24/08/2026
“ปากใหญ่ ถุงใต้คางยักษ์ แล้วทำไมต้องใหญ่ขนาดนั้น🔍”
นกกระทุง
ชื่อสามัญ : Spot-billed Pelican
ชื่อวิทยาศาสตร์ : 𝘗𝘦𝘭𝘦𝘤𝘢𝘯𝘶𝘴 𝘱𝘩𝘪𝘭𝘪𝘱𝘱𝘦𝘯𝘴𝘪𝘴
ชื่อวงศ์ : Pelecanidae
📍ลักษณะทางสัณฐานวิทยา
นกกระทุงเป็นนกน้ำขนาดใหญ่ มีความยาวลำตัวประมาณ 140 ซม. ลำตัวอวบ ปากยาวและใหญ่ มีจุดสีคล้ำตามขอบปาก ถุงใต้คางขนาดใหญ่ คอยาว ปีกยาวประมาณ 52.5–60.7 ซม. หางและขาสั้น มีพังผืดระหว่างนิ้วตีน ลำตัวสีขาวแซมเทาหรือน้ำตาล และปลายปีกสีดำ ตัวเต็มวัยทั้งสองเพศมีลักษณะและสีสันใกล้เคียงกัน โดยในช่วงฤดูผสมพันธุ์จะมีขนสั้น ๆ บริเวณท้ายทอยและมีสีชมพูบริเวณด้านหลังลำตัวเพิ่มขึ้น ส่วนนกวัยอ่อนมีสีน้ำตาลเด่นกว่าตัวเต็มวัย โดยเฉพาะบริเวณลำตัวด้านบน
📍อุปนิสัย ถิ่นที่อยู่อาศัยและอาหาร
นกกระทุงเป็นนกหากินในเวลากลางวัน มักอยู่รวมกันเป็นฝูงอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำจืด น้ำกร่อย และบริเวณชายฝั่งทะเล มักจะกินปลาและสัตว์น้ำเป็นอาหาร โดยบินหาเหยื่อเหนือผิวน้ำแล้วพุ่งลงจับด้วยปาก หรือใช้ปากและถุงใต้คางช้อนจับปลาในขณะลอยตัวอยู่ในน้ำ ขณะบินมักร่อนอยู่เหนือผิวน้ำในระดับต่ำประมาณ 1 เมตร และบางครั้งสามารถบินขึ้นสูงได้ถึงประมาณ 50 เมตร โดยจะหดคอ ปากขนานไปกับพื้น และเหยียดขาไปด้านหลัง นอกจากนี้ยังสามารถเกาะตามกิ่งไม้ เดินบนพื้นดิน และว่ายน้ำได้ดี
📍การผสมพันธุ์
นกกระทุงผสมพันธุ์ช่วงฤดูฝน ประมาณเดือนกรกฎาคม–ตุลาคม ทำรังรวมกันเป็นกลุ่มบนต้นไม้ขนาดใหญ่ วางไข่ครั้งละ 2–4 ฟอง และช่วยกันฟักไข่นานประมาณ 30 วัน ลูกนกแรกเกิดยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พ่อแม่จะช่วยกันหาอาหารและเลี้ยงดูจนแข็งแรง โดยลูกนกจะออกจากรังและเริ่มบินได้เมื่ออายุประมาณ 35–40 วัน
📍การกระจายพันธุ์
นกกระทุงมีการกระจายพันธุ์ในประเทศอินเดีย เมียนมา ไทย ลาว กัมพูชา จีนตะวันออก เกาะไหหลำ มาเลเซีย อินโดนีเซีย(เกาะสุมาตราและเกาะชวา) และฟิลิปปินส์
📍สถานภาพ
อยู่ในสถานภาพ “ใกล้ถูกคุกคาม (Near Threatened; NT)” ตามการประเมินของ IUCN Red List
#นกกระทุงไม่ได้มีปากและถุงใต้คางขนาดใหญ่โดยบังเอิญ #แต่นี่คือเครื่องมือสำคัญในการดำรงชีวิตและหาอาหารของมัน...
ที่มา : คู่มือศึกษาธรรมชาติหมอบุญส่ง เลขะกุล นกเมืองไทย, หนังสือชุด นกในเมืองไทย รศ. โอภาส ขอบเขตต์
#สถานีวิจัยสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด
#นกกระทุง