02/09/2026
สพป.ตาก เขต 2 และ MECC ยกระดับระบบข้อมูลสุขภาพเด็กต่างด้าว 60 ศูนย์การเรียนรู้ เสริมการเฝ้าระวังโรคในชุมชนชายแดน
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 (สพป.ตาก เขต 2) ร่วมกับศูนย์ประสานงานการจัดการศึกษาเด็กต่างด้าว (Migrant Educational Co-ordination Center: MECC) และภาคีเครือข่าย จัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านระบบข้อมูลสารสนเทศสุขภาพและการศึกษา (Digital Health Information System: DHIS) สำหรับศูนย์การเรียนรู้เด็กต่างด้าว 60 แห่งในจังหวัดตาก เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพเด็กต่างด้าวและเสริมประสิทธิภาพการเฝ้าระวังโรคในพื้นที่ชายแดน
นายวินัย เมฆหมอก ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม โดยมีนายคนองฤทธิ์ สิงหบุตร หัวหน้าเจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานการจัดการศึกษาเด็กต่างด้าว (MECC) กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน
นายคนองฤทธิ์กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทสำคัญต่อการบริหารจัดการข้อมูลด้านการศึกษาและสุขภาพของเด็กต่างด้าวที่กระจายอยู่ตามศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตาก การอบรมครั้งนี้จึงมุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการบันทึก ตรวจสอบ และบริหารจัดการข้อมูลผ่านระบบ DHIS ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการดูแลเด็ก การวางแผนด้านการศึกษา และการส่งเสริมสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภายใต้การสนับสนุนของโครงการ EpiC มีการสนับสนุนบัตรประจำตัวนักเรียนแบบสมาร์ทการ์ดและเครื่องอ่านบัตร (Card Reader) ให้แก่ศูนย์การเรียนรู้เด็กต่างด้าวทั้ง 60 แห่งในจังหวัดตาก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและเชื่อมโยงข้อมูลด้านการศึกษาและสุขภาพ ช่วยให้ศูนย์การเรียนรู้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ สนับสนุนการวางแผนการดูแลเด็กและการเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ด้านนายวินัย กล่าวขอบคุณรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและโครงการ EpiC พร้อมทั้งเสริมว่า ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้ข้อมูลเพื่อประโยชน์ของเด็กและเยาวชน โดยเน้นย้ำว่า “ข้อมูลที่ดี คือพื้นฐานของการดูแลเด็กที่ดี” เพราะข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันจะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผน ประสานความช่วยเหลือ และติดตามการดูแลเด็กได้อย่างทันท่วงที ไม่ว่าเด็กจะมีภูมิหลังอย่างไรก็ควรได้รับโอกาสทางการศึกษาและการคุ้มครองด้านสุขภาพอย่างเหมาะสม
พร้อมกันนี้ ประธานในพิธียังได้ฝากข้อคิดสำคัญ 3 ประการแก่ผู้ปฏิบัติงานในการใช้ระบบ DHIS ได้แก่ ข้อมูลต้องถูกต้องเพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์และการตัดสินใจที่มีคุณภาพ ข้อมูลต้องปลอดภัย โดยคำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสุขภาพ และ ข้อมูลต้องนำไปใช้ประโยชน์ เพื่อการวางแผนการศึกษา การเฝ้าระวัง และการแก้ไขปัญหาสุขภาพของเด็กได้อย่างตรงจุด
ทั้งนี้ ผู้บริหารและภาคีเครือข่ายเห็นตรงกันว่า ความสำเร็จของระบบ DHIS ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการเข้าถึงบริการที่จำเป็นของเด็กต่างด้าว พร้อมทั้งสนับสนุนการเฝ้าระวังโรคและเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านสุขภาพของชุมชนในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน