สปสช.เขต 4 สระบุรี

สปสช.เขต 4 สระบุรี องค์กรของรัฐ ด้วยอุดมการณ์เพื่อให้คนไทยไม่ต้องล้มละลายจากค่ารักษาพยาบาล สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 4 สระบุรี เป็นองค์ที่บริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ 30 บาทรักษาทุกโรค รับผิดชอบพื้นที่ 8 จังหวัดภาคกลางได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี สระบุรี ลพบุรีและนครนายก

บริหารงานภายใต้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน
ระดับเขต บริหารงานภายใต้คณะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพเขต (อปสข.) 4 สระบุรี

เปิดเหมือนปกติ

สปสช.ปรับอัตราชดเชยค่ารักษาโควิด-19 ดูแลผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวได้รับบริการเหมาะสมบอร์ด สปสช. มีมติปรับอัตราจ่ายชดเชยค่า...
26/12/2021
สปสช.ปรับอัตราชดเชยค่ารักษาโควิด-19 ดูแลผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวได้รับบริการเหมาะสม

สปสช.ปรับอัตราชดเชยค่ารักษาโควิด-19 ดูแลผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวได้รับบริการเหมาะสม

บอร์ด สปสช. มีมติปรับอัตราจ่ายชดเชยค่าบริการกรณีรับดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใหม่ อ้างอิงตามประกาศ สธ. และราคาตลาดปัจจุบัน พร้อมปรับการจ่ายชดเชยการดูแลผู้ติดเชื้อในโรงพยาบาลสนาม Hospitel และ Hotel Isolation สำหรับการดูแลผู้ป่วยกลุ่มอาการสีเขียว ในอัตราเดียวกับการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน/ชุมชน (HI/CI) เพื่อผู้ติดเชื้อได้รับบริการอย่างเหมาะสม ตรงศักยภาพหน่วยบริการ

ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 13/2564 เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2564 ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน ได้มีมติรับทราบการปรับอัตราจ่ายชดเชยค่าบริการกรณีรับดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งเป็นการปรับใหม่โดยอ้างอิงราคาจากประกาศกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และราคาที่หน่วยบริการหาซื้อได้ตามราคาตลาดปัจจุบัน รวมทั้งปรับการจ่ายชดเชยการดูแลผู้ติดเชื้อในโรงพยาบาลสนาม Hospitel และ Hotel Isolation สำหรับการดูแลผู้ป่วยกลุ่มอาการสีเขียว ในอัตราที่เท่ากับการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน (Home Isolation: HI) และในระบบชุมชน (Community Isolation : CI)

สำหรับรายการที่มีการปรับอัตราจ่ายชดเชยค่าบริการ ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2564 ประกอบด้วย 1. รายการค่าบริการตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันการติดเชื้อโควิด-19 เช่น ค่าตรวจ Antigen จ่ายตามจริงไม่เกิน 300 บาท จากเดิม 450 บาท ค่าตรวจ RT-PCR แบบ 2 ยีน จ่ายตามจริงไม่เกิน 1,300 บาท จากเดิม 1,500 บาท 2. ค่าชุดป้องกันการติดเชื้อ (PPE) สำหรับการดูแลผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองและสีแดง ชุดละ 600 บาท จากเดิม 740 บาท 3. บริการรับส่งต่อผู้ป่วยโรคโควิด-19 สำหรับค่า PPE รวมค่าทำความสะอาดฆ่าเชื้อพาหนะ จ่ายตามจริงไม่เกิน 1,400 บาทต่อครั้ง จากเดิม 3,700 บาท เป็นต้น

นอกจากนี้ในส่วนของการปรับอัตราจ่ายชดเชยค่าบริการผู้ป่วยกลุ่มอาการสีเขียว ที่ดูแลในโรงพยาบาลสนาม Hospitel, Hotel Isolation ในราคาเดียวกับ HI-CI ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2565 เช่น การปรับค่าบริการให้การดูแลรักษาผู้ป่วยใน HI-CI ลดลงเหลือ 10 วัน จากเดิม 14 วัน โดยค่าชุด PPE สำหรับเจ้าหน้าที่ให้บริการ จ่ายตามจริงไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน จากเดิมไม่เกิน 740 บาทต่อวัน เป็นต้น

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. เปิดเผยว่า ตามที่ประชุมบอร์ด สปสช. เมื่อวันที่ 1 พ.ย.2564 ได้มีการให้ สปสช.พิจารณาทบทวนอัตราจ่ายชดเชยค่าบริการให้กับหน่วยบริการที่รับดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในระบบ Hospitel ให้เหมาะสม เนื่องจากได้รับเสียงสะท้อนว่าการจ่ายชดเชยสูงกว่า HI-CI ทำให้เกิดช่องว่าง และมีการนำผู้ติดเชื้อที่อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถดูแลด้วย HI-CI ได้ไปเข้ารับการรักษาใน Hospitel เพราะได้รับการจ่ายชดเชยในอัตราที่สูงกว่า

“บอร์ด สปสช. ได้กำชับในการเฝ้าระวังมิให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากมีหน่วยงานตรวจสอบติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และเพื่อให้ผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการรักษาที่เหมาะสมและตรงตามศักยภาพของหน่วยบริการ” นพ.จเด็จ ระบุ

ด้าน พญ.กฤติยา ศรีประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สายงานบริหารกองทุน สปสช. กล่าวว่า สำหรับการดำเนินงานที่ผ่านมา ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่ดำเนินการ 3 กองทุนรักษาพยาบาล ประกอบด้วย ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนสำนักงานประกันสังคม และผู้แทน สปสช. โดยประชุมร่วมกับผู้แทนจากกรมการแพทย์เพื่อปรับรายการและอัตราจ่ายชดเชยค่าบริการกรณีดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของทั้ง 3 กองทุนให้เป็นไปตามแนวทางเวชปฏิบัติฯ จากสถานการณ์ที่ปรับเปลี่ยนไป และเป็นมาตรฐานทิศทางเดียวกันเพื่อลดภาระด้านการจัดการของหน่วยบริการ ทั้งนี้เมื่อคำนวณจากการใช้บริการปี 2564 คาดว่าในภาพรวมจะช่วยลดการใช้งบประมาณของประเทศ สำหรับค่าใช้จ่ายโรคโควิด-19 ในปี 2565 ได้เป็นจำนวนกว่า 9,600 ล้านบาท

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1330 ตลอด 24 ชม. หรือ คลิก https://lin.ee/zzn3pU6 เพิ่มเพื่อนไลน์กับ สปสช. @nhso

https://www.nhso.go.th/news/3420

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

(n)(h)(s)(o). Today   บอร์ด สปสช. เห็นชอบขยายทั่วประเทศรักษาที่หน่วยปฐมภูมิที่ไหนก็ได้https://www.thecoverage.info/news/...
26/12/2021
บอร์ด สปสช. เห็นชอบ ขยายทั่วประเทศ รักษาที่หน่วยปฐมภูมิที่ไหนก็ได้

(n)(h)(s)(o). Today บอร์ด สปสช. เห็นชอบ
ขยายทั่วประเทศ
รักษาที่หน่วยปฐมภูมิที่ไหนก็ได้
https://www.thecoverage.info/news/content/2915

บอร์ด สปสช. เห็นชอบประกาศขยายบริการทั่วประเทศ ‘ประชาชนที่เจ็บป่วยไปหน่วยบริการปฐมภูมิที่ไหนก็ได้’ หนึ่ง....

เมื่อวงจรชีวิต ต้องอยู่ท่ามกลางโควิด-19 ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น การกลายพันธุ์ สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คน ตีตราผู...
22/12/2021

เมื่อวงจรชีวิต ต้องอยู่ท่ามกลางโควิด-19 ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น การกลายพันธุ์ สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คน ตีตราผู้ติดเชื้อ และส่งผลต่อการใช้ชีวิต
.
The Active ร่วมกับ IHRI และภาคีเครือข่าย เปิดเวทีสื่อสาร ทำความเข้าใจ กล้าออกไปใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย เมื่อโควิด-19ยังต้องอยู่ไปอีกยาว
.
.
ร่วมเสวนาโดย
⚫ จำนงค์ หนูพันธ์ | ประธานชุมชนริมทางด่วนบางนา
⚫ ปานทอง สามารถกุล | แกนนำชุมชนริมทางด่วนบางนา
⚫ จีรนัย จันทร์เจียวใช้ | เจ้าของสถานประกอบการร้านอาหาร
⚫ นพพรรณ พรหมศรี | เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย
⚫ จารุณี ศิริพันธุ์ | ผู้จัดการโครงการด้านการลดการตีตราและเลือกปฏิบัติ สถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี(IHRI)
⚫ อารี คุ้มพิทักษ์ | เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์ประเทศไทย
⚫ พญ.นิตยา ภานุภาค พึ่งพาพงศ์ | ผู้อำนวยการบริหารสถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี (IHRI)
⚫ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี | เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.)
⚫ พิชญาพร โพธิ์สง่า | ดำเนินรายการ
⚫ นิมิตร์ เทียนอุดม ที่ปรึกษาผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ | ดำเนินรายการ
📌 ชมสดพร้อมกัน วันพุธที่ 22 ธันวาคม 2564 เวลา 16.00-17.30 น.
สถานที่ ชุมชนริมทางด่วนบางนา
📣 ถ่ายทอดสดผ่าน Facebook : The Active | Thai PBS | IHRI | สลัมสี่ภาค | บำนาญแห่งชาติ | สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
#COVID19 #โควิด19 #โอมิครอน #Omicron #เชื้อกลายพันธุ์ #วัคซีน #ตีตราสังคม
#ThaiPBS #TheActive

https://www.facebook.com/theactive.net/posts/4875261172505204

เมื่อวงจรชีวิต ต้องอยู่ท่ามกลางโควิด-19 ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น การกลายพันธุ์ สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คน ตีตราผู้ติดเชื้อ และส่งผลต่อการใช้ชีวิต
.
The Active ร่วมกับ IHRI และภาคีเครือข่าย เปิดเวทีสื่อสาร ทำความเข้าใจ กล้าออกไปใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย เมื่อโควิด-19ยังต้องอยู่ไปอีกยาว
.
.
ร่วมเสวนาโดย
⚫ จำนงค์ หนูพันธ์ | ประธานชุมชนริมทางด่วนบางนา
⚫ ปานทอง สามารถกุล | แกนนำชุมชนริมทางด่วนบางนา
⚫ จีรนัย จันทร์เจียวใช้ | เจ้าของสถานประกอบการร้านอาหาร
⚫ นพพรรณ พรหมศรี | เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย
⚫ จารุณี ศิริพันธุ์ | ผู้จัดการโครงการด้านการลดการตีตราและเลือกปฏิบัติ สถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี(IHRI)
⚫ อารี คุ้มพิทักษ์ | เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์ประเทศไทย
⚫ พญ.นิตยา ภานุภาค พึ่งพาพงศ์ | ผู้อำนวยการบริหารสถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี (IHRI)
⚫ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี | เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.)
⚫ พิชญาพร โพธิ์สง่า | ดำเนินรายการ
⚫ นิมิตร์ เทียนอุดม ที่ปรึกษาผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ | ดำเนินรายการ
📌 ชมสดพร้อมกัน วันพุธที่ 22 ธันวาคม 2564 เวลา 16.00-17.30 น.
สถานที่ ชุมชนริมทางด่วนบางนา
📣 ถ่ายทอดสดผ่าน Facebook : The Active | Thai PBS | IHRI | สลัมสี่ภาค | บำนาญแห่งชาติ | สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
#COVID19 #โควิด19 #โอมิครอน #Omicron #เชื้อกลายพันธุ์ #วัคซีน #ตีตราสังคม
#ThaiPBS #TheActive

https://www.facebook.com/theactive.net/posts/4875261172505204

ฟื้นฟู ปท.ต้องคำนึงถึง ‘ศก.ฐานราก’วงถกย้ำความสำคัญ ‘หาบเร่แผงลอย’เอื้อทำกิน-สร้างเมืองที่มีชีวิตhttps://www.thecoverage....
22/12/2021
ฟื้นฟู ปท.ต้องคำนึงถึง ‘ศก.ฐานราก’ วงถกย้ำความสำคัญ ‘หาบเร่แผงลอย’ เอื้อทำกิน-สร้างเมือง

ฟื้นฟู ปท.ต้องคำนึงถึง ‘ศก.ฐานราก’
วงถกย้ำความสำคัญ ‘หาบเร่แผงลอย’
เอื้อทำกิน-สร้างเมืองที่มีชีวิต
https://www.thecoverage.info/news/content/2899

สช.จัดเสวนามองการเปิดเมืองกับ “เศรษฐกิจฐานราก” ทิศทางฟื้นฟูหลังโควิด-19 วงถกชี้ความสำคัญ “หาบเร่-แผงลอย” อ.....

สปสช. ดูแลคุณภาพชีวิตเด็กไทย มอบสิทธิประโยชน์ “แว่นตาสำหรับเด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ”สปสช.ดูแลคุณภาพชีวิต “เด็กไทย” มอบส...
19/12/2021

สปสช. ดูแลคุณภาพชีวิตเด็กไทย มอบสิทธิประโยชน์ “แว่นตาสำหรับเด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ”

สปสช.ดูแลคุณภาพชีวิต “เด็กไทย” มอบสิทธิประโยชน์ “บริการแว่นตาสำหรับเด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ” โดยร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดระบบเข้าถึงบริการตรวจสายตา เน้นคัดกรองกลุ่มเด็กนักเรียนชั้น ป.1 ทั่วประเทศ และนักเรียนชั้นอื่นที่สงสัยมีปัญหาสายตาผิดปกติ มอบแว่นตาเพื่อแก้ไขปัญหาสายตา พร้อมร่วมมอบเป็นของขวัญ “วันเด็กแห่งชาติ” รณรงค์ทุกฝ่าย ร่วมเร่งตรวจคัดกรองสายตาเด็กไทย

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การมองเห็นที่ชัดเจนของสายตาเป็นส่วนสำคัญต่อพัฒนาการของเด็กๆ เพราะเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ แต่มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาสายตาบกพร่องและส่วนหนึ่งไม่ได้รับการแก้ไข จากการศึกษาของโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) การคัดกรองเด็กนักเรียนอนุบาลและประถมศึกษาพบว่ามีความผิดปกติร้อยละ 11.4 และวินิจฉัยยืนยันมีภาวะสายตาผิดปกติถึงร้อยละ 6.6 โดยมีประมาณร้อยละ 4.1 จำเป็นต้องใช้แว่นตา แต่มีเด็กส่วนหนึ่งไม่มีแว่นตาใช้จนเป็นอุปสรรคต่อการเรียนและดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพประชากรประเทศในอนาคตได้

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติตระหนักต่อปัญหาดังกล่าว ภายใต้สิทธิประโยขน์สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่ให้เด็กไทยอายุ 3-12 ปีมีสิทธิได้รับการตรวจคัดกรองสายตา หากจักษุแพทย์ตรวจยืนยันมีภาวะสายตาผิดปกติจะได้รับการแก้ไข สปสช.จึงได้กำหนดเพิ่มเติมให้ “บริการแว่นตาสำหรับเด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ” เป็นสิทธิประโยชน์ที่ชัดเจนในปี 2564 พร้อมเดินหน้าสนับสนุนค่าแว่นตาในปีงบประมาณ 2565 ให้หน่วยบริการที่ตรวจวัดสายตาและจัดหาแว่นตาให้แก่เด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ

นพ.จเด็จ กล่าวว่า เพื่อให้เกิดการเข้าถึงสิทธิประโยชน์บริการแว่นตาสำหรับเด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ สปสช. มีการประชุมร่วมกับผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตามแนวทางที่กรมอนามัยกำหนด คือ จัดบริการเชิงรุกในโรงเรียน เน้นการคัดกรองสายตาเด็กนักเรียนชั้นประถมปีที่ 1 โดยครูจะทำหน้าที่คัดกรองสายตาเบื้องต้นและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจาก รพ.สต.หรือโรงพยาบาลตรวจคัดกรองนักเรียนที่ครูพบผิดปกติซ้ำ จากนั้นจึงส่งต่อไปที่โรงพยาบาล (รพช./รพท./รพศ.) ที่มีจักษุแพทย์และหน่วย Refraction Unit เพื่อตรวจวินิจฉัยยืนยัน วัดค่าสายตา พร้อมสั่งตัดและจัดหาแว่นตาให้ สำหรับเด็กนักเรียนชั้นอื่น เช่น ชั้นอนุบาล และ ป.2-ป.6 หากครูสงสัยว่าอาจมีสายตาผิดปกติ ก็เข้าสู่ระบบการตรวจคัดกรองและมีสิทธิได้รับแว่นตา นอกจากนั้นถ้าพ่อแม่ผู้ปกครองสังเกตเห็นลูกหลานตนเองมีสายตาผิดปกติ เช่น อ่านหนังสือชิดตามากผิดปกติ หรี่ตาหรือทำตาหยีเมื่อเพ่งมอง เป็นต้น ก็สามารถพาลูกหลานไปรับการตรวจคัดกรองสายตาได้ที่ รพ.สต./โรงพยาบาล หากผิดปกติจะได้รับการส่งต่อไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยยืนยันได้เช่นกัน

สำหรับแว่นตา โรงพยาบาลโดยจักษุแพทย์อาจสั่งตัดและประกอบแว่นตาที่หน่วยประกอบแว่นตาในโรงพยาบาล หรือจัดหาจากจักษุคลินิกหรือร้านแว่นตาเอกชนในชุมชน และโรงพยาบาลสามารถเบิกจ่ายชดเชยค่าแว่นตาซึ่งครอบคลุมทั้งค่าเลนส์ กรอบแว่น อุปกรณ์และค่าประกอบแว่นตา ได้จาก สปสช. เด็กที่จักษุแพทย์วินิจฉัยมีสายผิดปกติจำเป็นต้องใช้แว่นตา มีสิทธิรับแว่นตาได้คนละไม่เกิน 1 อันต่อปี

นพ.จเด็จ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้เพื่อให้เกิดการเข้าถึงสิทธิประโยชน์นี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีบทบาทเข้าร่วมขับเคลื่อนผ่าน “กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น” หรือ กปท. ในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับการนำพาเด็กนักเรียนไปรับบริการที่โรงพยาบาล 3 ครั้ง ได้แก่ การรับบริการตรวจวินิจฉัย การรับแว่นตา และรับบริการตรวจประเมินเมื่อครบ 6 เดือน ซึ่ง สปสช. จะทำหนังสือประสานแจ้งไปยัง อปท. ทั่วประเทศต่อไป

ทั้งนี้เพื่อมอบสิทธิประโยชน์นี้ให้เป็นของขวัญเด็กไทยทั่วประเทศ เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ปี 2565 สปสช.ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย กรมการแพทย์ คณะกรรมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service plan) สาขาตา ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ดำเนินการ “โครงการเด็กไทยสายตาดี” ในช่วงสัปดาห์วันเด็กแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 4-14 มกราคม 2565 เพื่อเป็นการรณรงค์ให้เกิดความตื่นตัว เร่งคัดกรองสายตาให้กับเด็กไทยเพื่อค้นหาเด็กที่มีสายตาผิดปกติให้ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว

//////////////19 ธันวาคม 2564

หมายเหตุ ตรวจสอบรายชื่อโรงพยาบาลที่มีหน่วยตรวจตา (Refraction Unit) ประจำปี 2565
https://www.nhso.go.th/downloads/183

สปสช. ดูแลคุณภาพชีวิตเด็กไทย มอบสิทธิประโยชน์ “แว่นตาสำหรับเด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ”

สปสช.ดูแลคุณภาพชีวิต “เด็กไทย” มอบสิทธิประโยชน์ “บริการแว่นตาสำหรับเด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ” โดยร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดระบบเข้าถึงบริการตรวจสายตา เน้นคัดกรองกลุ่มเด็กนักเรียนชั้น ป.1 ทั่วประเทศ และนักเรียนชั้นอื่นที่สงสัยมีปัญหาสายตาผิดปกติ มอบแว่นตาเพื่อแก้ไขปัญหาสายตา พร้อมร่วมมอบเป็นของขวัญ “วันเด็กแห่งชาติ” รณรงค์ทุกฝ่าย ร่วมเร่งตรวจคัดกรองสายตาเด็กไทย

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การมองเห็นที่ชัดเจนของสายตาเป็นส่วนสำคัญต่อพัฒนาการของเด็กๆ เพราะเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ แต่มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาสายตาบกพร่องและส่วนหนึ่งไม่ได้รับการแก้ไข จากการศึกษาของโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) การคัดกรองเด็กนักเรียนอนุบาลและประถมศึกษาพบว่ามีความผิดปกติร้อยละ 11.4 และวินิจฉัยยืนยันมีภาวะสายตาผิดปกติถึงร้อยละ 6.6 โดยมีประมาณร้อยละ 4.1 จำเป็นต้องใช้แว่นตา แต่มีเด็กส่วนหนึ่งไม่มีแว่นตาใช้จนเป็นอุปสรรคต่อการเรียนและดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพประชากรประเทศในอนาคตได้

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติตระหนักต่อปัญหาดังกล่าว ภายใต้สิทธิประโยขน์สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่ให้เด็กไทยอายุ 3-12 ปีมีสิทธิได้รับการตรวจคัดกรองสายตา หากจักษุแพทย์ตรวจยืนยันมีภาวะสายตาผิดปกติจะได้รับการแก้ไข สปสช.จึงได้กำหนดเพิ่มเติมให้ “บริการแว่นตาสำหรับเด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ” เป็นสิทธิประโยชน์ที่ชัดเจนในปี 2564 พร้อมเดินหน้าสนับสนุนค่าแว่นตาในปีงบประมาณ 2565 ให้หน่วยบริการที่ตรวจวัดสายตาและจัดหาแว่นตาให้แก่เด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ

นพ.จเด็จ กล่าวว่า เพื่อให้เกิดการเข้าถึงสิทธิประโยชน์บริการแว่นตาสำหรับเด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ สปสช. มีการประชุมร่วมกับผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตามแนวทางที่กรมอนามัยกำหนด คือ จัดบริการเชิงรุกในโรงเรียน เน้นการคัดกรองสายตาเด็กนักเรียนชั้นประถมปีที่ 1 โดยครูจะทำหน้าที่คัดกรองสายตาเบื้องต้นและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจาก รพ.สต.หรือโรงพยาบาลตรวจคัดกรองนักเรียนที่ครูพบผิดปกติซ้ำ จากนั้นจึงส่งต่อไปที่โรงพยาบาล (รพช./รพท./รพศ.) ที่มีจักษุแพทย์และหน่วย Refraction Unit เพื่อตรวจวินิจฉัยยืนยัน วัดค่าสายตา พร้อมสั่งตัดและจัดหาแว่นตาให้ สำหรับเด็กนักเรียนชั้นอื่น เช่น ชั้นอนุบาล และ ป.2-ป.6 หากครูสงสัยว่าอาจมีสายตาผิดปกติ ก็เข้าสู่ระบบการตรวจคัดกรองและมีสิทธิได้รับแว่นตา นอกจากนั้นถ้าพ่อแม่ผู้ปกครองสังเกตเห็นลูกหลานตนเองมีสายตาผิดปกติ เช่น อ่านหนังสือชิดตามากผิดปกติ หรี่ตาหรือทำตาหยีเมื่อเพ่งมอง เป็นต้น ก็สามารถพาลูกหลานไปรับการตรวจคัดกรองสายตาได้ที่ รพ.สต./โรงพยาบาล หากผิดปกติจะได้รับการส่งต่อไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยยืนยันได้เช่นกัน

สำหรับแว่นตา โรงพยาบาลโดยจักษุแพทย์อาจสั่งตัดและประกอบแว่นตาที่หน่วยประกอบแว่นตาในโรงพยาบาล หรือจัดหาจากจักษุคลินิกหรือร้านแว่นตาเอกชนในชุมชน และโรงพยาบาลสามารถเบิกจ่ายชดเชยค่าแว่นตาซึ่งครอบคลุมทั้งค่าเลนส์ กรอบแว่น อุปกรณ์และค่าประกอบแว่นตา ได้จาก สปสช. เด็กที่จักษุแพทย์วินิจฉัยมีสายผิดปกติจำเป็นต้องใช้แว่นตา มีสิทธิรับแว่นตาได้คนละไม่เกิน 1 อันต่อปี

นพ.จเด็จ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้เพื่อให้เกิดการเข้าถึงสิทธิประโยชน์นี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีบทบาทเข้าร่วมขับเคลื่อนผ่าน “กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น” หรือ กปท. ในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับการนำพาเด็กนักเรียนไปรับบริการที่โรงพยาบาล 3 ครั้ง ได้แก่ การรับบริการตรวจวินิจฉัย การรับแว่นตา และรับบริการตรวจประเมินเมื่อครบ 6 เดือน ซึ่ง สปสช. จะทำหนังสือประสานแจ้งไปยัง อปท. ทั่วประเทศต่อไป

ทั้งนี้เพื่อมอบสิทธิประโยชน์นี้ให้เป็นของขวัญเด็กไทยทั่วประเทศ เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ปี 2565 สปสช.ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย กรมการแพทย์ คณะกรรมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service plan) สาขาตา ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ดำเนินการ “โครงการเด็กไทยสายตาดี” ในช่วงสัปดาห์วันเด็กแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 4-14 มกราคม 2565 เพื่อเป็นการรณรงค์ให้เกิดความตื่นตัว เร่งคัดกรองสายตาให้กับเด็กไทยเพื่อค้นหาเด็กที่มีสายตาผิดปกติให้ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว

//////////////19 ธันวาคม 2564

หมายเหตุ ตรวจสอบรายชื่อโรงพยาบาลที่มีหน่วยตรวจตา (Refraction Unit) ประจำปี 2565
https://www.nhso.go.th/downloads/183

บอร์ด สปสช.เคาะสิทธิประโยชน์ใหม่ 6 รายการ ค้นหายีนมะเร็งเต้านม-แจกยา PEP ป้องกันเอชไอวีhttps://www.nhso.go.th/news/3406
14/12/2021
บอร์ด สปสช.เคาะสิทธิประโยชน์ใหม่ 6 รายการ ค้นหายีนมะเร็งเต้านม-แจกยา PEP ป้องกันเอชไอวี

บอร์ด สปสช.เคาะสิทธิประโยชน์ใหม่ 6 รายการ ค้นหายีนมะเร็งเต้านม-แจกยา PEP ป้องกันเอชไอวี
https://www.nhso.go.th/news/3406

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

*`พรุ่งนี้....แล้วนะคะ เรามีนัดการมาฟัง งานดีดี ...อีกงาน`* *`15 ธค. 64 เวลา 09.00 - 11.00 น.`* *`" ความเป็นมา แนวคิด แล...
14/12/2021

*`พรุ่งนี้....แล้วนะคะ เรามีนัดการมาฟัง งานดีดี ...อีกงาน`*
*`15 ธค. 64 เวลา 09.00 - 11.00 น.`*
*`" ความเป็นมา แนวคิด และหลักการของ ระบบหลักกันสุขภาพแห่งชาติ"`*
*`ลงทะเบียน มากันเลยนะคะ`*

*`พรุ่งนี้....แล้วนะคะ เรามีนัดการมาฟัง งานดีดี ...อีกงาน`*
*`15 ธค. 64 เวลา 09.00 - 11.00 น.`*
*`" ความเป็นมา แนวคิด และหลักการของ ระบบหลักกันสุขภาพแห่งชาติ"`*
*`ลงทะเบียน มากันเลยนะคะ`*

สปสช.แจงผู้ประกันตนกรณีเงินช่วยเหลือแพ้วัคซีนโควิดล่าช้า เหตุค้างสะสมจากข้อติดขัดประกาศประกันสังคมhttps://www.nhso.go.th...
11/12/2021

สปสช.แจงผู้ประกันตนกรณีเงินช่วยเหลือแพ้วัคซีนโควิดล่าช้า เหตุค้างสะสมจากข้อติดขัดประกาศประกันสังคม
https://www.nhso.go.th/news/3402

สปสช.แจงผู้ประกันตนกรณีเงินช่วยเหลือแพ้วัคซีนโควิดล่าช้า เหตุค้างสะสมจากข้อติดขัดประกาศประกันสังคม
https://www.nhso.go.th/news/3402

‘อนุทิน’ ลงนามโอนเงินกว่า 2 หมื่นล้านบาท ชดเชยค่าบริการรอจ่ายช่วงโควิดhttps://www.thecoverage.info/news/content/2859
10/12/2021
‘อนุทิน’ ลงนามโอนเงิน กว่า 2 หมื่นล้านบาท ชดเชยค่าบริการรอจ่ายช่วงโควิด

‘อนุทิน’ ลงนามโอนเงิน
กว่า 2 หมื่นล้านบาท
ชดเชยค่าบริการรอจ่ายช่วงโควิด
https://www.thecoverage.info/news/content/2859

“อนุทิน” ลงนามโอนเงินกว่า 2 หมื่นล้านบาท ชดเชยค่าบริการหน่วยบริการและสถานพยาบาลที่รอจ่าย จากการให้บริการ...

กต.-สธ.-สปสช.จัดงาน UHC Day ปี 64 ย้ำหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าช่วยไทยผ่านสถานการณ์โควิดได้ดีวันหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสา...
10/12/2021

กต.-สธ.-สปสช.จัดงาน UHC Day ปี 64 ย้ำหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าช่วยไทยผ่านสถานการณ์โควิดได้ดี

วันหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสากล (UHC Day) ปี 2564 ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ลงทุนในระบบสุขภาพเพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน ประเทศไทยย้ำหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าช่วยไทยผ่านสถานการณ์โควิดได้ดี พร้อมร่วมมือกับนานาชาติแบ่งปันประสบการณ์ของไทยและผลักดันหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้เกิดขึ้นทั่วโลก และพัฒนาหลักประกันสุขภาพของไทยเพื่อเป็นเครื่องมือในการรับมือกับการแพร่ระบาดโรคโควิดครั้งใหม่

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2564 ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดงานวันหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสากล 2021 : ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ลงทุนในระบบสุขภาพ เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน จัดโดยกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การดำเนินงานระบบหลักประกันสุขภาพของประเทศไทย โดยมี นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี พร้อมด้วยภาคประชาสังคม นักการทูตจากหลายประเทศ รวมทั้งผู้แทนจากองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency: JICA) ประจำประเทศไทย เข้าร่วมงานด้วย

ที่อยู่

Phichai Narong Songkhram 1
Mueang Saraburi District
18000

เบอร์โทรศัพท์

+6636213289

เว็บไซต์

www.nhso.go.th

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สปสช.เขต 4 สระบุรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Mueang Saraburi District บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

#งานดีๆๆ​ รับชมกันยาวๆไป
อยากทราบข้อมูลปัจจุบัน ว่าผู้เสียชีวิตสืบเนื่องมาจากการฉีดวัคซีน ในพื้นที่รับผิดชอบของ สปสช.เขตที่ 4 สระบุรีรวมมีผู้เสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนทั้งหมดกี่ราย มีจัง หวัดอะไรบ้าง ส่วนที่จังหวัดอ่างทองมีกี่ราย ครับ
สปสช.ย้ำคนไทยกลุ่มเสี่ยงคัดกรองโควิดไม่เสียค่าใช้จ่าย หลังพบต่างชาติติดเชื้อเข้า ปท.ไม่กักตัว https://www.isranews.org/article/isranews-short-news/90396-nhso-10.html
HBD
ประชมการขอรับค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข
ช่วยตรวจสอบด้วยค่าว่าผิดไหมทนไม่ได้ค่านี้นมรัฐนะค่ะ
ทำอย่างไรให้พ้นวิกฤตระดับ 7
สอบถามครับ จะย้ายสิทธิบัตรทอง จากจังหวัดกำแพงเพชร มา จังหวัดลพบุรี ต้องทำอย่างไรบ้างครับ คือมาประกอบอาชีพค้าขาย พักอยู่บ้านญาติ ที่ลพบุรีครับ
เงินงเราะห์บุตรเดือนแรกย้อนหลังได้พร้อมกันไหม
การทำแผนยุทธ์ศาสตร์กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นตำบลบางรักน้อยโดยมีอาจารย์วิเชษฐ์หัวหน้ากองสาธารณสุขเทศบาลตำบลเชียงรากน้อยจังหวัดอยุธยามาเป็นวิทยากรให้คำแนะนำที่ดีมากค่ะ