Zaghi’s corner - มุมของซากี้

Zaghi’s corner - มุมของซากี้ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Zaghi’s corner - มุมของซากี้, ห้องสมุด, ในเมือง, Nakhon Ratchasima.

เพราะชีวิตคือห้องสมุดขนาดใหญ่ที่รวมเรื่องราวและสิ่งดีๆ ไว้ด้วยกัน

จากรีวิวนิยายสืบสวนหักมุม สู่หนังสือฮีลใจ และของใช้ในชีวิตประจำวันที่เราคัดมาแล้วว่า 'ดีจริง' จนต้องบอกต่อ

08/07/2026

"5 วิธีฝึก Mindset แบบคนรวย"

1. ตั้งคำถามว่า "สิ่งนี้ทำให้ฉันโตขึ้นไหม?"

คนรวยจะไม่เลือกลงทุนแค่กับสิ่งของ แต่จะเน้นลงทุนกับสิ่งที่จะทำให้ตัวเองเติบโตขึ้น

2. เลิกพูดว่า "ไม่มีทาง" แล้วเปลี่ยนเป็น "จะทำยังไงดี?"

คนรวยจะมองอุปสรรคเป็นโจทย์ที่ต้องแก้ ไม่ใช่มองเป็นกำแพงที่ผ่านไปไม่ได้

3. ใช้เวลาอย่างตั้งใจ ไม่ใช่แค่ปล่อยให้หมดไปวันๆ

ตระหนักอยู่เสมอว่าเวลาเป็นทรัพยากรที่มีค่าและแพงยิ่งกว่าเงิน

4. อยู่ใกล้คนทที่คิดใหญ่และลงมือทำจริง

เพราะพลังงานและความคิดของคนรอบข้างมีผลต่อวิธีคิดของเรามากกว่าที่คิด

5. ฝึกจดบันทึกสิ่งที่ได้เรียนรู้ในทุกๆ วัน

ไม่ว่าจะเกิดเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน คนรวยจะคอยเก็บเกี่ยวบทเรียนชีวิตในทุกวัน เปรียบเสมือนนักลงทุนที่คอยเก็บดอกเบี้ย

สรุปว่า เราไม่จำเป็นต้องรวยก่อนถึงจะเริ่มคิดแบบคนรวยได้ แต่ถ้าเราฝึกคิดให้ถูกต้องในทุกๆ วัน วันหนึ่งเราจะกลายเป็นคนที่ดึงดูดเงินเข้ามาหาเองโดยไม่ต้องไล่ตาม

03/07/2026

5 Mindset "รวยยาก"

1. ชอบพูดว่า "ถ้าถูกหวยนะ จะ..."

การคิดแบบนี้เป็นการบอกตัวเองว่า ชีวิตจะเปลี่ยนได้ด้วย "โชคชะตา" เท่านั้น ไม่ใช่เพราะความสามารถของตัวเอง

2. ชอบบอกว่า "ต้นทุนเราไม่เท่ากัน"

คนที่ต้นทุนต่ำกว่าแต่สามารถพัฒนาชีวิตจนประสบความสำเร็จได้มีอยู่มากมาย จึงไม่ควรใช้เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างหรือโทษชะตากรรม

3. เชื่อว่า "เงินทองหายาก" หรือต้องเหนื่อยมากๆ ถึงจะได้มา

เมื่อฝังใจเชื่อแบบนี้ เงินก็จะหายากจริงๆ ทั้งที่จริงแล้วยังมีช่องทางและคนที่หาเงินได้ง่ายจากการเรียนรู้และฝึกฝน ซึ่งปัจจุบันสามารถเรียนรู้ได้ฟรีมากมาย

