์ กฤษณะวณิช ผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างสะพาน กล่าวรายงาน การนี้ คณะผู้บริหารกรมทางหลวง คณะผู้แทนจากบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) คณะผู้สังเกตการณ์ องค์กรต่อต้านคอรัปชั่น (ประเทศไทย) และคณะผู้แทนจากกรมบัญชีกลาง ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามด้วย

กรมทางหลวง
22/10/2020

กรมทางหลวง

วันนี้ (21 ตุลาคม 2563) เวลา 14.00 น. นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมทางหลวง​ ให้การต้อนรับคณะกรรมาธิการการคมนาคม​วุฒิสภา​ ในโอกาสร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นประเด็นหน้าที่และภารกิจกรมทางหลวง ณ ห้องประชุมมนัส คอวนิช อาคาร 2 ชั้น 2 กรมทางหลวง ถนนศรีอยุธยา
#กรมทางหลวง
#กระทรวงคมนาคม
#ประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นประเด็นหน้าที่และภารกิจกรมทางหลวง
#คณะกรรมาธิการการคมนาคม​
#วุฒิสภา

รายการทั่วฟ้าคมนาคมไทย
15/10/2020

รายการทั่วฟ้าคมนาคมไทย

กรมทางหลวง ผุดเมกะจุดพักรถ Rest Area ดึงเอกชน PPP 30 ปี

อธิบดีกรมทางหลวง เตรียมลุยสร้างจุดพักรถมาตรฐานโฉมใหม่ คร่อมถนนมอเตอร์ทุกสาย ต้นแบบเกาหลีใต้ ดึงเอกชนร่วมลงทุนแบบ PPP 30 ปี มูลค่าโครงการ 1,000-2,000 ล้านบาท เริ่มสร้างปลายปี 2564

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดี กรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า สำหรับนโยบายการพัฒนาจุดพักรถมาตรฐาน หรือ Rest Area ของกระทรวงคมนาคม ที่นอกจากอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ทาง ยังเป็นการแก้ปัญหาจากบทเรียนในอดีต ที่การเดินทางเข้าจุดพักรถ มักก่อให้เกิดปัญหาจราจรติดขัดท้ายแถว ตัวอย่างเช่น จุดพักรถบางปะกง บนถนน มอเตอร์เวย์ หมายเลข 7 ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง ประกอบกับกระทรวงคมนาคม และกรมทางหลวง ได้เห็นถึงเทคโนโลยี่ การก่อสร้างจุดพักรถในประเทศเกาหลีใต้ ที่มีการก่อสร้างจุดพักคร่อมบนถนนมอเตอร์เวย์ มีรูปแบบเป็นอาคาร 3 ชั้น จึงสามารถใช้ประโยชน์ ได้ในลักษณะเป็น คอมเพล็กซ์ แหล่งจับจ่ายซื้อของ และอื่นๆได้อย่างครบวงจร โดยพื้นที่ 2 ข้างทาง ก็จะใช้เป็นเพียงจุดจอดรถ ทำให้ภาพรวมก็จะทำให้เกิดการใช้พื้นที่ อย่างคุ้มค่ามากที่สุด

ทั้งนี้ยอมรับ กรมทางหลวง จะใช้แนวทางดึงเอกชนมาร่วมลงทุนแบบ PPP ในโครงการดังกล่าว ระยะเวลา 30 ปี โดยจะนำร่องกับทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 กรุงเทพฯ-ชลบุรี พัทยา-มาบพุด เป็นเส้นแรก โดยคาดว่าจะเริ่มกระบวนการ PPP ได้ในต้นปี 2564 และเริ่มงานก่อสร้างได้ภายในปลายปีเดียวกัน โดยมั่นใจว่างานก่อสร้างก็จะไม่ล่าช้า เพราะโครงการจะให้เอกชนร่วมลงทุน 30 ปี รวมเวลาก่อสร้างด้วย ก็จะเป็นปัจจัย ช่วยให้เอกชนเร่งรัดงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

“สำหรับมูลค่าโครงการที่จะดำเนินการแต่ละแห่ง อยู่ที่ประมาณ 1,000 -2,000 ล้านบาท ซึ่งในขณะนี้ยอมรับว่า เมื่อมีการกระจายแนวคิดนี้ออกไป ก็มีเอกชนแสดงความสนใจเข้ามาลงทุนแล้ว “ นายสราวุธกล่าว

ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมทางหลวง ภายในปลายปี 2563 กรมทางหลวงจะนำร่องเริ่มเปิดประมูลให้เอกชนยื่นความสนใจในการลงทุนโครงการ Rest Area บนมอเตอร์วย์หมายเลข 7 และในปี 2564 จะเปิดประมูลให้เอกชนยื่นข้อเสนอเพื่อลงทุนและบริหารจัดการ จุดพักรถ บนมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (ถนนกาญจนาภิเษก – ถนนวงแหวนรอบนอก) รวมทั้งมอเตอร์เวย์หมายเลข 6 บางปะอิน-นครราชสีมา และมอเตอร์เวย์หมายเลข 81 บางใหญ่-กาญจนบุรี ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เป็นลำดับต่อไป

กรมทางหลวง
08/10/2020

กรมทางหลวง

กรมทางหลวง - กรมทางหลวงชนบท - เอสซีจี - ดาว - ม.เชียงใหม่ ร่วมศึกษาแนวทางนำ “พลาสติกเหลือใช้” มาทำ “ถนน” ตอบโจทย์เศรษฐกิจหมุนเวียน
7 ตุลาคม 2563 - กรุงเทพฯ: กรมทางหลวง - กรมทางหลวงชนบท - เอสซีจี - กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย - มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมมือศึกษาและพัฒนาการนำพลาสติกเหลือใช้ เพื่อนำมาเป็นส่วนผสมในแอสฟัลต์คอนกรีตสำหรับงานก่อสร้างทาง ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรง และยืดอายุการใช้งานของถนน หวังสร้างมาตรฐานใหม่ให้การทำถนนของประเทศ ตอบโจทย์การส่งเสริมการบริหารจัดการขยะอย่างถูกวิธี และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สอดคล้องตามนโยบาย BCG Economy (Bio - Circular - Green Economy) ของรัฐบาล
โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือด้านวิชาการ ทรัพยากร และการบริหารจัดการที่ภาคเอกชน โดยเอสซีจี และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย จะนำประสบการณ์และองค์ความรู้จากการวิจัยและพัฒนาการทำถนนพลาสติกรีไซเคิลที่ได้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งผ่านกระบวนการทดสอบตามมาตรฐานในห้องปฏิบัติการ และใช้งานจริงในพื้นที่ของภาคเอกชนต่าง ๆ เช่น นิคมอุตสาหกรรมอาร์ ไอ แอล จ.ระยอง และนิคมอุตสาหกรรม อมตะซิตี้ ชลบุรี เป็นต้น มาใช้ศึกษาและพัฒนาโครงการนี้ โดยมีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เข้าร่วมศึกษางานวิชาการ รวมถึงผลกระทบเชิงสิ่งแวดล้อม ตลอดจนกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ได้เข้ามาร่วมศึกษาและสนับสนุนการจัดทำมาตรฐานการนำพลาสติกเหลือใช้มาเป็นส่วนผสมในแอสฟัลต์คอนกรีต ซึ่งหากโครงการฯ สำเร็จ จะสามารถขยายผลไปสู่การทำถนนในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทยได้จริง ช่วยส่งเสริมการบริหารจัดการขยะ โดยเฉพาะพลาสติกได้อย่างยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ถนนจากพลาสติกรีไซเคิลความยาว 1 กิโลเมตร ที่มีหน้ากว้างถนน 6 เมตร จะสามารถนำขยะพลาสติกไปใช้ประโยชน์ได้ถึงประมาณ 3 ตัน หรือเท่ากับถุงพลาสติกเกือบ 900,000 ใบ ปัจจุบันเอสซีจี และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ได้ร่วมกับภาคเอกชนทำถนนแอสฟัลต์คอนกรีตต้นแบบที่มีพลาสติกเหลือใช้เป็นส่วนผสม รวมความยาวถนน 7.7 กิโลเมตร สามารถนำพลาสติกเหลือใช้หมุนเวียนกลับมาสร้างคุณค่าได้ รวม 23 ตัน
นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า “กรมทางหลวงเป็นหน่วยงานที่ก่อสร้าง และบำรุงรักษาทางหลวงทั่วประเทศกว่า 70,000 กิโลเมตร ต่อ 2 ช่องจราจร ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ และหนึ่งในประเด็นยุทธศาสตร์ของกรมทางหลวง คือ การพัฒนาและส่งเสริมการวิจัยพัฒนา การสร้างนวัตกรรม การใช้เทคโนโลยี การสร้างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการผสานเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการพัฒนาระบบทางหลวง กรมทางหลวงมีองค์ความรู้ทั้งด้านงานวิจัย งานวิเคราะห์และตรวจสอบ และมีมาตรฐานต่าง ๆ ด้านงานทางมามากกว่า 108 ปี การที่กรมทางหลวงได้ร่วมมือกับกรมทางหลวงชนบท เอสซีจี กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการร่วมกันวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างมาตรฐานทางใหม่ ๆ โดยนำพลาสติกเหลือใช้มาเป็นส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อตอบโจทย์การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ อีกครั้งหนึ่งในอนาคต ที่จะนำพลาสติกเหลือใช้ดังกล่าวมาใช้ในงานก่อสร้าง และบำรุงรักษาเส้นทางของกรมทางหลวง ซึ่งจะเกิดประโยชน์ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวิศวกรรม ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายในการร่วมกันพัฒนาประเทศชาติ เพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี”
นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า “การบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยให้การศึกษาพัฒนาการใช้ประโยชน์จากพลาสติกเหลือใช้ (ขยะพลาสติก) บรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดเป็นนวัตกรรมที่จะสร้างมาตรฐานในการก่อสร้างและบำรุงรักษาถนน ในอนาคต ที่สามารถลดปริมาณการใช้แอสฟัลต์ และสามารถนำขยะพลาสติกนำกลับมาใช้ใหม่ (รีไซเคิล) ในโครงการก่อสร้างถนนได้ เป็นการสร้างคุณค่าให้กับขยะพลาสติกประเภทบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วที่ไม่มีราคาได้อย่างคุ้มค่า ช่วยลดขยะพลาสติกตกค้าง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้ทรัพยากร ตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ทั้งยังช่วยเสริมสร้างวิสาหกิจชุมชนในการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี ซึ่งสอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาลในเรื่อง BCG (Bio – Circular - Green Economy) ที่เป็นการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป”
นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “เอสซีจีมุ่งนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน มาประยุกต์ใช้ทั้งในองค์กรและสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนมากว่า 2 ปี ด้วยเห็นถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุด เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่โลกกำลังเผชิญ โดยเฉพาะปัญหาขยะพลาสติกที่ยังขาดการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในนั้นคือการร่วมกับกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย เพื่อทำต้นแบบถนนที่มีส่วนผสมของพลาสติกที่เหมาะสมต่อการใช้งานถนนในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสังคมให้ดีขึ้นได้อีกด้วย
เอสซีจี จึงยินดีอย่างยิ่งที่กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท เห็นถึงประโยชน์ในการนำประสบการณ์และองค์ความรู้จากการทำถนนจากพลาสติกรีไซเคิลของเอสซีจี และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย มาต่อยอดพัฒนาโครงการนี้ร่วมกันกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเอสซีจีจะให้คำปรึกษาด้านเทคนิคเกี่ยวกับการจัดหาเศษพลาสติกเหลือใช้ อาทิ ชนิดและคุณภาพ รวมทั้งวิธีการแปรรูป อาทิ การล้าง บดย่อย และบรรจุ เพื่อให้พร้อมต่อการใช้งาน และยังจะเดินหน้ารณรงค์ส่งเสริมให้เกิดการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี เพื่อให้สามารถนำขยะพลาสติกจากองค์กรและชุมชนมาใช้ประโยชน์ในโครงนี้ได้ โดยมุ่งหวังว่าจะสามารถผลักดันโครงการดังกล่าวไปสู่การเป็นมาตรฐานการทำถนนของภาครัฐ เพื่อใช้งานจริงในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศได้ต่อไป”
นายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า “กลุ่มบริษัทดาว ได้ริเริ่มโครงการถนนพลาสติกรีไซเคิลมาแล้วในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย อินเดีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทางออกให้กับขยะพลาสติกที่รีไซเคิลได้ยาก ให้เกิดการนำกลับมาใช้ประโยชน์ รวมทั้งยังสร้างความตระหนักในด้านการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้ช่วยลดขยะเทียบเท่ากับบรรจุภัณฑ์พลาสติกกว่า 50 ล้านถุงแล้ว โครงการถนนพลาสติกนี้เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการก่อสร้างถนนซึ่งช่วยให้มีความแข็งแรงทนทานมากขึ้นกว่าการใช้ยางมะตอยตามปกติ และยังเป็นประโยชน์ต่อการจัดการขยะ เพราะช่วยนำพลาสติกเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่า ช่วยลดปริมาณพลาสติกที่จะต้องถูกทิ้งเป็นขยะ เป้าการทำงานด้านความยั่งยืนของ ดาว คือ หยุดขยะพลาสติกไม่ให้หลุดรอดออกสู่สิ่งแวดล้อม และเรารู้ดีว่า การร่วมมือกับหน่วยงานที่มีแนวคิดแบบเดียวกันจะสามารถเพิ่มผลกระทบเชิงบวกได้เป็นอย่างมาก กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย จึงมีความภาคภูมิใจที่ได้นำเทคโนโลยีนี้เข้ามาในประเทศไทยโดยร่วมมือกับเอสซีจี และยิ่งมีความยินดีที่กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท รวมทั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เห็นความสำคัญ และเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการอันจะสร้างโอกาสให้เกิดการขยายผล เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นกำลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของพลาสติกอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อช่วยลดปัญหาขยะในประเทศไทยได้อย่างยั่งยืนต่อไป”
ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมหาวิทยาลัยภูมิภาคแห่งแรกของประเทศไทย มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกสู่ภาคประชาสังคม โดยมุ่งเน้นเป้าหมายการพัฒนาที่ยังยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals; SDG ) และพัฒนาสู่การเป็นเมืองต้นแบบอัจฉริยะ พลังงานสะอาด สร้างสภาพแวดล้อมที่ดี ส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก ขยายผลสู่การพัฒนาชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัยและจังหวัดเชียงใหม่อย่างยั่งยืน ตัววอย่างต้นแบบด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมหนึ่งของมหาวิทยาลัย คือ โครงการศูนย์บริหารจัดการชีวมวลครบวงจร เนื่องจากขยะมูลฝอยเป็นเหตุที่สำคัญประการหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม และมีผลกระทบต่อประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งนับเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องมีการจัดการอย่างเป็นระบบและถูกต้องตามหลักวิชาการ ทั้งนี้ ศูนย์บริหารจัดการชีวมวลครบวงจรได้ใช้เทคโนโลยีแบบบูรณาการ (Integrated Solid Waste Management) ที่เน้นการนำขยะมูลฝอยกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเป้าประสงค์ของกระบวนการการจัดการขยะมูลฝอยแบบครบวงจรโดยปราศจากของเสีย (Zero Waste) ซึ่งสามารถนำไปขยายผลในหน่วยงานและชุมชนต่าง ๆ ได้ต่อไป นอกจากการแปรรูปขยะเป็นพลังงานทดแทน (Waste to Energy) ที่มหาวิทยาลัยประสบความสำเร็จในการดำเนินการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ริเริ่มโครงการนำขยะพลาสติกที่เหลือจากโรงคัดแยกขยะต้นแบบของมหาวิทยาลัย มาเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตแอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อการก่อสร้างและซ่อมแซมโครงข่ายถนนในมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยได้ลงทุนในส่วนของห้องปฏิบัติการและโรงงานผลผลิตไปบางส่วนแล้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีความยินดีที่ทราบว่ากรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ได้เล็งเห็นถึงปัญหาการจัดการขยะพลาสติกนี้เช่นกัน และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่พร้อมที่จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนในด้านวิชาการและทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อจะส่งเสริมและผลักดันให้เกิดมาตรฐานถนนใหม่ที่มีส่วนผสมของขยะพลาสติก สำหรับประเทศไทยต่อไป”
#กรมทางหลวง
#กระทรวงคมนาคม
#ใส่ใจผู้ใช้ทาง
#เดินทางอุ่นใจปลอดภัยไปกับกรมทางหลวง
#สายด่วนกรมทางหลวง1586
#พัฒนาการนำพลาสติกเหลือใช้เพื่อนำมาเป็นส่วนผสมในแอสฟัลต์คอนกรีตสำหรับงานก่อสร้างทาง
#กรมทางหลวงชนบท
#SCG
#มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
#DOW

