รักษาพันธุ์สัตว์ป่า

รักษาพันธุ์สัตว์ป่า ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก รักษาพันธุ์สัตว์ป่า, อำเภอเมือง, Nakhon Thai.

จะเป็นผู้นำเสนอเรื่องราว ความจริงเชิงวิชาการ เชิงกฎหมาย และเชิงการบริหาร ในการอนุรักษ์และการจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยืน เอื้อประโยชน์ต่อชุมชน สังคม ประเทศชาติ และโลกใบนี้ สืบต่อไป เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูขัด จังหวัดพิษณุโลก

ที่ตั้งและสภาพทั่วไป
ประกอบด้วยพื้นที่บางส่วนของป่าสงวนแห่งชาติป่าเนินเพิ่ม, ป่าแดงและป่าชาติตระการ, ป่าล

ำน้ำภาคและป่าลำแควน้อยฝั่งซ้าย อยู่ในท้องที่ 5 ตำบล คือ น้ำกุ่ม นครชุม นาบัว ยางโกลน และบ่อโพธิ์ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอำเภอเมือง ห่างจากจังหวัดพิษณุโลกประมาณ 120 กม. เนื้อที่ประมาณ 150,990 ไร่ หรือ 241.58 ตร.กม.(คำนวณโดยใช้ GIS) ลักษณะภูมิประเทศประกอบด้วยภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน มีแนวสันเขาเป็นอาณาเขตระหว่างจังหวัดเลยและจังหวัดพิษณุโลก วางตัวแนวทิศตะวันตกเฉียงใต้ - ตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่มีความสูง 200 - 1,468 เมตร (รทก.) ประกอบด้วยหินแกรนิตเป็นส่วนใหญ่ ปกคลุมด้วยหินตะกอนเป็นหย่อมๆ จากขบวนการทางธรณี มีลักษณะเป็นหินทรายละเอียดชุดโคราช เนื้อหินเป็นเม็ดตะกอนขนาดทรายละเอียด ลักษณะภูมิอากาศ อุณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายน 38.37C ต่ำสุด 11.93C ปริมาณฝน 1,351.9 มม./ปี

ทรัพยากรป่าไม้
มี 7 สังคมพืช คือ ป่าดงดิบเขา ป่าดงดิบแล้ง ป่าดงดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ทุ่งหญ้า และพื้นที่ชุ่มน้ำ ส่วนสังคมพืชอื่นๆ มีปริมาณไม่มากนัก มีความหลากหลายของพืชที่มีท่อลำเลียงตั้งแต่กลุ่มเฟิร์น, พืชเมล็ดเปลือย, พืชใบเลี้ยงเดี่ยว และพืชใบเลี้ยงคู่ มากถึง 144 วงศ์ 464 สกุล 812 ชนิด เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก (ธรรมดา) และ ประเภท ข (พิเศษ) 198 ชนิด ของป่าหวงห้าม 55 ชนิด เป็นพืชหายากของประเทศไทย 34 ชนิด เป็นพืชถิ่นเดียว 15 ชนิด กระจายมาจากเขตอบอุ่นของโลก 8 ชนิด และพืชต่างประเทศอีก 13 ชนิด และมีรายชื่ออยู่ในบัญชีของสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) 40 ชนิด

ทรัพยากรสัตว์ป่า
พบสัตว์ป่ามีกระดูกสันหลังทั้งหมด 5 ชั้น 30 อันดับ 71 วงศ์ 159 สกุล 211 ชนิด กระจายอยู่ในถิ่นอาศัยประเภทต่างๆ มากถึง 11 ประเภท คือ ป่าดงดิบเขา, ป่าดงดิบแล้ง, ป่าเบญจพรรณ, ป่าเต็งรัง, ไร่ร้างหรือป่ากำลังทดแทน, พื้นที่ชุ่มน้ำ, แหล่งเกษตรกรรม, สิ่งปลูกสร้าง, ป่าปลูก, สังคมผาหิน และทุ่งหญ้า มีสัตว์ป่าสงวน 1 ชนิด คือ เลียงผา และสัตว์ป่าคุ้มครอง 154 ชนิด มีสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ในระดับประเทศ 2 ชนิด คือ เสือโคร่ง และเต่าปูลู มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ 9 ชนิด ใกล้ถูกคุกคามจำนวน 10 ชนิด และมีสถานภาพในบัญชีของ IUCN มากถึง 185 ชนิด มีปัจจัยคุกคาม 7 ประเภท คือ ปศุสัตว์หรือสัตว์เลี้ยง, ไฟป่า, เก็บหาของป่า, การลักลอบทำไม้, การล่าสัตว์, สิ่งปลูกสร้าง และการบุกรุกแผ้วถางป่า

แหล่งต้นน้ำลำธาร
เป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญของลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำแควน้อย ลุ่มน้ำหลัก แม่น้ำน่าน มีลุ่มน้ำย่อยที่สำคัญ 3 ลุ่มน้ำ คือ น้ำตอน น้ำแขม และน้ำแควน้อย ไม่มีการใช้ประโยชน์ของเอกชน และมีโครงการต่างๆ ของรัฐเข้าไปปลูกฟื้นฟูป่ามากถึง 9,150 ไร่ ซึ่งในพื้นที่แห่งนี้ยังมีปัจจัยพิเศษสำหรับสัตว์ป่า เช่น โป่ง น้ำซับ แหล่งน้ำ ทุ่งหญ้า และพื้นที่พิเศษ เช่น น้ำตก หน้าผา ถ้ำ จุดชมวิว กระจายอยู่ในพื้นที่ด้วย

การมีส่วนร่วมของชุมชน
แนวเขตที่จะกำหนดเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูขัด ได้ผ่านการพิจารณาและได้รับความเห็นชอบตามขั้นตอน อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนให้กำหนดเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจากหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจาก
1. อบต. 5 แห่ง ในท้องที่อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก
2. หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก อำเภอด่านซ้าย และอำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย
3. คณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้ ประจำอำเภอนครไทย และจังหวัดพิษณุโลก
4. คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2553
5. คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา เมื่อ 27 กันยายน 2559
6. ประกาศ " พระราชกฤษฎีกา กำหนดที่ดินป่าน้ำภาค และป่าลำแควน้อยฝั่งซ้าย ป่าแดงและป่าชาติตระการ และป่าเนินเพิ่ม ในท้องที่ตำบลน้ำกุ่ม ตำบลนครชุม ตำบลนาบัว ตำบลยางโกลน และตำบลบ่อโพธิ์ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พ.ศ.2560 ตามราชกิจจานุเบกษา ฉบับลงวันที่ 31 สิงหาคม 2560

วิสัยทัศน์ : “อนุรักษ์สัตว์ป่าและถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูขัดให้คงอยู่ และดำรงไว้ซึ่งบทบาท และกระบวนการของระบบนิเวศ โดยการมีส่วนร่วม”
พันธกิจ
1.ดูแล และอนุรักษ์สัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูขัด
2.ดูแล และอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูขัด
3.ใช้หลักการมีส่วนร่วมในการจัดการพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูขัด
นโยบาย
1.เน้นการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สัตว์ป่า
2.มุ่งให้ชุมชนรอบป่า พัฒนาอย่างยั่งยืน บนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
3.พัฒนาองค์กร ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ข้อเสนอแนะ
พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูขัด มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เป็นลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำแควน้อย ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำน่าน ไม่อยู่ในกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายของบุคคลใด และประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวเขต โดยผ่านความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อบต.) ทั้ง 5 แห่ง, จากคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้ประจำอำเภอนครไทย และประจำจังหวัดพิษณุโลก และ จากคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มป่าภูเมี่ยง – ภูทอง ซึ่งเป็น 1 ใน 19 กลุ่มป่าของประเทศไทย เป็นผืนป่าใหญ่ต่อเนื่องกัน มีพื้นที่รวมทั้งหมดประมาณ 4 ล้านไร่ มีศักยภาพเพียงพอในการจัดการพื้นที่เชิงระบบนิเวศ เป็นการจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพที่มีอยู่ได้ดียิ่งขึ้น
จึงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวงที่จะกำหนดพื้นที่แห่งนี้ เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อรัฐจะได้ดำเนินการควบคุม ดูแล และจัดการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าอย่างถาวรและปลอดภัย เป็นหนทางสำคัญอย่างหนึ่งของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนท้องถิ่นเดิม และเป็นการสนองนโยบายรัฐบาลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถือเป็นประโยชน์โดยตรงต่อราษฎรอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก อีกทั้งเอื้ออำนวยผลประโยชน์โดยรวมต่อประเทศชาติ ในการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ ระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของพลเมือง ให้มั่นคงถาวรสืบไป

อุทยานฯ ตะรุเตา ช่วยชีวิต "เต่าตนุ" ติดอวนทะเล ปฐมพยาบาลปลอดภัย ก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ..เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตะรุเต...
07/09/2026

อุทยานฯ ตะรุเตา ช่วยชีวิต "เต่าตนุ" ติดอวนทะเล ปฐมพยาบาลปลอดภัย ก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ..
เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตาเข้าช่วยเหลือเต่าตนุ สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ หลังพบบาดเจ็บจากการติดเศษอวนบริเวณอ่าวพันเตมะละกา โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการช่วยเหลือ ปฐมพยาบาล และปล่อยกลับคืนสู่ท้องทะเลได้อย่างปลอดภัย

1. รายละเอียดการเข้าช่วยเหลือและสภาพของเต่าตนุ
• วัน-เดือน-ปีที่เกิดเหตุ: เมื่อเวลา 17.58 น. ของวันที่ 6 กันยายน 2569
• สถานที่พบเจอ: บริเวณอ่าวพันเตมะละกา เกาะตะรุเตา ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนอุทยานแห่งชาติตะรุเตาออกปฏิบัติการตรวจตราพื้นที่ตามภารกิจอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล
• ลักษณะและอาการ: พบเต่าตนุ ไม่สามารถระบุเพศได้ ขนาดความกว้างลำตัว 65 เซนติเมตร และความยาว 88 เซนติเมตร มีเศษอวนพันธนาการอยู่รอบลำตัว ตรวจร่างกายเบื้องต้นพบรอยถลอกและบาดเจ็บเล็กน้อยจากการดิ้นรน แต่เต่ายังคงมีความแข็งแรงและว่ายน้ำได้ดี
• การช่วยเหลือ: เจ้าหน้าที่ได้แกะเศษอวนออกและทำความสะอาดบาดแผลจนปลอดภัย ก่อนปล่อยเต่าตนุตัวดังกล่าวกลับคืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่อ่าวพันเตมะละกาเรียบร้อยแล้ว

2. สถานภาพทางกฎหมายและภัยคุกคามจากขยะทะเล
• สถานะทางกฎหมาย: นายสุรชัย ท่าเทศ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตะรุเตา เปิดเผยว่า เต่าตนุจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และเป็นตัวบ่งชี้ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล
• ภัยคุกคาม: ในช่วงฤดูลมมรสุมมักมีขยะทะเลและเศษเครื่องมือทำการประมงถูกคลื่นลมพัดเข้ามา ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสัตว์ทะเลหายาก เนื่องจากหมู่เกาะตะรุเตาเป็นแหล่งอาศัยและแหล่งอาหารที่สำคัญ (เช่น หญ้าทะเลและสาหร่าย) ของเต่าทะเลในแถบทะเลอันดามัน
• มาตรการป้องกัน: อุทยานแห่งชาติตะรุเตาเตรียมเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนเก็บกู้ขยะทะเล พร้อมประสานความร่วมมือกับเครือข่ายชุมชนประมงพื้นบ้านในการแจ้งเบาะแสสัตว์ทะเลบาดเจ็บ และเตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์ลดขยะทะเลร่วมกับนักท่องเที่ยวต่อไป..
เรียบเรียง: รักษาพันธุ์สัตว์ป่า
อ้างอิง:
• อุทยานแห่งชาติตะรุเตา และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2569). เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ตะรุเตา เร่งช่วยชีวิต "เต่าตนุ" ติดอวน ก่อนปฐมพยาบาลปล่อยคืนธรรมชาติปลอดภัย.
#เต่าตนุ #อุทยานแห่งชาติตะรุเตา #กรมอุทยานแห่งชาติ #ขยะทะเล #ทะเลอันดามัน

อช.เขาใหญ่ แจง "พลายสาริกา" ยังมีชีวิตอยู่ วอนประชาชนตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์!..วันที่ 4 กันยายน 2569 : นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอ...
06/09/2026

อช.เขาใหญ่ แจง "พลายสาริกา" ยังมีชีวิตอยู่ วอนประชาชนตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์!..
วันที่ 4 กันยายน 2569 : นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลและกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ระบุว่า "พลายสาริกา" ช้างป่าชื่อดังแห่งอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ถูกกระแสไฟฟ้าช็อตจนเสียชีวิต ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนร่วมกับชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังช้างป่า ยืนยันว่าข่าวดังกล่าว "ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด" โดยเจ้าหน้าที่ยังคงพบเห็นพลายสาริกามีชีวิตอยู่และมีสุขภาพแข็งแรงเป็นปกติ

1. ผลการตรวจสอบและหลักฐานยืนยันจากพื้นที่
• ช่วงเวลาที่พบตัว: เมื่อเวลา 06.00 น. ของวันที่ 4 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงานเฝ้าระวังช้างป่าตำบลหนองแสง อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก สามารถบันทึกภาพถ่ายของพลายสาริกาขณะกำลังเดินผ่านบริเวณหน้าร้านค้าสหกรณ์ฯ
• พฤติกรรมและการพักอาศัย: พลายสาริกากำลังเดินทางกลับเข้าสู่พื้นที่ป่าธรรมชาติ เพื่อเตรียมตัวเข้าพักผ่อนภายในบริเวณวัด ซึ่งเป็นจุดพักนอนประจำที่ช้างป่าตัวดังกล่าวใช้หลับนอนมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้จึงเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ยืนยันความปลอดภัยของช้างป่าได้เป็นอย่างดี

2. ข้อห่วงใยจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
เสียงสะท้อนจากหัวหน้าอุทยานฯ: นายชัยยา ระบุว่า ทางอุทยานฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจหลังพบกระแสข่าวในโซเชียล โดยได้สั่งการให้ชุดเฝ้าระวังและสัตวแพทย์ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที ข่าวลือที่เกิดขึ้นเป็นข้อมูลเท็จที่สร้างความตื่นตระหนกและเข้าใจผิดแก่สังคม จึงขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสบายใจได้
การบริหารจัดการปัญหาช้างป่า: ทางอุทยานฯ ได้บูรณาการร่วมกับผู้นำชุมชน อาสาสมัคร และชุดเฝ้าระวังท้องถิ่นในการผลักดันช้างป่ากลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างปลอดภัย พร้อมให้คำแนะนำในการปฏิบัติตนเมื่อพบเห็นช้างป่าเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง
ขอความร่วมมือจากประชาชน: อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ขอวอนให้ประชาชนตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนแชร์ต่อในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อป้องกันความตื่นตระหนก หากพบเห็นเบาะแสเกี่ยวกับช้างป่าสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ หรือผู้นำชุมชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง..
เรียบเรียง: รักษาพันธุ์สัตว์ป่า
อ้างอิง:
• อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่. (2569). อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่แ จง "พลายสาริกา" ยังมีชีวิตอยู่ เจ้าหน้าที่เจอตัวล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ วอนประชาชนตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์!.
#พลายสาริกา #ช้างป่าเขาใหญ่ #อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ #ชี้แจงข้อเท็จจริง #สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่1ปราจีนบุรี #กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

04/09/2026

กรมอุทยานฯ ประกาศเพิ่ม 40 เขตห้ามล่าสัตว์ป่า คุ้มครอง "นกปรอดหัวโขน" หรือ "นกกรงหัวจุก"
https://www.facebook.com/share/p/1De8HQnQjf/?mibextid=wwXIfr

04/09/2026

สบอ.16 เชียงใหม่ ตรวจสอบคาเฟ่ปมลูกสิงโตกัดหน้านักท่องเที่ยวจีน สั่งคุมเข้มห้ามสัมผัสใกล้ชิดเด็ดขาด
https://www.facebook.com/share/1D7WnSqMdD/?mibextid=wwXIfr

กรมอุทยานฯ ประกาศเพิ่ม 40 เขตห้ามล่าสัตว์ป่า คุ้มครอง "นกปรอดหัวโขน" หรือ "นกกรงหัวจุก" ....เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ก...
03/09/2026

กรมอุทยานฯ ประกาศเพิ่ม 40 เขตห้ามล่าสัตว์ป่า คุ้มครอง "นกปรอดหัวโขน" หรือ "นกกรงหัวจุก" ....
เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินหน้ายกระดับมาตรการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าครั้งสำคัญ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการ กำหนดให้เขตห้ามล่าสัตว์ป่าจำนวน 40 แห่ง เพิ่มเติมนกปรอดหัวโขน หรือนกกรงหัวจุก (Pycnonotus jocosus) ในบัญชีชนิดสัตว์ป่าที่ห้ามล่า พ.ศ. 2569 เพื่อป้องกันการล่าในทุกพื้นที่ป่าอย่างเด็ดขาด

1. รายละเอียดการประกาศและเหตุผลความจำเป็น
• สถานะทางกฎหมายที่เปลี่ยนแปลง: สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 นกปรอดหัวโขนหรือนกกรงหัวจุกถูกถอดออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองอย่างเป็นทางการตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562
• ช่องว่างทางกฎหมายในเขตห้ามล่า: มีเขตห้ามล่าสัตว์ป่าจำนวน 40 แห่งที่ยังไม่ได้กำหนดชนิดนกปรอดหัวโขนเข้าไปในบัญชีห้ามล่าเฉพาะของพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชากรนก
• การแก้ไขปัญหา: เพื่อให้นกปรอดหัวโขนยังคงได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ รวมถึงเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทั้ง 40 แห่ง จึงจำเป็นต้องออกประกาศเพิ่มเติมมาตรการป้องกันมิให้มีการล่า เพื่อให้การดูแลประชากรนกปรอดหัวโขนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

2. กรอบอำนาจทางกฎหมายและผลบังคับใช้
• อาศัยอำนาจตามกฎหมาย: อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ได้ลงนามในประกาศฉบับดังกล่าวเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทุกแห่งทั่วประเทศ
• การประกาศในราชกิจจานุเบกษา: ประกาศกระทรวงฯ ฉบับดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2569 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
• ข้อปฏิบัติสำหรับประชาชน: กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องรับทราบว่า ปัจจุบันทุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติยังคงเป็นพื้นที่คุ้มครองนกปรอดหัวโขน จึงขอให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด..
เรียบเรียง: รักษาพันธุ์สัตว์ป่า
อ้างอิง:
• กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2569). ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้เขตห้ามล่าสัตว์ป่า จำนวน 40 แห่ง เพิ่มเติมนกปรอดหัวโขน หรือนกกรงหัวจุก ในบัญชีชนิดสัตว์ป่าที่ห้ามล่า พ.ศ. 2569. ราชกิจจานุเบกษา.
• พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562.
#นกปรอดหัวโขน #นกกรงหัวจุก #เขตห้ามล่าสัตว์ป่า #ป่าสงวนแห่งชาติ #กรมอุทยานแห่งชาติ

สบอ.16 เชียงใหม่ ลุยตรวจสอบคาเฟ่ปมลูกสิงโตกัดหน้านักท่องเที่ยวจีน สั่งคุมเข้มห้ามสัมผัสใกล้ชิดเด็ดขาด..สำนักบริหารพื้นที...
03/09/2026

สบอ.16 เชียงใหม่ ลุยตรวจสอบคาเฟ่ปมลูกสิงโตกัดหน้านักท่องเที่ยวจีน สั่งคุมเข้มห้ามสัมผัสใกล้ชิดเด็ดขาด..
สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนักท่องเที่ยวชาวจีนถูกลูกสิงโตกัดบริเวณใบหน้าภายในสถานประกอบกิจการคาเฟ่ พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยและเน้นย้ำการปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมสัตว์ป่าอย่างเคร่งครัด

1. รายละเอียดการตรวจสอบ
• วัน-เดือน-ปีที่เกิดเหตุ: วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 13.20 น. (โดยเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น.)
• สถานที่เกิดเหตุ: สถานประกอบกิจการคาเฟ่ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ (พื้นที่รับผิดชอบของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่)
• รายละเอียดเหตุการณ์: นักท่องเที่ยวชาวจีน 4 คน เข้าใช้บริการถ่ายรูปกับลูกสิงโตซึ่งได้รับอนุญาตเคลื่อนย้ายชั่วคราว 4 ตัว ระหว่างวันที่ 17 สิงหาคม - 16 กันยายน 2569 จาก สบอ.2 (ศรีราชา) ระหว่างเข้าชม นักท่องเที่ยวรายดังกล่าวได้เข้าไปสัมผัส อุ้ม และนำใบหน้าเข้าใกล้ลูกสิงโต ส่งผลให้สิงโตหันมากัดบริเวณใบหน้าเกิดแผลรอยเขี้ยว 2 จุด ทางร้านได้ปฐมพยาบาล นำส่งโรงพยาบาลเซ็นทรัลเชียงใหม่ เมโมเรียล พร้อมจ่ายค่าชดเชยและคืนเงินแพ็กเกจให้ 4,000 บาท

2. บทวิเคราะห์ทางวิชาการและกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
• พฤติกรรมวิทยาและสวัสดิภาพสัตว์ป่า (Wildlife Behavior and Animal Welfare): จากมุมมองทางวิชาการด้านชีววิทยาและพฤติกรรมสัตว์ป่า (เช่น สภาวะความเครียดของสัตว์จากการถูกเคลื่อนย้ายและการสัมผัสจากมนุษย์อย่างใกล้ชิด) สิงโต (Panthera leo) จัดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกินเนื้อขนาดใหญ่ที่มีสัญชาตญาณนักล่า แม้จะเป็นลูกสัตว์แต่ก็มีสัญชาตญาณการป้องกันตัวและการตอบสนองต่อสิ่งเร้าฉับพลัน การอนุญาตให้นักท่องเที่ยวสัมผัสหรืออุ้มโดยตรงจึงมีความเสี่ยงสูงมากทั้งต่อความปลอดภัยของมนุษย์และความสวัสดิภาพของสัตว์ป่า
• บทบัญญัติทางกฎหมาย (Legal Framework):
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562: สิงโตถือเป็น "สัตว์ป่าควบคุม" ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำหนดให้ผู้ครอบครองต้องปฏิบัติตามระเบียบและเงื่อนไขการแจ้งครอบครอง การเคลื่อนย้าย และมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
• หน้าที่ตามกฎหมายกรณีฉุกเฉิน: ตามบทบัญญัติและประกาศที่เกี่ยวข้องกำหนดให้กรณีที่สัตว์ป่าควบคุมหลุดรอด หรือเกิดเหตุฉุกเฉินอันตรายขึ้นในสถานที่ครอบครอง ผู้ครอบครองมีหน้าที่ทางกฎหมายต้องแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งในกรณีนี้ทางร้านมิได้แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนดเวลา เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการกล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร

มาตรการบังคับใช้และคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่: นายพรนรินทร์ คุ้มทอง ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.16 ได้ออกคำสั่งและข้อกำหนดเด็ดขาดให้ผู้ประกอบกิจการเพิ่มมาตรการกำกับดูแล ห้ามมิให้นักท่องเที่ยวหรือบุคคลภายนอกอุ้มหรือสัมผัสสิงโตและลูกสิงโตโดยตรงโดยเด็ดขาด พร้อมทั้งกำชับกรอบเวลาการรายงานเหตุฉุกเฉินผ่านสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย..
เรียบเรียง: รักษาพันธุ์สัตว์ป่า
อ้างอิง:
• สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2569). รายงานการตรวจสอบกรณีลูกสิงโตกัดนักท่องเที่ยวในสถานประกอบกิจการคาเฟ่ จังหวัดเชียงใหม่.
• พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562.
#สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่16เชียงใหม่ #สิงโตกัดนักท่องเที่ยว #สัตว์ป่าควบคุม #กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช #พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

03/09/2026

รมว.สุชาติ สั่งลุยเด็ดขาด! ผู้ว่าฯ เชียงราย นำทีมสนธิกำลังทลายโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนล็อตใหญ่ โยงเครือข่ายทุนข้ามชาติ
https://www.facebook.com/share/p/19fmKrzLNt/?mibextid=wwXIfr

ที่อยู่

อำเภอเมือง
Nakhon Thai
65000

เบอร์โทรศัพท์

+66819720912

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ รักษาพันธุ์สัตว์ป่าผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง รักษาพันธุ์สัตว์ป่า:

ทางลัด

แชร์