เครือข่ายท้องไม่พร้อม

เครือข่ายท้องไม่พร้อม ติดตามผลหลังประกาศพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ความผิดฉบับที่ 28 พ.ศ. 2564

เครือข่ายสนับสนุนทางเลือกของผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม ขับเคลื่อนเพื่อสร้างสะพานข้ามข้อจำกัด เปิดทุกทางเลือกที่เป็นจริง รับฟังเสียงของผู้หญิงอย่างตั้งใจ ปราศจากอคติ และ การตีตรา การขับเคลื่อนทางมุ่งให้ผู้หญิงที่อยู่ในสถานการณ์ท้องไม่พร้อมสามารถเข้าถึงทางเลือกและบริการต่าง ๆ ที่ต้องการได้อย่างปลอดภัยและตามกฎหมาย โดยรวมเอาทุกภาคส่วนของคน/องค์กรที่ทำงานเกี่ยวข้องมาร่วมทำงานเป็นเครือข่าย
เกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายทำแท้ง เครือข่ายฯ ได้ร่วมกับ เครือข่าย RAS ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับกฎหมายทำแท้งว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ 4/2563 ต่อประมวลกฎหมายอาญามาตรา 301 เกี่ยวกับความผิดฐานทำให้แท้งลูก ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญตามมาตรา 28 ว่าด้วยเรื่องสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย จน ปัจจุบันได้มีการแก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับความผิดฐานทำให้แท้งลูก ประกาศเป็นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 28 พ.ศ. 2564 โดยแก้ไขมาตรา 301 ขยายอายุครรภ์ให้หญิงสามารถทำแท้งได้ภายในอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ ไม่เป็นความผิด และเพิ่มเหตุยกเว้นความผิดต่อการยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างถูกกฎหมายไว้ในมาตรา 305 ใน 5 กรณี ได้แก่
(1) หญิงที่ตั้งครรภ์ต่อไปจะเสี่ยงต่ออันตรายทางสุขภาพทางกายหรือจิตใจ
(2) ความเสี่ยงหรือเหตุผลทางการแพทย์ที่ควรเชื่อว่าหากทารกที่คลอดออกมาจะมีความผิดปกติทุพพลภาพร้ายแรง
(3) หญิงยืนยันต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมว่าตั้งครรภ์เนื่องจากมีการกระทำความผิดทางเพศ (4) หญิงที่อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ยืนยันจะยุติการตั้งครรภ์
(5) หญิงซึ่งมีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 24 สัปดาห์ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์ ภายหลังการตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือกจากหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง กฎหมายได้มีผลบังคับใช้มตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564

อย่างไรก็ตาม ทางปฏิบัติ กระทรวงสาธารณสุขยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนให้สถานพยาบาลทุกแห่งต้องจัดบริการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมาย ดังนั้น สถานพยาบาลที่ไม่มี/ไม่สามารถจัดบริการดังกล่าวได้ ข้อบังคับแพทยสภาได้กำหนดให้ต้องส่งต่อหญิงนั้นให้เข้าถึงสถานบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยโดยไม่ชักช้า
และกฎหมายยังมีช่องว่าง โดยขาดการสร้างกลไกการร้องเรียนสำหรับผู้รับบริการที่อาจเผชิญปัญหาการถูกปฏิเสธหรือถูกละเมิดสิทธิตามที่กฎหมายรับรองไว้
เพื่อเป็นการติดตามผลที่เกิดขึ้นหลังจากมีการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว จึงได้มีการพัฒนากลไกการร้องเรียนออนไลน์ต่อการถูกละเมิดสิทธิตามกฎหมายเรื่องการทำแท้งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
1. เพื่อเป็นช่องทางแก่ผู้ที่ท้องไม่พร้อมและเลือกยุติการตั้งครรภ์ ที่ถูกปฏิเสธหรือมีการละเมิดสิทธิไม่เป็นไปตามกฎหมายที่รับรองไว้ ได้เข้าถึงบริการปรึกษาและความช่วยเหลือในรูปแบบต่าง ๆ
2. เพื่อเป็นข้อมูลนำเข้าต่อการพัฒนาข้อเสนอแนะต่อการสร้างกลไกการร้องเรียนในอนาคต