ที่อยู่

ถนนเพชรเกษม ตำบลหัวหิน
Hua Hin
77110

เบอร์โทรศัพท์

6632511201

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานทางหลวงที่ ๑๕ - ประจวบคีรีขันธ์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ง่วงจอดพัก ด้วยความปรารถนาดีจาก กรมทางหลวง

ง่วงจอดพัก กันน่ะครับ

#ด้วยความปรารถนาดีจาก กรมทางหลวง

#สายด่วน กรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)

#สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Hua Hin

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ขอความอนุเคราะห์แก้ไขให้ด้วย และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้
ถนนเพชรเกษม ช่วงปากซอยหัวหิน91 ไปจนสุดตึก ไหล่ทางเละเทะมาก ทำถนนเสร็จแล้ว แต่ไหล่ทางหน้าอาคารพาณิชย์ทำไมท่านไม่ทำให้มันสัญจรได้สะดวก จะเว้นไว้ทำไมคะแค่ระยะทางไม่กี่ร้อยเมตร ท่านผอ. อภิชาต ท่านได้สัญญาว่าจะทำให้ นี่ก้อล่วงเลยมาเป็นปีๆแล้วค่ะ ไม่ทราบว่าท่านลืมหรือเปล่า หรือว่าท่านย้ายไปจากหัวหินแล้วคะ ยังไงฝากเรื่องนี้ทางเพจช่วยเรียนให้ท่านทราบด้วยนะคะ ว่าทางเราเดือดร้อนจริงๆค่ะ ขอบคุณนะคะ