พรรคประชาชน นครสวรรค์ - People's Party Nakhonsawan

พรรคประชาชน นครสวรรค์ - People's Party Nakhonsawan พรรคประชาชน-สานต่ออุดมการณ์อนาคตใหม่ ก้าวไกลยึดมั่นในประชาธิปไตย เชื่อในอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

29/03/2026

[ แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม “ฉบับพรรคประชาชน” ]


ในเวที “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ที่รัฐบาลจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 มี.ค.) ถึงแม้เราจะเห็นการยอมรับผิดของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ว่าปัญหาวิกฤตน้ำมันในช่วงที่ผ่านมาเกิดจากการใช้มาตรการตรึงราคาน้ำมัน 15 วันของรัฐบาลเอง แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ขาดหายไปจากเวทีดังกล่าวกลับเป็นชื่อหัวข้อของงานว่า ตกลงแล้วประเทศไทยจะมี “แผนรับมือ” วิกฤตครั้งนี้อย่างไร


พรรคประชาชนขอเสนอแผนรับมือ “ฉบับพรรคประชาชน” สำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ การบริหารจัดการราคาน้ำมัน มาตรการสนับสนุนการปรับตัวของประชาชน การจัดการปุ๋ยเคมี และการเตรียมความพร้อมช่วงสงกรานต์


1️⃣ ปรับภาษีเพื่อจัดการราคาน้ำมันแบบขั้นบันได เอาผิดรายใหญ่ลักลอบ-กักตุน


ถึงแม้รัฐบาลจะประกาศเลิกตรึงราคาน้ำมัน แต่ก็ไม่ได้ประกาศชัดเจนว่าจะ “ลอยตัว” หรือไม่ บอกเพียงว่าจะ “ลดอัตราการอุดหนุนกองทุนน้ำมัน” ซึ่งยังไม่สามารถคลี่คลายความกังวลของประชาชนและผู้ประกอบการ

พรรคประชาชนเห็นว่า รัฐบาลควรประกาศให้ชัดเจนว่าจะใช้หลักการใดในการปรับราคาน้ำมันในอนาคต เช่น การเพิ่มลดราคาน้ำมันเป็นขั้นบันได ล้อไปกับตลาดโลก แต่ไม่กระชาก โดยใช้กองทุนน้ำมันประคองการทยอยขึ้นของราคา เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกแบบฉับพลัน ดังที่เกิดขึ้นในคืนวันที่ 25 มี.ค. ที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร

นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องเร่งใช้มาตรการที่รัฐบาลมีในมือที่สามารถลดต้นทุนในโครงสร้างราคาน้ำมันต่อ 1 ลิตร (ราคา ณ วันที่ 27 มี.ค. 69) ได้แก่

🟠 ภาษีสรรพสามิต ที่คิดเป็นต้นทุน 7.50 บาทสำหรับเบนซิน 95 และเป็นต้นทุน 6.92 บาท สำหรับดีเซลหมุนเร็ว

🟠 ภาษีเทศบาล ที่คิดเป็นต้นทุน 0.75 บาทสำหรับเบนซิน 95 และเป็นต้นทุน 0.69 บาท สำหรับดีเซลหมุนเร็ว

🟠 ภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่คิดเป็นต้นทุน 2.92 บาทสำหรับเบนซิน 95 และเป็นต้นทุน 2.45 บาท สำหรับดีเซลหมุนเร็ว

🟠 การเก็บเงินเข้ากองทุนอนุรักษ์พลังงาน ที่คิดเป็นต้นทุน 0.05 บาท

ทั้งนี้ ต้องประเมินร่วมกับผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลด้วย เพื่อให้เพียงพอสำหรับปีงบประมาณ 2569 ซึ่งภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มชะลอตัว

นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องเร่งรัดมาตรการป้องกันการกักตุน นอกจากกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 และมาตรา 10 ต้องรายงานการขาย, ราคา, สต็อกทุกสิ้นวันแล้ว ยังต้องตรวจสอบเส้นทางการวิ่งรถขนส่งน้ำมันแบบ real time เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการรายงานและเส้นทางการขายน้ำมัน โดนตรวจสอบข้อมูลที่รายงานในช่วงวิกฤตเทียบกับข้อมูลการขายน้ำมันในช่วงก่อนวิกฤต เพื่อหาพฤติการณ์เสี่ยงของการกักตุนน้ำมัน


2️⃣ มาตรการสนับสนุนเพื่อการปรับตัวของประชาชน


ถึงแม้นายกฯ อนุทินจะยอมรับความผิดพลาดในการบริหารงาน แต่กลับเสนอให้ประชาชน “ประหยัดน้ำมันครอบครัวละ 1 ลิตร” เพื่อแก้ปัญหา โดยไม่ได้มีมาตรการสนับสนุนการปรับตัวของประชาชนเลย

พรรคประชาชนเห็นว่าการประหยัดน้ำมันหรือพลังงานนับเป็นความจำเป็นและมีประโยชน์สำหรับสถานการณ์นี้ แต่รัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการสนับสนุนให้ชัดเจนด้วย อาทิ

🔴 การขนส่งสาธารณะ : ออกมาตรการสนับสนุนผู้ที่พร้อมปรับวิธีการเดินทางไปใช้การขนส่งสาธารณะ เช่น หาจุด “จอดแล้วจร” ที่เป็นของเอกชนแล้วมาเข้าร่วมโครงการ โดยรัฐช่วยสนับสนุนลดค่าจอดรถ

🔴 Work from Home : ออกมาตรการอุดหนุนค่าไฟฟ้า-ค่าอินเตอร์เน็ตสำหรับการทำงานที่บ้าน รวมทั้งสร้างแรงจูงใจให้กับสถานประกอบการที่จัดระบบ Work from Home ให้กับพนักงาน

🔴 พี่น้องครัวเรือนเกษตรกรอาจจะลดการใช้นำ้มันวันละลิตรได้ ถ้ามีโครงการรับแลกเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้น้ำมัน เช่น เครื่องสูบน้ำ มาเป็นเครื่องสูบน้ำที่ใช้ไฟฟ้าและโซลาร์เซลล์แทน แรงจูงใจที่มีคือ ส่วนลดเพื่อช่วยให้เกษตรกรตัดสินใจได้เร็วขึ้น เพราะเครื่องมือเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการประหยัดพลังงานในระยะยาว

🔴 สำหรับเครื่องจักรขนาดใหญ่ขึ้น เช่น อีแต๋นไฟฟ้า แทรกเตอร์ไฟฟ้า รัฐบาลก็อาจจะสามารถจัดหาระบบเช่าซื้อดอกเบี้ยต่ำมาเป็นการเสริมหนุนให้เกษตรกร หรือผู้ให้บริการทางการเกษตรสามารถลงทุนในเครื่องจักรที่ลดน้ำมันได้ เป็นต้น

🔴 สำหรับ SMEs ที่เป็นโรงงานผลิตขนาดเล็ก หรือระบบขนส่งสินค้า หากกระทรวงพลังงานร่วมกับสถาบันการศึกษาทำคูปองตรวจสอบการประหยัดพลังงาน หรือ Energy audit พร้อมเสนอแนะแนวทางในการลดการใช้พลังงาน ไม่ว่าจะเป็นการปรับจูนเครื่องจักร การปรับกระบวนการผลิตใหม่ การเปลี่ยนเครื่องจักรบางประเภท พร้อมกับการมีสินเชื่อเพื่อการลงทุน แบบนี้ SMEs จำนวนมากคงประหยัดได้มาก และยังช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ด้วย

🔴 เร่งออกนโยบาย ผ่อนเทคโนโลยีประหยัดพลังงานผ่านบิลค่าไฟได้ (On-Bill Financing) เช่น โซลาร์เซลล์, เครื่องปรับอากาศประหยัดไฟฟ้ารุ่นใหม่, ตู้แช่น้ำเย็นประหยัดไฟฟ้า, เครื่องทำน้ำเย็น (Chiller) ประหยัดพลังงาน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชน และ SMEs เข้าถึงเทคโนโลยีประหยัดพลังงานได้ โดยไม่ต้องรอมีเงินก้อน


3️⃣ มาตรการด้านปุ๋ยเคมี


ไทยนำเข้าปุ๋ยปีละประมาณ 500,000 ตัน โดยเป็นปุ๋ยจากตะวันออกกลางถึง 1 ใน 3 ของการนำเข้าปุ๋ยทั้งหมด อย่างไรก็ตาม แนวทางการแก้ปัญหาที่รัฐบาลมักเลือกใช้เป็นธงนำอย่างโครงการ “ปุ๋ยธงเขียว” ในทางปฏิบัติพบว่าช่วยเกษตรกรได้ในวงค่อนข้างจำกัด เช่นในปีงบประมาณที่ผ่านมา มีการจำหน่ายปุ๋ยธงเขียวราคาพิเศษจำนวน 5 ล้านกิโลกรัม จากความต้องการใช้ปุ๋ยทั้งประเทศ 5.6 ล้านตัน จึงเข้าถึงเกษตรกรเพียง 0.1% ของความต้องการใช้ทั้งหมด

พรรคประชาชนเสนอให้ (ก) กระทรวงพาณิชย์แจ้งราคาขาย (ที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์) ให้เกษตรกร (ข) เกษตรกรจะได้ทราบและตรวจสอบกันง่ายๆ ว่า ร้านใดขายเกินราคา และจะได้ดำเนินการทันที และ (ค) หากพบให้แจ้งผ่าน LineOA ซึ่งสามารถส่งหลักฐานแสดงป้ายราคา หรือใบเสร็จรับเงิน รวมถึงตำแหน่งที่ตั้งได้ทันที

🟢 นอกจากนี้ รัฐบาลสามารถปรับเปลี่ยนมาตรการเป็นการแจกคูปองส่วนลดให้เกษตรกรไปซื้อกันเอง เช่นคูปองลดราคาได้ไร่ละ 500 บาท ไม่เกิน 10 ไร่/ราย เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงโครงการโดยทั่วกัน พร้อมกับการควบคุมราคาจำหน่ายปุ๋ยตามกลไกที่กระทรวงพาณชย์มีอยู่

🟢 มาตรการในระยะกลาง รัฐบาลควรแนะนำการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยสำหรับเกษตรกร เช่น มีบริการการตรวจวิเคราะห์ค่าดินแบบเร่งด่วนฟรี และคำนวณสัดส่วนปุ๋ยผสม/ปู๋ยสูตรสำเร็จด้วยตัวเองในสวนได้ โดยควรมีแรงจูงใจเช่นส่วนลดหรือเครดิตการค้าเพิ่มเติมสำหรับเกษตรกรที่ดำเนินการเช่นนั้น

🟢 หากจะรัฐบาลจะส่งเสริมให้มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพมากขึ้น รัฐบาลควรผลักดันให้การขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยอินทรีย์เคมี ทำได้สะดวกและรวดเร็วกว่านี้ เพราะความลำบากและล่าช้าทำให้ผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์เลี่ยงไปจดแจ้งว่าเป็นวัสดุปลูก ซึ่งไม่ต้องตรวจค่าอินทรีย์วัตถุและธาตุอาหาร ผลที่ตามมาคือ เกษตรกรนำไปใช้แบบไม่ทราบคุณภาพที่แท้จริง และไม่มีการควบคุมคุณภาพปุ๋ยอินทรีย์อย่างที่ควรจะเป็น


4️⃣ แนวทางเตรียมการในช่วงสงกรานต์


สงกรานต์เป็นเทศกาลสำคัญที่สุดของคนไทยทั้งในด้านวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ นอกจากจะเป็นการเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อพบปะญาติพี่น้องและร่วมงานประเพณี ยังสร้างมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนกว่า 100,000 ล้านบาท ผ่านธุรกิจการท่องเที่ยว ร้านอาหาร และขนส่ง

พรรคประชาชนเห็นว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเพื่อสนับสนุนการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้สะดวกและราบรื่น ด้วยแนวทางดังต่อไปนี้

🔵 เตรียมระบบขนส่งสาธารณะให้พร้อม เพื่ออำนวยความสะดวก ลดค่าใช้จ่ายและลดการใช้น้ำมัน เช่น การเพิ่มเที่ยว/ขบวนรถทัวร์ รถไฟ การดูแลความปลอดภัยและความสะดวกที่สถานีขนส่งและจุดบริการต่างๆ

🔵 สร้างความมั่นใจในระบบการส่งน้ำมันเชื้อเพลิงยังสถานีบริการทั่วประเทศ พร้อมทั้งแสดงข้อมูลสถานะของปริมาณน้ำมันในแต่ละสถานีที่สามารถตรวจแบบเรียลไทม์ได้ทั้งประเทศ

🔵 ประกาศราคาน้ำมันคงที่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อป้องกันความสับสนและความกังวลใจของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์

🔵 เตรียมความพร้อมของระบบการแพทย์ฉุกเฉิน การสำรองเวชภัณฑ์ และการดูแลภาระงานและสวัสดิการของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครด้านการแพทย์

🔵 ดูแลสาธารณภัยและความปลอดภัยทางถนน จัดเตรียมจุดรับ (หมายถึง ฟรี) และจุดซื้อ (หมายถึง ลดราคา) ของฝากจากเกษตรกร เพื่อระบายผลผลิตที่ยังมีปริมาณผลผลิตส่วนเกิน และ/หรือ ราคาตกต่ำ โดยมีงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ และมีการประสานงานระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ และจังหวัดต่างๆ ทั้งสำหรับขาจากเมืองไปบ้าน (เช่น มะพร้าวน้ำหอม มะม่วง) และขากลับจากบ้านกลับมาเมือง (เช่น สินค้าท้องถิ่น) โดยควรจัดจุดรับและจุดซื้อ ทั้งสำหรับผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัว และขนส่งสาธารณะ


ยิ่งสถานการณ์โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เราเห็นว่ารัฐบาลยิ่งจำเป็นต้องมีมาตรการที่ชัดเจนอย่างน้อยใน 4 ด้านข้างต้น เพื่อช่วยให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นใจในการดำเนินชีวิตรายวัน และสามารถวางแผนการเดินทางช่วงสงกรานต์ได้อย่างราบรื่น

28/03/2026
26/03/2026

[ วิกฤติน้ำมันกำลังกระทบทุกภาคส่วน รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหา ก่อนจะลุกลามจนแก้ไม่ได้! ]
นี่คือตัวอย่างวิกฤตน้ำมันที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อด้านเกษตร ด้านประมง ด้านการท่องเที่ยว ด้านขนส่ง ไปจนถึงเม็ดพลาสติก ฯลฯ ห่วงโซ่อุปทานจากธุรกิจเหล่านี้กำลังสั่นสะเทือนจากปมน้ำมันทั้งสิ้น
[ ด้านเกษตร ]
เกษตรกรมักถูกโดดเดี่ยวเสมอ ยิ่งมาเจอวิกฤตน้ำมันยิ่งเป็นการซ้ำเติมปัญหาที่เขาเจออยู่แล้ว ทั้งเรื่องราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำมาก ทั้งราคาสินค้าเกษตรหน้าสวน รวมถึงต้นทุนในการทำการเกษตรปลูกผักผลไม้ตั้งแต่หยอดเมล็ดพันธุ์ไปจนถึงการปรุงที่ครัว ทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องกับน้ำมันทั้งสิ้น
ข้อเสนอเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรคือ
1) ให้ใช้คูปองน้ำมันสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ต้องขนส่ง สองส่วนนี้จำเป็นอย่างมาก ตลอดจนให้เงินอุดหนุนในกรณีที่ไม่สามารถใช้คูปองได้ เพื่อช่วยลดต้นทุนของเกษตรกรและในขณะเดียวกันก็จะทำให้ราคาที่ผู้บริโภคซื้อไม่สูงเกิน
2) ในส่วนของปุ๋ย รัฐบาลต้องแถลงถึงปริมาณปุ๋ยเคมีที่มีอยู่ รวมถึงผลการจัดหาปุ๋ยเคมีจากแหล่งผลิตอื่นๆ และใช้การทูตเชิงรุกเพื่อหาแหล่งปุ๋ยใหม่ กระทรวงพาณิชย์ต้องประกาศควบคุมราคาให้เกษตรกรทราบและสามารถตรวจสอบได้จริง มีช่องทางการร้องเรียนที่เข้าถึงง่าย แจกคูปองส่วนลดให้เกษตรกรซื้อปุ๋ย โดยสามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง
[ ด้านท่องเที่ยว ]
นักท่องเที่ยวต่างชาติจากสายตะวันออกกลางเริ่มหายไป ค่าตั๋วจากยุโรปเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว ซึ่งล้วนแต่เป็นนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปเกิน 3 เดือน นักท่องเที่ยวที่เข้ามาประเทศไทยจะหายไปมากกว่า 1 ใน 4 จากเป้าที่ตั้งไว้ประมาณ 36-37 ล้านคน จะเหลือเพียง 27-28 ล้านคนเท่านั้น
ข้อเสนอระยะสั้นสำหรับตลาดต่างประเทศ
1) ต้องมีการกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะจากเอเชียมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจีน อินเดีย และอาเซียน โดยเฉพาะตลาดอินเดียที่ยังมีศักยภาพเพิ่มนักท่องเที่ยวได้มากกว่านี้
