Thai Score Hub ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Thai Score Hub, ห้องสมุด, เลขที่ 6 ถนนราชมรรคาใน, Nakhon Pathom.

Thai Score Hub เป็นโครงการวิจัยในประเด็นมนุษยศาสตร์ดิจิทัล (Digital Humanities) และศิลปกรรมศาสตร์ ที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมดิจิทัล รวมทั้งพัฒนานวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนพัฒนาด้วยกลยุทธ์ต่างๆ

06/06/2026
20/05/2026

หนังสือแจกฟรี "Exploring Digital Cultural Heritage. Access, Use, Value and Sustainability"
ว่าด้วยการแปลงมรดกทางวัฒนธรรมให้อยู่ในรูปดิจิทัล ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญ ทั้งต่อการวิจัยด้านมนุษยศาสตร์ ตลอดจนต่อการวิจัยและการปฏิบัติงานวิชาชีพในภาคส่วนมรดกทางวัฒนธรรม เมื่อมรดกทางวัฒนธรรมของโลกจำนวนมากขึ้นถือกำเนิดขึ้นในรูปแบบดิจิทัลโดยกำเนิด (born-digital) คำถามและประเด็นที่เกิดจากจดหมายเหตุและคอลเลกชันดิจิทัลรูปแบบใหม่ย่อมนำมาซึ่งความซับซ้อนและความท้าทายใหม่ ๆ
หนังสือเล่มนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับนักวิจัย นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และผู้ปฏิบัติงานด้านมรดกทางวัฒนธรรมที่สนใจอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของมรดกทางวัฒนธรรมดิจิทัล โดยนำเสนอการตีความ บริบท และการใช้ประโยชน์จากมรดกทางวัฒนธรรมดิจิทัลในหลากหลายมิติ ผ่านประเด็นแกนหลักสี่ด้าน ได้แก่ การเข้าถึง (access) การใช้และการใช้ซ้ำ (use and reuse) คุณค่า/คุณค่าหลากมิติ (value[s]) และความยั่งยืน (sustainability)
ประเด็นเหล่านี้ครอบคลุมทั้งมรดกที่ถูกแปลงเป็นดิจิทัลและมรดกที่ถือกำเนิดในรูปแบบดิจิทัล อีกทั้งยังเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานของสถาบันที่รับผิดชอบด้านการจัดการและการเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมดิจิทัล รวมถึงนักวิจัยและผู้ปฏิบัติงานหลากหลายสาขาที่ทำงานกับวัสดุดิจิทัลดังกล่าว
สามารถดาวน์โหลดหนังสือฟรีได้ที่ https://uolpress.co.uk/book/exploring-digital-cultural-heritage/

03/03/2026

A group of researchers working to compile a new edition of the Köchel catalogue, which lists every known work ever composed by Wolfgang Amadeus Mozart, recently made a stunning discovery at a library in Leipzig, Germany. There on the shelves, they found a previously unknown Mozart composition. Titled "Serenade in C," the piece consists of seven miniature movements to be performed by a string trio. Experts believe Mozart composed it for his sister sometime in the 1760s — perhaps before he even turned 13. Go inside this unexpected discovery: https://inter.st/743q

02/03/2026

Happy Read Across America Day!

"Teach people to read music. It’s not so difficult, and it’s perfectly possible to include the reading of music in the basic materials of education."

-Leonard Bernstein
Music Should Be Listened To, Not Heard (1959)

02/03/2026

‘The Real Book’ หนังสือต้องห้ามที่เปลี่ยนโลกแจ๊ส
มีหนังสือเล่มหนึ่งที่ไม่มีชื่อผู้เขียน ไม่มีสำนักพิมพ์ และผิดกฎหมายเต็มตัว แต่กลับกลายเป็นหนังสือที่นักดนตรีแจ๊สแทบทุกคนต้องมีติดมือ นี่ไม่ใช่เรื่องแต่ง หากคือประวัติศาสตร์จริงของ ‘The Real Book’ หนังสือที่เริ่มต้นจากกล่องกระดาษในรั้ว Berklee College of Music
ก่อนยุค YouTube และ Google นักดนตรีต้องพกเพลงนับร้อยไว้ในหัว เล่นสดโดยห้ามเปิดโน้ตบนเวที หากจำไม่ได้ก็ต้อง “fake” ให้แนบเนียนพอจะรอดคืนนี้ไปให้ได้ ช่องว่างระหว่างความต้องการกับระบบลิขสิทธิ์ที่ไม่ยืดหยุ่น คือจุดที่เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้น
เมื่ออุตสาหกรรมไม่ยอมผลิตสิ่งที่นักดนตรีใช้ได้จริง ตลาดมืดจึงทำหน้าที่แทน และแม้แต่การไล่ล่าของ FBI ก็ไม่อาจหยุดหนังสือโน้ตเถื่อนเหล่านั้นได้ เพราะสำหรับคนเล่นดนตรี มันคือเครื่องมือทำมาหากิน ไม่ใช่แค่กระดาษผิดกฎหมาย
ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น นักศึกษาสองคนที่แค่ต้องการเงินค่าเทอม ตัดสินใจทำ fake book ในแบบที่ “ถูกต้องทางดนตรี” อย่างแท้จริง พวกเขาถอดโน้ตจากแผ่นเสียง ศึกษาแนวทางของ Miles Davis และ Bill Evans แล้วเขียนทุกหน้า ด้วยลายมือของตัวเอง
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ไม่ได้เปลี่ยนแค่ห้องซ้อมในทางเดินยาวของมหาวิทยาลัย แต่มันค่อย ๆ เปลี่ยนเสียงของแจ๊สทั้งโลก เรื่องราวเต็ม ๆ อยู่ในลิงก์นี้ หากคุณอยากรู้ว่า หนังสือต้องห้ามเล่มหนึ่ง เขียนประวัติศาสตร์ดนตรีไว้ได้อย่างไร https://www.thepeople.co/culture/music/56426
เรื่อง: อนันต์ ลือประดิษฐ์
ที่มา: Kernfeld, Barry. The Story of Fake Books: Bootlegging Songs to Musicians. Scarecrow Press, 2006.
#ดนตรีแจ๊ส #แจ๊ส #ศิลปิน

01/02/2026

อาจจะเป็นข่าวเก่าไปบ้าง แต่ผมรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่จะแชร์ว่า “Khaen (แคน)” ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ใน 2025 Bandworld Top 100 List! 🎉🎶 ขอขอบคุณ Murphy Music Press สำหรับการส่งผลงานชิ้นนี้เข้าพิจารณาด้วยครับ

นอกจากนี้ ผมยังรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ Khaen ได้รับรางวัล Honorable Mention จากการแข่งขันประพันธ์เพลง RED NOTE New Music Festival อีกด้วย

สำหรับวงไหนที่สนใจอยากเล่นเพลง Khaen ติดต่อมาได้เลยนะครับ ยินดีให้คำปรึกษาเรื่องการแสดงครับ

ขอบคุณทุกคนสำหรับการสนับสนุนดนตรีของผมมาโดยตลอด—นับเป็นเกียรติอย่างมากจริง ๆ ครับ! 🙏

This might be old news, but I’m thrilled to share that “Khaen” (pronounced: CAN) was selected for the 2025 Bandworld Top 100 List! 🎉🎶 Shout-out to Murphy Music Press for submitting the piece for consideration.

I’m also honored that Khaen received Honorable Mention at the RED NOTE New Music Festival Composition Competition.

For any ensemble interested in programming Khaen in the future, please feel free to reach out. I’d be more than happy to work with your ensemble on the performance!

Thank you all for your continued support of my music—what an honor!

01/02/2026

ดนตรีศึกษากับปรัชญาของเอลเลียต.
หลังจากห่างหายไปนาน (มาก ๆ 😆) วันนี้เป็นโอกาสดีที่ได้กลับมาเขียนต่อเนื่องจากโพสต์ที่เราได้ความเข้าใจหมุดหมายสำคัญอย่าง "ดนตรีศึกษาเชิงสุนทรียนิยม" ของ เบนเนทท์ ไรเมอร์ (Bennett Reimer) กันไปก่อนหน้านี้ ซึ่งว่าด้วยเรื่องของดนตรีในฐานะ "วัตถุแห่งความงามและการสร้างประสบการณ์สุนทรียะ" ที่มุ่งเน้นประสบการณ์ทางความรู้สึก ผ่านทักษะการฟังและบ่มเพาะการนึกคิดทางปัญญา (สามารถย้อนไปอ่านโพสเก่าได้).
ครั้งนี้อยากเริ่มต้นด้วยคำถามที่น่าสนใจและอยากชวนสานเสวนาต่อไปคือ...การเดินทางและข้อถกเถียงทางของปรัชญาดนตรีศึกษาหยุดอยู่แค่นั้นหรือไม่? หรือมีการเดินทางต่อเพื่อเติมเต็มมิติความเป็นมนุษย์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นมากน้อยอย่างไร?.
วันนี้จึงอยากชวนทุกท่านขยับขยายมุมมองและความคิด เพื่อสนทนาต่อในอีกหนึ่งหมุดหมายที่เกิดขึ้นในฐานะ ‘วิวาทะ’ หรือ ‘debate’ และเข้ามารับไม้ต่อและขยายพรมแดนความรู้จากไรเมอร์ นั่นคือแนวคิดของ เดวิด เอลเลียต (David Elliott) นักดนตรีศึกษาที่กล่าวถึงปรัชญาแนวปฏิบัติ (Praxialism).
ในข้อเขียนนี้อยากชักชวนให้เราคิดร่วมไปด้วยกับบทสนาทนาโดยละวางกรอบคิดแบบ "คู่ตรงข้าม" ลง แล้วมองในมุมของ "พลวัตและพัฒนาการ" เราจะพบว่า เอลเลียต ไม่ได้ก้าวเข้ามาเพื่อรื้อถอนข้อเสนอและความคิดว่าด้วยสนฃุนทรียะประสบการณ์และความงามที่ ไรเมอร์ เสนอไว้ แต่วิธีคิดและข้อเสนอของเอลเลียตเข้ามาสร้างมุมมองและข้อชวนพิจารณาดนตรีใหม่ โดยคำสำคัญที่เหมือนประหนึ่งว่าเติมชีวิตให้ดนตรีคือ ‘Musicing’ ที่เสมือนว่าดนตรีนั้นไม่ใช่เพียงวัตถุเท่านั้น หากแต่เป็นปฏิบัติการ เป็นกริยาที่สะท้อนถึงการกระทำการเป็นสำคัญ.
จาก ข้อเสนอ "นามธรรม" สู่ "การกระทำการ"
ในขณะที่ ไรเมอร์ มองดนตรีเป็น "สิ่ง" (Object) หรือผลงานศิลปะที่รอให้เราเข้าไปเสพความงาม เอลเลียต ชวนเราขยับมุมมองว่า แท้จริงแล้วดนตรีคือ "การกระทำ" หรือที่เอลเลียตบัญญัติศัพท์ว่า "Musicing" ...คุณค่าจึงไม่ได้สถิตอยู่อย่างคงเดิมและอาศัยเพียงการรับรู้ในเชิงการนึกคิดผ่านบทเพลงเท่านั้น แต่อยู่ในวินาทีที่มนุษย์กำลังบรรเลง ขับร้อง และรังสรรค์เสียงนั้นขึ้นมา.
จาก "การรับรู้" สู่ "ภาวะลื่นไหล"
ไรเมอร์ ให้ความสำคัญสูงสุดกับ "การฟัง" เพื่อให้เกิดสุนทรียภาพในจิตใจ แต่ เอลเลียต ต่อยอดไปว่า ความสุขขั้นสูงของมนุษย์ยังเกิดจาก "ภาวะลื่นไหล" (Flow) ในขณะปฏิบัติดนตรีด้วย... มันคือช่วงเวลาที่ความท้าทายของบทเพลงกับทักษะของผู้เล่นสมดุลกันจนอาจส่งผลให้ลืมวันเวลา นี่คือสุนทรียะในแบบของ "ผู้ปฏิบัติ หรือ ผู้ลงมือทำ" ที่จับต้องได้ในเชิงประจักษ์ ผ่านปฏิบัติการ การแสดงออก หยาดเหงื่อ และลมหายใจ.
จาก "สากลนิยม" สู่ "การมุ่งเน้นบริบท"
จากการพิจารณางานของ ไรเมอร์ อาจอธิบายได้ว่าเขาคือผู้สร้างมาตรฐานความงามที่เป็นสากล (โดยมักยึดโยงกับดนตรีตะวันตก) เอลเลียต คือผู้ริเริ่ม (อาจเรียกได้ว่าเป็นคนแรก ๆ ) ที่พยายามชี้ทางและพาเดินออกจากหอคอยงาช้างเพื่อเข้าไปสู่ "บริบทสังคม" เขาชี้ให้เห็นว่าดนตรีไม่ได้ลอยอยู่เหนือโลก แต่อยู่ในวิถีชีวิต อยู่ในประเพณี และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม (Musics) ซึ่งทุกบริบทล้วนมีคุณค่าในตัวของมันเอง.
อาจกล่าวเปรียบเทียบให้เห็นภาพได้ว่า...
หาก ไรเมอร์ คือ "สถาปนิก" ผู้สอนให้เราเห็นความงามของโครงสร้างและการออกแบบที่สมบูรณ์แบบ เอลเลียต ก็คือ "วิศวกรและช่างก่อสร้าง" ที่มารับช่วงต่อเพื่อยืนยันว่า ความงามที่แท้จริงจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากขาดซึ่ง กระบวนการลงมือทำ การแก้ปัญหาหน้างาน และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนนั่นเอง.
ดังนั้น การมาถึงของแนวคิดทางปรัชญาดนตรีศึกษาแนวปฏิบัติของ เอลเลียต จึงไม่ใช่การปฏิเสธ ไรเมอร์ แต่เป็นการยืนยันร่วมกันว่า "ดนตรีคือปัญญาของมนุษย์" เพียงแต่ขยายพื้นที่จาก "การนั่งฟังอย่างซาบซึ้ง" ออกไปสู่ "การกระทำการอย่างมีชีวิตชีวา" อย่างไรก็ดี จ้อเขียนในครั้งนี้เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของปรัชญาดนตรีศึกษาของเอลเลียตเท่านั้น หากท่านใดสนใจสามารถตามอ่านได้ตามชื่อหนังสือของเขาที่รายการอ้างอิงได้.
แล้วในห้องเรียนดนตรีของคุณล่ะ?
คุณกำลังสวมบทบาทครูดนตรีที่พานักเรียนดื่มด่ำความงาม หรือเป็นครูดนตรีที่พานักเรียนลงมือปฏิบัติ? หรือเราสามารถเป็นทั้งสองอย่างได้ในเวลาเดียวกัน?.
รายการอ้างอิง
Elliott, D. J. (1995). Music Matters: A New Philosophy of Music Education. New York, Oxford: Oxford University Press.