4. ดูถูกการค้าขาย

ไม่ชอบทำ ไม่ชอบขาย หรือมองลบกับการขายของ/ขายความรู้ ทั้งที่แท้จริงแล้ว การค้าขายคือการแลกเปลี่ยนสิ่งดีๆ หรือองค์ความรู้ที่มีประโยชน์ให้กับคนที่เขาต้องการอยู่แล้ว ถ้าเราเกลียดหรือดูถูกการค้าขาย ก็จะรวยได้ยาก

5. เกลียดหรือชอบดูถูกคนรวย

มักคิดว่าคนรวยต้องโกง ต้องเลว หรือมีดีแค่มีเงิน ซึ่งจิตใต้สำนึกที่เกลียดความรวยจะบล็อกไม่ให้ตัวเองรวย ครูเงาะเน้นย้ำว่า "เงินไม่ได้ทำให้คนเลว แต่เงินคือตัวขยายสันดาน" ถ้าเป็นคนดีอยู่แล้ว เมื่อรวยขึ้นก็จะยิ่งทำสิ่งดีๆ ได้มากขึ้น
Cr.ครูเงาะ

5 Mindset "รวยยาก"1. ชอบพูดว่า "ถ้าถูกหวยนะ จะ..."  การคิดแบบนี้เป็นการบอกตัวเองว่า ชีวิตจะเปลี่ยนได้ด้วย "โชคชะตา" เท่า...
02/07/2026

5 Mindset "รวยยาก"

1. ชอบพูดว่า "ถ้าถูกหวยนะ จะ..."

การคิดแบบนี้เป็นการบอกตัวเองว่า ชีวิตจะเปลี่ยนได้ด้วย "โชคชะตา" เท่านั้น ไม่ใช่เพราะความสามารถของตัวเอง

2. ชอบบอกว่า "ต้นทุนเราไม่เท่ากัน"

คนที่ต้นทุนต่ำกว่าแต่สามารถพัฒนาชีวิตจนประสบความสำเร็จได้มีอยู่มากมาย จึงไม่ควรใช้เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างหรือโทษชะตากรรม

3. เชื่อว่า "เงินทองหายาก" หรือต้องเหนื่อยมากๆ ถึงจะได้มา

เมื่อฝังใจเชื่อแบบนี้ เงินก็จะหายากจริงๆ ทั้งที่จริงแล้วยังมีช่องทางและคนที่หาเงินได้ง่ายจากการเรียนรู้และฝึกฝน ซึ่งปัจจุบันสามารถเรียนรู้ได้ฟรีมากมาย

4. ดูถูกการค้าขาย

ไม่ชอบทำ ไม่ชอบขาย หรือมองลบกับการขายของ/ขายความรู้ ทั้งที่แท้จริงแล้ว การค้าขายคือการแลกเปลี่ยนสิ่งดีๆ หรือองค์ความรู้ที่มีประโยชน์ให้กับคนที่เขาต้องการอยู่แล้ว ถ้าเราเกลียดหรือดูถูกการค้าขาย ก็จะรวยได้ยาก

5. เกลียดหรือชอบดูถูกคนรวย

มักคิดว่าคนรวยต้องโกง ต้องเลว หรือมีดีแค่มีเงิน ซึ่งจิตใต้สำนึกที่เกลียดความรวยจะบล็อกไม่ให้ตัวเองรวย ครูเงาะเน้นย้ำว่า "เงินไม่ได้ทำให้คนเลว แต่เงินคือตัวขยายสันดาน" ถ้าเป็นคนดีอยู่แล้ว เมื่อรวยขึ้นก็จะยิ่งทำสิ่งดีๆ ได้มากขึ้น

02/07/2026

5 Mindsets เปลี่ยนชีวิต สู่ความสำเร็จในทุกเรื่อง

1. คุณมีทางเลือกเสมอ (You always have a choice)

2. ทัศนคติแห่งการลงมือทำ (Bias towards Action)

3. ปล่อยวางความต้องการที่จะต้องเป็นฝ่ายถูกเสมอ (Let go of the need to be right)