2) ตลาดในประเทศ รัฐบาลต้องทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าถ้าขับรถออกจากบ้านแล้วจะหาปั๊มน้ำมันเติมได้ ทำให้เกิดแดชบอร์ดทุกเส้นทางแบบเรียลไทม์ได้ 3) ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว เช่น มาตรการด้านการเงิน ภาษี ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตต่างๆ รวมถึงให้ความดูแลแรงงานภาคบริการด้วย
การอุดหนุนระบบขนส่งสาธารณะ ถ้าผู้ประกอบการจำเป็นต้องขึ้นราคา รัฐบาลต้องรับประกันว่าประชาชนจะไม่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะต่อกลุ่มเปราะบาง
[ ด้านขนส่ง ]
วิกฤตน้ำมันส่งผลกระทบต่อขนส่งและโลจิสติกส์ ทำให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกขนส่งบางรายต้องซื้อน้ำมันจากพ่อค้าคนกลางในราคาที่สูงกว่าหน้าสถานีบริการขายปลีก ส่งผลให้รถบรรทุกขนาดใหญ่เข้ามาต่อคิวเติมน้ำมันตามสถานีบริการทั่วไป ทำให้เกิดปัญหากับประชาชนที่ต้องใช้สถานีเติมน้ำมันแห่งเดียวกัน ทำให้การรอคิวเติมน้ำมันนานขึ้น และน้ำมันไม่เพียงพอต่อประชาชนทั่วไป
เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ผู้ประกอบการไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ หลายรายต้องหยุดวิ่งรับงาน สุดท้ายต้นทุนแฝงก็ถูกผักภาระไปสู่สินค้าอุปโภคบริโภคของประชาชน รัฐบาลควรเร่งแก้ปัญหา ดังนี้
1) บังคับใช้กฎหมายปราบปรามการกักตุนอย่างเด็ดขาด โดยใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ อย่างเข้มงวด เพื่อสลายวงจรการเก็งกำไรและการกักตุนน้ำมันในทุกระดับ
2) มาตรการอุดหนุนแบบเจาะจงเป้าหมายแทนที่อุดหนุนแบบแบบหว่านแห จัดสรรคูปองพลังงานและเครดิตเงินคืนให้กลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น ชาวประมงพื้นบ้าน ผู้ประกอบการรถบรรทุกขนส่งรายย่อย ให้ฟันเฟืองเศรษฐกิจในท้องถิ่นอย่างหมุนต่อไปได้
[ ด้านประมง ]
ประมงเป็นหนึ่งในเสาหลักเศรษฐกิจของประเทศ ภาคประมงมีจีดีพีอยู่ที่ 138,000 ล้านบาท ในปี 2568 มาจากการทำประมงในทะเล 90% โดยชาวประมงชายฝั่งตลอดแนวทะเล 23 จังหวัดของประเทศไทย ทั้งประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้าน
ขณะที่เรือประมงต้องจอด ชาวประมงก็ยังคงต้องแบกรับภาระค่าแรงคนงานบนเรือ ค่าอาหาร ค่าเช่าท่า ค่าน้ำ ค่าไฟ และรายจ่ายอื่นๆ หลักแสนบาทต่อเดือน รัฐบาลได้มีการเตรียมการช่วยเหลือชาวประมงไว้บ้างแล้วหรือไม่ ขณะเดียวกันในส่วนของชาวประมงพื้นบ้านก็ได้รับความเดือดร้อนไม่ต่างกัน การเติมน้ำมันใส่แกลลอนเพื่อใส่เรือก็มีข้อจำกัด หาเติมยาก ต้นทุนน้ำมันก็สูงขึ้น ชาวประมงกลุ่มนี้มีทุนทรัพย์ไม่มาก จะมีการดูแลกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านอย่างไรหรือไม่
วิกฤติน้ำมันครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเพียงชาวประมงพาณิชย์กว่า 9,000 ลำ และชาวประมงพื้นบ้านกว่า 100,000 ครอบครัวเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจและอุตสาหกรรมต่อเนื่องอีกมากมาย
ข้อเสนอเพื่อช่วยเหลือชาวประมงคือ รัฐบาลควรจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นมาให้ชาวประมงเพิ่มเติม และมีมาตรการช่วยลดค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันให้แก่ชาวประมง เช่น การมีโควตาพิเศษ การแจกคูปองส่วนลดให้ชาวประมงกลุ่มที่เปราะบางหรือไม่ รัฐบาลต้องรีบบอกชาวประมงให้ชัดเจน
[ ด้านพลาสติก ]
ห่วงโซ่อุปทานของ ปิโตรเลียม ไม่ได้มีแค่นำไปทำน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ขาดแคลนไปถึงเม็ดพลาสติก และเคมีภัณฑ์ต่างๆ ที่ผลิตมาจากน้ำมันดิบ ปริมาณเมล็ดพลาสติก PE (Polyethylene) ที่ใช้ผลิตของตั้งแต่ถุงพลาสติก ขวด ไปจนถึงท่อน้ำประปา
ตอนนี้ปริมาณวัตถุดิบในระบบหายไปครึ่งหนึ่ง พนักงานและผู้ประกอบการในโรงงานพลาสติก โรงงานกว่า 2,500 แห่ง ถ้าไม่มีวัตถุดิบมาใช้ผลิต ต้องหยุดงาน โดยเฉพาะโรงงานขนาดเล็ก อำนาจต่อรองต่ำ สู้เจ้าใหญ่ไม่ได้ ใครจะเยียวยาในส่วนนี้
ฃ้อเสนอให้ดำเนินการเพื่อช่วยเหลือธุรกิจเม็ดพลาสติก
1) รัฐบาลต้องกำกับดูแลราคาเม็ดพลาสติกให้ “สมเหตุสมผล” และ “เป็นธรรม” และร่วมหารือกับผู้ผลิตเม็ดพลาสติก และช่วยสนับสนุนในการหาแหล่งวัตถุดิบทางเลือกในการผลิตเม็ดพลาสติก และผลิตภัณฑ์อื่นๆ
2) รัฐบาลต้องแจ้งสถานการณ์ให้ทราบล่วงหน้าเพื่อให้ประชาชนวางแผนรับมือ รวมทั้งเตรียมทางเลือกทดแทนในการลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกบางชนิดที่มีความขาดแคลน และช่วยลดเพดานราคา ไม่ให้ราคาพลาสติกดีดตัวสูงจนควบคุมไม่ได้
[ ด้านกระบวนการยุติธรรม ]
วิกฤติน้ำมันไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เพียงตัวเลขทางเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่จะกระทบต่อการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ในขณะที่รัฐมีต้นทุนเพิ่มมากขึ้นประชาชนเองก็มีต้นทุนในการเข้าถึงกระบวนการที่มากขึ้นเช่นเดียวกัน บางคนจะต้องขึ้นศาล ต้องจ่ายค่าเดินทางมากขึ้นต้องเลือกระหว่างจะไปศาลหรือหยุดอยู่บ้านหาเงินเลี้ยงลูก
เมื่อเศรษฐกิจตึงตัวแบบนี้อาชญากรรม ก็มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกันในขณะที่ทรัพยากรของรัฐลดลงแต่ตำรวจไม่มีงบเติมน้ำมันบางสน. มีงบแต่ไม่มีน้ำมันให้เติมต้องต่อคิวหลายท่าน .
ข้อเสนอสามระยะ
ระยะสั้นรัฐบาลควรจะต้องอุดหนุน งบฉุกเฉิน เพิ่มเติม ให้กับหน่วยงานยุติธรรม
ระยะกลางในอนาคตต้องมีการลงทุนอย่างจริงจัง ในระบบ e-court หรือระบบพิจารณาคดีออนไลน์ในช่วงโควิดอยู่แต่มีการหยุดใช้ไป
ระยะยาวเราต้องกล้าปฏิรูปโครงสร้างทำให้กระบวนการยุติธรรมของไทยยืดหยุ่นในภาวะวิกฤต
-----
เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล Laofang Bundidterdsakul
อิทธิพล ชลธราศิริ - Itthiphon Chontharasiri - แบงค์ชัย
สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล - Sittiphol Viboonthanakul
ต๊อกแต๊ก นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต - Naruemat Piembandhit
อานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สส สมุทรสงคราม-พรรคประชาชน
กานต์ ภัสริน รามวงศ์ - Patsarin Ramwong
ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ - ทนายแจม - Sasinan Thamnithinan
สกล สุนทรวาณิชย์กิจ - Sakon Soontornvanichkit

21/03/2026

📌พรุ่งนี้ 10.00-12.00 น. พบกันที่เซ่งฮะ Cafe' พบกับพี่วิโรจน์กันน้าาาา
Wiroj Lakkhanaadisorn - วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

ที่อยู่

605/434 หมู่. 10 ตำบลนครสวรรค์ตก
Nakhon Sawan
60000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พรรคประชาชน นครสวรรค์ - People's Party Nakhonsawanผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์