Urban Climate Resilience-Thailand

Urban Climate Resilience-Thailand เพจนี้สร้างขึ้นในเดือนตุลาคม พ.ศ.2556 ภายใต้แผนงานการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นำโดยดร.ผกามาศ ถิ่นพังงา ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2552 ดร.ผกามาศ ถิ่นพังงาและทีมงานได้พัฒนาและดำเนินโครงการเกี่ยวกับการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหลากหลายโครงการ โดยดำเนินงานกับเมืองที่มีการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็วในประเทศไทยและเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความร่วมมือและความเป็นเครือข่ายกับหน่วยงานในพื้นที่และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลาย รวมถึงองค์กรพัฒนาชุมชน นักวิชาการ เทศบาลต่างๆ และชุมชนกลุ่มเปราะบาง

ณ ปัจจุบัน ไม่มีแผนงานด้านการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอยู่แล้ว โดยทีแรกจัดตั้งที่สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย แต่ ดร.ผกามาศ ถิ่นพังงา (ปัจจุบันเป็นนักวิจัยอิสระ) และทีมงานยังคงทำงานด้านการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับเครือข่ายเดิมที่มีอยู่และองค์กรใหม่แม้จะไม่มีแผนงานแล้วก็ตาม

เพจนี้มุ่งเน้นเสนอองค์ความรู้และข้อมูลการดำเนินงานเกี่ยวกับความเปราะบางจากการพัฒนาเมือง ประเด็นปัญหาในเมืองที่เชื่อมโยงกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการสร้างการรับมือ รวมทั้งนำเสนอความเคลื่อนไหวของกิจกรรมใหม่ภายใต้โครงการด้านการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างความร่วมมือกับหลากหลายภาคส่วนในเมืองต่าง ๆ

โครงการการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้แก่
• โครงการประชาสังคมร่วมแรงเพื่อเปลี่ยนแปลงเมือง (Strengthening Urban Climate Governance for Inclusive, Resilient, and Sustainable Societies in Thailand: SUCCESS) สนับสนุนโดยสหภาพยุโรป เริ่มดำเนินโครงการเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2562 ถึง ตุลาคม พ.ศ.2567
• โครงการพันธมิตรเพื่องานวิจัยด้านการรับมือของเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Urban Climate Resilience in Southeast Asia Partnerships: UCRSEA) สนับสนุนทุนโดย International Development Research Centre (IDRC) เริ่มดำเนินโครงการ พ.ศ.2556 ถึง พ.ศ.2562 ดำเนินงานใน 8 เมือง ของประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชา และพม่า
• โครงการเครือข่ายเมืองในเอเชีย เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Asian Cities Climate Change Resilience Network :ACCCRN) สนับสนุนโดยมูลนิธิร๊อคกี้เฟลเลอร์ เริ่มดำเนินโครงการ พ.ศ.2552 ถึง พ.ศ. 2559 ดำเนินงานในเมืองหาดใหญ่และเชียงราย (ข้อมูลเพิ่มเติม www.acccrn.net)
• โครงการเสริมสร้างการรับมือของเมืองกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Mekong-Building Climate Resilient Asian Cities: M-BRACE) สนับสนุนโดยองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (United States Agency for International Development – USAID) เริ่มดำเนินโครงการ พ.ศ. 2554 ถึง พ.ศ.2558 ดำเนินงานในเมืองอุดรธานีและภูเก็ต
• โครงการ “บูรณาการด้านการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อวางแผนพัฒนาท้องถิ่น” (Mainstreaming urban climate resilience in local development) ได้รับการสนับสนุนจาก Canada Fund for Local Initiatives (CFLI) เริ่มดำเนินโครงการ พ.ศ.2559 ถึง พ.ศ.2560 ดำเนินงานในเมืองเชียงรายและหาดใหญ่

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ [email protected]

------------------------------------

This page was created in October 2013 under the Urban Climate Resilience Programme, led by Dr Pakamas Thinphanga.
(3)

Since 2009, Dr Pakamas and her team have been developing and implementing a number of urban climate resilience projects in secondary cities across Thailand and Southeast Asia, in collaboration and partnership with local partners and multi-stakeholders, including NGOs, academics, municipalities and communities. The Urban Climate Resilience programme no longer exists. It was initially set up at the

Since 2009, Dr Pakamas and her team have been developing and implementing a number of urban climate resilience projects in secondary cities across Thailand and Southeast Asia, in collaboration and partnership with local partners and multi-stakeholders, including NGOs, academics, municipalities and communities. The Urban Climate Resilience programme no longer exists. It was initially set up at the

เปิดเหมือนปกติ

Climate change : กรกฏาคม 2021 อุณหภูมิโลกเฉลี่ย ร้อนที่สุดในรอบ 142 ปี
23/08/2021
Climate change : กรกฏาคม 2021 อุณหภูมิโลกเฉลี่ย ร้อนที่สุดในรอบ 142 ปี

Climate change : กรกฏาคม 2021 อุณหภูมิโลกเฉลี่ย ร้อนที่สุดในรอบ 142 ปี

วิกฤตปัญหา Climate change หรือ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ดูจะเป็นเรื่องที่ต้องกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุด มีกา....

SDG Insights - จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อโลกต้องเผชิญอุทกภัยในวันที่ COVID 19 ยังรุมเร้า
17/08/2021
SDG Insights | จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อโลกต้องเผชิญอุทกภัยในวันที่ COVID-19 ยังรุมเร้า - SDG Move

SDG Insights - จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อโลกต้องเผชิญอุทกภัยในวันที่ COVID 19 ยังรุมเร้า

อ.ดร.ลดาวัลย์ ไข่คำ[1] ขณะที่โลกกำลังต่อสู้และพยายามปรั […]

TEI, CSNM จับมือกับทีมวิชาการ (TF: Technical Facilitator) เพื่อสร้างความเข้าใจและสนับสนุนการประเมินความเปราะบางของชุมชนเ...
16/08/2021

TEI, CSNM จับมือกับทีมวิชาการ (TF: Technical Facilitator) เพื่อสร้างความเข้าใจและสนับสนุนการประเมินความเปราะบางของชุมชนเมืองอย่างมีส่วนร่วมโดยภาคประชาสังคม
---------------------------------
16 สิงหาคม 2564 - โครงการประชาสังคมร่วมแรงเพื่อเปลี่ยนแปลงเมือง (SUCCESS) สนับสนุนโดยสหภาพยุโรป จัดประชุมผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting) ทีมงาน TEI นำโดย ดร.ผกามาศ ถิ่นพังงา และศูนย์ประชาสังคมและการจัดการองค์กรเอกชนสาธารณประโยชน์ ร่วมกับทีมวิชาการ TF: Technical Facilitator ทั้ง 6 ท่าน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองของการประเมินความเปราะบางของชุมชนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และหารือเกี่ยวกับเนื้อหา (ร่าง) คู่มือการประเมินความเปราะบางของเมืองสำหรับภาคประชาสังคม ให้มีความสอดคล้องและครบถ้วนตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

ประชุมคณะทำงานประเมินความเปราะบางของชุมชนเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 6 ทีม-ภาคใต้ประจำเดือนสิงหาคม 2564---------...
09/08/2021

ประชุมคณะทำงานประเมินความเปราะบางของชุมชนเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 6 ทีม-ภาคใต้
ประจำเดือนสิงหาคม 2564
----------------------------------
5 สิงหาคม 2564 - โครงการประชาสังคมร่วมแรงเพื่อเปลี่ยนแปลงเมือง (SUCCESS) สนับสนุนโดยสหภาพยุโรป จัดประชุมเครือข่ายภาคประชาสังคม (ภาคใต้) ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting) นำโดย ดร.ผกามาศ ถิ่นพังงา ทีมงาน TEI และมูลนิธิชุมชนสงขลา ร่วมกับแกนนำภาคประชาสังคมจังหวัดสงขลา สตูล พัทลุง เพื่อหารือ สะท้อน และแลกเปลี่ยนการดำเนินการของแต่ละทีม รวมถึงทำความเข้าใจแนวทางและรูปแบบการประเมินความเปราะบาง ขั้นตอนการทำ TOR เพื่อให้แต่ละทีมเข้าใจกระบวนการต่างๆ และสามารถนำไปปรับใช้ในการดำเนินงานได้

07/08/2021
โชว์แชร์เชื่อม

ศูนย์ประชาสังคมและการจัดการองค์กรเอกชนสาธารณประโยชน์ - CSNM ร่วมจัดเวที โชร์แชร์เชื่อม "การเชื่อมประสานภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนประเด็นเกษตรอินทรีย์ภาคอีสาน : ตอนเกษตรอินทรีย์ทางรอดในสถานการณ์โควิด 19"

นักวิทยาศาสตร์กว่าหมื่นคนประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสภาพอากาศโลกจะทุกข์ยากไม่รู้จบถ้าไม่รีบแก้
06/08/2021

นักวิทยาศาสตร์กว่าหมื่นคนประกาศ
ภาวะฉุกเฉินด้านสภาพอากาศ
โลกจะทุกข์ยากไม่รู้จบถ้าไม่รีบแก้

นักวิทยาศาสตร์เกือบ 14,000 คน ได้ลงนามในรายงานภาวะฉุกเฉินด้านสภาพอากาศฉบับใหม่ โดยเตือนว่า "ความทุกข์ยากไม่รู้จบ" กำลังรอมนุษยชาติอยู่ หากเราไม่เริ่มจัดการกับภาวะโลกร้อนแบบตรงไปตรงมาให้มีผลในทันที
.
รายงานใหม่นี้ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมในวารสาร BioScience นำโดยนักวิจัยจาก Oregon State University เป็นเอกสารฉบับปรับปรุงจากเมื่อปี 2562 ที่ประกาศ "ภาวะฉุกเฉินด้านสภาพอากาศ" ทั่วโลก
.
รายงานนี้ประเมินสัญญาณชีพของโลกโดยพิจารณาจากตัวแปร 31 ตัว รวมถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิพื้นผิว การสูญเสียมวลน้ำแข็งในธารน้ำแข็ง การสูญเสียป่าฝนแอมะซอน บวกกับปัจจัยทางสังคมต่าง ๆ
.
รายงานฉบับใหม่นี้พบว่าสัญญาณชีพของโลกเสื่อมโทรมลงในช่วงสองปีที่ผ่านมา โดย 18 หมวดหมู่จาก 31 หมวดของรายงานแสดงจุดสูงสุดหรือต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ใหม่
.
เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่ความหนาของน้ำแข็งอยู่ที่จุดต่ำสุดในรอบ 71 ปี ในขณะที่ท้องฟ้ามีมลพิษมากกว่าที่เคย (ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และไนตรัสออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ)
.
แต่ในความเสื่อมโทรมของโลกปรากฎว่า เศรษฐกิจของโลกดีขึ้นมากกว่าที่เคยเป็นมา (โดยวัดจาก GDP ทั่วโลก) นั่นแสดงว่ามนุษยชาติกินอยู่อย่างสุขสบายขึ้น แต่โลกกลับพังพินาศมากขึ้น และเป็นความร่ำรวยที่แฝงด้วยความเหลื่อมล้ำ
.
รายงานพบว่า นับเป็นครั้งแรกที่ปศุสัตว์สัตว์เคี้ยวเอื้อง (เช่น วัว, แกะ) ของโลกเพิ่มสูงขึ้นกว่า 4,000 ล้านตัว ซึ่งมากกว่าประชากรมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในป่ารวมกัน
.
การบริโภคและการผลิตเนื้อสัตว์ตะไม่ลดลงจนกว่าจะมีการหันมาบริโภคอาหารจากพืชหรือการใช้เนื้อสัตว์ทดแทนในวงกว้าง ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นและคาดว่าจะมีมูลค่า 3,500 ล้านดอลลาร์ทั่วโลกภายในปี 2569
.
อัตราการสูญเสียป่าประจำปีของป่าแอมะซอนของบราซิลเพิ่มขึ้นในปี 2562 และ 2563 ซึ่งสูงถึงระดับสูงสุดในรอบ 12 ปี เมื่อป่าถูกทำลายไปถึง 1.11 ล้านเฮกตาร์
.
การทำลายป่ารุนแรงขึ้นเพราะกฎหมายป้องกันป่าอ่อนแอลง ทำให้เกิดการฮุบดินผิดกฎหมายมาเลี้ยงโคและการทำฟาร์มถั่วเหลือง ความเสื่อมโทรมของป่ายังเกิดจากมาจากไฟป่า ความแห้งแล้ง การตัดไม้ ทำให้แอเมะซอนเป็นแหล่งปล่อยคาร์บอนมากกว่าที่จะเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน
.
การระบาดใหญ่ของโควิด-19 อาจทำให้การใช้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลลดลงตั้งแต่ปี 2563 การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหัวก็ลดลง อย่างไรก็ตาม การลดลงเหล่านี้ดูเหมือนจะเกิดขึ้นชั่วคราวเพราะในปี 2564 มันเพิ่มอีกขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอีกครั้ง
.
ในทางกลับกัน ปริมาณการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมเพิ่มขึ้น 57% ระหว่างปี 2561 ถึง 2564 แต่ก็ยังต่ำกว่าการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลประมาณ 19 เท่า
.
นอกจากนี้ แม้การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจะลดลงชั่วคราว แต่ก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ 3 ชนิด ได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และไนตรัสออกไซด์ ล้วนสร้างสถิติใหม่ โดยพบอัตราความเข้มข้นในชั้นบรรยากาศสูงสุดในปี 2563 และ 2564
.
ในเดือนเมษายน 2564 ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 416 ส่วนในล้านส่วน ซึ่งเป็นความเข้มข้นเฉลี่ยรายเดือนสูงสุดทั่วโลกเท่าที่เคยมีการบันทึกมา
.
เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรีนแลนด์และแอนตาร์กติกามีระดับมวลน้ำแข็งต่ำเป็นประวัติการณ์ใหม่ทุกปี ในปี 2563 ปริมาณน้ำแข็งในทะเลอาร์กติกในฤดูร้อนอยู่ที่ระดับที่ต่ำที่สุดเป็นอันดับสองเท่าที่เคยเก็บสถิติมา ความหนาของธารน้ำแข็งก็สร้างระดับต่ำสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ด้วย
.
ส่วนธารน้ำแข็งละลายเร็วกว่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อกันมาก ธารน้ำแข็งกำลังสูญเสียหิมะและน้ำแข็งมากกว่า 31% ต่อปี เมื่อเทียบกับเมื่อ 15 ปีที่แล้ว
.
ปริมาณความร้อนในมหาสมุทรและระดับน้ำทะเลสร้างสถิติใหม่ ค่าความเป็นกรด - ด่างของมหาสมุทรถึงค่าเฉลี่ยต่ำสุดเป็นอันดับสองรองจากปี 2555
.
เรื่องนี้น่าเป็นห่วงเนื่องจากความยืดหยุ่นของปะการังต่อภาวะกรดในมหาสมุทรมีแนวโน้มลดลงเพราะความเครียดจากความร้อน และผู้คนมากกว่า 500 ล้านคนต้องพึ่งพาแนวปะการังสำหรับเป็นแหล่งอาหาร (เพราะเป็นแหล่งอาศัยของปลา) การท่องเที่ยว หรือการป้องกันคลื่นพายุโซนร้อน
.
แต่ทั้งหมดนี้สวนทางกับความมั่งคั่งของโลก แม้ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศทั่วโลกลดลง 3.6% ในปี 2563 เนื่องจากการแพร่ระบาดของ โควิด-19 แต่ขณะนี้คาดว่าจะเติบโตสูงเป็นประวัติการณ์
.
รายงานชี้ว่า บทเรียนสำคัญจากโควิด-19 คือ การขนส่งและการบริโภคที่ลดลงอย่างมหาศาลก็ยังไม่เพียงพอ และจำเป็นต้องเปลี่ยนระบบการเปลี่ยนแปลง และต้องอยู่เหนือการเมือง
.
เมื่อพิจารณาจากผลกระทบ คาดวาอุณหภูมิจะสูงขึ้นประมาณ 1.25 องศาเซลเซียส และอาจถึงจุดเปลี่ยนที่ย้อนกลับคืนมาไม่ได้ ดังนั้นการดำเนินการด้านสภาพอากาศขนาดใหญ่จึงมีความจำเป็นเร่งด่วน
.
งบประมาณคาร์บอนที่เหลืออยู่สำหรับป้องกันไม่ให้โลกร้อนขึ้น 1.5 องศา ที่ถูกประเมินเมื่อเร็ว ๆ นี้มีโอกาส 17% ที่จะติดลบ ซึ่งบ่งชี้ว่าเราอาจสูญเสียโอกาสที่จะจำกัดภาวะโลกร้อนให้อยู่ในระดับนี้
.
รายงานเสนอแนะว่า เนื่องจากมีเวลาจำกัด การจัดลำดับความสำคัญจึงต้องเปลี่ยนไปเน้นที่การลดก๊าซเรือนกระจกอายุสั้นที่เป็นอันตรายในทันทีและรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีเทน
.
และรายงานบอกให้เราต้องหยุดมองปัญหาสิ่งแวดล้อมแบบแยกส่วน ภาวะโลกร้อนถึงแม้จะหายนะ แต่ก็ไม่ใช่เพียงอาการเดียวของระบบโลกที่กำลังดิ้นรนอยู่ แต่เป็นเพียงหนึ่งในหลาย ๆ แง่มุมของวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่เร่งตัวขึ้น
.
นักวิทยาศาสตร์เสนอแนวทาง 6 ข้อ ดังนี้
.
1) พลังงาน - ต้องกำจัดเชื้อเพลิงฟอสซิลและการเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน
.
2) จัดการมลพิษทางอากาศที่มีอายุสั้น - ต้องลดคาร์บอนสีดำ (เขม่า) มีเทนและไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน
.
3) ธรรมชาติ - ต้องฟื้นฟูและปกป้องระบบนิเวศของโลกอย่างถาวร เพื่อกักเก็บและสะสมคาร์บอน และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ
.
4) อาหาร - การเปลี่ยนไปใช้อาหารที่มีพืชเป็นส่วนประกอบเป็นส่วนใหญ่ ลดขยะอาหาร และปรับปรุงวิธีการปลูกพืช
.
5) เศรษฐกิจ - เปลี่ยนจากการเติบโตโดยวัด GDP อย่างไม่มีขีดจำกัดและการบริโภคที่มากเกินไปของคนร่ำรวย ไปสู่เศรษฐกิจเชิงนิเวศและเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งราคาสะท้อนต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมทั้งหมดของสินค้าและบริการ
.
6) ประชากรมนุษย์ - สร้างเสถียรภาพและค่อย ๆ ลดจำนวนประชากร โดยจัดให้มีการวางแผนครอบครัวโดยสมัครใจ และสนับสนุนการศึกษาและสิทธิของเด็กหญิงและหญิงสาวทุกคน ซึ่งช่วยให้ประชากรลดลงได้
.
เนื่องจากความเร่งด่วนที่รุนแรงขึ้นและความพยายามยังไม่เพียงพอที่จะจัดการกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศในระดับสากล ความคืบหน้าในหกขั้นตอนข้างต้นจึงมีความจำเป็น และพวดเขาเรียกร้องให้มีแนวทางนโยบายระยะสั้น 3 ทาง ได้แก่
.
1) การดำเนินการตามราคาคาร์บอนทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ (ด้านพลังงานและเศรษฐกิจ)
.
2) การเลิกและการห้ามใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างถาวรใช้ทั่วโลกในท้ายที่สุด (ด้านพลังงาน)
.
3) การพัฒนาเขตอนุรักษ์ภูมิอากาศเชิงยุทธศาสตร์เพื่อปกป้องและฟื้นฟูแหล่งกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลกอย่างเคร่งครัด (ด้านธรรมชาติ)

ข้อมูลจาก
• William J Ripple, Christopher Wolf, Thomas M Newsome, Jillian W Gregg, Timothy M Lenton, Ignacio Palomo, Jasper A J Eikelboom, Beverly E Law, Saleemul Huq, Philip B Duffy, Johan Rockström, World Scientists’ Warning of a Climate Emergency 2021, BioScience, 2021;, biab079, https://doi.org/10.1093/biosci/biab079
• Brandon Specktor. (July 28, 2021). "Ignoring climate change will yield 'untold suffering,' panel of 14,000 scientists warns". Live Science
ภาพ NASA/NOAA/GSFC/Suomi NPP/VIIRS/Norman Kuring

หนุนทางรอดสร้างแหล่งอาหารปลอดภัย สู้วิกฤตเคียงข้างชาวปาดังเบซาร์
02/08/2021

หนุนทางรอดสร้างแหล่งอาหารปลอดภัย สู้วิกฤตเคียงข้างชาวปาดังเบซาร์

สสส. สู้วิกฤตเคียงข้างชาวปาดังเบซาร์ จ.สงขลา หนุนทางรอดสร้างแหล่งอาหารปลอดภัย
อ่านต่อที่...http://ssss.network/769os
.
สามารถติดตามข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ที่ www.thaihealth.or.th/ไทยรู้สู้โควิด
สามารถติดตามวารสารสร้างสุขฉบับออนไลน์ ข่าวสารด้านสุขภาพ และร่วมสนุกตอบคำถามพร้อมของรางวัลได้ที่ Line Official Account “สสส.สร้างสุข” คลิก >> https://lin.ee/gtFSTfG

#Thaihealth #สสส #สุขภาวะ #ไทยรู้สู้โควิด #โควิด #เว้นระยะห่าง #ล้างมือบ่อยๆ #ชีวิตวิถีใหม่ #NewNormal

น้ำท่วมจีน-เยอรมนี ตอกย้ำสภาพอากาศเปราะบาง
29/07/2021
'น้ำท่วมจีน-เยอรมนี'ตอกย้ำสภาพอากาศโลกเปราะบาง

น้ำท่วมจีน-เยอรมนี ตอกย้ำสภาพอากาศเปราะบาง

อุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นทั้งในเยอรมนีและในจีนเปรียบเหมือนคำเตือนที่ดังและหนักแน่นขึ้นว่าการเปลี่ย...

สร้างความเข้าใจและปรับรูปแบบการทำงานท่ามกลางสถานการณ์ Covid-19 เพื่อประเมินความเปราะบางของชุมชนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ...
27/07/2021

สร้างความเข้าใจและปรับรูปแบบการทำงานท่ามกลางสถานการณ์ Covid-19 เพื่อประเมินความเปราะบางของชุมชนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
-----------------------------------------------
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยนำโดยดร.ผกามาศ ถิ่นพังงา ร่วมกับ SCF จัดประชุมร่วมกับคณะทำงานแกนหลักของทีม CSOs ภายใต้โครงการ SUCCESS สนับสนุนโดยสหภาพยุโรป โดยแยกจัดประชุมกับแต่ละทีม จำนวน 6 ทีม ได้แก่ ทีมบ่อยาง (16 ก.ค.64), ทีมโตนดด้วน พัทลุง (21 ก.ค.64), ทีมพะตง สงขลา (22 ก.ค. 64 – ช่วงเช้า), ทีมเมืองปาดังเบซาร์ สงขลา (22 ก.ค. 64 – ช่วงบ่าย), ทีมเมืองละงู (27 ก.ค. 64 – ช่วงเช้า) และ ทีมควนลัง สงขลา (27 ก.ค. 64 – ช่วงบ่าย) โดยได้ร่วมทบทวนทำความเข้าใจและแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับข้อเสนอโครงการ การวางแผนปรับรูปแบบการทำงานและการจัดประชุม รวมถึงการปรับบทบาทของทีมงานให้สอดคล้องและสามารถขับเคลื่อนการทำงานได้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 โดยจะชี้แจงรายละเอียดของการบริหารจัดการงบประมาณการดำเนินงานให้สอดคล้องกับระเบียบของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยและสหภาพยุโรปในครั้งต่อไป

26/07/2021
"ปิ่นโตตุ้มตุ้ย" ภารกิจบรรเทาความหิว

ปิ่นโตตุ้มตุ้ย ภารกิจบรรเทาความหิว
ของศูนย์บ่อยางพึ่งพาตนเอง จ.สงขลา
โดยทำอาหารแจกกลุ่มเปราะบางและผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด19 ในพื้นที่ #ThaiPBS

วันที่ 21 กรกฎาคม 2564 ศูนย์ประชาสังคมและการจัดการองค์กรเอกชนสาธารณประโยชน์ (CSNM) และกลุ่มวิจัยความอยู่ดีมีสุขและการพัฒ...
22/07/2021
SUCCESS-การเตรียมความพร้อมการประเมินความเปราะบางของเมืองแบบมีส่วนร่วม

วันที่ 21 กรกฎาคม 2564 ศูนย์ประชาสังคมและการจัดการองค์กรเอกชนสาธารณประโยชน์ (CSNM) และกลุ่มวิจัยความอยู่ดีมีสุขและการพัฒนาอย่างยั่งยืน (WeSD) ได้จัดกิจกรรมการเตรียมความพร้อมการประเมินความเปราะบางของเมืองแบบมีส่วนร่วม ภายใต้โครงการประชาสังคมร่วมแรงเพื่อเปลี่ยนแปลงเมือง (SUCCESS) สนับสนุนโดย สหภาพยุโรป (EU) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) โดยมีภาคีเครือข่ายทั้งภาคประสังคม ภาครัฐ และภาควิชาการ ทั้งหมด 3 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดหนองคาย โดยมีภาคประชาสังคม ประกอบด้วย ศูนย์ประสานงานกลุ่มเพื่อนฅนไร้บ้านจังหวัดขอนแก่น, กลุ่มสหกรณ์เคหสถาน 4 ชุมชนเมืองไผ่, ศูนย์ข้อมูลเพื่อสันติภาพและสิทธิมนุษยชนอีสาน, กลุ่มอนุรักษ์ป่าโคกสำเหร่ไชยา, ศูนย์ส่งเสริมสังคมและสิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำโขง และสหกรณ์มิตรภาพมั่นคงหนองคาย ภาควิชาการ ประกอบด้วย มหางิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี มหาวิทยาลัยชีวิตเมืองหนองคาย มหาวิทยาลัยนครพนม และผู้อำนวยการสถาบันชุมชนอีสาน เข้าร่วมเตรียมความพร้อมในการประเมินความเปราะบางของเมืองแบบมีส่วนร่วมในครั้งนี้

กลุ่มวิจัยความอยู่ดีมีสุขและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

“วัดความเสี่ยงวิกฤตภูมิอากาศ” โจทย์ใหม่ภาคธุรกิจ-ธนาคารไทย ซึ่งไทยไม่พร้อม
21/07/2021
“วัดความเสี่ยงวิกฤตภูมิอากาศ” โจทย์ใหม่ภาคธุรกิจ-ธนาคารไทย ซึ่งไทยไม่พร้อม

“วัดความเสี่ยงวิกฤตภูมิอากาศ” โจทย์ใหม่ภาคธุรกิจ-ธนาคารไทย ซึ่งไทยไม่พร้อม

ข้อตกลงโลกร้อนระดับโลกกำลังจะส่งผลต่อการดำเนินการของภาคธูรกิจ-ธนาคารไทยอย่างมีนัยสำคัญนับจากนี้ ที่จะ....

คนไร้บ้าน ความเสี่ยงและวัคซีนที่เข้าไม่ถึง
09/07/2021
คนไร้บ้าน ความเสี่ยงและวัคซีนที่เข้าไม่ถึง : The Active (2 ก.ค. 64)

คนไร้บ้าน ความเสี่ยงและวัคซีนที่เข้าไม่ถึง

คนไร้บ้าน หรือผู้ใช้ชีวิตอยู่ในที่สาธารณะ การจะดูแลเรื่องสุขอนามัย หรือแม้แต่จะเข้าถึงหน้ากากอนามัยสัก...

งานวิจัยเผยในปี 2100 ผู้คนนับ 410 ล้านคนเผชิญความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น น้ำท่วม ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เขตร้อนและ...
07/07/2021

งานวิจัยเผยในปี 2100 ผู้คนนับ 410 ล้านคนเผชิญความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น น้ำท่วม ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เขตร้อนและเอเชีย วอนประเทศรับมือ และเร่งลดก๊าซโลกร้อน

งานวิจัยเผยในปี 2100 ผู้คนนับ 410 ล้านคนเผชิญความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น น้ำท่วม ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เขตร้อนและเอเชีย วอนประเทศรับมือ และเร่งลดก๊าซโลกร้อน

ราว 410 ล้านคนจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่ถึง 2 เมตร และเผชิญภัยเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ยกเว้นเราจะช่วยกันลดก๊าซเรือนกระจกในระดับโลก งานวิจัยเผย

การศึกษาตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications ชี้ว่าปัจจุบันนี้มีผู้คนราว 267 ล้านคนทั่วโลกอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่ถึง 2 เมตร และคาดการณ์ว่าในปี 2100 ในกรณีที่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 1 เมตร จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 410 ล้านคน

จากแผนที่ชี้ว่า 62% ของพื้นที่เสี่ยงนั้นอยู่ในเขตร้อน โดยอินโดนีเซียมีความเสี่ยงที่สุด พร้อมกับคาดการณ์ว่าผู้คนที่จะได้รับความเสี่ยง 72% อยู่ในเขตร้อน และ 59% อยู่ในเอเชีย

Dr Aljosja Hooijer ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรน้ำและนักวิจัยชี้ว่า แม้ว่าการคาดการณ์อาจไม่เป็นที่แน่นอน แต่มันก็ได้เตือนให้พื้นที่เขตร้อนจำเป็นต้องป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว

สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และพายุเกิดขึ้นรุนแรงและบ่อยครั้งขึ้น ซึ่งทั้งสองส่วนเพิ่มความเสี่ยงต่อน้ำท่วมในพื้นที่ชายฝั่ง

เมื่อปีที่ผ่านมา งานสำรวจจาก Climate and Atmospheric Science ชี้ว่าชุมชนริมชายฝั่งต้องเตรียมตัวรับมือจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นที่อาจสูงถึง 5 เมตรในปี 2300 ซึ่งอาจจะกลืนกินบ้านของผู้คนนับร้อยล้าน

Maarten van Aalst นักวิชาการด้านสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง และนักวิจัยจาก IPCC ชี้ว่า ตัวเลขเหล่านี้เป็นสิ่งเตือนถึงผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ต่ำที่จะได้รับความเสี่ยงจำนวนมาก โดยเฉพาะในประเทศที่เปราะบาง โดย Dr.​Sally Brown ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมชี้ว่า งานวิจัยนี้เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แสดงถึงความเสี่ยงของผู้คนจากน้ำท่วม ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงต่อน้ำท่วม และอาจส่งผลต่อผู้คนในประเทศกำลังพัฒนาอย่างมาก

งานวิจัย

https://www.nature.com/articles/s41467-021-23810-9

ที่มา

https://www.theguardian.com/environment/2021/jun/29/risk-from-sea-level-rises-unless-emissions-reduced

ที่อยู่

Thailand Environment Institute Foundation (TEI) 16-151 Muang Thong Thani, Bond Street, Bangpood, Pakkred
Non Buri
11120

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Urban Climate Resilience-Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Urban Climate Resilience-Thailand:

วิดีโอทั้งหมด

Urban Climate Resilience Thailand

(See English version below)

เพจนี้สร้างขึ้นในเดือนตุลาคม พ.ศ.2556 ภายใต้แผนงานการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นำโดยดร.ผกามาศ ถิ่นพังงา ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2552 ดร.ผกามาศ ถิ่นพังงาและทีมงานได้พัฒนาและดำเนินโครงการเกี่ยวกับการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหลากหลายโครงการ โดยดำเนินงานกับเมืองที่มีการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็วในประเทศไทยและเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความร่วมมือและความเป็นเครือข่ายกับหน่วยงานในพื้นที่และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลาย รวมถึงองค์กรพัฒนาชุมชน นักวิชาการ เทศบาลต่างๆ และชุมชนกลุ่มเปราะบาง

ณ ปัจจุบัน ไม่มีแผนงานด้านการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอยู่แล้ว โดยทีแรกจัดตั้งที่สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย แต่ ดร.ผกามาศ ถิ่นพังงา (ปัจจุบันเป็นนักวิจัยอิสระ) และทีมงานยังคงทำงานด้านการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับเครือข่ายเดิมที่มีอยู่และองค์กรใหม่แม้จะไม่มีแผนงานแล้วก็ตาม

เพจนี้มุ่งเน้นเสนอองค์ความรู้และข้อมูลการดำเนินงานเกี่ยวกับความเปราะบางจากการพัฒนาเมือง ประเด็นปัญหาในเมืองที่เชื่อมโยงกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการสร้างการรับมือ รวมทั้งนำเสนอความเคลื่อนไหวของกิจกรรมใหม่ภายใต้โครงการด้านการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างความร่วมมือกับหลากหลายภาคส่วนในเมืองต่าง ๆ

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Non Buri

แสดงผลทั้งหมด