https://www.facebook.com/share/p/1HSwgFqwFC/
22/05/2026

https://www.facebook.com/share/p/1HSwgFqwFC/

เรื่องการทำแท้งได้กลายเป็นประเด็นให้พูดถึงอีกครั้ง จากรายการ ‘อย่าหาว่าน้าสอน’ ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 13 พ.ค.2569 โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งโทรไปปรึกษาน้าเน็กผู้เป็นเจ้าของรายการ ว่าเธอตั้งท้องและทำให้คนรักอยากเลิกรา เธอจึงต้องการยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งคำตอบส่วนหนึ่งที่เธอได้รับก็คือ “แค่อยาก ***กัน สุดท้ายเอาออก อย่าอ้างเศรษฐกิจ อย่าอ้างความยากลำบาก อย่าอ้างไม่มีเงิน ไม่มีทอง อย่าอ้างพร้อม ไอ*** มึงก็แค่กระจอก”
คำตอบนี้นับว่าเป็นการลดทอนคุณค่าของผู้ที่เลือกยุติการตั้งครรภ์ ทั้งยังเป็นการเพิกเฉยต่อเงื่อนไขสำคัญในชีวิตของเธอคนนั้น รวมถึงสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของเธอไปโดยปริยาย โดยหลังจากข้อความนี้ได้เผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตจำนวนมากที่พุ่งเป้าโจมตีเจ้าของเรื่องที่โทรมาขอคำปรึกษา ซึ่งสะท้อนได้ว่าคนจำนวนมากในสังคมไทยยังเต็มไปด้วยอคติต่อผู้ทำแท้ง และมองว่า ‘ความรับผิดชอบ’ หมายถึงการต้องคลอดออกมาเพียงเท่านั้น
ทั้งที่ปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายที่อนุญาตให้ทำแท้ง นั่นคือประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 และ 305 ที่อนุญาตให้อายุครรภ์ไม่เกิน 12 หรือ 20 สัปดาห์เข้ารับการยุติการตั้งครรภ์ได้ และในหลายๆ กรณี การทำแท้งก็เป็นทางเลือกในการป้องกันไม่ให้อีกหนึ่งชีวิต ต้องเกิดมาเผชิญกับต้นทุนติดลบหรือสภาพแวดล้อมที่ขาดความพร้อม
ในแง่หนึ่ง การตัดสินใจที่จะไม่คลอด ก็นับว่าเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อชีวิตที่ต้องเกิดมาเช่นกัน
ที่สำคัญ ตัวผู้ตั้งครรภ์เองก็ต้องใช้ความกล้าหาญเป็นอย่างมากในการตัดสินใจ เพราะในสังคมบ้านเรายังเต็มไปด้วยการตีตรา ทั้งจากคนในสังคม (ซึ่งกรณีรายการอย่าหาว่าน้าสอนนี้ก็ช่วยยืนยันว่ามันเกิดขึ้นจริง) หรือกระทั่งบุคลากรทางการแพทย์ที่มีหน้าที่ให้บริการ การเลือกทางเดินนี้จึงเป็นการเผชิญหน้ากับความจริงที่ ‘ไม่ง่าย’ ซึ่งถือว่าห่างไกลจากคำว่า ‘กระจอก’ หรือการหนีปัญหามากนัก
ผู้ตั้งครรภ์รู้ดีว่าตนเองต้องเผชิญกับอะไร โดยเฉพาะบาดแผลทางจิตใจที่อาจอยู่กับเธอคนนั้นไปอีกยาวนาน ทั้งการตั้งคำถามกับตัวเอง เผชิญคำถามจากสังคม บางคนอาจต้องถูกหลอกหลอนด้วยเรื่องบาปกรรมหรือเรื่องผีสางที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทยซึ่งหลายคนมักหยิบมายัดเยียดใส่ผู้ที่เลือกทำแท้ง ทั้งที่การตัดความเสี่ยงที่เด็กคนหนึ่งจะต้องเกิดมาเผชิญความยากลำบากซึ่งจะส่งผลต่อเด็กคนหนึ่งไปทั้งชีวิต ไม่ใช่ความผิดบาปด้วยซ้ำ
และหากจะว่าถึงสาเหตุของปัญหาท้องไม่พร้อม แน่นอนว่าเรายังคงต้องสื่อสารเรื่องการป้องกันเมื่อมีเพศสัมพันธ์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกกรณีที่เลือกทำแท้งนั้นเกิดจากการไม่ป้องกัน อย่างที่ ‘มูลนิธิทำทาง’ ระบุถึงสถิติว่า “คนที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อมส่วนมากผ่านการคุมกำเนิด แต่การคุมกำเนิดทุกประเภทล้วนมีโอกาสผิดพลาด”
ไม่เพียงเท่านั้น ปัญหาท้องไม่พร้อมในหลายกรณีก็ไม่ใช่เพียงเรื่องความต้องการทางเพศของปัจเจกบุคคล แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของความเหลื่อมล้ำและปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึก ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก
รายงาน State of World Population โดยกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ระบุว่า ในแต่ละปีมีสถิติการตั้งครรภ์ไม่พร้อมสูงถึง 121 ล้านครั้งทั่วโลก ซึ่งคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของการตั้งครรภ์ทั้งหมด และตัวเลขนี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับความเหลื่อมล้ำ โดยผู้หญิงที่ยากจนและไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน มักขาดความรู้เรื่องการคุมกำเนิดและไม่มีอำนาจในการปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์ (สถิติพบว่าเกือบ 1 ใน 4 ของผู้หญิงในประเทศกำลังพัฒนา ไม่สามารถปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์กับสามีหรือคู่รักได้)
หากสังคมยังบังคับให้ผู้ตั้งครรภ์ที่อยู่ในสภาวะยากจนและไม่พร้อมต้องคลอดลูกเท่านั้น ย่อมเป็นการซ้ำเติมให้สถานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวนั้นย่ำแย่ลง และเป็นการส่งต่อความยากจนข้ามรุ่นไปสู่เด็กที่กำลังจะเกิดมา การให้สิทธิพวกเธอในการเลือกยุติการตั้งครรภ์ จึงเป็นการคืนอำนาจในการจัดการชีวิตของตัวเอง เพื่อให้พวกเธอพร้อมที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม ก่อนที่จะตัดสินใจมีหรือไม่มีบุตรในเวลาที่เหมาะสมจริงๆ
และที่สุดแล้ว ผู้ที่เผชิญปัญหานี้อาจเป็นใครก็ได้ แม้ในทางสถิติ คนที่ประสบสภาวะยากจนอาจมีแนวโน้มท้องไม่พร้อมที่สูงกว่า แต่ใช่ว่ามันจะไม่เกิดขึ้นกับคนที่อยู่ในสถานะทางสังคมอื่นๆ และเราคงต้องย้ำกันอีกครั้งว่าการตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกายตัวเองนั้นเป็นสิทธิของเจ้าของร่างกายเอง ไม่ใช่เรื่องที่ใครอื่นจะเข้าไปตัดสินหรือตีตรา เพราะนอกจากจะไม่ได้เป็นการช่วยให้ชีวิตของผู้ตั้งครรภ์ดีขึ้น ยังเป็นการฝากบาดแผลร้ายแรงให้กับพวกเธอ โดยที่ไม่จำเป็นเลย
อ้างอิง
https://www.facebook.com/share/v/17nLQJMMnD/?mibextid=wwXIfr
https://www.facebook.com/share/p/18uKzdsgFY/

อีกหนึ่งประสบการณ์ของคนที่เคยทำแท้งแล้วไปต่อกับชีวิต
28/04/2026

อีกหนึ่งประสบการณ์ของคนที่เคยทำแท้งแล้วไปต่อกับชีวิต

28/04/2026

คนรุ่นใหม่เมินมีลูกสูง สะท้อนนโยบายรัฐจูงใจไม่มากพอ?
ผลสำรวจชี้ 41% คนไทยในเมืองยังโสด ขณะที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากไม่คิดมีลูก ท่ามกลางเด็กเกิดใหม่ปี 68 ยังคงต่ำสุดในรอบ 75 ปี บทเรียนต่างประเทศสะท้อนนโยบาย “แจกเงิน” ไม่พอจูงใจ นักวิชาการชี้คนรุ่นใหม่ต้องการระบบสนับสนุนระยะยาว ทั้งการศึกษา เวลาทำงานยืดหยุ่น และบริการดูแลเด็กที่เข้าถึงได้
📌 อ่านเพิ่มในคอมเมนต์
#สวัสดิการ #คนรุ่นใหม่ #ส่งเสริมการมีบุตร

28/04/2026

ท้องเมื่อพร้อมและการออกแบบชีวิต การเตรียมความพร้อมสู่ก้าวสำคัญของคุณ

การวางแผนเพื่อมีลูกในวันที่เรามั่นใจคือสุดยอดของการใช้อำนาจเหนือร่างกายตนเอง เพราะการตั้งครรภ์ที่เกิดจากความตั้งใจไม่ได้ส่งผลดีแค่กับสุขภาพของแม่และเด็กเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานของครอบครัวที่มีความสุขในระยะยาว การเตรียมตัวที่ดีจึงเปรียบเสมือนการปูพรมแดงรอรับสมาชิกใหม่ด้วยความมั่นใจและมีความสุข

1️⃣ การตรวจสุขภาพก่อนเริ่มภารกิจ

การเช็กความพร้อมของร่างกายไม่ใช่เรื่องของฝ่ายหญิงเพียงคนเดียวแต่รวมถึงฝ่ายชายด้วยเช่นกันเพื่อความสมบูรณ์แบบของทารก
• การตรวจเลือดหาพาหะโรคทางพันธุกรรมสำคัญอย่างธาลัสซีเมียเพื่อประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับลูก
• การตรวจสอบภูมิคุ้มกันโรคที่จำเป็น เช่น หัดเยอรมัน และไวรัสตับอักเสบบี เพื่อความปลอดภัยในระหว่างอุ้มท้อง
• การปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัวหรือเวชภัณฑ์ที่ต้องกินเป็นประจำเพื่อให้มั่นใจว่าเวชภัณฑ์เหล่านั้นไม่มีผลกระทบต่อทารกในครรภ์

2️⃣ สารอาหารและไลฟ์สไตล์ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องรู้

การดูแลตัวเองล่วงหน้าอย่างน้อยสามเดือนก่อนเริ่มตั้งครรภ์จะช่วยให้ร่างกายเป็นบ้านที่แสนอบอุ่นและแข็งแรงสำหรับสมาชิกใหม่
• กรดโฟลิกหรือวิตามินบีเก้าคือหัวใจสำคัญที่ควรเริ่มกินก่อนตั้งครรภ์เพื่อป้องกันความพิการของระบบประสาททารกแต่กำเนิด
• การงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่อย่างจริงจังจะช่วยเพิ่มคุณภาพของทั้งไข่และอสุจิให้พร้อมสำหรับการปฏิสนธิมากที่สุด
• รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมเพราะการมีน้ำหนักมากหรือน้อยเกินไปอาจส่งผลต่อความสมดุลของฮอร์โมนและการตกไข่ในผู้หญิง

3️⃣ ความมั่นคงทางใจและสภาพคล่องทางการเงิน

การเตรียมใจและเตรียมกระเป๋าสตางค์ให้พร้อมจะช่วยลดพายุแห่งความเครียดที่อาจจะเกิดขึ้นได้หลังจากลูกลืมตาดูโลก
• การพูดคุยและตกลงกับคู่ครองเรื่องการแบ่งหน้าที่ดูแลลูกถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับความสัมพันธ์ที่มั่นคงและยืนยาว
• การวางแผนเงินออมสำหรับค่ารักษาพยาบาลและการเลี้ยงดูในช่วงขวบปีแรกจะช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นกะทันหัน
• ตรวจสอบสิทธิสวัสดิการการลาคลอดและการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลจากบริษัทหรือประกันสุขภาพที่คุณมีอยู่เพื่อให้ใช้สิทธิได้อย่างคุ้มค่า

4️⃣ อายุกับความพร้อมทางกายภาพ

ตัวเลขของอายุมีผลต่อความสมบูรณ์ของระบบสืบพันธุ์แต่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องช่วยให้เราจัดการความเสี่ยงได้
• ช่วงอายุระหว่าง 20 ถึง 35 ปี ถือเป็นช่วงที่ร่างกายมีความเสี่ยงต่ำที่สุดและมีความพร้อมทางระบบสืบพันธุ์สูงที่สุดตามธรรมชาติ
• หากคุณต้องการตั้งครรภ์หลังอายุ 35 ปี การดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกถือเป็นขั้นตอนที่ควรทำอย่างยิ่ง

การท้องเมื่อพร้อมคือการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองและลูก การเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้านจะเปลี่ยนความกังวลใจให้เป็นความสุขที่เต็มเปี่ยมในทุกย่างก้าวของการเป็นคุณแม่ที่มีคุณภาพและมีความสุขอย่างแท้จริง

#ท้องเมื่อพร้อม #วางแผนครอบครัว #เตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ #สิทธิในร่างกาย #สุขภาพผู้หญิง #อนามัยการเจริญพันธุ์ #ครอบครัวคุณภาพ #คุณแม่ยุคใหม่

เล่นสนุกกับบรรยากาศ ขมขื่นของสถานการณ์ประชากรไทย มีเหตุอะไรบ้างที่ทำให้เราไม่อยากมีลูก บางอย่างมันเป็นเงื่อนไทยทางกฏหมาย...
21/04/2026

เล่นสนุกกับบรรยากาศ ขมขื่นของสถานการณ์ประชากรไทย มีเหตุอะไรบ้างที่ทำให้เราไม่อยากมีลูก บางอย่างมันเป็นเงื่อนไทยทางกฏหมายและสังคม

