ประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร

ประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร ศูนย์ข้อมูลข่าวสารจังหวัดกำแพงเพชร
(1)

🌏 เตรียมพร้อมทุกบทบาท เพื่อการเป็นเจ้าภาพที่น่าประทับใจภาพบรรยากาศการอบรมนิสิตนักศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน...
05/09/2026

🌏 เตรียมพร้อมทุกบทบาท เพื่อการเป็นเจ้าภาพที่น่าประทับใจ
ภาพบรรยากาศการอบรมนิสิตนักศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569
✨ ตั้งแต่การทำความรู้จัก IMF และ World Bank Group ความสำคัญของการประชุม บทบาทของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ ไปจนถึงมารยาทและพิธีการระหว่างประเทศ พร้อมทำความรู้จักทีมงานและภารกิจในแต่ละด้าน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลก
เพราะเบื้องหลังการเป็นเจ้าภาพที่ดี คือการเตรียมพร้อมในทุกรายละเอียด
แล้วพบกัน 12-18 ตุลาคม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
🌏 Prepared to Be Exceptional Hosts
Behind the scenes at the training session for student volunteers supporting Thailand as host of the 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings.
✨ From exploring IMF and World Bank Group insights and the significance of the Annual Meetings and Thailand’s national role, to international etiquette and operational readiness—our volunteers are getting fully prepared to deliver a world-class welcome to global delegates.
Because great hospitality starts with attention to every detail.
See you on 12–18 October 2026 at the Queen Sirikit National Convention Center.

วันเสาร์ ที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๒๑ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิ...
05/09/2026

วันเสาร์ ที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๒๑ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด” (Opera Goes To Hollywood) โดยศิลปินจากคณะ “นิวยอร์ก ซิตี้ โอเปรา” (New York City Opera) เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ ครั้งที่ ๒๘ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายจาสปาล ซิงห์ อูเบอรอย ประธานบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล คัลเจอรัล โปรโมชั่น จำกัด ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ ครั้งที่ ๒๘ พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงาน ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น เสด็จเข้าหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางสาวรพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ และนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสูจิบัตรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ต่อจากนั้น นายจาสปาล ซิงห์ อูเบอรอย ประธานคณะกรรมการจัดงาน ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดการแสดงคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด” (Opera Goes To Hollywood) พร้อมทั้งกราบบังคมทูลเชิญทอดพระเนตรการแสดง จากนั้น ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ต ฯ ซึ่งประกอบด้วย การขับร้องและบรรเลงบทเพลงโอเปราคลาสสิกจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดระดับตำนาน และบทเพลงโอเปรายอดนิยม จำนวนกว่า ๒๐ เพลง เมื่อจบการแสดงแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญดอกไม้พระราชทานไปมอบแก่ผู้แทนศิลปิน และวาทยกร สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

คอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด” (Opera Goes To Hollywood) เป็นการแสดงเปิดเทศกาลมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ ครั้งที่ ๒๘ ซึ่งเป็นเทศกาลศิลปะการแสดงและดนตรีที่จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยนำการแสดงทางด้านศิลปวัฒนธรรมและดนตรีจากคณะการแสดงและศิลปินที่มีชื่อเสียงจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกหลากหลายประเภท อาทิ การแสดงโอเปรา การแสดงบัลเลต์ การเต้นร่วมสมัย การแสดงซิมโฟนีคอนเสิร์ต ละครเพลง มาจัดแสดง โดยมุ่งหวังให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางของศิลปวัฒนธรรมของโลก ซึ่งคอนเสิร์ตนี้เป็นการถ่ายทอดบทเพลงโอเปราคลาสสิกจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดระดับตำนาน อาทิ เดอะก็อตฟาเธอร์ (The Godfather) มิสชั่นอิมพอสสิเบิ้ล (Mission Impossible) และอเมริกันบิวตี้ (American Beauty) รวมถึงบทเพลงโอเปรายอดนิยมจำนวนมาก โดยคณะโอเปราจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานกว่า ๘๐ ปี ซึ่งได้รวมศิลปินที่มีความสามารถและได้รับการยกย่องในระดับสากล อาทิ มาร์นี เบรกเคนริดจ์ (Marnie Breckenridge) เทเตฟ บาโรยัน (Tatev Baroyan) และเอคาเทริน บัวชิดเซ (Ekaterine
Buachidze) นักร้องโอเปรา อาซี มาธาเธียส (Asi Matathias) นักไวโอลิน และคริสตินา เรโกะ คูเปอร์ (Kristina Reiko Cooper) นักเชลโล ภายใต้การอำนวยเพลงของคอนสแตนติน ออร์เบเลียน (Constantine Orbelian) วาทยกร ผู้อำนวยการบริหารและผู้อำนวยเพลงของคณะ “นิวยอร์ก ซิตี้ โอเปรา” (New York City Opera) การจัดแสดงคอนเสิร์ตในครั้งนี้ จะทำให้ผู้รับชมรับฟังเปลี่ยนนิยามของการแสดงโอเปราที่หรูหรา ทรงพลัง ให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นตามแบบฉบับของชาวนิวยอร์กอีกด้วย

