ประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท PR-Chainat

ประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท PR-Chainat ประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ผลงานและนโยบายสำคัญของรัฐฯ
และประชาสัมพันธ์งานของจังหวัดชัยนาท
(1)

พึ่งพา - PAfé ส่วนหนึ่งของภารกิจฟื้นฟูชุมชนอย่างยั่งยืนของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยสัมผัสประสบการณ์...
06/08/2026

พึ่งพา - PAfé ส่วนหนึ่งของภารกิจฟื้นฟูชุมชนอย่างยั่งยืน
ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย
สัมผัสประสบการณ์ “สุขที่ได้แบ่งปัน”

“อาคารมหินทรเดชานุวัตน์” เป็นอาคารอนุรักษ์ ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๗ บนถนนเพชรบุรี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เป็นที่ตั้งของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

มูลนิธิฯ มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศด้านการบรรเทาทุกข์และจัดการภัยพิบัติอันเกิดจากอุทกภัย (Center of Excellence in Flood Relief and Management) ตามพระนโยบายของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และมุ่งสู่การเป็นต้นแบบของโลกในการบรรเทาทุกข์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยหนึ่งในภารกิจที่มูลนิธิฯ ให้ความสำคัญ ได้แก่ การฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของชุมชนผู้ประสบอุทกภัยอย่างยั่งยืน มูลนิธิฯ จึงก่อตั้งร้าน “พึ่งพา” และ “PAfé”
ขึ้นภายในอาคารมหินทรเดชานุวัตน์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจฟื้นฟูชุมชน อย่างยั่งยืน

▪️ ร้านพึ่งพา ผลิตภัณฑ์ภายในร้านแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่
ผลิตภัณฑ์ที่ระลึกแบรนด์ “พึ่งพา” ซึ่งมูลนิธิฯ ผลิตขึ้นเอง โดยมุ่งสู่แนวทางการสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ด้วยการออกแบบและเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือสามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ได้
“ผลิตภัณฑ์ยั่งยืน” เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรมาจากชุมชนที่มูลนิธิฯ เข้าไปช่วยฟื้นฟูหลังอุทกภัย รวมถึงชุมชนที่มูลนิธิฯ ร่วมกับภาคีเครือข่ายเข้าไปช่วยพัฒนาการออกแบบและคุณภาพ

▪️ PAfé
กาแฟเป็นผลผลิตการเกษตรที่สร้างอาชีพให้ชุมชนหลาย ๆ แห่งที่มูลนิธิฯ ได้เข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟู ประกอบกับการปลูกกาแฟเป็นการช่วยอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ มูลนิธิฯ จึงจัดสรรพื้นที่เป็นร้านกาแฟ เพื่อสนับสนุนเมล็ดกาแฟคุณภาพจากชุมชน รวมถึงนำชา ขนม และวัตถุดิบอื่นจากชุมชน มาสร้างสรรค์เป็นเมนูอาหารและเครื่องดื่มใน PAfé

ทุกการสนับสนุนที่ “พึ่งพา - PAfé” คือ การได้ร่วมแบ่งปันช่วยเหลือชุมชน เพราะรายได้จากการจำหน่ายนำสมทบทุนมูลนิธิฯ ใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างครบวงจร

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

#มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่งภาฯยามยาก #สภากาชาดไทย #สืบสานรักษาต่อยอด #ร้านพึ่งพา

บทเรียนแบบกระจกเงาทรงสอนด้วยความเข้าใจแนวทางอภิบาลพระราชโอรส-พระราชธิดา ฉบับสมเด็จแม่แห่งแผ่นดินการสอนให้รู้จักรับมือและ...
06/08/2026

บทเรียนแบบกระจกเงาทรงสอนด้วยความเข้าใจ
แนวทางอภิบาลพระราชโอรส-พระราชธิดา ฉบับสมเด็จแม่แห่งแผ่นดิน

การสอนให้รู้จักรับมือและควบคุมอารมณ์ ถือเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระกุศโลบายในการอภิบาลพระราชโอรสและพระราชธิดาในเรื่องนี้ได้อย่างแยบคายและเปี่ยมด้วยพระเมตตา

เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ หากทูลกระหม่อมพระองค์ใดทรงแสดงพระอารมณ์หรือพระอาการที่ไม่เหมาะสม แทนที่จะทรงดุหรือทรงลงโทษ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงจะทรงเลือกใช้วิธี “ทรงแสดงพฤติกรรมเช่นนั้นให้ทอดพระเนตร” เพื่อเปรียบเสมือนกระจกสะท้อนให้เห็นภาพการกระทำของพระองค์เอง

เมื่อทูลกระหม่อมทอดพระเนตรเห็นแล้ว สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงจึงมีพระราชดำรัสถามอย่างมีเหตุผลว่า การกระทำเช่นนี้ดีหรือไม่ หากเห็นว่าไม่ดีก็ไม่ควรกระทำ

แนวทางอภิบาลดังกล่าวช่วยให้ทรงตระหนักรู้และปรับปรุงพฤติกรรมได้ด้วยพระองค์เอง ส่งผลให้เมื่อทรงเจริญวัยขึ้น ทุกพระองค์สามารถทรงควบคุมพระอารมณ์ได้เป็นอย่างดี นับเป็นจิตวิทยาการอบรมที่ล้ำลึก อ่อนโยน และเปี่ยมประสิทธิผลอย่างยิ่ง

#คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
#สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เปิดโครงการ“วัยรุ่นชัยนาท สมาร์ทไร้ยา” ย้ำ 2 ไม่ ให้กับนักเรียน นักศึกษา        ณ โรงเรียนอุลิ...
06/08/2026

ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เปิดโครงการ“วัยรุ่นชัยนาท สมาร์ทไร้ยา” ย้ำ 2 ไม่ ให้กับนักเรียน นักศึกษา ณ โรงเรียนอุลิตไพบูลย์ชนูปถัมภ์
วันนี้ 6 สิงหาคม 2569 ที่ โรงเรียนอุลิตไพบูลย์ชนูปถัมภ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลคุ้งสำเภา อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท นายภูมิวัชร์ อุดมทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท พร้อมด้วยพลตำรวจตรี สมพล วงศ์ศรีสุนทร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท, พ.อ.อริชัย กุลวิมลประทีป รอง ผอ.รมน.จังหวัด ช.น.(ท.), นายมรกต ศรีตูมแก้ว นายอำเภอมโนรมย์, สำนักงานศึกษาจังหวัดชัยนาท, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัย-ชัยนาท ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ฯ ก่อนเริ่มมอบนโยบาย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ได้มอบถ้วยเกียรติยศ รางวัลที่ 1 ประเภทโรงเรียนดีเด่น ด้านส่งเสริมกิจกรรมวิชาการเพื่อการศึกษา, มอบถ้วยรางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 รายการโกลด์ฟิงเกอร์ รุ่นนักเรียน, ถ้วยรางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 รายการโกลด์ฟิงเกอร์ รุ่นนักเรียน, ถ้วยรางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 รายการเซอร์คัส รุ่นนักเรียน, ถ้วยรางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 รายการสเปชฮัน รุ่นนักเรียน และโล่รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 ในรายการโครงการแข่งขันทักษะทางด้านมนุษย์ศาสตร์ และสังคมศาสตร์ ระดับชาติ ครั้งที่ 3 รายการ การแข่งขันภาษาถิ่น ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี
โดยนายภูมิวัชร์ อุดมทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท มีนโยบายเน้นย้ำว่า ลูกหลานชัยนาท ลุงผู้ว่าฯ ขอ 2 ไม่ “เป็นคนเก่งได้ โดยไม่พึ่งยาเสพติด” ไม่ ที่ 1 คือ ไม่ลอง และไม่ที่ 2 คือ ไม่อาย โดยที่จะบอก พ่อแม่ ครูอาจารย์ หรือพาไปหาลุงผู้ว่าฯ ที่ห้องทำงาน
สำหรับโครงการ“วัยรุ่นชัยนาท สมาร์ทไร้ยา” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้าแก่นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และระดับอาชีวศึกษาในจังหวัดชัยนาท เพื่อค้นหา ผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า และการกระทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อรวบรวมข้อมูลการกระทำผิดต่างๆ ส่งให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ หรือติดตามเฝ้าระวังป้องกัน และปราบปรามไม่ให้มีการกระทำความผิดกฎหมาย รวมทั้งอาจนำมาขยายผลหรือประยุกต์ใช้ในพื้นที่ อีกทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เชิงรุก ในการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดแก่นักเรียน นักศึกษา ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับอาชีวศึกษา ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ต่อไป
#บำบัดทุกข์บำรุงสุข #พิทักษ์สันติราษฎร์ #พิฆาตยาเสพติด #พิชิตอันธพาล
ส.ปชส.ชัยนาท

กองทัพเรือ อัญเชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลงน้ำเพื่อเตรียมการในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารควันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๙ เวลา ๒๐...
06/08/2026

กองทัพเรือ อัญเชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลงน้ำเพื่อเตรียมการในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

วันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๙ เวลา ๒๐.๓๒ น. กองทัพเรือ ได้จัดให้มีการอัญเชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ลงน้ำ ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในการเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ โดยเมื่อเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ถูกอัญเชิญลงจากคาน นายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ พร้อมกำลังพลประจำเรือ ได้ประกอบพิธีจุดธูปเทียนไหว้แม่ย่านางเรือ และถวายบังคมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นจึงเคลื่อนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ จากคลองบางกอกน้อย ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา มุ่งหน้าสู่อู่ทหารเรือธนบุรี ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร ในเส้นทางสวนเฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา (สถานีรถไฟบางกอกน้อยเดิม) โรงพยาบาลศิริราช ท่ามหาราช ท่าช้าง วัดระฆังโฆษิตาราม ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที จึงเข้าจอดยังอู่หมายเลข ๑ อู่ทหารเรือธนบุรี ทั้งนี้ การอัญเชิญเรือพระที่นั่งลงน้ำ ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งจำนวน ๔ ลำคือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งเอนกชาติภุชงค์ โดยจะอัญเชิญลงน้ำและเข้าจอด ณ อู่หมายเลข ๑ อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ระหว่างวันที่ ๕ - ๘ สิงหาคม ๒๕๖๙ วันละ ๑ ลำ ตามลำดับ

สำหรับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อเรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ ทราบได้จาก บทเห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐ์สุริยวงศ์หรือเจ้าฟ้ากุ้ง ที่ส่งประพันธ์ไว้ว่า “สุพรรณหงส์ทรงผู้ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์ เพียงหงส์ทรงพรหมมินทร์ ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม”

สำหรับเรือพระที่นั่งลำปัจจุบันนี้ เป็นเรือสร้างใหม่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่แล้วเสร็จในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมี พลเรือตรีพระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) เป็นนาวาสถาปนิกผู้ต่อเรือสุพรรณหงส์ โดยจัดให้มีการประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๔๕๔ โขนหัวเรือจำหลักเป็นรูปหงส์ ลงรักปิดทองประดับกระจก มีภู่จามรีห้อย ปลายภู่เป็นแก้วผลึก ภายนอกทาสีดำ ท้องเรือภายในทาสีแดง ตอนกลางลำเรือทอดบัลลังก์กัญญาหรือบุษบกไว้สำหรับเป็นที่ประทับ เรือมีความยาวตลอดลำ ๔๔.๙๐ เมตร กว้าง ๗.๑๗ เมตร ลึก ๐.๙๔ เมตร ใช้กำลังพลรวม จำนวน ๗๑ นาย แยกเป็นกำลังพลประจำเรือ ๖๔ นาย ประกอบด้วย นายเรือ ๒ นาย นายท้าย ๒ นาย ฝีพาย ๕๐ นาย คนถือธงท้าย ๑ นาย พลสัญญาณ ๑ นาย คนขานยาว ๑ นาย คนถือฉัตร ๗ นาย และเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง จำนวน ๗ นาย

และในวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๓๕ องค์การเรือโลกแห่งสหราชอาณาจักร พิจารณามอบรางวัลเรือโลก แก่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ โดยคณะกรรมการองค์การ World Ship Trust เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเหรียญรางวัลเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เหรียญรางวัลมรดกทางทะเล ขององค์การเรือโลกประจำปี พ.ศ.๒๕๓๕ (The World Ship Trust Heritage Award “Suphannahong Royal Barge”) จากนั้นพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานเหรียญรางวัลดังกล่าวแก่ อธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบดูแลรักษาเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์

ทั้งนี้ กองทัพเรือ สำนักพระราชวัง และกรมศิลปากร ได้รับพระราชทาน พระบรมราชานุญาตให้ร่วมกันดำเนินการซ่อมแซมเรือพระที่นั่งและเรือในริ้วขบวน พร้อมทั้งให้ฝึกซ้อมฝีพาย การเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ โดยในส่วนที่กองทัพเรือได้รับมอบหมาย ประกอบด้วย การเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล การฝึกซ้อมฝีพาย การซ่อมทำเรือพระราชพิธี และการเตรียมท่าเทียบเรือ

ในส่วนของการซ่อมบำรุงบำรุงเรือพระราชพิธี อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ได้ดำเนินการสำรวจ และซ่อมเรือพระที่นั่ง/เรือรูปสัตว์ ด้วยวิธีศิลปะภูมิปัญญาประมงพื้นบ้าน การตอกหมันเรือ ซึ่งนำด้ายดิบมาตอกเข้าไป บริเวณร่องระหว่างไม้กระดานเรือให้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำซึมเข้าเรือ จากนั้นจึงได้ชันยาเรือผสมกับน้ำมันยางยาแนวในร่องและทาทั่วทั้งบริเวณนอกลำเรือเพื่อป้องกันเพรียงกินไม้ที่จะทำให้เรือผุเร็ว ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จ และได้ส่งมอบให้กรมศิลปากรดำเนินการประดับตกแต่งตัวเรือตามแผนปฏิบัติงานการจัดขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร โดยภายหลังจากพิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ พิธีสงฆ์ และเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือพระราชพิธีในวันนี้แล้ว จะได้มีการอัญเชิญเรือพระที่นั่งลงน้ำเพื่อเตรียมการในส่วนของการฝึกซ้อมฝีพายในขั้นตอนต่อไป

สำหรับการฝึกฝีพายเรือพระราชพิธี ถือเป็นขั้นตอนสำคัญของการเตรียมความพร้อมกำลังพลในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค โดยขั้นตอนแรก กองทัพเรือ ได้จัดให้มีการฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้ รูปแบบการพายและวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้องแก่ผู้ทำหน้าที่นายเรือพระราชพิธี ๕๘ นาย ผู้ทำหน้าที่นายท้าย เรือพระราชพิธี ๑๐๔ นาย เพื่อไปทำหน้าที่เป็นครูฝึกฝีพายเรือพระราชพิธีของหน่วยรับเรือที่ตนสังกัด

ทั้งนี้ ปัจจุบันการฝึกฝีพายเรือพระราชพิธี อยู่ในขั้นตอนของการฝึกพายในน้ำ ก่อนที่จะมีการฝึกจัดรูปกระบวนในแม่น้ำเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่ในโอกาสต่อไป

อีกส่วนประกอบสำคัญของขบวนพยุหยาตราทางชลมารค คือ “กาพย์เห่เรือ” ซึ่งเป็นท่วงทำนองอันไพเราะและทำให้ฝีพายเกิดความพร้อมเพรียง โดยกาพย์เห่เรือ ที่ใช้ในครั้งนี้ ประพันธ์โดย พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย อดีตผู้อำนวยการกองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นปูชนียบุคคลด้านภาษาไทยและศิลปินดีเด่นจังหวัดราชบุรี ผู้เคยประพันธ์กาพย์เห่เรือ เพื่อใช้ในขบวนพยุหยาตราชลมารคมาแล้ว ๗ ครั้ง โดยปัจจุบันอยู่ในระหว่างการประพันธ์

สำหรับรูปแบบการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ใช้กำลังพลประจําเรือพระราชพิธี ได้คัดเลือกกําลังพล จากหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือ จํานวน ๒,๒๐๐ นาย เรือพระราชพิธี จํานวน ๕๒ ลํา แบ่งออกเป็น ๕ ริ้ว ๓ สาย ความยาว ๑,๒๘๐ เมตร กว้าง ๙๐ เมตร ดังนี้
- ริ้วสายกลางซึ่งเป็นเรือสายสำคัญประกอบด้วยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือประทับพระราชอาสน์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือพระที่นั่งรอง เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เป็นเรือตั้งบุษบกเชิญผ้าพระกฐิน นอกจากนี้มีเรืออีเหลือง เป็นเรือกลองนอก เรือแตงโมเป็นเรือกลองใน (เป็นเรือของผู้บัญชาการขบวนเรือ) พร้อมด้วยเรือตำรวจ และเรือแซง ๗
- ริ้วสายในขนาบข้างสายเรือพระที่นั่ง มีเรือทองขวานฟ้าและเรือทองบ้าบิ่นเป็นเรือประตูหน้า เรือเสือทยานชล และเรือเสือคำรณสินธุ์เป็นเรือพิฆาต เรือรูปสัตว์ ๘ ลำ ได้แก่ เรืออสุรวายุภักษ์ เรืออสุรปักษี เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือครุฑเหินเห็จ เรือครุตเตร็จไตรจักร เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง และปิดท้ายริ้วสายในด้วยเรือเอกไชยเหินหาว และเรือเอกไชยหลาวทองเป็นเรือคู่ชัก
- ริ้วสายนอกประกอบด้วยเรือดั้ง สายละ ๑๑ ลำ และเรือแซง สายละ ๓ ลำ

สำหรับการฝึกจัดรูปกระบวน ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ประกอบด้วย การซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่ ก่อนที่จะมีพิธีจริงในวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ โดยมีขั้นตอนที่สำคัญคือ การซ้อมย่อย ๑๐ ครั้งในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม โดยการซ้อมย่อยครั้งแรกในวันจันทร์ที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๙ (วันที่ ๑๗, ๒๐, ๒๗ สิงหาคม วันที่ ๓, ๘, ๑๗, ๒๓ กันยายน วันที่ ๒, ๘, ๑๕,

และการซ้อมใหญ่ ๒ ครั้ง ในวันที่ ๒๑ และ ๒๘ ตุลาคม ก่อนการจัดพระราชพิธี ซึ่งประชาชนสามารถมีส่วนร่วมโดยรับชมการฝึกซ้อมและร่วมรับเสด็จฯ ได้ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรีถึงวัดอรุณราชวราราม โดยกำลังพลกองทัพเรือทุกนายมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีอันสำคัญยิ่งนี้ และมุ่งมั่นในการทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : กองทัพเรือ Royal Thai Navy

#ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
#ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินพุทธศักราช๒๕๖๙
#พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา๔รอบ
#สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี
#กองทัพเรือ #เรือพระราชพิธี #พระลาน

✨🚣 กำหนดการฝึกจัดรูปกระบวนขบวนพยุหยาตราทางชลมารค พุทธศักราช ๒๕๖๙ 🇹🇭เนื่องในโอกาส **พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ร...
06/08/2026

✨🚣 กำหนดการฝึกจัดรูปกระบวนขบวนพยุหยาตราทางชลมารค พุทธศักราช ๒๕๖๙ 🇹🇭

เนื่องในโอกาส **พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙** กองทัพเรือกำหนดการฝึกจัดรูปกระบวนในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เพื่อการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙

🗓️ กำหนดการฝึกซ้อม

🚣 การซ้อมย่อย
• ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๙
• ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๙
• ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๙
• ๓ กันยายน ๒๕๖๙
• ๘ กันยายน ๒๕๖๙
• ๑๗ กันยายน ๒๕๖๙
• ๒๓ กันยายน ๒๕๖๙
• ๒ ตุลาคม ๒๕๖๙
• ๘ ตุลาคม ๒๕๖๙
• ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๙

⚓ การซ้อมใหญ่
• ครั้งที่ ๑ : ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๙
• ครั้งที่ ๒ : ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๙

👑 วันพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน
📅 วันศุกร์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๙

🚤 การจัดขบวนครั้งนี้ประกอบด้วย
✅ กำลังพลกองทัพเรือ **๒,๒๐๐ นาย**
✅ เรือพระราชพิธี **๕๒ ลำ**
✅ จัดเป็น **๕ ริ้ว ๓ สาย**
📏 ความยาวกระบวน **๑,๒๘๐ เมตร**
📐 ความกว้าง **๙๐ เมตร**

📍 ประชาชนสามารถร่วมรับเสด็จฯ และรับชมการฝึกซ้อมได้ ตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ **สะพานกรุงธนบุรี** ถึง **วัดอรุณราชวราราม**

#ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

📌 “เจเศรษฐ์” รุดลงพื้นที่ตลาดบ้านไร่ทันที ร่วมอำนวยการภารกิจระงับเหตุเพลิงไหม้ เคียงข้างเจ้าหน้าที่เมื่อเวลาประมาณ 22.50...
06/08/2026

📌 “เจเศรษฐ์” รุดลงพื้นที่ตลาดบ้านไร่ทันที ร่วมอำนวยการภารกิจระงับเหตุเพลิงไหม้ เคียงข้างเจ้าหน้าที่

เมื่อเวลาประมาณ 22.50 น. วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องเขียน บริเวณตลาด อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี โดยเจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อาสาสมัคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งระดมกำลังเข้าระงับเหตุอย่างเต็มกำลัง

ทันทีที่ได้รับรายงาน ด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ได้เดินทางออกจากบ้านพักในจังหวัดอุทัยธานีไปยังจุดเกิดเหตุในทันที เพื่อร่วมอำนวยการภารกิจระงับเหตุเพลิงไหม้กับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนการปฏิบัติงานในพื้นที่ พร้อมกำชับให้เร่งควบคุมเพลิงโดยเร็วที่สุด และป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังบ้านเรือนและอาคารข้างเคียง เพื่อลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

นายเจเศรษฐ์ได้ร่วมติดตามการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่าย และกำชับให้ทุกหน่วยบูรณาการการทำงานอย่างเต็มกำลัง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่เป็นสำคัญ พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทันทีภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 01.20 น. ของวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ทั้งหมด และดำเนินการตรวจสอบจุดความร้อน เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบความเสียหายโดยละเอียด รวมถึงสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ และจะรายงานผลให้ทราบต่อไป พร้อมดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบตามระเบียบของทางราชการอย่างเร่งด่วน

“ดีอี” เร่งปราบสแกมเมอร์ สกัด “บัญชีม้า” รวมศูนย์ข้อมูล เร่งคืนเงินผู้เสียหาย “ท่องเที่ยว” กวาดล้าง “ทัวร์เถื่อน-ไกด์เถื...
06/08/2026

“ดีอี” เร่งปราบสแกมเมอร์ สกัด “บัญชีม้า” รวมศูนย์ข้อมูล เร่งคืนเงินผู้เสียหาย “ท่องเที่ยว” กวาดล้าง “ทัวร์เถื่อน-ไกด์เถื่อน” คืนความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 3/2569 และคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569 พิจารณาร่างประกาศหลักเกณฑ์การประกาศรายชื่อ “บัญชีม้า” ทุกสี จากความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสมาคมธนาคารไทย เตรียมเชื่อมโยงฐานข้อมูลข้ามธนาคารแบบเรียลไทม์ หากพบบุคคลใดเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินทุจริตในธนาคารใดธนาคารหนึ่ง ระบบจะระงับบัญชีของบุคคลนั้นทันทีในทุกธนาคาร ซึ่งจะมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกลางใน 3 ระบบ ได้แก่ การเชื่อมโยงฐานข้อมูลธนาคารผ่าน Central Fraud Registry (CFR) สำหรับแลกเปลี่ยนเส้นทางการเงินและรายชื่อบุคคลเสี่ยง ฐานข้อมูลจากระบบตรวจจับพฤติกรรมบัญชีธนาคารที่มีความผิดปกติ ร่วมกับฐานข้อมูลของ ปปง. และฐานข้อมูลจาก AOC 1441 ที่รวบรวมรายชื่อผู้ถูกดำเนินคดี เพื่อยกระดับการปราบปรามบัญชีม้า หากประชาชนที่ถูกระงับบัญชีโดยไม่ได้ตั้งใจ สามารถติดต่อสายด่วน AOC 1441 กด 2 เพื่อปลดล็อกบัญชี สำหรับหลักเกณฑ์การคืนเงินผู้เสียหาย จะให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอคืนเงินผ่านระบบของ ปปง. ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล มีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 อีกทั้ง ธปท. ได้เริ่มกำหนดหลักเกณฑ์การจำกัดวงเงินโอน/ชำระเงินต่อวันผ่านบัญชีธนาคาร และ e-Money ของเยาวชนอายุ 12-18 ปี ไม่เกิน 3,000-10,000 บาทต่อวันตามช่วงอายุ ภายในเดือนตุลาคม 2569 นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกรมการท่องเที่ยวได้ยกระดับ “ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว” ให้เป็นวาระเร่งด่วนสูงสุด ตามนโยบายของนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ครอบคลุมทั้งมิติความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยว และการกวาดล้างภัยคุกคามจากกลุ่มมิจฉาชีพ สแกมเมอร์ การเอารัดเอาเปรียบ ทัวร์เถื่อนและไกด์เถื่อน เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และร่วมกับกระทรวงดีอี ดำเนินโครงการ “ศูนย์รวบรวมข้อมูลนักท่องเที่ยวภายในประเทศ” เพื่อยกระดับแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยเชื่อมโยงข้อมูลและบริการด้านการท่องเที่ยว เพิ่มความสะดวก และความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว

#ดีอีเร่งปราบสแกมเมอร์ #สกัดบัญชีม้า #รวมศูนย์ข้อมูล #เร่งคืนเงินผู้เสียหาย #ท่องเที่ยวกวาดล้างทัวร์เถื่อนไกด์เถื่อน
#คืนความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
#นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

ครม. เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมไทย-เมียนมา กระชับความร่วมมือทุกมิติเพื่อประชาชน ยกระดับจ้างแรงงานข้ามชาติ บริหารจัดการคุณภ...
06/08/2026

ครม. เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมไทย-เมียนมา กระชับความร่วมมือทุกมิติเพื่อประชาชน ยกระดับจ้างแรงงานข้ามชาติ บริหารจัดการคุณภาพน้ำข้ามพรมแดน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบความร่วมมือระหว่างไทย-เมียนมา จำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ 1. เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมของนายกรัฐมนตรีไทยกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในโอกาสการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ระหว่างวันที่ 6 - 7 สิงหาคม 2569 ประโยชน์ที่ได้รับจากร่างแถลงการณ์ร่วมฯ จะช่วยกำหนดทิศทางในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย - เมียนมา เพื่อนำประโยชน์มาสู่ประชาชนทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะด้านความมั่นคงและการรับมือกับภัยคุกคามจากอาชญากรรมข้ามชาติ การส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ และการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามแดน
2. เห็นชอบบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน และบันทึกข้อตกลง (Agreement) ว่าด้วยการจ้างแรงงานระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้ปรับปรุงเอกสารทั้งสองฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน ช่วยให้การจัดส่งและการจ้างแรงงานข้ามชาติระหว่างไทยกับเมียนมาเป็นระบบและต่อเนื่อง แรงงานได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายและสิทธิที่พึงมี ลดปัญหาการลักลอบเข้าเมือง การจ้างงานผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์ 3. เห็นชอบขอบเขตอำนาจหน้าที่ (TOR) คณะทำงานร่วมด้านการจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำที่เป็นพรมแดนและแม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างไทยและเมียนมา เพื่อช่วยสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านคุณภาพน้ำ การแจ้งเตือน การป้องกันและแก้ไขมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมข้ามแดน ระบบนิเวศ สุขภาพ และการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำ โดยขอบเขตอำนาจหน้าที่นี้มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ทุกฝ่ายลงนามในขอบเขตอำนาจหน้าที่ (TOR) ซึ่งการมีกลไกทำงานร่วมระหว่างไทยกับเมียนมา จะทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว

#ครมเห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมไทยเมียนมา #กระชับความร่วมมือทุกมิติเพื่อประชาชน #ยกระดับจ้างแรงงานข้ามชาติ #บริหารจัดการคุณภาพน้ำข้ามพรมแดน #กระทรวงการต่างประเทศ #กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม #กระทรวงแรงงาน #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

เผื่อใครยังโหลดรูปไม่หมด
05/08/2026

เผื่อใครยังโหลดรูปไม่หมด

“มท.3” ผนึก “ปภ.-ท้องถิ่น” ย้ำภัยพิบัติยุคใหม่รุนแรงและซับซ้อนกว่าเดิม ยกระดับความพร้อมรับมือทุกวิกฤต5 สิงหาคม 2569 เวลา...
05/08/2026

“มท.3” ผนึก “ปภ.-ท้องถิ่น”
ย้ำภัยพิบัติยุคใหม่รุนแรงและซับซ้อนกว่าเดิม ยกระดับความพร้อมรับมือทุกวิกฤต

5 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมสัมมนาภายใต้โครงการ “การบริหารท้องถิ่นเพื่อรับมือทุกวิกฤตในโลกปัจจุบัน (Local Government Ready for Every Crisis Today)” พร้อมปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ประสานพลัง ปภ. และท้องถิ่น สู่ยุทธศาสตร์การรับมือภัยพิบัติยุคใหม่” ณ สวนนงนุช จังหวัดชลบุรี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ และผู้เข้าร่วมสัมมนาจากทั่วประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ โรคอุบัติใหม่ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ตลอดจนปัญหาความมั่นคง ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยตรง ดังนั้น การเตรียมความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงให้กับประเทศ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ภัยพิบัติในวันนี้ไม่เหมือนในอดีต แต่มีความรุนแรงมากขึ้น ซับซ้อนมากขึ้น และเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น การบริหารจัดการภัยพิบัติจึงไม่สามารถใช้วิธีการเดิมได้อีกต่อไป ทุกหน่วยงานต้องปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ ยกระดับศักยภาพของบุคลากร นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการวางแผน การแจ้งเตือน การสั่งการ และการช่วยเหลือประชาชน เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ

นายเจเศรษฐ์ ย้ำว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือเป็นหน่วยงานที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด เข้าใจบริบทของพื้นที่ สามารถเข้าถึงชุมชนได้อย่างรวดเร็ว จึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงการจัดบริการสาธารณะ แต่ต้องเป็นผู้นำในการสร้างความพร้อม สร้างความเชื่อมั่น และดูแลความปลอดภัยของประชาชนในทุกสถานการณ์ โดยการทำงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างเป็นระบบ

พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เชิญชวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ส่งเจ้าหน้าที่และบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อเรียนรู้การใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ เทคโนโลยี ระบบบัญชาการเหตุการณ์ และแนวทางการบริหารจัดการสาธารณภัยสมัยใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความพร้อมของท้องถิ่น ทำให้เมื่อเกิดเหตุสามารถประสานงานกับ ปภ. ได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัว และเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“เมื่อเกิดภัย เราไม่ควรเริ่มต้นจากศูนย์ แต่ทุกพื้นที่ต้องมีความพร้อมตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ การเตรียมคน เตรียมเครื่องมือ และเตรียมองค์ความรู้ คือการลดความสูญเสียที่ดีที่สุด และสิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและปลอดภัย” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงมหาดไทยจึงมอบหมายให้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และระบบการบริหารจัดการสาธารณภัยสมัยใหม่ พร้อมเชิญชวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ส่งเจ้าหน้าที่และบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรม ศึกษาดูงาน และเรียนรู้การใช้งานเครื่องมือ อุปกรณ์ เทคโนโลยี รวมถึงระบบบัญชาการเหตุการณ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ มีมาตรฐานเดียวกัน และพร้อมสนับสนุนซึ่งกันและกันเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

ในตอนท้าย นายเจเศรษฐ์ แสดงความเชื่อมั่นว่าการสัมมนาครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการพัฒนาแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อยกระดับศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้พร้อมรับมือกับทุกวิกฤตในอนาคต ก่อนประกาศเปิดการอบรมสัมมนาอย่างเป็นทางการ พร้อมอวยพรให้ผู้เข้าร่วมทุกท่านประสบความสำเร็จในการนำองค์ความรู้ไปต่อยอด เพื่อร่วมกันสร้างความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ

ที่อยู่

ศาลากลางจังหวัดชัยนาท
Muang Chainat
17000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท PR-Chainatผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง ประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท PR-Chainat:

ทางลัด

แชร์