คุณคิดว่า ทำไมคนไทยถึงไม่อยากมีลูก?
ช่วยคอมเม้นท์บอกสารพันเหตุผลกันหน่อยน้า
#สังคมสูงวัย #วิกฤตประชากร #ท้องไม่พร้อม

สิทธิในเนื้อตัวร่างกาย อำนาจที่ระบบบริการต้องเคารพและตอบสนอง
21/04/2026

สิทธิในเนื้อตัวร่างกาย อำนาจที่ระบบบริการต้องเคารพและตอบสนอง

สิทธิในเนื้อตัวร่างกายและการเข้าถึงบริการสุขภาพ พลังที่ผู้หญิงทุกคนควรถือไว้ในมือ

การเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพไม่ใช่ "ความช่วยเหลือ" แต่คือ "สิทธิขั้นพื้นฐาน" ที่ผู้หญิงทุกคนพึงมี สิทธิในอนามัยการเจริญพันธุ์ (Reproductive Rights) หมายถึงการที่คุณมีอำนาจตัดสินใจเหนือร่างกายของตนเองอย่างเต็มที่ ตั้งแต่การดูแลสุขภาพทั่วไปไปจนถึงการวางแผนครอบครัวที่ปลอดภัยและเป็นธรรม

พื้นฐานที่สำคัญ การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
การรู้จักร่างกายตัวเองผ่านการตรวจสุขภาพประจำปีคือก้าวแรกของการรักษาสิทธิ

• การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและเต้านม เป็นสิทธิประโยชน์พื้นฐานที่ช่วยป้องกันโรคร้ายแรงได้ทันท่วงที ปัจจุบันผู้หญิงไทยสามารถเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (HPV DNA Test) ได้ตามสิทธิของสปสช.

• การดูแลสุขภาพจิต สุขภาพกายและใจแยกกันไม่ขาด สิทธิในการได้รับคำปรึกษาเมื่อเผชิญภาวะวิกฤต (เช่น ท้องไม่พร้อม หรือปัญหาความสัมพันธ์) เป็นสิ่งที่ผู้หญิงควรได้รับโดยไม่ถูกตีตรา

สิทธิในอนามัยการเจริญพันธุ์ อำนาจการตัดสินใจของคุณ
สิทธินี้ครอบคลุมถึงเสรีภาพในการตัดสินใจเรื่องสำคัญในชีวิต

• สิทธิในการเลือกวิธีคุมกำเนิด คุณมีสิทธิได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีคุมกำเนิดทุกรูปแบบ และเลือกวิธีที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตนเองมากที่สุด

• สิทธิในการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ปัจจุบันสำหรับประเทศไทยกฎหมายยุติการตั้งครรภ์ใหม่ หรือพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 28 พ.ศ. 2564 ผู้หญิงไทยมีสิทธิในการเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและเป็นธรรม โดยได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญตามมาตรฐานทางการแพทย์

• สิทธิในการรับข้อมูลข่าวสาร การได้รับความรู้เรื่องเพศวิถีศึกษาที่รอบด้าน (CSE) เพื่อให้สามารถปกป้องตนเองและตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล
ทลายกำแพงอุปสรรค ความเท่าเทียมที่ต้องเกิดขึ้นจริง
แม้จะมีสิทธิระบุไว้ในกฎหมาย แต่ความท้าทายในทางปฏิบัติยังคงมีอยู่

• การเลือกปฏิบัติและการตีตรา ผู้หญิงบางส่วนยังไม่กล้าเข้าถึงบริการสุขภาพทางเพศเพราะกลัวสายตาตัดสินจากสังคมหรือเจ้าหน้าที่

• การเข้าถึงข้อมูล การสื่อสารสิทธิประโยชน์ผ่านเทคโนโลยีอย่าง RSA Online จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้หญิงที่อยู่ห่างไกลสามารถเข้าถึง "พื้นที่ปลอดภัย" ได้ทุกที่ทุกเวลา
ตารางสรุปสิทธิและบริการสุขภาพพื้นฐาน
ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ควรรับบริการทุก 5 ปี (สำหรับ HPV DNA) โดยใช้สิทธิ สปสช. สำหรับหญิงไทยอายุ 30–59 ปี
สิทธิประโยชน์การวางแผนครอบครัว การคุมกำเนิด สามารถรับบริการเมื่อต้องการวางแผนครอบครัว โดยใช้สิทธิ สปสช. สำหรับหญิงไทยวัยเจริญพันธุ์
ปรึกษาท้องไม่พร้อมทางเลือกยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย สามารถเข้ารับบริการได้ทันทีที่ทราบผลและต้องการทางออก โดยใช้สิทธิ สปสช. สำหรับหญิงไทยทุกสิทธิ

การรู้สิทธิและใช้สิทธิของตนเอง คือการประกาศเจตนารมณ์ว่าคุณคือเจ้าของร่างกายและอนาคตของตนเองอย่างแท้จริง RSATHAI พร้อมยืนเคียงข้างเพื่อสนับสนุนให้ผู้หญิงทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพที่ปลอดภัยและสมศักดิ์ศรี

ระบบปรึกษาท้องไม่พร้อม RSA Online

📚 ข้อมูลอ้างอิงเพื่อความมั่นใจ (References)
• องค์การอนามัยโลก (World Health Organization - WHO) Sexual and Reproductive Health and Rights (SRHR) standards.
• สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) คู่มือสิทธิประโยชน์สำหรับผู้หญิงไทยในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า.
• พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 กฎหมายที่คุ้มครองสิทธิการยุติการตั้งครรภ์.
• เครือข่ายอาสา RSA (Referral System for Safe Abortion) ฐานข้อมูลการสร้างความตระหนักรู้เรื่องสิทธิในเนื้อตัวร่างกายและอนามัยการเจริญพันธุ์.

#สิทธิในเนื้อตัวร่างกาย #สิทธิผู้หญิง #อนามัยการเจริญพันธุ์ #ยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย #คุมกำเนิด #เข้าถึงบริการสุขภาพ #ท้องไม่พร้อม

ยุติการตั้งครรภ์ เป็นสิทธิรักษาพยาบาลสำหรับผู้จ่ายประกันสังคมทั้งไทย และแรงงานต่างชาติ
21/04/2026

ยุติการตั้งครรภ์ เป็นสิทธิรักษาพยาบาลสำหรับผู้จ่ายประกันสังคมทั้งไทย และแรงงานต่างชาติ

ประกันสังคม ยัน สิทธิยุติการตั้งครรภ์ เป็นสิทธิกรณีเจ็บป่วย ครอบคลุมผู้ประกันตนทั้ง “ไทย – ต่างชาติ” คนไทยรับบริการได้เหมือนสิทธิบัตรทอง พร้อมจะกำชับโรงพยาบาลอีกครั้ง รวมถึงขอ สปสช. ให้สถานพยาบาลตามสิทธิของ สปส. ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยให้บริการกรณียุติการตั้งครรภ์ และเพิ่มการประชาสัมพันธ์ ทำ info ภาษาต่างประเทศ
------------------------------
จากกรณี เพจ Facebook “คุยกับผู้หญิงที่ทำแท้ง” ได้โพสต์ถึงประเด็นมูลนิธิทำทางและเครือข่ายประสงค์ยื่นหนังสือถึงเลขาธิการประกันสังคมในเรื่องแนวทางการบังคับใช้ตามประกาศของสำนักงานประกันสังคม ในเรื่องแนวทางการบังคับใช้ตามประกาศของ สปส. โดยยืนยันว่า การใช้สิทธิกรณีการยุติการตั้งครรภ์ ถือเป็นสิทธิกรณีเจ็บป่วยที่อยู่ในความคุ้มครองของสิทธิประโยชน์ประกันสังคม

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ออกมาระบุเมื่อไม่นานที่ผ่านมาว่า ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการกรณียุติการตั้งครรภ์ได้ที่สถานพยาบาลตามสิทธิ ภายใต้หลักเกณฑ์ตามข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามมาตรา 305 แห่งประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2564 ซึ่ง สปส. ได้เวียนหนังสือให้สถานพยาบาลในโครงการประกันสังคมทราบแล้ว
------------------------------
อ่านเพิ่มเติมได้ที่คอมเมนต์
------------------------------
#ข่าวสุขภาพ #ข่าวสาธารณสุข

https://www.facebook.com/share/p/173DBGpsJf/
27/03/2026

https://www.facebook.com/share/p/173DBGpsJf/

เตรียมใจอย่างไร? เมื่อตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ คู่มือดูแลใจสำหรับผู้หญิง

การยุติการตั้งครรภ์เป็นการตัดสินใจสำคัญที่ต้องใช้พลังใจอย่างมาก RSATHAI เข้าใจดีว่าความกังวลและความเครียดเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้

เราจึงมีแนวทางเตรียมความพร้อมทางจิตใจ เพื่อให้คุณก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย

1. ยอมรับและเคารพการตัดสินใจของตัวเอง
ความรู้สึกผิดหรือความลังเลอาจเกิดขึ้นได้ในตอนแรก แต่ขอให้คุณระลึกว่า "คุณมีสิทธิในการตัดสินใจเหนือร่างกายของตัวเอง" การยอมรับเหตุผลและความจำเป็นในปัจจุบันจะช่วยลดความขัดแย้งในใจ

• ลองถามตัวเอง อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเราและอนาคตของเราในสถานการณ์นี้?
• จดบันทึก การเขียนความรู้สึกออกมาจะช่วยให้คุณสำรวจอารมณ์ที่แท้จริงได้ชัดเจนขึ้น

2. เลือก "พื้นที่ปลอดภัย" ในการระบายความรู้สึก
หากคุณมีคนที่ไว้ใจได้ เช่น คู่รัก เพื่อนสนิท หรือครอบครัวที่พร้อมรับฟังโดยไม่ตัดสิน การได้รับกำลังใจจะช่วยให้คุณไม่รู้สึกโดดเดี่ยว แต่หากคุณกังวลใจ การพูดคุยกับ ผู้เชี่ยวชาญผ่านระบบออนไลน์ของ RSA จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นกลางที่สุด

3. จัดการกับความเครียดด้วยวิธีที่ถนัด
ก่อนและหลังกระบวนการ ร่างกายและจิตใจอาจอ่อนล้าได้ง่าย ควรให้เวลากับตัวเอง

• กิจกรรมผ่อนคลาย ฝึกหายใจเข้า-ออกลึกๆ ทำสมาธิสั้นๆ หรือฟังเพลงที่ช่วยให้ใจสงบ
• ลดโซเชียลมีเดีย หลีกเลี่ยงความเห็นหรือคอนเทนต์ที่อาจบั่นทอนจิตใจในช่วงที่เป้าหมายหลักคือการดูแลใจตัวเอง

4. เตรียมร่างกายให้พร้อม ใจก็พร้อมตาม
สุขภาพกายที่แข็งแรงจะส่งผลบวกต่อสภาพจิตใจ

• พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับที่เพียงพอช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด
• ดูแลโภชนาการ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และย่อยง่าย เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับร่างกาย

5. มองไปข้างหน้าและวางแผนอนาคต
การยุติการตั้งครรภ์เป็นเพียงเหตุการณ์หนึ่งในชีวิต ไม่ใช่จุดจบ การวางแผนเรื่องการคุมกำเนิดที่เหมาะสม หรือการตั้งเป้าหมายเรื่องการเรียนและการทำงาน จะช่วยให้คุณรู้สึกมีความหวังและสามารถควบคุมทิศทางชีวิตของตนเองต่อไปได้ (Regain Control)

📍 ติดต่อสอบถามและรับบริการที่ปลอดภัย
• ระบบปรึกษาท้องไม่พร้อม RSA Online

📚 ข้อมูลอ้างอิงเพื่อความมั่นใจ (References)
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นตามมาตรฐานการดูแลสุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ โดยอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
• องค์การอนามัยโลก (World Health Organization - WHO) แนวทางปฏิบัติเรื่องการดูแลสุขภาพและสิทธิในการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย (Abortion Care Guideline)
• ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ข้อกำหนดและแนวทางเวชปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมายไทย
• พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564 ว่าด้วยสิทธิในการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมาย
• เครือข่ายอาสา RSA (Referral System for Safe Abortion) ฐานข้อมูลและประสบการณ์จากทีมแพทย์และนักวิชาชีพผู้เชี่ยวชาญทั่วประเทศไทย

รอความก้าวหน้าค่า...
11/03/2026

รอความก้าวหน้าค่า...

‘กรมอนามัย’ รับฟังข้อเสนอจากภาคประชาชน พร้อมร่วมมือ ‘สปส.’ แก้ไขปัญหาการเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยของผู้ประกันตน ด้าน สปส. ย้ำการยุติการตั้งครรภ์เป็นสิทธิประโยชน์ถ้วนหน้า ปชช. พร้อมชี้แจงแนวทางการใช้สิทธิของผู้ประกันตนคนไทย – ต่างชาติ
------------------------------
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า กรมอนามัยพร้อมนำข้อเสนอจากมูลนิธิทำทาง และเครือข่ายแรงงานและองค์กรภาคประชาสังคม เช่น กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง เครือข่ายท้องไม่พร้อม สมาคมเพศวิถีศึกษา แผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ สายด่วนเอดส์และท้องไม่พร้อม (สายด่วน 1663) และสมาคมพัฒนาเครือข่ายอาสา RSA ที่ได้เข้ายื่นข้อเสนอแก้ไขปัญหาการเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยของผู้ประกันตนไปพิจารณาอย่างเป็นระบบ

อย่างไรก็ตาม จะร่วมกันกำหนดแนวทางดำเนินงาน เป้าหมาย และกรอบเวลาที่ชัดเจน เพื่อพัฒนาระบบบริการให้ผู้ที่มีความจำเป็นสามารถเข้าถึงบริการได้ อย่างเหมาะสมและปลอดภัย ประเด็นสำคัญคือการปรับปรุง ระบบการส่งต่อบริการทางการแพทย์ เช่น การถูกปฏิเสธการให้บริการ การไม่ออกใบส่งตัวจากโรงพยาบาลตามสิทธิ รวมถึงการถูกเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติม ส่งผลให้ผู้รับบริการบางรายต้องเดินทางข้ามจังหวัด หรือไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่ายและการลางาน
------------------------------
อ่านเพิ่มเติมได้ที่คอมเมนต์
------------------------------
#ข่าวสุขภาพ #ข่าวสาธารณสุข

หมอประจำรลินิคทานตะวันเปิดใจในวันเปิดตัวบริการอย่างเป็นทางการ
09/03/2026

หมอประจำรลินิคทานตะวันเปิดใจในวันเปิดตัวบริการอย่างเป็นทางการ

🌻 เปิดคลินิก “ทานตะวัน” ยุติการตั้งครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ปลอดภัยด้วยยา

เผย 6 เดือนให้บริการแล้วกว่า 1,400 คน ชี้ความต้องการสูง แต่ระบบส่งต่อ–การเบิกงบยังติดขัด “พญ.ชุตินาถ ชินอุดมพร” ระบุ ผู้รับบริการส่วนใหญ่ใช้สิทธิบัตรทอง แต่คลินิกยังไม่เชื่อมระบบ สปสช. ทำให้ผู้ใช้บริการ ต้องจ่ายเอง พร้อมเสนอรัฐสื่อสารสิทธิยุติการตั้งครรภ์ และเพิ่มสถานบริการที่เปิดเผยตัวชัดเจน

วันสตรีสากล 8 มี.ค. 69 มีการเปิดตัว “คลินิกเวชกรรมทานตะวัน” อีกครั้ง เพื่อย้ำถึงสิทธิของผู้ตั้งครรภ์ในการเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยตามกฎหมาย หลังคลินิกเปิดดำเนินการมาแล้วประมาณ 6 เดือน และมีผู้เข้ารับบริการกว่า 1,400 คน

พญ.ชุตินาถ ชินอุดมพร แพทย์ประจำคลินิกเวชกรรมทานตะวัน เปิดเผยกับ #เก็บตกจากวชิรวิทย์ ว่า การเปิดตัวในครั้งนี้ต้องการสื่อสารต่อสังคมว่า การยุติการตั้งครรภ์เป็นสิทธิด้านสุขภาพที่ผู้ตั้งครรภ์สามารถเข้าถึงได้ และควรได้รับบริการอย่างปลอดภัยโดยไม่ถูกตีตราหรือถูกตัดสิน

ปัจจุบันผู้ใช้สิทธิทั้ง 3 กองทุนสุขภาพ ไม่ว่าจะข้าราการ ประกันสังคม บัตรทอง สามารถใช้บริการได้ไม่ต้องเสียเงิน เพราะเบิกได้จากงบส่งเสริมป้องกันโรค (งบ pp) ซึ่งครอบคลุมคนทุกสิทธิ์ แต่ต้องไปใช้กับหน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช. หรือ สถานพยาบาลรัฐ เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน “คลินิกทานตะวัน” ยังไม่ได้เชื่อมระบบเบิกจ่ายกับกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ ทำให้ผู้รับบริการต้องจ่ายค่าบริการด้วยตนเองทั้งหมด

“จริง ๆ แล้วบริการยุติการตั้งครรภ์อยู่ภายใต้งบส่งเสริมป้องกันโรค (PP) ของ สปสช. ซึ่งประชากรไทยสามารถใช้สิทธิได้ แต่คลินิกของเรายังอยู่ระหว่างรอขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการ ทำให้ตอนนี้ยังไม่สามารถเบิกงบได้”

เธอระบุว่า คลินิกได้ยื่นขอขึ้นทะเบียนกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแล้ว แต่ในปีนี้ยังไม่มีการเปิดรับหน่วยบริการใหม่ ทำให้ยังต้องรอคิว และจากข้อมูลของคลินิก พบว่า ผู้รับบริการส่วนใหญ่เป็นผู้ถือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท

ผลจากข้อจำกัดดังกล่าวทำให้ผู้รับบริการต้องจ่ายค่าบริการเอง แม้ว่าจะถือสิทธิบัตรทองก็ตาม

