พอช.ภาคอีสาน

พอช.ภาคอีสาน สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)

พอช.อีสานบน 1 เปิดเวทีสานพลังภาคี เชื่อมข้อมูล–ทรัพยากร ขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่อุดรธานี – เมื่อวันที่ 21- 22 สิงหา...
22/08/2026

พอช.อีสานบน 1 เปิดเวทีสานพลังภาคี เชื่อมข้อมูล–ทรัพยากร ขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่
อุดรธานี – เมื่อวันที่ 21- 22 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมสยามแกรนด์ จังหวัดอุดรธานี สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดเวทีประชุมหารือแนวทางความร่วมมือภาคี ยุทธศาสตร์การพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยมี นางสาวสุวิมล มีแสง ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน (พื้นที่) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ พอช. ขบวนองค์กรชุมชนกลุ่มจังหวัดอีสานบน 1 และหน่วยงานภาคีเข้าร่วมแลกเปลี่ยน เพื่อสร้างความเข้าใจบทบาทของแต่ละหน่วยงาน และร่วมกันกำหนดแนวทางการทำงานที่ตอบโจทย์ปัญหาของประชาชนในพื้นที่
เวทีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเชื่อมโยงการทำงานระหว่าง พอช. ขบวนองค์กรชุมชน สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หน่วยงานด้านสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งเปลี่ยนจากการทำงานแบบแยกส่วนตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน ไปสู่การทำงานบน “ประเด็นร่วม พื้นที่ร่วม และเป้าหมายร่วม”
นางสาวสุวิมล มีแสง กล่าวว่า การพัฒนาเชิงพื้นที่ไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องนำจุดแข็งของแต่ละองค์กรมาเชื่อมโยงกัน โดยเปรียบเสมือน “จิ๊กซอว์” ที่แต่ละหน่วยงานมีบทบาทแตกต่างกัน แต่สามารถเติมเต็มกันได้ ทั้งด้านข้อมูล องค์ความรู้ งบประมาณ กลไก และบุคลากร โดยสิ่งสำคัญคือการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและรู้จักบทบาทของกันและกัน ก่อนพัฒนาไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม
ใช้ “พื้นที่” เป็นตัวตั้ง เปลี่ยนโครงการให้เป็นเครื่องมือ
พอช. เสนอแนวทางการทำงานระยะต่อไปจาก “โครงการนำพื้นที่” เป็น “พื้นที่นำโครงการ” โดยให้เริ่มจากการมองว่าพื้นที่กำลังเผชิญปัญหาอะไร ใครได้รับผลกระทบ และมีกลไกหรือทรัพยากรใดอยู่แล้ว ก่อนนำโครงการและงบประมาณของแต่ละหน่วยงานเข้ามาสนับสนุน
โดยกำหนดให้ “ตำบลเป็นหน่วยปฏิบัติการ” เนื่องจากเป็นระดับที่มีกลไกใกล้ชิดกับประชาชน ทั้งสภาองค์กรชุมชน กองทุนสวัสดิการชุมชน กองทุนสุขภาพระดับพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกลไกด้านการจัดการทรัพยากรต่าง ๆ จากนั้นจึงเชื่อมโยงการทำงานขึ้นสู่ระดับอำเภอ จังหวัด และภูมิภาค
ขณะเดียวกัน พอช. เน้นให้ “ครัวเรือนเป็นเป้าหมายร่วม” เพราะปัญหาของครัวเรือนมีความเชื่อมโยงหลายด้าน ทั้งที่อยู่อาศัย สุขภาพ การศึกษา รายได้ ผู้สูงอายุ คนพิการ และเด็กนอกระบบการศึกษา ดังนั้น การช่วยเหลือจึงไม่ควรหยุดอยู่ที่การแก้ปัญหาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ต้องเชื่อมโยงภาคีที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาร่วมดูแล
สช. นำบทเรียน “สมัชชาสุขภาพ–ธรรมนูญสุขภาพ” เชื่อมจากนโยบายสู่พื้นที่
ด้าน สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้นำเสนอบทเรียนการทำงานผ่าน สมัชชาสุขภาพจังหวัด เขตสุขภาพเพื่อประชาชน และธรรมนูญสุขภาพ ซึ่งเป็นเครื่องมือสร้างพื้นที่กลางให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ และประชาชนเข้ามาร่วมกำหนดประเด็นสุขภาวะตามบริบทของแต่ละพื้นที่
ตัวอย่างรูปธรรมคือการขับเคลื่อน ปัญหา PM2.5 จังหวัดอุดรธานี ที่ใช้กระบวนการสมัชชาสุขภาพเปิดพื้นที่รับฟังปัญหา พัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย ก่อนเชื่อมต่อไปยังกลไกระดับตำบลและกองทุนสุขภาพ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน เช่น การลดการเผาและจัดการจุดเสี่ยงในพื้นที่
บทเรียนดังกล่าวสะท้อนการเชื่อมโยงตั้งแต่ “นโยบาย กลไกพื้นที่ เครื่องมือ ทรัพยากร” และชี้ให้เห็นว่าแต่ละหน่วยงานไม่จำเป็นต้องทำทุกเรื่องด้วยตนเอง แต่สามารถ “แตะมือ” ส่งต่องานให้หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้การแก้ปัญหามีประสิทธิภาพมากขึ้น
เชื่อมข้อมูลกองทุนสวัสดิการ สู่ระบบค้นหา–ช่วยเหลือ–ส่งต่อ
อีกประเด็นสำคัญของเวที คือการพัฒนาระบบข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลจาก กองทุนสวัสดิการชุมชน สภาองค์กรชุมชน บ้านพอเพียง บ้านมั่นคง และข้อมูลของหน่วยงานภาคี เพื่อให้สามารถนำมาวิเคราะห์ร่วมกันและใช้เป็นฐานในการจัดการปัญหาของพื้นที่
แนวคิดสำคัญคือการเปลี่ยนจากการรู้เพียงว่า “มีสมาชิกกี่คน” ไปสู่การรู้ว่า “สมาชิกมีปัญหาอะไร” เช่น เด็กนอกระบบการศึกษา คนว่างงาน คนคืนถิ่น ผู้พิการ ผู้มีปัญหาสุขภาพ หรือครัวเรือนที่มีปัญหาที่อยู่อาศัย
เมื่อพบปัญหาแล้ว จะใช้ระบบ ค้นหา–คัดกรอง–ช่วยเหลือ–ส่งต่อ–ติดตามผล โดยเชื่อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เด็กนอกระบบเชื่อมกับ กสศ. และหน่วยงานการศึกษา ผู้มีปัญหาสุขภาพเชื่อมกับ สปสช. และหน่วยงานสาธารณสุข ผู้มีปัญหาที่อยู่อาศัยเชื่อมกับ พอช. และท้องถิ่น ส่วนคนว่างงานและคนคืนถิ่นเชื่อมกับภาคีด้านอาชีพ ตลาด และเศรษฐกิจชุมชน
ผลจากเวที เตรียมเลือก “พื้นที่นำร่อง” เดินหน้าปี 2570
ผลจากการหารือ ที่ประชุมเห็นแนวทางร่วมกันว่า ในปี 2570 ควรยกระดับเรื่อง “การสานพลังภาคีและการบูรณาการข้อมูลเพื่อการจัดการพื้นที่” เป็นประเด็นสำคัญของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 โดยไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบเดียวกันทุกจังหวัด แต่ให้แต่ละพื้นที่ออกแบบตามบริบทและความพร้อม
แนวทางดำเนินการต่อประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ได้แก่
1. เลือกพื้นที่ คัดเลือกตำบล อำเภอ หรือจังหวัดที่มีกลไกชุมชนเข้มแข็ง มีภาคีพร้อมร่วมมือ และมีปัญหาชัดเจน
2. เปิดข้อมูล เชื่อมข้อมูลจาก พอช. ขบวนองค์กรชุมชน กองทุนสวัสดิการ ท้องถิ่น และหน่วยงานภาคี เพื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกัน
3. กำหนดวาระร่วม ระบุให้ชัดว่า “ใครมีปัญหาอะไร” และพื้นที่ต้องการแก้ปัญหาใด เช่น เด็กนอกระบบการศึกษา คนคืนถิ่นและการมีงานทำ ที่อยู่อาศัยกลุ่มเปราะบาง หรือการพัฒนาอาชีพ
และออกแบบระบบช่วยเหลือและส่งต่อ กำหนดบทบาทเจ้าภาพ ภาคีสนับสนุน ทรัพยากร และระบบติดตามผล เพื่อให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลืออย่างตรงจุด
ทั้งนี้ แต่ละจังหวัดจะกลับไปหารือร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนและเจ้าหน้าที่ พอช. เพื่อ คัดเลือกพื้นที่นำร่องและประเด็นที่จะทดลองดำเนินการ ก่อนนำผลมาแลกเปลี่ยนและถอดบทเรียนร่วมกัน เพื่อพัฒนาเป็น “Model การจัดการพื้นที่ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1” ต่อไป
การประชุมครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการแลกเปลี่ยนระหว่างหน่วยงาน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง “พื้นที่กลางของภาคี” ที่จะนำข้อมูล คน ความรู้ ทรัพยากร และกลไกของแต่ละองค์กรมาเชื่อมโยงกัน โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือ ทำให้ประชาชนได้รับการดูแลตรงกับปัญหา และทำให้ชุมชนสามารถจัดการปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
**หมายเหตุ:** ข่าวประชาสัมพันธ์นี้นำเสนอข้อมูลในภาพรวมของการดำเนินงาน โดยคำนึงถึงสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้เกี่ยวข้อง และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ทั้งนี้ ภาพถ่ายที่เผยแพร่ได้รับความยินยอมจากบุคคลที่ปรากฏในภาพก่อนการบันทึกและนำไปใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์เรียบร้อยแล้ว
#พอช #พอชอีสาน #พอชอีสานบน1 #สานพลังภาคี #ภาคียุทธศาสตร์ #การพัฒนาเชิงพื้นที่ #พื้นที่นำโครงการ #โครงการเป็นเครื่องมือ #ข้อมูลเพื่อการพัฒนา #บูรณาการข้อมูล #จัดการข้อมูลชุมชน #ชุมชนเข้มแข็ง #องค์กรชุมชน #สภาองค์กรชุมชน #กองทุนสวัสดิการชุมชน #การพัฒนาคุณภาพชีวิต #ภาคีเครือข่าย #พลังชุมชน #ประชาชนเป็นศูนย์กลาง #อุดรธานี #อีสานบน1 #พัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน #ค้นหาช่วยเหลือส่งต่อ #พื้นที่กลางของภาคี ัดการพื้นที่

บุรีรัมย์ โซน 10  ร่วมสร้างชุมชน บริหารจัดการที่ดี พัฒนาคนทำงานกองทุนสวัสดิการชุมชน เป็นกองบุญเพื่อทุกคนในชุมชนวันที่ 20...
20/08/2026

บุรีรัมย์ โซน 10 ร่วมสร้างชุมชน บริหารจัดการที่ดี พัฒนาคนทำงานกองทุนสวัสดิการชุมชน เป็นกองบุญเพื่อทุกคนในชุมชน
วันที่ 20 สิงหาคม 2569
สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ หรือพมจ. ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือและขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ จัดเวที เวทีพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานกองทุนสวัสดิการชุมชน ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำและยกระดับคุณภาพกองทุนสวัสดิการชุมชนสร้างหลักประกันความมั่นคงในชุมชน "ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี" ที่ได้รับการสนับสนุนจาก พมจ.บุรีรัมย์
เพื่อ ให้เกิดการ พัฒนายกระดับคุณภาพกองทุนสวัสดิการ สร้างระบบการบริหารจัดการที่ดี ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์การดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชน ร่วมกัน ทั้งพมจ. พอช. และขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ โดยเน้นย้ำ 1)หลักคิด เจตนารมย์ อุดมการณ์ในการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน 2)เติมเต็มความรู้ในการบริหารจัดการที่ดีมีธรรมมาภิบาล การจัดการระบบข้อมูลกองทุนสวัสดิการชุมชน และ 3)การใช้งานโปรแกรมบริหารการเงินและบัญชี (SWF) 4)เพื่อให้เกิดการสื่อสารงานของ พมจ. และการจดรับรองเป็นองค์กรสวัสดิการชุมชน ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546
พร้อมนำไปใช้ให้เกืดประโยชน์ร่วมกับกองทุนสวัสดิการชุมชน
ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนวิทยากรจาก ทีมเจ้าหน้าที่สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้แก่ นางสาวนุชพร สมสวย หัวหน้างานปฏิบัติการชุมชน นางสาวรติกร ขวางรัมย์ เลขาสวัสดิการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทีมวิทยากรจาก สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดบุรีรัมย์ หรือพมจ.จังหวัดบุรีรัมย์ ได้แก่ นิติกร สนง.พมจ.บุรีรัมย์

โดยโซน 10 ประกอบด้วย อำเภอบ้านกรวดและอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จัดขึ้น ณ ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์
และได้รับเกียรติจาก นายอุทัย ทองทับพันธ์ ปลัดอำเภอบ้านกรวด (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ) หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง เป็นประธานในที่ประชุมกล่าวต้อนรับและกล่าว รายงานการดำเนินงานร่วมกัน ในพื้นที่
ผู้เข้าร่วมมาจาก ประธานกองทุนสวัสดิการ รองประธานกองทุนสวัสดิการเลขากองทุนสวัสดิการและคณะทำงานสวัสดิการ สภาองค์กรชุมชนตำบลในพื้นที่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติและอำเภอบ้านกรวด ที่ได้รับงบสนับสนุน การดำเนินงานจากพอช.ทั้งโครงการบ้านพอเพียงและงบกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงหน่วยงานภาคีในท้องถิ่น ผู้แทนจากโซนรวม 50 คน
Cr: นุชพร

พอช.อีสาน เดินหน้าสร้างชุมชนเข้มแข็ง 20 จังหวัด ชู 892 องค์กรพึ่งตนเอง พร้อมขับเคลื่อนที่อยู่อาศัย–ภัยพิบัติ–ธรรมาภิบาล ...
20/08/2026

พอช.อีสาน เดินหน้าสร้างชุมชนเข้มแข็ง 20 จังหวัด ชู 892 องค์กรพึ่งตนเอง พร้อมขับเคลื่อนที่อยู่อาศัย–ภัยพิบัติ–ธรรมาภิบาล สู่การจัดการตนเอง

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดประชุมคณะอนุกรรมการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 3/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานพัฒนาขบวนองค์กรชุมชนในพื้นที่ 20 จังหวัด พร้อมทบทวนผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 และร่วมกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานในระยะต่อไป โดยมีประเด็นสำคัญทั้งด้านการพัฒนาองค์กรชุมชน การพัฒนาที่อยู่อาศัย การจัดการภัยพิบัติ การบริหารงบประมาณ การยกระดับธรรมาภิบาล ตลอดจนการเตรียมจัดสมัชชาขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในระเบียบวาระแจ้งเพื่อทราบ ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้ากระบวนการสรรหาคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสรรหาผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เพื่อดำเนินกระบวนการสรรหาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สะท้อนถึงการเตรียมความพร้อมด้านการบริหารองค์กรให้สามารถขับเคลื่อนภารกิจการพัฒนาชุมชนได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

สำหรับระเบียบวาระติดตามและสืบเนื่อง ผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2569 ถือเป็นประเด็นสำคัญที่สะท้อนความก้าวหน้าของขบวนองค์กรชุมชนภาคอีสาน โดยพบว่า มีองค์กรชุมชนที่มีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้ 892 องค์กร จากเป้าหมาย 732 องค์กร ขณะที่การขยายผลตำบลต้นแบบดำเนินการได้ครบ 120 ตำบล ตามเป้าหมาย และการพัฒนาระบบนิเวศชุมชน หรือ Eco-system สามารถดำเนินการได้ 34 ตำบล จากเป้าหมาย 25 ตำบล รวมทั้งการขับเคลื่อนจังหวัดบูรณาการสู่จังหวัดจัดการตนเองครบทั้ง 20 จังหวัด สะท้อนให้เห็นถึงการขยับจากการสนับสนุนโครงการรายกิจกรรม ไปสู่การเสริมศักยภาพองค์กรและสร้างกลไกการจัดการตนเองของชุมชนในระยะยาว

ด้านการบริหารงบประมาณ สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับกรอบงบประมาณสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชน 20 จังหวัด จำนวน 1,312 โครงการ รวม 278.04 ล้านบาท โดยที่ประชุมให้ความสำคัญกับการเร่งรัดโครงการที่ยังค้างปิด เนื่องจากเอกสารประกอบการปิดโครงการยังไม่ครบถ้วน เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้

ในส่วนของระเบียบวาระด้านยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงาน ที่ประชุมเน้นแนวทาง “การพัฒนาโดยชุมชนเป็นแกนหลัก” (Community-Driven Development) โดยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงการทำงานตั้งแต่ระดับครัวเรือน ตำบล จังหวัด และระดับภาค พร้อมสานพลังกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคีการพัฒนา เพื่อให้เกิดระบบนิเวศการพัฒนาที่เอื้อต่อการจัดการตนเองของชุมชน โดยเฉพาะการพัฒนา Eco-system ในพื้นที่ 34 ตำบล 4 จังหวัด และการขับเคลื่อนแนวคิด Community for All ที่มุ่งสร้างชุมชนซึ่งสามารถดูแลสมาชิกทุกช่วงวัยและรองรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

สำหรับระเบียบวาระเพื่อพิจารณา ที่ประชุมให้ความสำคัญกับการเตรียมจัด สมัชชาขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะเป็นพื้นที่สำหรับสรุปบทเรียนการทำงานตลอดปี แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เชื่อมโยงเครือข่าย รวมพลังขบวนองค์กรชุมชนและภาคี ตลอดจนร่วมกันกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานในปีต่อไป โดยมุ่งให้สมัชชาฯ เป็นมากกว่าการประชุม แต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การสื่อสาร และการกำหนดอนาคตร่วมกันของขบวนองค์กรชุมชนภาคอีสาน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังพิจารณาการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน ปีงบประมาณ 2569 จำนวน 112 องค์กร ใน 10 จังหวัด เพื่อให้การทำงานขององค์กรชุมชนมีสถานะและกลไกที่ชัดเจน สามารถเชื่อมโยงกับการสนับสนุนของ พอช. และภาคีการพัฒนาได้
ภาพรวมการประชุมครั้งนี้จึงสะท้อนทิศทางสำคัญของ พอช.ภาคอีสาน จากการ “สนับสนุนโครงการ” ไปสู่การ “สร้างระบบนิเวศการพัฒนา” ที่ให้ชุมชนเป็นแกนกลาง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างองค์กรชุมชนที่เข้มแข็ง เสริมศักยภาพให้ประชาชนจัดการตนเองได้ พร้อมรับมือกับภัยพิบัติและความเปลี่ยนแปลง ควบคู่กับการยกระดับธรรมาภิบาลและการรวมพลังเครือข่าย เพื่อสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนให้กับชุมชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
**หมายเหตุ:** ข่าวประชาสัมพันธ์นี้นำเสนอข้อมูลในภาพรวมของการดำเนินงาน โดยคำนึงถึงสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้เกี่ยวข้อง และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ทั้งนี้ ภาพถ่ายที่เผยแพร่ได้รับความยินยอมจากบุคคลที่ปรากฏในภาพก่อนการบันทึกและนำไปใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์เรียบร้อยแล้ว

วันนี้ (20 สค. 2569) เวลา 15.00 น. ระบบออนไลน์พี่น้องอีสาน พูดคุยถามไถ่พี่น้องภาคเหนือ อนุมัติกองทุนภัยพิบัติภาคอีสาน 60...
20/08/2026

วันนี้ (20 สค. 2569) เวลา 15.00 น. ระบบออนไลน์
พี่น้องอีสาน พูดคุยถามไถ่พี่น้องภาคเหนือ อนุมัติกองทุนภัยพิบัติภาคอีสาน 60,000 บาท มอบธารน้ำใจเยียวยาพี่น้องผู้ประสบภัยจังหวัดน่าน

จากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน ส่งผลกระทบกับผู้คน บ้านเรือน สิ่งของ และฯลฯ คณะทำงานภัยพิบัติภาคอีสาน นำโดย อาจารย์สังคม เจริญทรัพย์ แม่สนอง รวยสูงเนิน พี่วิรัตน์ สุขกุล แกนนำ ผช.สุวิมล มีแสง และเจ้าหน้าที่พอช.ภาคอีสาน จัดให้มีการประชุมปรึกษาหารือ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคเหนือ ระหว่างเครือข่ายองค์กรชุมชนภาคเหนือ นำโดยนายกกนกศักดิ์ ดวงแก้วเรือน แกนนำจังหวัดน่าน และอีกหลายจังหวัด ผช.ไชยา พลขาง พร้อมจนท.ภาคเหนือ และคณะทำงานภัยพิบัติภาคอีสาน รวม 34 คน

เป็นการประชุมผ่านระบบออนไลน์ เพื่อส่งกำลังใจ รับฟังสถานการณ์ปัญหา ความเดือดร้อน ความต้องการ และแนวทางในการดำเนินงานรับมือกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นที่จังหวัดน่าน และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งแลกเปลี่ยนบทเรียน มุมมองการรับมือภัยพิบัติร่วมกัน หลังจากนั้นคณะทำงานภัยพิบัติภาคอีสานได้พิจารณาเห็นชอบเงินช่วยเหลือจากกองทุนภัยพิบัติภาคอีสาน จำนวน 60,000 บาท ไปที่บัญชีออมทรัพย์ “ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติโดยขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือ” ธนาคารกรุงไทย สาขาท่าแพ เลขบัญชี 501-0-80833-1 เพื่อเป็นการแสดงน้ำใจ ความห่วงใยจากพี่น้องภาคอีสานสู่พี่น้องภาคเหนือ ในการรับมือกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นต่อไป

พมจ.บุรีรัมย์ ร่วมกับ พอช. จัดเวทีโซน 8 ณ อ.กระสัง ยกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชน “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี” วั...
20/08/2026

พมจ.บุรีรัมย์ ร่วมกับ พอช. จัดเวทีโซน 8 ณ อ.กระสัง ยกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชน “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี”

วันที่ 19 ส.ค. 2569 สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ (พมจ.บุรีรัมย์) ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ จัดกิจกรรม “เวทีพัฒนาศักยภาพแกนนำโซนร่วมกับอำเภอในการจัดสวัสดิการที่สอดคล้องกับบริบทวิถีชีวิตชุมชนและการบริหารจัดการที่ดี” (โซน 8) ณ หอประชุมใหญ่อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีคณะทำงานโซน ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน และผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชนจากพื้นที่อำเภอกระสัง และอำเภอห้วยราช เข้าร่วมจำนวน 40 คน

สำหรับการจัดเวทีในครั้งนี้ นายจตุพร สมวงศ์ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้ร่วมกับเครือข่ายสวัสดิการชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นวิทยากรบรรยาย ในหัวข้อ “พอช. กับการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และแนวทางการขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการชุมชนตามเจตนารมณ์ ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี” พร้อมทั้งบรรยายเติมเต็มเรื่อง “หลักคิดสวัสดิการชุมชน” เพื่อให้แกนนำสร้างความเข้าใจในการจัดสวัสดิการที่ครอบคลุมและตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนในพื้นที่

นอกจากนี้ ภายในเวทียังมีการบรรยายแลกเปลี่ยนเรื่องระบบบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนคุณภาพอย่างยั่งยืน การนำเสนอแนวปฏิบัติที่ดีจากกองทุนสวัสดิการชุมชนต้นแบบ การชี้แจงขั้นตอนการจดรับรองเป็นองค์กรสวัสดิการชุมชนตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 ตลอดจนการร่วมกันทบทวนกลไกเครือข่ายคณะทำงานและวางแผนการดำเนินงานของโซน 8 เพื่อขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชนให้เข้มแข็งและโปร่งใสต่อไป

**หมายเหตุ:** ข่าวประชาสัมพันธ์นี้นำเสนอข้อมูลในภาพรวมของการดำเนินงาน โดยคำนึงถึงสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้เกี่ยวข้อง และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ทั้งนี้ ภาพถ่ายที่เผยแพร่ได้รับความยินยอมจากบุคคลที่ปรากฏในภาพก่อนการบันทึกและนำไปใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์เรียบร้อยแล้ว

ขบวนฯ มุกดาหาร ต่อยอดการขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตมุกดาหาร / 19 สิงหาคม 2569 คณะทำงานขบวน...
20/08/2026

ขบวนฯ มุกดาหาร ต่อยอดการขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต

มุกดาหาร / 19 สิงหาคม 2569 คณะทำงานขบวนองค์กรชุมชนโซน 1 จ.มุกดาหาร ประชุมติดตามการดำเนินงานและออกแบบการขับเคลื่อนงาน ทั้งตามแผนงานโครงการ ปี 2569, การส่งเสริมระบบธรรมภิบาลของขบวนองค์กรชุมชน และออกแบบการบูรณาการช่วยเหลือผู้เปราะบาง

ที่ประชุมได้มีการหารือแนวทางการประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับจังหวัด, การกำหนดแนวทางการพัฒนาโครงการสร้าง “สังคมสุจริต” เพื่อเสนอรับการสนับสนุนจาก ปปช., การทบทวนเป้าหมายการดำเนินงานงวดที่ 2 พร้อมออกแบบเวทีสรุปบทเรียนประจำปี 2569 รวมถึงการทบทวนกรอบการใช้จ่ายงบประมาณระดับโซน

ในการประชุมครั้งนี้ คณะทำงานขบวนองค์กรชุมชนโซน 1 เห็นควรต่อยอดการขับเคลื่อนงานด้านการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยสู่การขับเคลื่อนงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านอื่นๆ โดยกำหนดจัดเวทีบูรณาการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยกลุ่มเปราะบาง ในรูปแบบพิธีการมอบบ้านพอเพียงแก่ครัวเรือนผู้เปราะบาง ที่เป็นเป้าหมายของหน่วยงานภาคี 3 หน่วยงาน (พอช + พมจ + อปท) ซึ่งที่ประชุมคัดเลือกบ้านนายอุทัย โมระดา อายุ 73 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่เทศบาลเมืองมุกดาหาร โดยเป็นผู้รับประโยชน์โครงการบ้านพอเพียง(พอช.) ปี 2569 และเป็นเป้าหมายปรับปรุงบ้านผู้สูงอายุของ สนง.พมจ.มุกดาหาร และเป็นเป้าหมายการสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเทศบาลฯ ซึ่งจะมีการจัดเวทีในวันที่ 15-16 กันยายน 2569

**หมายเหตุ:** ข่าวประชาสัมพันธ์นี้นำเสนอข้อมูลในภาพรวมของการดำเนินงาน โดยคำนึงถึงสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้เกี่ยวข้อง และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ทั้งนี้ ภาพถ่ายที่เผยแพร่ได้รับความยินยอมจากบุคคลที่ปรากฏในภาพก่อนการบันทึกและนำไปใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์เรียบร้อยแล้ว

พมจ.บุรีรัมย์ ร่วมกับ พอช. ลุยจัดเวทีพัฒนาศักยภาพแกนนำโซน 4 หนุนขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชน “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศัก...
18/08/2026

พมจ.บุรีรัมย์ ร่วมกับ พอช. ลุยจัดเวทีพัฒนาศักยภาพแกนนำโซน 4 หนุนขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชน “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี” ณ อ.ลำปลายมาศ

— สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ (พมจ.บุรีรัมย์) ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ จัดกิจกรรม “เวทีพัฒนาศักยภาพแกนนำโซนร่วมกับอำเภอในการจัดสวัสดิการที่สอดคล้องกับบริบทวิถีชีวิตชุมชนและการบริหารจัดการที่ดี” (โซน 4) ณ หอประชุมอำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีคณะทำงานโซน ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน และผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชนจากพื้นที่อำเภอลำปลายมาศ และอำเภอหนองหงส์ เข้าร่วมจำนวน 40 คน

การจัดเวทีในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ เข้าร่วมพร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยมีทีมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชนจาก พอช. ร่วมถ่ายทอดความรู้และแนวทางสำคัญ ได้แก่ น.ส.ดวงเนตร วรโยธา เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชนอาวุโส บรรยายในหัวข้อ “ทิศทางนโยบาย พอช. กับงานสวัสดิการชุมชน” และ นายจตุพร สมวงศ์ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชน ร่วมแลกเปลี่ยนในหัวข้อ “หลักคิดสวัสดิการชุมชน” เพื่อสร้างความเข้าใจที่เข้มแข็งตามเจตนารมณ์ “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี”

นอกจากนี้ เวทียังได้มีการเติมเต็มระบบบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนให้มีคุณภาพอย่างยั่งยืน การนำเสนอแรงบันดาลใจจากกองทุนสวัสดิการชุมชนต้นแบบ การชี้แจงขั้นตอนการจดรับรองเป็นองค์กรสวัสดิการชุมชนตามกฎหมาย ตลอดจนการร่วมกันทบทวนกลไกเครือข่ายและทบทวนแผนการดำเนินงานของคณะทำงานระดับโซน เพื่อมุ่งเน้นให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการกองทุนได้อย่างโปร่งใส และสร้างหลักประกันความมั่นคงให้แก่คนในชุมชนได้อย่างแท้จริง

**หมายเหตุ:** ข่าวประชาสัมพันธ์นี้นำเสนอข้อมูลในภาพรวมของการดำเนินงาน โดยคำนึงถึงสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้เกี่ยวข้อง และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ทั้งนี้ ภาพถ่ายที่เผยแพร่ได้รับความยินยอมจากบุคคลที่ปรากฏในภาพก่อนการบันทึกและนำไปใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์เรียบร้อยแล้ว

พมจ.บุรีรัมย์ ร่วมกับ พอช. เดินหน้าจัดเวทีพัฒนาศักยภาพแกนนำโซน 5 ยกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชน “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างม...
18/08/2026

พมจ.บุรีรัมย์ ร่วมกับ พอช. เดินหน้าจัดเวทีพัฒนาศักยภาพแกนนำโซน 5 ยกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชน “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี”

— สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดกิจกรรม “เวทีพัฒนาศักยภาพแกนนำโซนร่วมกับอำเภอในการจัดสวัสดิการที่สอดคล้องกับบริบทวิถีชีวิตชุมชนและการบริหารจัดการที่ดี” (โซน 5) ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลหนองโบสถ์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีคณะทำงานโซน ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน และผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชนจากพื้นที่อำเภอนางรอง อำเภอชำนิ และอำเภอปะคำ เข้าร่วมจำนวน 40 คน

สำหรับการจัดเวทีในครั้งนี้ นายจตุพร สมวงศ์ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้บรรยายให้ความรู้และสร้างความเข้าใจในหัวข้อ “พอช. กับการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และแนวทางการขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการชุมชนตามเจตนารมณ์ ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี” เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาระบบบริหารจัดการกองทุนที่มีคุณภาพ โปร่งใส และสามารถจัดสวัสดิการที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนในชุมชนได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ภายในเวทียังมีการเติมเต็มความรู้เรื่องระบบการบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนอย่างยั่งยืน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางจากกองทุนสวัสดิการชุมชนต้นแบบ การชี้แจงขั้นตอนการจดรับรองเป็นองค์กรสวัสดิการชุมชนตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม รวมถึงการทบทวนกลไกเครือข่ายคณะทำงานและแผนการดำเนินงานระดับโซน เพื่อให้แกนนำสามารถนำไปปรับใช้ในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างหลักประกันความมั่นคงให้แก่คนในชุมชนต่อไป

**หมายเหตุ:** ข่าวประชาสัมพันธ์นี้นำเสนอข้อมูลในภาพรวมของการดำเนินงาน โดยคำนึงถึงสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้เกี่ยวข้อง และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ทั้งนี้ ภาพถ่ายที่เผยแพร่ได้รับความยินยอมจากบุคคลที่ปรากฏในภาพก่อนการบันทึกและนำไปใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์เรียบร้อยแล้ว

วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่โรงสีข้าวชุมชนตำบลศรีสำราญ อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ มีเวทีหารือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาดเพื่อส...
18/08/2026

วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่โรงสีข้าวชุมชนตำบลศรีสำราญ อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ มีเวทีหารือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาดเพื่อส่งออกข้าวศรีสำราญ เพื่อสร้างการตลาดและสร้างมาตรฐานไปต่างประเทศ โดย นางสาวจันทนา เบญจทรัพย์ รองผู้อำนวยการสถาบันฯ นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ และนางทิพวรรณ หัวหิน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาทุนและองค์กรการเงิน ได้นำทีมผู้เชี่ยวชาญ นักธุรกิจ เอกชน ลงพื้นที่ เพื่อการพัฒนากลุ่มด้านผลิตภัณฑ์และการตลาดเพื่อส่งออกต่างประเทศ การผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ และกำหนดเป็นพื้นที่นำร่องว่า ที่นี่ควรจะเป็นที่แรกในการที่จะร่วมสนับสนุนผลักดันเรื่องมาตรฐานการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และ ระบบการบัญชีการเงิน การผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ ซึ่งคณะหน่วยงานที่มาวันนี้ นำโดย นางสาวสรญา พิบูลกุลสัมฤทธิ์ และทีมงานเอกชนที่มาร่วมกันในวันนี้ จะมาช่วยส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาดและการบัญชีที่ได้มาตรฐานดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีการถกประเด็น การดำเนินการวิสาหกิจเพื่อสังคมมาตรฐาน ราคารับซื้อ การผลิตและการปลูกด้วยกระบวนการ ซึ่งเป็นต้นทุน และ พัฒนาร่วมกันได้ แต่อย่างไรก็ตามจะต้องมีบริษัทเอกชน มารองรับ และประสานด้านการต่างประเทศจะดูกระบวนการขั้นตอนข้าวคาร์บอนต่ำ นั่นคือ จะปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวให้ได้ข้าวคาร์บอนต่ำตามมาตรฐาน UN องค์การสหประชาชาติ เพื่อส่งขายให้องค์กร UN ในการส่งข้าวไปยังประเทศโลกที่ 3 แถบทวีปแอฟริการหรือทั่วโลก แตกระบวนการปลูกขั้นตอนการผลิตข้าวต้องดำเนินการโดยวิธีการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำและขณะเดียวกันสามารถขายคาร์บอนเครดิตไปด้วย ซึ่งเป็นแนวทางที่จะดำเนินการ นอกจากนี้ได้มีข้อคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมในส่วนของตัวแทนเอกชน มีการเชิญเจ้าของโรงสีกรรมการบริษัท นายพิศาล จรรยาเลิศอดุล จากโรงสีเมืองสุรินทร์ ซึ่งต้องการมาแลกเปลี่ยนและสนับสนุนการปรับปรุงกระบวนการการผลิต รวมถึงข้อควรระมัดระวังที่ทาง UN ได้กำหนดไว้ เช่น การใช้แรงงานเด็กที่มีกลุ่มอายุต่ำกว่า 15 ซึ่งป็นเรื่องหนึ่งที่เราไม่รู้ เป็นจุดเล็กๆ น้อยๆ ที่เราต้องช่วยระมัดระวังในหลายๆ เรื่อง
ในขณะที่นายนคร กิติพูลธนากร ที่ปรึกษาด้านกิจกรรมสิ่งแวดล้อม (EIA) นายนิพัธพงษ์ กิติพูลธนากร ที่ปรึกษาด้านการขายสินค้ายั่งยืน นายณัฐวุฒิ กิติพูลธนากร และคณะ ได้ให้ข้อคิดเห็นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน สิ่งที่จะขาดไม่ได้คือ เรื่องของกำลังใจของพี่น้องที่ไม่ยอมท้อถอย ที่ศรีสำราญอาจเคยมีประสบการณ์ที่เลวร้ายในการค้า แต่เราสามารถฟื้นฟูได้ เพราะเรามีทุน ขอให้เราทั้งหลายไม่ย่อท้อต่อปัญหาอุปสรรคที่พบ และอีกประเด็นที่เราต้องมาคิด คือ เรื่องเงิน การบริหารจัดการ การบัญชี การเงิน การลงบันทึก ที่มาของข้าว ข้าวมาจากไหน มาอย่างไร เป็นต้น อีกสำคัญประการหนึ่งคือ การทำเอกสาร ระบบเอกสารกับทางฝั่ง UN ที่เป็นเรื่องข้อบังคับหนึ่ง ดังนั้น เรื่องพวกนี้จะต้องมีการมาช่วยสนับสนุนกัน เรื่องคุณภาพ ซึ่งผู้กำหนดสินค้าสำคัญคือ ผู้ซื้อ ดังนั้นเราต้องทราบรายละเอียดเพื่อการดำเนินการที่ได้มาตรฐานตามที่ผู้ซื้อกำหนด ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ
ด้านตัวแทนชุมชนในพื้นที่ นายทรงศิริ นราพงษ์ ตัวแทนกลุ่มผลิตข้าวข้าวศรีสำราญ ได้เล่าถึงศรีสำราญว่า ได้มีการพัฒนาสถานที่ โรงสีข้าว ตั้งแต่ปี 54 และได้มีการเสนอและพัฒนามาต่อเนื่อง ได้ไบเซอร์ จาก EU USA ประมาณ 440 ไร่ และจาก ออร์แกนิคส์ไทยแลนด์ ประมาณ 500 ไร่ มีการทำทะเบียนคุมไว เรื่องนี้จะเป็นต้นทุนที่ดีของกลุ่มเรา
ตอนบ่ายได้ลงพื้นที่เครือข่ายบ้านมั่นคงชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนการพัฒนาระบบบัญชีสหกรณ์ให้ได้มาตรฐาน โดยมีแม่สนอง รวยสูงเนิน ประธานเครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพ และ นางสาวแสงเดือน ศรีไพรวัลย์ นางสาวเชอรี่ พุ่มแย้ม และคณะตัวแทนจากเครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพ ประมาณ 20 คน ให้การต้อนรับ มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนใน 3 เรื่องสำคัญ คือ เงิน-ข้าว-การเชื่อมโยงการตลาด การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาส่งเสริมในการผลิตและต่อไปชุมชนจะไม่ใช่แค่เป็นเพียงชาวนาผู้ผลิตเท่านั้น แต่องค์กรชุมชนจะสามารถยกระดับไปสู่การเป็นผู้ผลิตวิถีใหม่ ที่สินค้าของชุมชน ได้มาตรฐาน ทั้งในมิติของคุณภาพ(ข้าว)สินค้า มิติของกลไกการบริหารและต้นทุน และมิติเครื่องมือและการเงิน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมาภิบาลด้วยส่วนหนึ่ง และมีมติของการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การยกระดับให้กลุ่ม มีเครดิตไลน์กับธนาคาร การทำบัญชีให้ธนาคารยอมรับ ต้องมาดูว่าทำอย่างไร และรวมถึงกลไกการขาย ใบอนุญาต (license) กลไกการตลาด โครงสร้างราคาที่ต้องมาช่วยพี่น้องชาวบ้าน ซึ่งต้องมีการให้ความรู้ในกลุ่มองค์กรชุมชนผู้ผลิต ซึ่งแนวทางของการพูดคุยแลกเปลี่ยนเป็นไปในแนวทางที่ดีและเปิดประสบการณ์ความรู้ใหม่ๆ และมีแนวทางความร่วมมือร่วมพัฒนากับคณะการลงทุนอย่างยั่งยืน โดยที่ชุมชนจะต้องเพิ่มทักษะและพัฒนาตนเองไม่หยุดนิ่งต่อไป
#การลงดูแปลงนาเกษตรกร เกษตรแปลงใหญ่ #ชมผลิตภัณฑ์กลุ่มเครือข่ายบ้านมั่นคง นารวม โรงน้ำดื่ม

Cr.นางสาวปริญญาภรณ์ พรมดวง สนง.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือรายงาน

**หมายเหตุ:** ข่าวประชาสัมพันธ์นี้นำเสนอข้อมูลในภาพรวมของการดำเนินงาน โดยคำนึงถึงสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้เกี่ยวข้อง และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ทั้งนี้ ภาพถ่ายที่เผยแพร่ได้รับความยินยอมจากบุคคลที่ปรากฏในภาพก่อนการบันทึกและนำไปใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์เรียบร้อยแล้ว

ขบวนองค์กรชุมชนภาคอีสาน ผนึกกำลังภาคีเสริมสร้าง "สังคมสุจริต" 16 – 17 สิงหาคม 2569 สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 3 และ ภาค 4 ร่วมก...
18/08/2026

ขบวนองค์กรชุมชนภาคอีสาน ผนึกกำลังภาคีเสริมสร้าง "สังคมสุจริต"

16 – 17 สิงหาคม 2569 สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 3 และ ภาค 4 ร่วมกับ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), ขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้ง 20 จังหวัด ภาคีเครือข่าย ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อต้านและลดทุจริตในพื้นที่เสี่ยงต่อการทุจริต (ครั้งที่ 2) ณ เดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น อ.เมือง จ.ขอนแก่น

นายสุรศักดิ์ โยธา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 4 กล่าวถึง แนวทางการผนึกกำลังเครือข่ายเพื่อสร้าง “พลังสุจริต” ด้วยพลังของภาคประชาชน ด้านนายหนูเกณฑ์ ศรีบัว หัวหน้าปฏิบัติการชุมชน ผู้แทนผู้อำนวยการ สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงหนือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวถึงการขับเคลื่อนงานเพื่อสร้างจิตสำนึกต่อการต่อต้านการทุจริต โดยเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงที่ผ่านมา

จากนั้นเป็นกระบวนการ Workshop เพื่อทบทวนหลักการการต่อต้านการทุจริตโดยภาคกระชาชน และกระบวนการจัดทำโครงการเพื่อเสนอขอรับบประมาณขับเคื่อนงาน ปี 2670 และนำเสนอ พร้อมกำหนดการนำเสนอร่างโครงการต่อไป

ช่วงท้าย นายธนภณ เมืองเฉลิม ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวขอบคุณผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนและภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วม โดยเน้นย้ำการขับเคลื่อนงานเพื่อต่อต้านการทุจริต โดยพลังภาคประชาชนเป็นส่วนสำคัญในการสร้าง "สังคมสุจริต" ในอนาคต

**หมายเหตุ:** ข่าวประชาสัมพันธ์นี้นำเสนอข้อมูลในภาพรวมของการดำเนินงาน โดยคำนึงถึงสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้เกี่ยวข้อง และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ทั้งนี้ ภาพถ่ายที่เผยแพร่ได้รับความยินยอมจากบุคคลที่ปรากฏในภาพก่อนการบันทึกและนำไปใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์เรียบร้อยแล้ว

ที่อยู่

177/102 หมู่ 17 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง
Khon Kaen District
40000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:30
อังคาร 08:00 - 16:30
พุธ 08:00 - 16:30
พฤหัสบดี 08:00 - 16:30
ศุกร์ 08:00 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6643241851

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พอช.ภาคอีสานผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง พอช.ภาคอีสาน:

ทางลัด

แชร์