25/07/2026
📍 เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต‼️
🔎 สัปดาห์นี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ชวนอ่าน ซีรีส์เกร็ดความรู้ชุดใหม่ กับประเด็น "การทุจริตของเจ้าพนักงาน โดยใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้ต้องหา และบิดเบือนกระบวนการยุติธรรม" ⚖️🚔
📖 พบกับตอนแรก เรื่อง "แจ้งข้อกล่าวหาและส่งตัวผู้ต้องหาไม่ครบถ้วน"
⚠️ กรณีศึกษานี้สะท้อนให้เห็นว่า การทุจริตในกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย ไม่เพียงเอื้อประโยชน์ให้ผู้กระทำผิด แต่ยังส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม และหลักธรรมาภิบาลของภาครัฐ 🏛️ แล้วข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกันครับ
📝 นาย ก. ขณะมียศร้อยตำรวจเอกในฐานะพนักงานสอบสวนคดีที่ นาย ว. ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 จำนวน 2 คดี คดีแรกสั่งจ่ายเงิน 500,000 บาท คดีที่สองสั่งจ่ายเงิน 2,000,000 บาท โดยทั้ง 2 คดี มีนาย พ. เป็นผู้เสียหาย เมื่อนาย ก. จับกุมผู้ต้องหาได้ นาย ก. สอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 คดี แต่ดำเนินคดีและนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังเฉพาะคดีแรก ซึ่งมีจำนวนเงินในเช็คน้อย โดยไม่ระบุในคำร้องฝากขังให้ศาลทราบว่าผู้ต้องหายังตกเป็นผู้ต้องหาคดีอื่นอีก กับไม่คัดค้านการประกันตัวและไม่ขออายัดตัวผู้ต้องขังต่อผู้บัญชาการเรือนจำ เนื่องจากนาย ก. ได้แถลงต่อศาลขอนำตัวผู้ต้องหาขังที่ สน.หัวหมาก ต่อมาเมื่อสอบสวนเสร็จทั้ง 2 คดี ผู้ถูกกล่าวหากลับส่งสำนวนคดีแรกให้พนักงานอัยการเพียงคดีเดียว โดยไม่แจ้งให้พนักงานอัยการทราบว่านาย ว. ตกเป็นผู้ต้องหาอีกคดีหนึ่ง เป็นเหตุให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องผู้ต้องหาเพียงคดีเดียว ซึ่งผู้ต้องหาได้ยื่นขอประกันตัวและหลบหนีประกันในชั้นศาลไม่สามารถนำตัวมาลงโทษจนถึงปัจจุบัน การกระทำของนาย ก. จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย
⚖️มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.
การกระทำของนาย ก. เป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 85 วรรคสอง และมาตรา 98 วรรคสองประกอบพระราชบัญญัติข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521 มาตรา 45 และพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ พ.ศ. 2477 มาตรา 5 (12) และเป็นความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
📲 ติดตาม "เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต" ตอนต่อไป พร้อมกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ได้อีกครั้งในสัปดาห์หน้าครับ ✨