#ปรัชญาดนตรีศึกษา #สานเสวนาดนตรีศึกษา

ดนตรีไทย กับดนตรีพื้นบ้าน เหมือนต่างอย่างไรบทความจาก ครูศุภณัฐ ธิบูรณ์บุญ ูโรงเรียนบ้านโนนกุง ค่ะ
02/01/2026

ดนตรีไทย กับดนตรีพื้นบ้าน เหมือนต่างอย่างไร
บทความจาก ครูศุภณัฐ ธิบูรณ์บุญ ูโรงเรียนบ้านโนนกุง ค่ะ

บทความเรื่อง : ดนตรีไทย กับดนตรีพื้นบ้าน : คุณค่าและความงดงามที่แตกต่างอย่างมีศักดิ์ศรี

ในสังคมไทยปัจจุบัน ยังพบความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการจำแนกประเภทของดนตรีไทยอยู่ไม่น้อย หลายคนมักแบ่งดนตรีออกเป็นเพียง “ดนตรีสากล” และ “ดนตรีไทย” โดยมองว่าสิ่งใดก็ตามที่เป็นของไทย ล้วนจัดอยู่ในหมวดดนตรีไทยทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นวงปี่พาทย์ วงเครื่องสาย วงมโหรี รวมไปถึงวงโปงลาง วงแคน วงกลองพื้นบ้าน หรือดนตรีท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาค

แต่ในความเป็นจริงแล้ว “ดนตรีของไทย” สามารถจำแนกออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ตามลักษณะ ความเป็นมา และลำดับชั้นทางวัฒนธรรม ได้แก่
ดนตรีไทย และ ดนตรีพื้นบ้าน

---

ดนตรีไทย : ศิลปะแห่งราชสำนักและแบบแผนอันวิจิตร

ดนตรีไทย เป็นดนตรีที่มีรากฐานมาจากราชสำนัก ขุนนาง และชนชั้นปกครองในสมัยโบราณ มีแบบแผนที่ชัดเจน ประณีต และมีลำดับขั้นสูง สะท้อนความเป็นระเบียบ ความสง่างาม และอำนาจของรัฐในอดีต ดนตรีไทยมีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับพิธีกรรมหลวง ศาสนาพราหมณ์–ฮินดู และแนวคิดการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งเชื่อว่ากษัตริย์เป็นสมมุติเทพ หรือเป็นพระนารายณ์อวตาร จึงปรากฏพระนาม “รามา” ในพระมหากษัตริย์หลายพระองค์

ลักษณะสำคัญของดนตรีไทย คือ
- มีขนบธรรมเนียมและจารีตปฏิบัติ ที่เคร่งครัด
- มีบทเพลงแบบแผน เช่น เพลงหน้าพาทย์ เพลงเถา เพลงเรื่อง
- เน้น ความวิจิตร งดงาม และความสมบูรณ์ของรูปแบบ

ครูดนตรีไทยและนักปราชญ์ทางดนตรีที่มีบทบาทสำคัญ เช่น
- หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)
- พระประดิษฐ์ไพเราะ (มี ดุริยางกูร)
- พระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน)
- ครูมนตรี ตราโมท
- ครูบุญยงค์ เกตุคง
- ครูสมาน กาญจนะผลิน

บุคคลเหล่านี้ล้วนเป็นผู้สืบทอด พัฒนา และยกระดับดนตรีไทยให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า

---

ดนตรีพื้นบ้าน : เสียงชีวิตและภูมิปัญญาของชาวบ้าน

ดนตรีพื้นบ้าน มีรากเหง้ามาจากวิถีชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น สร้างขึ้นจากความเชื่อ ขนบธรรมเนียม และการดำรงชีวิตประจำวัน เล่นเพื่อความสนุกสนาน ผ่อนคลายจากความเหน็ดเหนื่อย ใช้ประกอบพิธีกรรม ประเพณี และการรวมกลุ่มของชุมชน

ดนตรีพื้นบ้านของไทยมีความหลากหลายตามภูมิภาค เช่น
- ภาคเหนือ : วงสะล้อ ซอ ซึง วงกลองสะบัดชัย วงปี่จุม
- ภาคกลาง : วงเพลงพื้นบ้าน วงกลองยาว วงรำโทน เพลงฉ่อย เพลงเรือ
- ภาคอีสาน : วงโปงลาง วงแคน วงพิณ เซิ้งพื้นบ้าน
- ภาคใต้ : วงโนรา วงรองเง็ง วงกลองหนังตะลุง วงปี่พาทย์ชาตรี

ดนตรีพื้นบ้านมีลักษณะเด่นคือ
- ความ เรียบง่าย แต่ลึกซึ้ง
- ความ ยืดหยุ่นสูง ในการบรรเลงและถ่ายทอด
- เปิดโอกาสให้ศิลปินสร้างสรรค์ลีลาเฉพาะตัว

แม้จะไม่เคร่งครัดเท่าดนตรีไทย แต่ศิลปินพื้นบ้านจำนวนมากสามารถพัฒนาวิธีบรรเลงให้มีความวิจิตร ซับซ้อน และมีชั้นเชิงสูงไม่แพ้ดนตรีไทยเช่นกัน

---

คุณค่าและความงดงามที่แตกต่าง แต่ไม่แตกแยก

หากพิจารณาอย่างลึกซึ้ง จะพบว่า ดนตรีไทยและดนตรีพื้นบ้านไม่ได้แตกต่างกันในเชิงคุณค่า ทั้งสองล้วนสะท้อนภูมิปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ และจิตวิญญาณของคนไทยในบริบทที่ต่างกัน

ดนตรีไทย สะท้อนความสูงศักดิ์ ความเป็นทางการ และอำนาจของชนชั้นปกครอง

ดนตรีพื้นบ้าน สะท้อนวิถีชีวิต ความเรียบง่าย และความเป็นชุมชนของประชาชน

ทั้งสองมีความงดงาม มีแบบแผน มีความซับซ้อน และมีคุณค่าทางวัฒนธรรมไม่ต่างกัน แตกต่างกันเพียง ที่มา อิทธิพล แนวทางปฏิบัติ และวิธีการสืบทอด

---

บทสรุป

ดนตรีไทยและดนตรีพื้นบ้าน คือสองรากฐานสำคัญของดนตรีไทยทั้งมวล วัฒนธรรมราชสำนักและวัฒนธรรมชาวบ้านต่างหล่อหลอมอัตลักษณ์ของชาติอย่างสมดุล ไม่มีรูปแบบใดสูงหรือต่ำกว่า หากแต่ต่างงดงามในแบบของตนเอง

การเข้าใจความแตกต่างอย่างถูกต้อง ไม่เพียงช่วยรักษามรดกทางวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ แต่ยังเป็นการให้เกียรติทั้งครูดนตรีไทย และศิลปินพื้นบ้าน ผู้เป็นรากแก้วของเสียงดนตรีแห่งแผ่นดินไทยอย่างแท้จริง 🎶🇹🇭

ผู้เขียน : ศุภณัฐ ธิบูรณ์บุญ 🥰✅

ที่อยู่

เลขที่ 6 ถนนราชมรรคาใน
Nakhon Pathom
73000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Thai Score Hubผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท