23/10/2024
เมืองนครและประเทศไทย
บนแผนที่โบราณ ๒,๐๐๐ ปี
แผนที่โบราณของโลกที่มีชื่อเสียงและได้รับการกล่าวถึงกว้างขวางที่สุดคือแผนที่จากตำราภูมิศาสตร์ (The Geographia) เขียนที่อียิปต์ เมืองอเล็กซานเดรีย บริเวณปากแม่น้ำไนล์ ในทะเลเมดิเตอเรเนียน โดยนักภูมิศาสตร์ชาวกรีกชื่อ คลอดิอุส โทเลมี (Claudius Ptolemy) เมื่อเกือบ ๒,๐๐๐ ปีก่อน คือประมาณพุทธศตวรรษที่ ๗ จากการสัมภาษณ์สอบถามนานานักเดินเรือในสมัยนั้นแล้วเขียนเป็นตำราไว้ โดยคาดว่าน่าจะมีการเขียนเป็นแผนที่ไว้ด้วย แต่ที่หลงเหลือมาถึงโลกปัจจุบันนั้นมีแต่ตัวเอกสารตำราที่คัดลอกกันต่อ ๆ มา ระบุพิกัดตำแหน่งแห่งหนพร้อมชื่อและรายละเอียดประกอบต่าง ๆ ต่อมามีการสร้างทำออกมาเป็นรูปแผนที่ที่นครฟลอเรนซ์เมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๙ เผยแพร่มาจนถึงปัจจุบัน มีแผนที่ India Extra Gangem ในชุดทวีปเอเซีย (Tabula Asiae XI) (แผ่นที่ ๑ และ ๒ ในชุดนี้ ระบุว่าวาดโดย Gerhard Mercator ตีพิมพ์เมื่อปี พ.ศ.๒๑๓๘ และ พ.ศ.๒๑๔๐ สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) ระบุว่าคือ ดินแดนอินเดียไกลออกไปจากลุ่มแม่น้ำคงคา (Indiam Extra Gangem) แสดงให้เห็นเป็นคาบสมุทรไทย-มาเลย์อยู่ระหว่างอ่าวเบงกอล (Sinus Gangeticus) และอ่าวใหญ่ (Sinus Magnus) ที่มีอินเดีย (Indie Intra Gangem) กับ จีน (Sinae) อยู่นอกออกไป ระบุชื่อไว้ชัดว่า Aurea chersonesus ที่แปลตรงคำได้ว่า แหลมทอง หรือ สุวรรณภูมิ ปรากฏสถานที่พร้อมภาพอาคารแสดงว่าคือสถานีการค้า อาทิ Tacola emporium, Sabana emporium, Palanda, Tharra, Perimula และ Samarade พร้อมกับแสดงสายน้ำกับอ่าวต่าง ๆ อาทิ Perimulicus Sinus โดยมีหลายข้อสันนิษฐานว่า Tacola คือ ตะกั่วป่า Samarade พ้องกันมากกับสามรัฐ อาจคือสยามรัฐไหม ? แต่ตามประวัติศาสตร์แล้วขณะนั้นยังไม่เกิดสยาม จึงยังเป็นอีกปริศนาสำคัญ ขณะที่มีบางข้อสันนิษฐานว่า Perimula อาจคือเมืองนคร และ Perimulicus Sinus คืออ่าวนคร-ปากพนัง ซึ่งล้วนรอการศึกษาค้นคว้าหาคำตอบ
ต่อมาเมื่อมีการเดินทางสำรวจภาคพื้นสมุทรและแผ่นดินจากความเป็นจริง แผนที่แสดงภาพของคาบสมุทรแหลมทองตลอดถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใกล้เคียงความจริงอย่างที่เห็นในปัจจุบัน มีปรากฏ Sian – สยาม เป็นเกาะใหญ่ที่ก้นอ่าว และ Odia – อยุธยา ทางฝั่งตะวันออก พร้อมกับสถานีการค้า Cui – กุย, Tanaccerim - ตะนาวศรี, Luga - นคร, Patane – ปัตตานี โดยยังมีปริศนาว่า ที่ปรากฏอีกสองชื่อใกล้ ๆ กัน คือ ชื่อ Lugor และ Lungam ซึ่งน่าจะหมายถึงนครเช่นกัน แต่ทำไมจึงอยู่ฝั่งอันดามัน (แผ่นที่ ๓ ในชุดนี้ ระบุว่าวาดและตีพิมพ์ในปี ๒๑๕๙ สมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม) ในขณะที่บางแผนที่ (แผ่นที่ ๔ ในชุดนี้ ระบุว่าวาดและตีพิมพ์ในปี ๒๒๒๖ สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช) แม้ปรากฏภาพแผนที่ใกล้เคียงความจริงแต่ยังใช้ชื่อเดิมตามตำราภูมิศาสตร์ของโทเลมี คือระบุชื่ออ่าวไทยว่า le Golfe Perimulique และกำหนดให้สถานีการค้า Perimula อยู่ที่บริเวณอ่าวบ้านดอน มี Tacola และ Sabana อยู่ล่างลงไปบนคาบสมุทรที่ระบุว่า Chrysa
แผนที่แสดงประเทศไทยและบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ให้รายละเอียดมากขึ้น อยู่ในช่วงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชสืบมา ด้วยเป็นช่วงของการสำรวจ ค้าขาย และ เริ่มบุกรุกเข้าครอบครองของชาติตะวันตก โดยเฉพาะการสำรวจและเดินทางทางทะเล ดังเช่นในแผนที่ชื่อ Royaume De Siam, avec … (แผ่นที่ ๕ ในชุดนี้) ที่วาดโดยนักวาดแผนที่คนสำคัญของโลก นาม Vincenco Mario Coronelli และตีพิมพ์เป็นแผนที่โดยเฉพาะที่ปารีส เมื่อปี พ.ศ.๒๒๓๐ ก่อนการปฏิวัติเปลี่ยนรัชสมัยเพียง ๑ ปี นอกจากแสดงเส้นทางการเดินเรือจากช่องแคบซุนดาและเมืองปัตตาเวียบนเกาะชวา ผ่านช่องแคบบังกามาเลียบชายฝั่งมลายูจนเข้าเขตแดนสยามที่ปัตตานี (Patane) สู่ก้นอ่าวไทย ผ่านป้อมบางกอก (Forteresse Bankok) สู่อยุธยา (Judtija, Odian, Judia, Upia) จนถึงละโว้ (Louvo) ที่ระบุไว้ด้วยว่าคือพระราชฐาน (Maison royale) โดยตลอดแนวคาบสมุทรไทย ปรากฏชื่อนครว่า Royaume de Ligor, Ligor, Clay, Along และ Cornane ซึ่งน่าจะคือ เมืองนคร กลาย ฉลอง และ ขนอม รวมทั้งเกาะกระ (Pullo Cara) และหลายเกาะบริเวณเกาะสมุย - พะงัน กับอีกหลายเมืองรายทาง อาทิ สงขลา (Sangora) พัทลุง (Bondelon) จนถึง กุย (Cui) และ เพชรบุรี (Pepery) ที่มี Wat Kelong หรือ วัดโขลงในราชบุรีปรากฏอยู่ด้วย แผนที่นี้แยกราชอาณาจักรกัมพูชา เมาะตะมะ และ มะละกาออกจากราชอาณาจักรสยามที่ระบายสีชมพู กับยังครอบคลุมอีก ๕ นครที่ปรากฏการใช้คำนำหน้าชื่อในแผนที่ว่า Royaume หมายถึงราชอาณาจักร คือ ตะนาวศรี นคร ภูเก็ต เคดะห์ และ ปัตตานี อันน่าจะเนื่องจากยังมีสถานะเป็นประเทศราชหรือหัวเมืองสำคัญ
ทำนองเดียวกันกับแผนที่พิเศษอีกแผ่นที่เป็นส่วนประกอบของลูกโลกที่จะต้องประกอบกัน ๒๔ แผ่น วาดโดย Vincenco Maria Coronelli ตีพิมพ์ที่เวนิสในปี พ.ศ.๒๒๓๙ รัชสมัยสมเด็จพระเพทราชา (แผ่นที่ ๖ ในชุดนี้) ที่แสดงเส้นทางเดินเรือจากช่องแคบซุนดามาผ่านช่องแคบมะละกา แล้วผ่านปัตตานี สงขลา นคร ขนอม สู่อ่าวไทยที่ระบุนามไว้ว่า Golfo de Sian คู่กับ Perimulicus Sinus ผ่าน Bankok สู่ Judia และ Luuo ที่มีข้อสังเกตุเรื่องเขตแดนของสยามที่แสดงครอบคลุมเมาะตะมะไปจรดอาระกัน (ยะไข่) และเลยขึ้นไปไกลมากจนถึงต้นแม่น้ำเจ้าพระยาที่แสดงเป็นทะเลสาปใหญ่ชื่อ Lago de Chiamay ซึ่งตามแผนที่แสดงว่าเป็นต้นน้ำของแม่น้ำสายสำคัญอื่น ๆ อีก ๕ สาย ที่ไหลลงอ่าวเบงกอล รวมทั้งอิรวดี และสาละวิน ด้วย โดยไม่รวมแม่น้ำโขงนั้น มีผู้ศึกษาและสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากการสัมภาษณ์จากผู้คนโดยยังไม่มีการสำรวจภาคพื้นดิน เมื่อได้ความว่าต้นน้ำมาจากทางเหนือซึ่งความจริงคือแถบเทือกเขาหิมาลัย ขณะที่แม่น้ำเจ้าพระยาก็มาจากทางเหนือทางเชียงใหม่ จึงเขียนแผนที่ให้ทะเลสาปชื่อ Chiamay เป็นต้นของแม่น้ำทั้ง ๕ สาย ซึ่งข้อเท็จจริงปัจจุบันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ด้วยแม่น้ำเจ้าพระยามาจากการรวมตัวของหลายลำน้ำสาขาในภาคเหนือของประเทศไทยเท่านั้น โดยเขตแดนของสยามก็มิได้ยาวไกลขึ้นไปถึงขนาดนั้น ทั้งนี้ชื่อทะเลสาปที่มีการสันนิษฐานว่ามาจากเชียงใหม่นั้น บางท่านสันนิษฐานว่าอาจจะสับสนปนกันกับที่ราบสูงชิงไห่ก็เป็นได้
ในช่วงปลายสมัยอยุธยา มีแผนที่ Le Royaume de Siam (แผ่นที่ ๗ ในชุดนี้ ) ที่ระบุว่าวาดจากการติดตามคณะทูตและคณะมิชชันนารีเยซูอิตของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ตีพิมพ์โดย Chatelain ในปี พ.ศ.๒๒๖๒ สมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ กล่าวกันว่าเป็นหนึ่งในแผนที่ที่ให้รายละเอียดต่าง ๆ ในสมัยนั้นมากสุด แสดงราชอาณาจักรสยามตลอดคาบสมุทรไทย-มลายู เหลือที่ระบุว่าเป็นราชอาณาจักรเฉพาะที่ นคร และ ปาหัง (Roy. De Ligor และ R. de Pahang) โดยยังแสดง ปัตตานี สงขลา ขนอม ไล่ขึ้นไปจนถึงอยุธยาและละโว้ เช่นกัน โดยมีข้อสังเกตุว่าที่ชายฝั่งทะเลจากสงขลาถึงนครในแผนที่ แผ่นที่ ๕, ๖ และ ๗ ในชุดนี้ มีเกาะใหญ่ตั้งอยู่ โดยในแผ่นที่ ๕ และ ๖ มีระบุชื่อไว้ว่า Pullo Papier ซึ่งต่อมาเกิดการตื้นเขินจนเกิดเป็นทะเลสาปสงขลาและคาบสมุทรสทิงพระ-ระโนด-หัวไทร สืบเนื่องมาจนสุดที่แหลมตะลุมพุกอีกด้วย จนกระทั่งก่อนเสียกรุงศรีอยุธยา ๗ ปี มีแผนที่ The East Indies วาดโดย Thomas Jeffery ช่างวาดแผนที่ประจำราชสำนักพระเจ้าจอร์จที่ ๓ แห่งสหราชอาณาจักร ถวายเจ้าชายแห่งเวลส์ ในปี พ.ศ.๒๓๐๓ (รัชสมัยพระเจ้าเอกทัศน์) แสดงสยาม มะละกา ลาว ตังเกี๋ย โคชินจีน และกัมพูชาไว้ด้วยกัน เฉพาะในสยามที่ทุกวันนี้เป็นแผ่นดินไทย แสดงไว้เพียง Siam (อยุธยา) Pipori (เพชรบุรี) Ligor (นคร) Patana (ปัตตานี) Chantebon (จันทบุรี) ขณะที่ไม่ทราบชัดว่า Lidm และ Pordelouc คือเมืองอะไร
กล่าวโดยสรุป จาก ๘ แผนที่นี้ ประเทศไทยและเมืองนคร รวมทั้งเมืองอื่น ๆ มีปรากฏบนแผนที่ของโลกตะวันตกชัดเจนในสมัยพระเจ้าทรงธรรม พุทธศตวรรษที่ ๒๒ ตอนต้น ขณะที่ก่อนหน้านี้ มีปรากฏบนรูปแผนที่โบราณจากตำราภูมิศาสตร์สมัยพุทธศตวรรษที่ ๗ เมื่อเกือบ ๒,๐๐๐ ปีที่แล้ว แต่ยังไม่สามารถระบุชัดว่า ณ ตำแหน่งไหนและชื่ออะไรแน่ แต่อยู่บนคาบสมุทรไทย-มาเลย์ หรือแหลมทอง หรือสุวรรณภูมิแน่นอน และมีหลายข้อเสนอสันนิษฐานถึงเมืองนครไม่น้อย โดยยังต้องอาศัยการศึกษาค้นคว้าจนกว่าจะพบหลักฐานรองรับสนับสนุนที่แข็งแรงขึ้น ทั้งนี้ Perimulicas sinus นั้นน่าจะคืออ่าวไทย ส่วน Perimula หมายถึงที่ไหนยังต้องศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม เช่นกันกับที่ Tacola emporium ซึ่งแต่เดิมเชื่อกันมากว่าคือตะกั่วป่านั้น เริ่มมีหลักฐานทางโบราณคดีสนับสนุนว่าอาจหมายถึงบริเวณคอคอดกระซึ่งมีความเป็นไปได้ของการค่อย ๆ คลี่คลายเคลื่อนย้ายลงใต้ไปตามลำดับจนถึงตะกั่วป่า จนกระทั่งในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ดินแดนสยามและหลายเมือง ทั้งในเขตสยามและภูมิภาครายรอบ ได้รับการสำรวจศึกษาและนำมาปรากฏบนแผนที่มากขึ้น โดยเฉพาะบนเส้นทางการเดินเรือทะเล เฉพาะที่เป็นนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน มีปรากฏบนแผนที่ถึง ๕ ตำแหน่ง คือ Ligor, Clay, Along, Cornane และ เกาะกระ – Pullo Cara นอกฝั่งปากพนังและหมู่เกาะที่บริเวณสมุย-พะงันด้วย ที่สำคัญคือการปรากฏอย่างต่อเนื่องสืบมา รวมทั้งการปรากฏในนามราชอาณาจักรลิกอร์ที่อยู่ในราชอาณาจักรสยามเรื่อยมา ขณะที่บางแห่งมีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งขอบเขตของราชอาณาจักรสยามและราชอาณาจักรอื่น ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดมา ทั้งนี้อาณาบริเวณของลิกอร์แต่ครั้งโบราณนั้นก็อาจครอบคลุมกว้างขวางแทบทั้งคาบสมุทรไทย ไม่ได้เพียงเฉพาะที่เป็นจังหวัดนครศรีธรรมราชในทุกวันนี้ ดังที่ปรากฏชื่อ Lugor และ Lungam ซึ่งน่าจะหมายถึงนครเช่นกัน ในแผนที่แผ่นที่ ๓ ทางฝั่งทะเลอันดามันไม่ไกลจาก Luga ที่อยู่ ณ ตำแหน่งของนครทางฝั่งอ่าวไทย
สำหรับ Samarade ที่ปรากฏในตำราภูมิศาสตร์ของโทเลมีที่ตั้งอยู่ก้นอ่าวไทยนั้น ยังเป็นปริศนาว่าทำไมจึงมีชื่อสอดคล้องกับ สามรัฐ และหรือ สยามรัฐ ที่เป็นไทยในทุกวันนี้ มีอะไรเกี่ยวข้องอะไรกันหรือไม่มาแต่เมื่อเกือบ ๒,๐๐๐ ปีที่แล้ว ส่วนด้านภูมิศาสตร์ที่หลายแผนที่แสดงร่องรอยการมีเกาะใหญ่ก่อนการเกิดเป็นทะเลสาปสงขลา อ่าวนคร และ แหลมตะลุมพุกนั้น หากได้เทียบเคียงกับอีกหลายแผนที่ที่มีการทำไว้มาก ก็จะได้ข้อมูลเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับแหล่งต้นน้ำของ ๖ แม่น้ำสำคัญทางตอนเหนือขึ้นไป ที่ทุกวันนี้มีการสำรวจอย่างละเอียดจนถี่ถ้วนแล้ว
…รายละเอียดต่อใต้รูป
โดย #บวรนคร ที่
#แห่งผู้ยิ่งใหญ่ด้วยปัญญา