◤ ย้ำสิทธิผู้ตั้งครรภ์ “การยุติการตั้งครรภ์ต้องเข้าถึงได้”

พญ.ชุตินาถ กล่าวว่า แม้คลินิกจะเปิดมาเพียงครึ่งปี แต่จำนวนผู้รับบริการสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการบริการยุติการตั้งครรภ์ที่มีอยู่มากในสังคมไทย

“ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เราให้บริการไปแล้วประมาณ 1,400 คน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง และสะท้อนว่าความต้องการเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย มีมากกว่าสถานพยาบาลที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน”

เธออธิบายว่า คลินิกทานตะวันไม่ได้ต้องการเป็นเพียงสถานบริการทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังตั้งใจเป็นพื้นที่ที่สนับสนุนสิทธิของผู้ตั้งครรภ์ในการตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกายของตนเอง

“เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ผู้ต้องการยุติการตั้งครรภ์สามารถเข้าถึงบริการที่ปลอดภัย ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และไม่ถูกตัดสิน”

◤ พยายามควบคุมค่าบริการให้ต่ำที่สุด

แม้ยังไม่สามารถเบิกจ่ายกับระบบหลักประกันสุขภาพได้ แต่คลินิกพยายามกำหนดค่าบริการให้อยู่ในระดับที่ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงได้

ปัจจุบันค่าบริการยุติการตั้งครรภ์ด้วยยาอยู่ที่
• 1,500 บาท สำหรับอายุครรภ์ไม่เกิน 10 สัปดาห์
• 1,700 บาท สำหรับอายุครรภ์ 10–12 สัปดาห์

พญ.ชุตินาถ ระบุว่า โดยหลักการแล้ว ผู้รับบริการไม่ควรต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเหล่านี้ด้วยตนเอง หากระบบเบิกจ่ายสามารถเชื่อมต่อกับคลินิกได้

“เราอยากให้บริการนี้อยู่ในระบบสิทธิอย่างแท้จริง เพราะการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยเป็นบริการด้านสุขภาพ ไม่ควรเป็นภาระค่าใช้จ่ายของผู้รับบริการ”

◤ ปัญหาหลัก สถานบริการมีน้อยและไม่เปิดเผยตัว

อีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญคือจำนวนสถานพยาบาลที่ให้บริการยุติการตั้งครรภ์ยังมีจำกัด และหลายแห่งไม่เปิดเผยตัวอย่างชัดเจน

“ปัจจุบันมีโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ให้บริการอยู่ แต่หลายแห่งไม่ได้ประกาศตัวชัดเจนว่ารับบริการนี้ ทำให้ผู้ต้องการยุติการตั้งครรภ์ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน”

เธอยังระบุว่า ในหลายพื้นที่โรงพยาบาลของรัฐไม่ได้ให้บริการ ทำให้เกิดปัญหาการส่งต่อผู้ป่วย และผู้รับบริการจำนวนหนึ่งต้องเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อเข้าถึงบริการ

สำหรับในกรุงเทพมหานคร มีสถานบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ถูกกฎหมาย ไม่ถึง 10 แห่ง

◤ อายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ เข้าถึงบริการยาก

คลินิกทานตะวันให้บริการยุติการตั้งครรภ์ด้วยยาในอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ โดยผู้รับบริการสามารถใช้ยาเองที่บ้านและติดตามอาการผ่านระบบออนไลน์

แพทย์จะติดตามอาการของผู้รับบริการจนกระทั่งการยุติการตั้งครรภ์สมบูรณ์ ซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 21 วัน

อย่างไรก็ตาม หากอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ ผู้รับบริการต้องเข้ารับบริการในสถานพยาบาล ซึ่งทำให้การเข้าถึงบริการยิ่งยากขึ้น

“ในไทยกำหนดว่า หากอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ ควรรับบริการในสถานพยาบาล ทำให้หลายคนต้องเดินทางไกลมากเพื่อหาสถานที่ให้บริการ”

◤ เตือนซื้อยาทำแท้งออนไลน์ เสี่ยงยาปลอม

พญ.ชุตินาถ ยังเตือนถึงความเสี่ยงของการซื้อยาทำแท้งจากอินเทอร์เน็ตหรือร้านขายยาเถื่อน ซึ่งพบว่ามีจำนวนมาก

เธออธิบายว่า ยาที่ขายออนไลน์จำนวนหนึ่งเป็นยาปลอม หรือไม่ใช่ยาที่ใช้ในการยุติการตั้งครรภ์จริง ทำให้ไม่เกิดผลและอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้

“บางกรณีเป็นยาปลอม บางกรณีเป็นยาอื่น เช่น ยาลดน้ำหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอันตรายได้”

◤ “ความเชื่อเรื่องบาป” ของการยุติการตั้งครรภ์

เมื่อถามถึงความกังวลของสื่อมวลชนและสังคมที่บางครั้งยังรู้สึกว่า การนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์อาจถูกมองว่าเป็นการ “ส่งเสริมการทำแท้ง” และอาจขัดกับความเชื่อทางศาสนาหรือความรู้สึกเรื่องบาป

พญ.ชุตินาถ ชินอุดมพร อธิบายว่า ภาพจำของสังคมไทยเกี่ยวกับการทำแท้งจำนวนมากยังคงผูกโยงกับความเชื่อหรือจินตภาพที่น่ากลัว ซึ่งไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงทางการแพทย์

เธอกล่าวว่า ในจินตนาการของผู้คนจำนวนไม่น้อย มักเชื่อมโยงการทำแท้งกับเรื่องเหนือธรรมชาติ เช่น ความเชื่อเรื่อง “ผีเด็ก” หรือการทำบาปร้ายแรง แต่ในทางการแพทย์ การยุติการตั้งครรภ์ในระยะต้น โดยเฉพาะก่อนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ เป็นกระบวนการทางชีววิทยาที่เกิดขึ้นในช่วงที่ตัวอ่อนยังมีขนาดเล็กมาก

“ในทางการแพทย์ ช่วงอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ หลายครั้งสิ่งที่เกิดขึ้นจากการยุติการตั้งครรภ์มีลักษณะคล้ายเนื้อเยื่อเล็ก ๆ เท่านั้น ไม่ได้เป็นภาพอย่างที่สังคมจินตนาการกันไว้”

พญ.ชุตินาถ ระบุว่า จากประสบการณ์การทำงานของคลินิกเวชกรรมทานตะวัน ซึ่งให้บริการผู้ตั้งครรภ์ไปแล้วกว่า 1,400 คน ยังไม่เคยพบเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อเหนือธรรมชาติอย่างที่สังคมกังวล ตรงกันข้าม ผู้รับบริการจำนวนมากกลับแสดงความรู้สึกขอบคุณ เพราะมองว่าการเข้าถึงบริการที่ปลอดภัยทำให้พวกเขามีโอกาสจัดการชีวิตของตนเองได้อีกครั้ง

“ผู้หญิงจำนวนมากที่มารับบริการรู้สึกว่าพวกเขาได้ทางเลือกในชีวิตอีกครั้ง หลังจากได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยและไม่ถูกตัดสิน”

เธอย้ำว่า ในฐานะแพทย์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลผู้ป่วยที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งเป็นผู้ที่มีชีวิต มีสุขภาพ และกำลังเผชิญสถานการณ์ยากลำบากในชีวิต

“สำหรับเรา เราให้ความสำคัญกับผู้หญิงหรือผู้รับบริการที่กำลังหายใจอยู่ตรงหน้า มากกว่าสิ่งที่เป็นเพียงตัวอ่อนขนาดเล็กในร่างกายของเขา”

อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับว่า ทัศนคติเรื่องศาสนาและความเชื่อเกี่ยวกับบาปยังเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงได้ยากในสังคมไทย ผู้หญิงบางคนยังคงรู้สึกผิดกับการตัดสินใจของตนเอง โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเชื่อทางศาสนาเข้มข้น

“ผู้หญิงบางคนที่มีพื้นฐานความเชื่อทางศาสนา เช่น ศาสนาอิสลามหรือคริสต์ หลังการยุติการตั้งครรภ์อาจรู้สึกว่าตนเองทำสิ่งผิดร้ายแรง ทั้งที่จริงแล้วพวกเขาเพียงกำลังพยายามตัดสินใจในสถานการณ์ที่ยากลำบากของชีวิต”

เธอมองว่า ประเด็นนี้จำเป็นต้องทำงานร่วมกันในระยะยาว ทั้งในด้านการสื่อสารสาธารณะ การให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่ถูกต้อง และการสร้างความเข้าใจในสังคม เพื่อให้ผู้หญิงที่ต้องตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ไม่รู้สึกว่าตนเองถูกตีตราหรือถูกทำลายคุณค่าของชีวิตจากการตัดสินใจครั้งนั้น

◤ ผู้รับบริการส่วนใหญ่ไม่ใช่วัยรุ่น

พญ.ชุตินาถ ยังกล่าวด้วยว่า ความเข้าใจผิดอีกประการหนึ่งของสังคมคือการมองว่าผู้ที่มารับบริการยุติการตั้งครรภ์ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจ แต่จากประสบการณ์จริง ผู้รับบริการส่วนใหญ่กลับเป็นผู้หญิงที่เคยมีบุตรมาแล้ว

“ภาพจำที่ว่าวัยรุ่นพลาดพลั้งแล้วมาทำแท้งนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริง ผู้รับบริการจำนวนมากเป็นผู้หญิงที่มีลูกแล้ว และต้องตัดสินใจบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อครอบครัว”

สาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายคนเลือกยุติการตั้งครรภ์คือปัญหาทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความกังวลว่า หากมีบุตรเพิ่มอีกหนึ่งคน อาจทำให้ไม่สามารถดูแลลูกที่มีอยู่ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้

“หลายคนบอกตรง ๆ ว่า หากมีลูกอีกคน เขาอาจไม่สามารถดูแลลูกที่มีอยู่ให้มีอนาคตที่ดีได้ เพราะทรัพยากรของครอบครัวมีจำกัด”

เธอจึงย้ำว่า การตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ของผู้หญิงแต่ละคนมักเกิดจากการพิจารณาอย่างรอบคอบ และแทบไม่มีใครตัดสินใจเรื่องนี้โดยไม่มีเหตุผลรองรับ

◤ เสนอรัฐสื่อสารสิทธิ และเพิ่มระบบส่งต่อ

พญ.ชุตินาถ เสนอว่า หน่วยงานด้านสาธารณสุข เช่น กรมอนามัย และกระทรวงสาธารณสุข ควรสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิการยุติการตั้งครรภ์ให้ชัดเจนมากขึ้น

“ตอนนี้คนจำนวนมากยังไม่รู้ว่าการยุติการตั้งครรภ์เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายแล้ว”

นอกจากนี้ยังเสนอให้สถานพยาบาลของรัฐที่ไม่ให้บริการ ควรมีระบบส่งต่อที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้ผู้รับบริการต้องเผชิญกับอุปสรรคในการเข้าถึงบริการ

◤ คลินิกเฉพาะทางยุติการตั้งครรภ์ด้วยยา

คลินิกเวชกรรมทานตะวัน เป็นคลินิกที่ให้บริการ ยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยด้วยยาในอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ดำเนินการโดยมูลนิธิทำทาง ร่วมกับ พญ.ชุตินาถ ชินอุดมพร

คลินิกตั้งอยู่ในซอยสมเด็จพระปิ่นเกล้า 2 เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร เปิดบริการช่วงเย็นในวันธรรมดา และตลอดวันในวันหยุด

ผู้สนใจสามารถติดต่อผ่านเพจเฟซบุ๊ก Tarntawan Clinic หรือโทรศัพท์ 082-917-7369

#เก็บตกจากวชิรวิทย์ #นักข่าวสาธารณสุข

ที่อยู่

สมาคมนักวิจัยประชากรและสังคม สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
Nakhon Pathom
73170

เบอร์โทรศัพท์

+66876792826

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เครือข่ายท้องไม่พร้อมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์