4. มองโลกตามความจริง ไม่ใช่ตามแบบที่เราอยากให้เป็น (See the world as it is, not as you want it to be)

5. นิยามความสำเร็จจากภายใน ไม่ใช่ภายนอก (Define success from within)

5 Mindsets เปลี่ยนชีวิต สู่ความสำเร็จในทุกเรื่อง 1. คุณมีทางเลือกเสมอ (You always have a choice)  บทเรียนจาก Ursula Burn...
29/06/2026

5 Mindsets เปลี่ยนชีวิต สู่ความสำเร็จในทุกเรื่อง

1. คุณมีทางเลือกเสมอ (You always have a choice)

บทเรียนจาก Ursula Burns (อดีต CEO ของ Xerox หญิงผิวสีคนแรกที่นำพาบริษัทพลิกฟื้นกลับมาทำกำไร)
เธอเติบโตมาท่ามกลางความเสียเปรียบ 3 ด้านในยุค 1960 คือ เป็นผู้หญิง, ผิวสี และยากจน แต่คำสอนสำคัญของแม่คือ "ชีวิตเราเลือกไม่ได้ว่าจะเกิดมาอย่างไร แต่เราต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เราควบคุมได้"
อย่าเล่นบทเป็นเหยื่อของสถานการณ์ (Play Victim) และไม่นำความขาดแคลนมาเป็นข้ออ้าง แต่จงเลือกใช้ชีวิตและจัดการสิ่งที่มีให้ดีที่สุด

2. ทัศนคติแห่งการลงมือทำ (Bias towards Action)

บทเรียนจาก Chuck Close (ศิลปินระดับโลกที่มีความบกพร่องด้านการเรียนรู้และเป็นอัมพาตในช่วงอายุ 40)
เขากล่าวไว้ว่า "แรงบันดาลใจ (Inspiration) เป็นเรื่องของมือสมัครเล่น แต่มืออาชีพคือคนลุกขึ้นมาลงมือทำงานเลย"
คนส่วนใหญ่มักนั่งรอให้มีแรงบันดาลใจก่อนค่อยทำ แต่ความเป็นจริงการลงมือทำต่างหากที่จะสร้างแรงบันดาลใจตามมาทีหลัง

3. ปล่อยวางความต้องการที่จะต้องเป็นฝ่ายถูกเสมอ (Let go of the need to be right)

บทเรียนจาก Ray Dalio (ผู้บริหารกองทุน Hedge Fund ยักษ์ใหญ่อย่าง Bridgewater Associates)
เขาเคยเกือบตกพุ่มละลายในช่วงปี 1980 เพราะความมั่นใจในตัวเองสูงเกินไป มั่นใจว่าตลาดหุ้นจะพังแต่กลับพุ่งสวนทาง
บทเรียนนี้ทำให้เขาเลิกให้อีโก้ (Ego) มาครอบงำการตัดสินใจ และหันมาขอให้คนรอบข้างรวมถึงเด็กฝึกงาน ช่วยท้าทายและพิสูจน์ว่าความเชื่อของเขานั้น "ผิด" ตรงไหนบ้าง เพื่อมองโลกตามความเป็นจริง

4. มองโลกตามความจริง ไม่ใช่ตามแบบที่เราอยากให้เป็น (See the world as it is, not as you want it to be)

บทเรียนจาก Dr. Patrick Brown (ผู้ก่อตั้ง Impossible Foods)
เขาเป็นมังสวิรัติ (Vegan) และต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลง แต่เขาเข้าใจธรรมชาติมนุษย์ว่า "เราไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมใครได้ด้วยการเอาหลักศีลธรรมไปเทศนาใส่"
วิธีแก้คือเขาหันมาผลิตเนื้อจากพืช (Plant-based) ที่อร่อยเหมือนเนื้อจริงและราคาถูกกว่า เพราะการตอบโจทย์ความต้องการตามธรรมชาติของมนุษย์จะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมคนได้จริง

5. นิยามความสำเร็จจากภายใน ไม่ใช่ภายนอก (Define success from within)

บทเรียนจาก Amanda Pores (อดีตซูเปอร์โมเดลชื่อดังชาวโคลอมเบีย)
ในช่วงเวลาที่อาชีพกำลังรุ่งโรจน์ที่สุด เธอตัดสินใจหันหลังให้วงการแฟชั่นเพื่อไปทำงานช่วยเหลือชุมชนยากจน
เธอเหนื่อยหน่ายกับภาพลักษณ์ภายนอกที่เต็มไปด้วยสิ่งหลอกลวง และต้องการนิยามคำว่า "ต้นแบบ (Model)" ใหม่ ให้หมายถึง "การเป็นแบบอย่างที่ดีจากคุณค่าภายใน" เพื่อยกระดับชีวิตผู้อื่นให้เดินในเส้นทางที่ถูกต้อง

25/06/2026

"Carpe Diem" vs "Memento Mori" — สองขั้วความคิดที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย ⏳💀

ในภาษาละติน มีสองคำที่ดูเหมือนจะตรงข้ามแต่กลับส่งเสริมกันอย่างประหลาด

☀️ Carpe Diem: บอกให้เรา "ใช้ชีวิตให้คุ้ม" ในวันนี้
💀 Memento Mori: เตือนให้เรา "อย่าลืมความต_ย" เพื่อที่จะได้ไม่เสียเวลาไปกับสิ่งไร้สาระ

พอรวมกันมันคือการบอกว่า "เพราะชีวิตมันสั้น... วันนี้เราเลยต้องมีความสุขให้มากที่สุด"

เหมือนการอ่านหนังสือดีๆ สักเล่มที่ดองไว้มานาน... วันนี้แหละคือวันที่ดีที่สุดที่จะหยิบมันขึ้นมาอ่าน! 📖✨

#แรงบันดาลใจ #ภาษาลาตินวันละคำ

"5 Mindset ของคนประสบความสำเร็จ" 1. เปลี่ยนคำว่า "ทำไม่ได้" เป็น "ต้องเรียนรู้และทำให้ได้"  หากมีความขยัน ฝึกฝน และหมั่น...
25/06/2026

"5 Mindset ของคนประสบความสำเร็จ"

1. เปลี่ยนคำว่า "ทำไม่ได้" เป็น "ต้องเรียนรู้และทำให้ได้"

หากมีความขยัน ฝึกฝน และหมั่นเรียนรู้อยู่เสมอ ไม่ว่าสิ่งที่ตั้งเป้าหมายไว้จะยากแค่ไหน คุณก็สามารถทำมันได้สำเร็จ

2. อย่าเสียเวลาหาข้ออ้าง

ถ้างานยังไม่ดีหรือเงินยังไม่พอ ให้มุ่งหาต้นตอของสาเหตุแล้วหาวิธีการแก้ไข ไม่ใช่เอาแต่โทษปัจจัยภายนอกหรือสิ่งแวดล้อมรอบตัว

3. เริ่มลงมือทำทันที ไม่ต้องรอให้พร้อม 100%

เพราะเราจะไม่มีวันรู้สึกว่าตัวเองพร้อมอย่างแท้จริง การลงมือทำจริงตั้งแต่วันนี้คือวิธีเรียนรู้และพัฒนาที่ดีที่สุด

4. อย่าเลือกทำเฉพาะสิ่งที่ได้ผลตอบแทนระยะสั้น

หลีกเลี่ยงกับดักผลตอบแทนที่ได้ทันที แต่จงเลือกทำในสิ่งที่สร้างผลประโยชน์และการเติบโตในระยะยาว

5. มองปัญหาและอุปสรรคเป็นการเดินหน้า

ไม่มีใครประสบความสำเร็จได้โดยไม่เจออุปสรรค การเจอเป้าหมายที่ยากแปลว่าเรากำลังก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่ความล้มเหลว คนที่อดทนและไม่ยอมแพ้เท่านั้นที่จะไปถึงจุดหมายได้อย่างงดงาม

25/06/2026

"5 Mindset ของคนประสบความสำเร็จ"

1. เปลี่ยนคำว่า "ทำไม่ได้" เป็น "ต้องเรียนรู้และทำให้ได้"

หากมีความขยัน ฝึกฝน และหมั่นเรียนรู้อยู่เสมอ ไม่ว่าสิ่งที่ตั้งเป้าหมายไว้จะยากแค่ไหน คุณก็สามารถทำมันได้สำเร็จ

2. อย่าเสียเวลาหาข้ออ้าง

ถ้างานยังไม่ดีหรือเงินยังไม่พอ ให้มุ่งหาต้นตอของสาเหตุแล้วหาวิธีการแก้ไข ไม่ใช่เอาแต่โทษปัจจัยภายนอกหรือสิ่งแวดล้อมรอบตัว

3. เริ่มลงมือทำทันที ไม่ต้องรอให้พร้อม 100%

เพราะเราจะไม่มีวันรู้สึกว่าตัวเองพร้อมอย่างแท้จริง การลงมือทำจริงตั้งแต่วันนี้คือวิธีเรียนรู้และพัฒนาที่ดีที่สุด

4. อย่าเลือกทำเฉพาะสิ่งที่ได้ผลตอบแทนระยะสั้น

หลีกเลี่ยงกับดักผลตอบแทนที่ได้ทันที แต่จงเลือกทำในสิ่งที่สร้างผลประโยชน์และการเติบโตในระยะยาว

5. มองปัญหาและอุปสรรคเป็นการเดินหน้า

ไม่มีใครประสบความสำเร็จได้โดยไม่เจออุปสรรค การเจอเป้าหมายที่ยากแปลว่าเรากำลังก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่ความล้มเหลว คนที่อดทนและไม่ยอมแพ้เท่านั้นที่จะไปถึงจุดหมายได้อย่างงดงาม

24/06/2026

จากหนังสือ "เลิกเป็นคนเก่ง ที่คนเกลียด" 5 นิสัยแย่ๆ ที่คนเก่งมักมองไม่เห็นในตัวเอง แต่สร้างความเอือมระอาให้คนรอบข้างไว้ดังนี้

1. นิสัยต้องเอาชนะทุกอย่าง

เป็นนิสัยที่พบมากที่สุดและแก้ไขยากที่สุด เพราะคนเก่งมักใช้สัญชาตญาณการแข่งขันที่เคยทำให้ตนเองประสบความสำเร็จในงาน ลามมาใช้กับทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ

วิธีแก้ไข: ก่อนจะเถียงหรือพยายามเอาชนะใคร ให้ถามตัวเองว่า "ถ้าชนะแล้วจะได้อะไร และถ้าแพ้จะเสียอะไร" เพราะการชนะในเรื่องที่ไม่จำเป็น มักแลกมาด้วยการสูญเสียความสัมพันธ์และความรู้สึกดีๆ

2. นิสัยรู้มากเกินไปจนอดพูดไม่ได้ (กับดักการเพิ่มคุณค่า)

เกิดจากความหวังดีหรือความฉลาดที่เห็นช่องทางปรับปรุงงานอยู่ตลอดเวลา จึงมักพูดแทรก ตัดบท หรือเสริมไอเดียของตัวเองเข้าไป (เช่น พูดคำว่า "ไอเดียดีนะ...แต่จะดีกว่าถ้า...") การทำแบบนี้บ่อยๆ จะกลายเป็นการแช่แข็งไอเดียและลดทอนความมั่นใจของผู้อื่น