#ทรงพระเจริญ #สืบสานรักษาต่อยอด
#มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติกรุงเทพฯครั้งที่๒๘

https://www.facebook.com/share/p/1LkQggsZm8/

ภราดรเปิดเวที “เมืองเล็ก หัวใจสิงห์” ชวนแลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างอัตลักษณ์ท้องถิ่นวันที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 17.30 น.นายภรา...
05/09/2026

ภราดรเปิดเวที “เมืองเล็ก หัวใจสิงห์” ชวนแลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างอัตลักษณ์ท้องถิ่น

วันที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 17.30 น.นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเวทีเสวนา “เมืองเล็ก หัวใจสิงห์” ด้านการสื่อสารและการสร้างอัตลักษณ์ ณ ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี ร.ศ.130 เพื่อรับฟังความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการสื่อสารยุคใหม่ ตลอดจนแนวทางการสร้างอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้มีความโดดเด่นและเป็นที่จดจำ

โดยมีนายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วยนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และประชาชน ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นการสื่อสาร การสร้างภาพลักษณ์ และแนวทางการพัฒนาจังหวัดอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ นายภราดร ปริศนานันทกุล มีบทบาทในการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ซึ่งรวมถึงจังหวัดสิงห์บุรี โดยเวทีดังกล่าวมุ่งเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมสะท้อนความคิดเห็น เพื่อนำไปสู่การสื่อสารอัตลักษณ์ของจังหวัดสิงห์บุรีให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่และสร้างการรับรู้ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

05/09/2026

‘นายกฯอนุทิน’ลงนามเนรเทศ ‘ยาคอฟ โอฮะยอน’ ชาวอิสราเอล ออกนอกราชอาณาจักร หลังศาลเกาะสมุยพิพากษาผิด ม. 392 ฐานขู่เข็ญทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ ชี้พฤติกรรมส่งข้อความข่มขู่ผู้เสียหายว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตและร่างกาย จนทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวและตกใจ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ให้สิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย เรื่อง เนรเทศนายยาคอฟ โอฮะยอน (Mr. Yaacov Ohayon) สัญชาติอิสราเอล ออกไปนอกราชอาณาจักร เนื้อหาระบุว่าด้วยปรากฏว่า นายยาคอฟ มีพฤติกรรมส่งข้อความข่มขู่ผู้เสียหายว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตและร่างกาย จนทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวและตกใจ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ประกอบกับศาลจังหวัดเกาะสมุยมีคำพิพากษาว่า นายยาคอฟมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392 ฐานทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ พิพากษาจำคุก 1 เดือน ปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 15 วัน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี

ทั้งนี้ พฤติกรรมของบุคคลดังกล่าวนั้นขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี หรือความผาสุกของประชาชน จึงมีความจำเป็นเพื่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งอยู่ในข่ายถูกเนรเทศได้ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติเนรเทศ พ.ศ. 2499 ประกอบกับข้อ 4 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงมีคำสั่งเนรเทศนายยาคอฟ ออกไปนอกราชอาณาจักร

อย่างไรก็ตาม หากนายยาคอฟไม่เห็นด้วยกับคำสั่ง มีสิทธิอุทธรณ์ต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งเนรเทศ หรือขอให้มีคำสั่งงดส่งตัวออกไปนอกราชอาณาจักร ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติเนรเทศ พ.ศ. 2499 ภายใน 7 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้

“สุดฤทัย”อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ชูบทบาท “นักเล่าเรื่อง” สร้างความเข้าใจ เชื่อมโยงผู้คน สู่ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันบนเวท...
05/09/2026

“สุดฤทัย”อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
ชูบทบาท “นักเล่าเรื่อง” สร้างความเข้าใจ เชื่อมโยงผู้คน สู่ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันบนเวทีสื่อเอเชีย-แปซิฟิก ที่จีน

วันนี้ (5 กันยายน 2569) นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เข้าร่วมการประชุมสื่อ Asia-Pacific Media Forum 2026 (APMF 2026) ณ นครเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน จัดโดยสำนักข่าวซินหัวและเครือข่ายพันธมิตร ภายใต้หัวข้อ “Building A Path to Shared Prosperity for the Asia-Pacific Community: Media Consensus and Action” หรือ “ปูทางสู่ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของประชาคมเอเชีย-แปซิฟิก: สานพลังสื่อ สู่ความร่วมมือเป็นหนึ่งเดียว”

พิธีเปิดได้รับเกียรติจากนายหลี่ เล่อเฉิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประธาน และนางสี ยั่นชวน รองประธานบริหาร​ สำนักข่าวซินหัว ในฐานะผู้แทนหน่วยงานเจ้าภาพร่วมกล่าวต้อนรับ

กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์​ของผู้นำสื่อ ผู้บริหาร นักวิชาการ และสื่อมวลชนกว่า 300 คน จากกว่า 20 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รวมถึงเขตเศรษฐกิจเอเปค ในช่วงที่นครเซินเจิ้นเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค APEC Shenzhen 2026 ในเดือนพฤศจิกายนนี้

อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวปาฐกถา หัวข้อ “Stories of Mutual Learning Among Civilizations (เรื่องราวแห่งการเรียนรู้ซึ่งกันและกันในอารยธรรมที่หลากหลาย)​”ระบุว่า การสร้างประชาคมเอเชีย-แปซิฟิกที่เจริญรุ่งเรืองร่วมกัน ไม่ได้เกิดจากการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย ความเข้าใจซึ่งกันและกันและความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม โดยสื่อมีบทบาทสำคัญยิ่งในการสร้างสะพานเชื่อมโยงผู้คนและสร้างความไว้วางใจระหว่างประเทศ​

“ พร้อมเน้นย้ำว่า สื่อยุคใหม่ต้องก้าวข้ามบทบาทของผู้ส่งสาร สู่การเป็น “นักเล่าเรื่อง” (Storytellers) ที่ถ่ายทอดความหลากหลายของแต่ละสังคม และนำเสียงที่แตกต่างมาสร้างความเข้าใจและความกลมกลืนบนพื้นฐานของ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเข้มแข็ง และความก้าวหน้าร่วมกัน โดยความร่วมมือและการผลิตเนื้อหาร่วมกันระหว่างสื่อของประเทศต่าง ๆ จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้าใจในภูมิภาค ”

นอกจากนี้ ไทยพร้อมสนับสนุนทิศทางของ APEC “China Year” ภายใต้ 3 เสาหลัก ได้แก่ การเปิดกว้าง นวัตกรรม​ และความร่วมมือ ควบคู่กับการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน

นางสุดฤทัย ยังกล่าวถึงการที่ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF และ World Bank Group Annual Meetings 2026 ว่า ความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เสถียรภาพร่วมกัน และภูมิปัญญาของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ผู้นำสื่อร่วมกันสร้างเรื่องราวที่เชื่อมโยงผู้คน ยกระดับการนำเสนอข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และเปลี่ยนความแตกต่างให้เป็นจุดแข็งร่วมกัน เพื่อใช้พลังของสื่อในการให้ความรู้ สร้างภูมิปัญญา และขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน

/////

"รมช.เกษตรและสหกรณ์" ตรวจราชการและพบปะเกษตรกรที่นครพนม รับฟังปัญหาแหล่งน้ำ–ที่ดินทำกิน พร้อมมอบปัจจัยการผลิตและติดตามคลิ...
05/09/2026

"รมช.เกษตรและสหกรณ์" ตรวจราชการและพบปะเกษตรกรที่นครพนม รับฟังปัญหาแหล่งน้ำ–ที่ดินทำกิน พร้อมมอบปัจจัยการผลิตและติดตามคลินิกเกษตรเคลื่อนที่

วันที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 13.30 น. นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการและพบปะเกษตรกร โดยมี นายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายชาญชัย คำจำปา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม เขต 4 หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอำเภอวังยาง ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เกษตรกร และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วม ณ ที่ว่าการอำเภอวังยาง จังหวัดนครพนม

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตและสร้างความมั่นคงให้แก่ภาคการเกษตร โดยกรมชลประทานมีแผนดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำสำคัญในพื้นที่จังหวัดนครพนม อาทิ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำหนองสังข์ อำเภอนาแก และสถานีสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 500 ไร่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและสนับสนุนพื้นที่การเกษตร

นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาหนองข้าวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งกำหนดแผนงบประมาณปี 2571 รวม 60 ล้านบาท แบ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำและปรับปรุงภูมิทัศน์ จำนวน 30 ล้านบาท และการพัฒนาระบบกระจายน้ำเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานทดแทน จำนวน 30 ล้านบาท โดยมุ่งให้แหล่งน้ำดังกล่าวเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับภาคการเกษตร ช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และแหล่งเรียนรู้วิถีชุมชน ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่

ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ติดตามแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและการออกเอกสารสิทธิให้แก่เกษตรกร โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จังหวัดนครพนม รายงานว่า ปัจจุบันมีพื้นที่ประกาศเขตปฏิรูปที่ดินครอบคลุม 11 อำเภอ 39 ตำบล รวมเนื้อที่ประมาณ 474,943 ไร่ และมีเกษตรกรได้รับประโยชน์แล้วกว่า 24,503 ราย ทั้งนี้ อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการปรับปรุงแนวเขตที่ดินให้มีความถูกต้องและชัดเจน เพื่อให้สามารถเร่งรัดการออกเอกสารสิทธิแก่เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลังจากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะ ได้ร่วมเยี่ยมชมการให้บริการของโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ จังหวัดนครพนม ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่อย่างครบวงจร โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้บริการ ให้คำปรึกษา และแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรถึงพื้นที่ ภายในงานมีการให้บริการที่สำคัญ อาทิ คลินิกวิเคราะห์ดิน สำหรับตรวจสอบสภาพดินและให้คำแนะนำด้านการปรับปรุงบำรุงดิน คลินิกวินิจฉัยโรคพืช สัตว์ และสัตว์น้ำ เพื่อให้คำแนะนำในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคและศัตรูที่ส่งผลกระทบต่อการผลิต ตลอดจนการถ่ายทอดองค์ความรู้และให้คำปรึกษาด้านการเกษตรจากเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญของหน่วยงานต่าง ๆ

#วัชระพลขาวขำ #รมชเกษตรและสหกรณ์ #กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ #ถ่ายทอดความรู้ด้านเกษตร #พบปะเกษตรกร #นครพนม #กรมประชาสัมพันธ์ #สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม #สวทนครพนม

05/09/2026
รมช.เกษตรฯ “ปิยะรัฐชย์” ลงพื้นที่แม่จัน รับฟังปัญหาเกษตรกร ดัน 4 โครงการบริหารจัดการน้ำ–เร่งปลดล็อกไฟฟ้าและที่ดิน “นาแปล...
05/09/2026

รมช.เกษตรฯ “ปิยะรัฐชย์” ลงพื้นที่แม่จัน รับฟังปัญหาเกษตรกร ดัน 4 โครงการบริหารจัดการน้ำ–เร่งปลดล็อกไฟฟ้าและที่ดิน “นาแปลงใหญ่บ้านสันหลวง”
วันที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่หนองมโนราห์ บ้านป่าสักหลวง ตำบลจันจว้าใต้ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย รับฟังปัญหาความเดือดร้อน ความต้องการ และโครงการด้านการเกษตรของประชาชนในพื้นที่ตำบลจันจว้าและตำบลจันจว้าใต้ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาเกษตรกรอย่างเป็นระบบ โดยมี นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับและนำเสนอปัญหา
นายทนงศักดิ์ ทองแสน นายกเทศมนตรีตำบลจันจว้า กล่าวว่า พื้นที่ตำบลจันจว้าตั้งอยู่ในพื้นที่เมืองโบราณโยนก หรือเมืองหนองหล่ม มีพื้นที่ประมาณ 128 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 80,000 ไร่ ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทั้งการทำไร่บนพื้นที่สูงและทำนาในพื้นที่ราบ โดยมีแม่น้ำจันและแม่น้ำคำเป็นแหล่งน้ำสำคัญ รวมถึงแหล่งน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ ได้แก่ เวียงหนองหล่ม พื้นที่ประมาณ 20,000 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ และหนองมโนราห์ พื้นที่ประมาณ 139 ไร่ 2 งาน ซึ่งใช้เป็นสวนสาธารณะ แหล่งเพาะพันธุ์ปลา แหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร ตลอดจนเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ
อย่างไรก็ตาม บางพื้นที่ของเวียงหนองหล่มประสบปัญหาตื้นเขินและมีวัชพืชปกคลุมจำนวนมาก ส่งผลให้แหล่งอาหารของควายลดลง ขณะที่ตำบลจันจว้าและตำบลจันจว้าใต้เป็นพื้นที่รับน้ำจากน้ำคำและน้ำจัน ทำให้ฤดูฝนเกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยข้อมูลช่วงปี 2567–2569 ตำบลจันจว้าได้รับผลกระทบ 4 หมู่บ้าน 317 ครัวเรือน ส่วนตำบลจันจว้าใต้ได้รับผลกระทบ 6 หมู่บ้าน 435 ครัวเรือน ขณะเดียวกันบางพื้นที่ยังต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลักในการทำการเกษตร
เทศบาลตำบลจันจว้าจึงเสนอขอรับการสนับสนุน 4 โครงการสำคัญด้านการบริหารจัดการน้ำ ประกอบด้วย
1. โครงการปรับปรุงฝายกล้วยคำ ซึ่งปัจจุบันมีสภาพชำรุดและตื้นเขิน ต้องการปรับปรุงเพื่อเพิ่มความสามารถในการกักเก็บและระบายน้ำ แม้ตัวฝายตั้งอยู่ในตำบลศรีค้ำ แต่มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ครอบคลุมหลายตำบล ทั้งต.จันจว้า ต.จันจว้าใต้ ต.ป่าสักน้อย ต.ศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน ต.บ้านด้าย อำเภอแม่สาย จึงจำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือระหว่างหลายพื้นที่ โดยโครงการชลประทานเชียงรายระบุว่า ปัจจุบัน อบต.ศรีค้ำ อยู่ระหว่างการสำรวจ และโครงการชลประทานเชียงรายให้คำแนะนำด้านการออกแบบ เพื่อจัดทำโครงการเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดเชียงรายต่อไป
2. โครงการพัฒนาระบบส่งน้ำสายหลักในพื้นที่เกษตรตำบลจันจว้าและจันจว้าใต้ จากเดิมที่เป็นคลองส่งน้ำธรรมชาติจากฝายกล้วยคำและน้ำจัน ซึ่งเทศบาลได้ก่อสร้างเป็นคลองคอนกรีตแล้วบางส่วน และต้องการดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำ ขณะที่โครงการชลประทานเชียงรายระบุว่า โครงการฝายหนองปึ๋งพร้อมระบบส่งน้ำอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรม ก่อนสำรวจภูมิประเทศ ออกแบบ และพิจารณาบรรจุเข้าแผนงานตามความเหมาะสม
3. โครงการขุดลอกและกำจัดวัชพืชบริเวณหนองวัดป่าหมากหน่อ หมู่ 4 ตำบลจันจว้า เพื่อฟื้นฟูประสิทธิภาพของแหล่งน้ำ โดยโครงการชลประทานเชียงรายอยู่ระหว่างลงพื้นที่ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินงานที่เหมาะสม
และ 4. โครงการระบบกระจายน้ำบ้านต้นยาง หมู่ 7 ตำบลจันจว้า ซึ่งเป็นพื้นที่นาที่ต้องอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก จึงเสนอระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์จากหนองร้อยไร่ บ้านต้นยาง พร้อมระบบกระจายน้ำ คาดว่าจะมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 500 ไร่ โดยสถานีพัฒนาที่ดินเชียงรายแจ้งว่าได้รับเรื่องจากเทศบาลตำบลจันจว้าแล้ว และอยู่ระหว่างรอกรมฯ เข้าสำรวจและออกแบบ
นอกจากนี้ นายพรมมา ซาวลี้แสน ประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านสันหลวง ตำบลจันจว้าใต้ อำเภอแม่จัน ยังนำเสนอปัญหาของกลุ่มเกษตรกร 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรสำหรับกระบวนการผลิตข้าวที่กลุ่มได้รับการสนับสนุนยังไม่สามารถเดินเครื่องได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากระบบไฟฟ้าไม่เพียงพอ และปัญหาที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารเก็บสินค้าอยู่บนที่ดินเอกชน รวมทั้งภายในอาคารยังไม่มีระบบไฟฟ้าพร้อมใช้งาน
กลุ่มจึงเสนอแนวทางขยายระบบไฟฟ้าสำหรับรองรับการใช้งานเครื่องจักร โดยใช้งบประมาณจากการบริหารจัดการของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน พร้อมประสานการรังวัดและแยกโฉนดบริเวณที่ก่อสร้างอาคารเก็บสินค้า เพื่อนำไปดำเนินการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานธนารักษ์พื้นที่เชียงรายต่อไป
สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย ระบุว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่บ้านสันหลวงเป็นกลุ่มที่มีการผลิตและแปรรูปสินค้าข้าวจริง และได้รับการสนับสนุนเครื่องจักรเพื่อพัฒนาคุณภาพข้าวสารและเพิ่มมูลค่าผลผลิต แต่จากการติดตามพบว่ากำลังไฟฟ้าสำหรับกระบวนการผลิตยังไม่เพียงพอ ส่งผลให้การแปรรูปข้าวประสบข้อจำกัด หากสามารถแก้ไขปัญหาระบบไฟฟ้าได้ จะช่วยให้กลุ่มใช้ประโยชน์จากเครื่องจักรได้เต็มประสิทธิภาพ เพิ่มศักยภาพการผลิตและสร้างรายได้ให้แก่สมาชิก
ด้านศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเชียงราย ระบุว่า ข้อจำกัดด้านระบบไฟฟ้าและที่ดินส่งผลโดยตรงต่อความพร้อมในการใช้ประโยชน์จากเครื่องจักรและอาคารที่ได้รับการสนับสนุน จึงควรเร่งแก้ไขให้เหมาะสมต่อการใช้งาน โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเชียงรายพร้อมสนับสนุนองค์ความรู้และคำแนะนำด้านการผลิตและจัดการเมล็ดพันธุ์ข้าว การใช้เครื่องจักรให้เหมาะสมกับกระบวนการผลิต ตลอดจนการควบคุมคุณภาพ เพื่อให้ทรัพย์สินที่ภาครัฐสนับสนุนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และยกระดับการผลิตของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากที่รับฟังปัญหาที่เสนอมา ทั้งการปรับปรุงฝาย การพัฒนาระบบส่งน้ำ การขุดลอกกำจัดวัชพืชหนองน้ำ ตนได้หมายให้กรมชลประทาน และกรมพัฒนาที่ดิน เร่งสำรวจออกแบบและติดตามการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว นอกจากนี้ทางรัฐบาลได้มีนโยบายทำประกันภัยพิบัติให้พี่น้องประชาชน ประมาณ 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว

"รมว.ดีอี" ลงพื้นที่สุรินทร์ เปิดงาน AgriNext Surin ชูเทคโนโลยี AI ปฏิรูปเกษตรอินทรีย์ไทย สู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน     ...
05/09/2026

"รมว.ดีอี" ลงพื้นที่สุรินทร์ เปิดงาน AgriNext Surin ชูเทคโนโลยี AI ปฏิรูปเกษตรอินทรีย์ไทย สู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน

วันที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 11.00 น. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดงาน “สุรินทร์รุ่งเรือง สู่เมืองเกษตรอินทรีย์ด้วยดิจิทัล AgriNext Surin : Future of Organic Farming” มุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยี องค์ความรู้ และนวัตกรรมที่เหมาะสมกับพื้นที่ พร้อมพัฒนาทักษะดิจิทัล และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา เกษตรกร และผู้ประกอบการเทคโนโลยีการเกษตร เพื่อยกระดับเกษตรอินทรีย์ไทยให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน โดยมีนายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรครู นักเรียน และประชาชน ร่วมให้การต้อนรับ ที่ หอประชุมโรงเรียนศีขรภูมิพิสัย อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบ โดยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทในการยกระดับภาคการเกษตร ตั้งแต่การวิเคราะห์สภาพดิน การบริหารจัดการน้ำ การคาดการณ์สภาพอากาศ การตรวจสอบโรคพืช การใช้โดรน ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดย AI จะไม่เข้ามาแทนที่เกษตรกร แต่จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรทำงานได้ง่ายขึ้น แม่นยำขึ้น ลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลจึงไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่เป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถและการแข่งขันของภาคการเกษตรไทยในปัจจุบัน

ภารกิจสำคัญของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คือการมุ่งขับเคลื่อนภาคการเกษตรใน 3 ด้าน ได้แก่ การเข้าถึงเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะดิจิทัล และการสนับสนุนผู้ประกอบการและ Startup ไทย โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะ AI ผ่านโครงการ TH-AI Passport ซึ่งเปิดโอกาสให้เกษตรกร เยาวชน วิสาหกิจชุมชน และประชาชนทุกกลุ่ม สามารถเรียนรู้และนำ AI ไปประยุกต์ใช้ เช่น การวิเคราะห์ผลผลิต การวางแผนเพาะปลูก การพยากรณ์สภาพอากาศ และการทำตลาดออนไลน์

ขณะเดียวกัน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมสนับสนุนการเกิดขึ้นของ Local AgriTech Startup ที่เข้าใจปัญหาและบริบทของพื้นที่ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์เกษตรกรไทย ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ พร้อมทั้งสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับคนไทย

ด้าน นายพรชัย หอมชื่น ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ระบุว่า ดีป้าพร้อมขานรับนโยบายเพื่อแก้ปัญหาความท้าทายด้านต้นทุนและสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งหวังให้จังหวัดสุรินทร์เป็นพื้นที่ต้นแบบ (Model) ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้กับเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ พร้อมต่อยอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายความร่วมมือสู่พื้นที่อื่น เพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยให้สามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ สร้างมูลค่าเพิ่ม และแข่งขันได้ในเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน

โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ได้มอบชุดอุปกรณ์ดิจิทัลเพื่อการเกษตรให้แก่ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอำเภอ จำนวน 3 ชุด และกลุ่มเกษตรกรตัวอย่าง จำนวน 2 ชุด เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการผลิตและเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ต่อไป

#ไชยชนกชิดชอบ #รมวดีอี #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #เกษตรอินทรีย์ #เกษตรอัจฉริยะ #ดีป้า #สุรินทร์ #กรมประชาสัมพันธ์ #สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ #สวทสุรินทร์

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานสงฆ์ในการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ "โครงการก่อสร้างอา...
05/09/2026

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานสงฆ์ในการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ "โครงการก่อสร้างอาคารตรวจรักษาและส่งเสริมสุขภาพ และอาคารฟื้นฟูสภาพ" ณ จังหวัดราชบุรี

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569 ณ มณฑลพิธีโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) ตำบลท่านัด อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานสงฆ์ในการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ โครงการก่อสร้างอาคารตรวจรักษาและส่งเสริมสุขภาพ และอาคารฟื้นฟูสภาพ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพร้อมด้วย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ และประชาชนในพื้นที่ ร่วมพิธีดังกล่าว

โครงการก่อสร้างอาคารแห่งใหม่นี้ เกิดขึ้นจากแผนการขยายพื้นที่โรงพยาบาล โดยมีการจัดหาที่ดินติดกับโรงพยาบาลเพิ่มเติมจำนวน 7 ไร่ 35 ตารางวา เพื่อรองรับการก่อสร้างและการขยายบริการทางการแพทย์ มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพการดูแลรักษาและส่งเสริมสุขภาวะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ อาคารแห่งใหม่นี้จะถูกใช้เป็นสถานที่ตรวจสุขภาพเชิงปฐมภูมิ และเป็นศูนย์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัดสำหรับผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาต ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวราชบุรี โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก รวมถึงรองรับการส่งต่อและดูแลผู้ป่วยโรคสำคัญและโรคเฉพาะทางจากพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่โรงพยาบาล บุคลากรผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนผู้มาใช้บริการ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีพระเมตตาและมีพระลิขิตโปรดประทานนามอาคารทั้ง 2 หลัง ดังนี้

• อาคารตรวจรักษาและส่งเสริมสุขภาพ ได้รับประทานนามว่า "ฉลองสตวัสส์" (อ่านว่า: ฉะ-หลอง-สะ-ตะ-วัด) มีความหมายว่า "ฉลองพระชนมายุ 100 พรรษา"

• อาคารฟื้นฟูสภาพ ได้รับประทานนามว่า "พิพรรธน์ศตพรรษ์" (อ่านว่า: พิ-พัด-สะ-ตะ-พัน) มีความหมายว่า "บันดาลความเจริญวัฒนายิ่งกว่าร้อยปี"

โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) หรือชื่อเดิมคือ “โรงพยาบาลดำเนินสะดวก” ตั้งอยู่บนพื้นที่เดิมประมาณ 29 ไร่ ในตำบลท่านัด อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เปิดให้บริการแก่ประชาชนมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 ต่อมาได้รับพระอนุญาตให้เชิญพระนาม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มาเป็นชื่อโรงพยาบาลแทนชื่อเดิม เนื่องในโอกาสมงคลสมัยทรงเจริญพระชนมายุ 100 พรรษา

ปัจจุบัน โรงพยาบาลมีสถานะเป็นโรงพยาบาลทั่วไป ระดับ M1 ขนาด 304 เตียง (เปิดให้บริการจริง 272 เตียง) มีศักยภาพในการให้บริการทางการแพทย์ครบสาขาหลักตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมทั้งผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน อุบัติเหตุฉุกเฉิน อายุรกรรม ศัลยกรรม สูติกรรม กุมารเวชกรรม กระดูก จักษุ และทันตกรรม ตลอดจนมีบริการเฉพาะทางที่ทันสมัย อาทิ หอผู้ป่วยวิกฤต (ICU, NICU, PICU) ศูนย์ไตเทียม ห้องผ่าตัด หอผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke Unit) และเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)

โรงพยาบาลแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการเป็นสถานพยาบาลหลักของอำเภอดำเนินสะดวก รับผิดชอบดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ประมาณ 90,000 คน ครอบคลุม 13 ตำบล 104 หมู่บ้าน การจัดสร้างอาคารใหม่ทั้ง 2 หลังนี้ จึงถือเป็นก้าวย่างสำคัญในการพัฒนาระบบสาธารณสุขของจังหวัดราชบุรีให้ก้าวหน้าและยั่งยืนสืบไป

#99พรรษาสมเด็จพระสังฆราช
#สมเด็จพระสังฆราช
#พิธีวางศิลาฤกษ์
#โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชอมฺพรมหาเถร
#จังหวัดราชบุรี

ที่อยู่

กำแพงเพชร-สุโขทัย
Kamphaeng Phet
62000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง ประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร:

ทางลัด

แชร์