วิธีแก้ไข: ก่อนจะพูดหรือแนะนำอะไร ให้ลองหายใจเข้า-ออกช้าๆ 1 ครั้ง แล้วคิดทบทวนว่าสิ่งที่จะพูดนั้นจำเป็นจริงหรือไม่ บางครั้งการปล่อยให้คนอื่นได้แสดงฝีมือแม้ผลลัพธ์จะไม่สมบูรณ์แบบ 100% ก็สร้างความสัมพันธ์และควมมุ่งมั่นได้ดีกว่า

3. นิสัยไม่ยอมฟังใครเพราะคิดว่าตัวเองรู้ดีอยู่แล้ว

คนเก่งมักมีสมองที่ประมวลผลเร็ว จึงคิดไปล่วงหน้าว่าคนอื่นจะพูดอะไรจบตรงไหน ทำให้เกิดพฤติกรรม "ฟังแต่ตัว แต่ใจลอย" หรือรีบเร่งรัดบทสนทนา (เช่น การเร่งให้เปิดสไลด์ถัดไป) ซึ่งคู่สนทนาจะรับรู้ได้ว่าเราไม่ให้เกียรติ

วิธีแก้ไข: ฝึกตั้งมั่นอยู่กับปัจจุบัน ฟังโดยไม่ขัด ไม่ตัดบท และไม่คิดเตรียมสิ่งที่จะพูดสวนกลับ เพื่อส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายรู้ว่าพวกเขามีความหมายและได้รับความเคารพ

4. นิสัยคิดว่าตัวเองเก่ง...แต่ถ้าทำผิดจะไม่ขอโทษ

คนเก่งมักฝังใจเชื่อว่าการขอโทษคือการยอมรับความพ่ายแพ้ การเสียอำนาจ หรือการแสดงความอ่อนแอ ทั้งที่จริงๆ แล้ว คนรอบข้างเห็นความผิดพลาดนั้นอยู่แล้ว สิ่งที่พวกเขาอยากรู้คือเรา "รู้ตัวไหม" และ "ใส่ใจความรู้สึกคนอื่นพอที่จะขอโทษหรือเปล่า"

วิธีแก้ไข: การขอโทษไม่ได้แปลว่าเราผิดทั้งหมด แต่เป็นการยอมรับว่าเรามีส่วนทำให้สถานการณ์แย่ลง การลดกำแพงและอีโก้ของตัวเองลงก่อนถือเป็นความแข็งแกร่งที่จะช่วยปลดอาวุธในใจของอีกฝ่าย

5. นิสัยติดกับอดีตและโทษทุกอย่างว่าเป็นความผิดของคนอื่น

แสดงออกใน 2 รูปแบบ คือ การใช้ความผิดพลาดในอดีตมาอ้างเพื่อโทษคนอื่น (เช่น ฉันเป็นแบบนี้เพราะหัวหน้าเก่าทำไว้)หรือ การใช้อดีตอันยากลำบากของตัวเองมาข่มผู้อื่น (เช่น ตอนฉันอายุเท่าเธอนะ...) เพื่อทำให้ตัวเองดูดีขึ้น

วิธีแก้ไข: ตระหนักว่าอดีตไม่ใช่ทรัพย์สินหรืออาวุธ และไม่สามารถย้อนไปแก้ไขได้ พลังงานทั้งหมดควรเอาไว้ใช้ขับเคลื่อนสิ่งที่จะทำในปัจจุบันและอนาคต

บทสรุป: นิสัยทั้ง 5 ข้อนี้ฝังลึกอยู่ได้เพราะมันเป็นพฤติกรรมที่เคยพาคนเก่งเหล่านั้นไปสู่ "ความสำเร็จ" มาก่อน ความยากจึงไม่ใช่การเข้าใจนิสัยเหล่านี้ แต่คือความกล้าที่จะยอมรับ ลดอีโก้ และเปิดใจรับฟังคนรอบข้างเพื่อไม่ให้กลายเป็นคนเก่งที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว

ที่อยู่

ในเมือง
Nakhon Ratchasima
30000

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Zaghi’s corner - มุมของซากี้ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท