Urban Climate Resilience-Thailand

Urban Climate Resilience-Thailand เพจนี้สร้างขึ้นในเดือนตุลาคม พ.ศ.2556 ภายใต้แผนงานการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นำโดยดร.ผกามาศ ถิ่นพังงา ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2552 ดร.ผกามาศ ถิ่นพังงาและทีมงานได้พัฒนาและดำเนินโครงการเกี่ยวกับการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหลากหลายโครงการ โดยดำเนินงานกับเมืองที่มีการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็วในประเทศไทยและเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความร่วมมือและความเป็นเครือข่ายกับหน่วยงานในพื้นที่และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลาย รวมถึงองค์กรพัฒนาชุมชน นักวิชาการ เทศบาลต่างๆ และชุมชนกลุ่มเปราะบาง

ณ ปัจจุบัน ไม่มีแผนงานด้านการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอยู่แล้ว โดยทีแรกจัดตั้งที่สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย แต่ ดร.ผกามาศ ถิ่นพังงา (ปัจจุบันเป็นนักวิจัยอิสระ) และทีมงานยังคงทำงานด้านการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับเครือข่ายเดิมที่มีอยู่และองค์กรใหม่แม้จะไม่มีแผนงานแล้วก็ตาม

เพจนี้มุ่งเน้นเสนอองค์ความรู้และข้อมูลการดำเนินงานเกี่ยวกับความเปราะบางจากการพัฒนาเมือง ประเด็นปัญหาในเมืองที่เชื่อมโยงกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการสร้างการรับมือ รวมทั้งนำเสนอความเคลื่อนไหวของกิจกรรมใหม่ภายใต้โครงการด้านการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างความร่วมมือกับหลากหลายภาคส่วนในเมืองต่าง ๆ

โครงการการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้แก่
• โครงการประชาสังคมร่วมแรงเพื่อเปลี่ยนแปลงเมือง (Strengthening Urban Climate Governance for Inclusive, Resilient, and Sustainable Societies in Thailand: SUCCESS) สนับสนุนโดยสหภาพยุโรป เริ่มดำเนินโครงการเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2562 ถึง ตุลาคม พ.ศ.2567
• โครงการพันธมิตรเพื่องานวิจัยด้านการรับมือของเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Urban Climate Resilience in Southeast Asia Partnerships: UCRSEA) สนับสนุนทุนโดย International Development Research Centre (IDRC) เริ่มดำเนินโครงการ พ.ศ.2556 ถึง พ.ศ.2562 ดำเนินงานใน 8 เมือง ของประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชา และพม่า
• โครงการเครือข่ายเมืองในเอเชีย เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Asian Cities Climate Change Resilience Network :ACCCRN) สนับสนุนโดยมูลนิธิร๊อคกี้เฟลเลอร์ เริ่มดำเนินโครงการ พ.ศ.2552 ถึง พ.ศ. 2559 ดำเนินงานในเมืองหาดใหญ่และเชียงราย (ข้อมูลเพิ่มเติม www.acccrn.net)
• โครงการเสริมสร้างการรับมือของเมืองกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Mekong-Building Climate Resilient Asian Cities: M-BRACE) สนับสนุนโดยองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (United States Agency for International Development – USAID) เริ่มดำเนินโครงการ พ.ศ. 2554 ถึง พ.ศ.2558 ดำเนินงานในเมืองอุดรธานีและภูเก็ต
• โครงการ “บูรณาการด้านการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อวางแผนพัฒนาท้องถิ่น” (Mainstreaming urban climate resilience in local development) ได้รับการสนับสนุนจาก Canada Fund for Local Initiatives (CFLI) เริ่มดำเนินโครงการ พ.ศ.2559 ถึง พ.ศ.2560 ดำเนินงานในเมืองเชียงรายและหาดใหญ่

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ [email protected]

------------------------------------

This page was created in October 2013 under the Urban Climate Resilience Programme, led by Dr Pakamas Thinphanga.
(3)

Since 2009, Dr Pakamas and her team have been developing and implementing a number of urban climate resilience projects in secondary cities across Thailand and Southeast Asia, in collaboration and partnership with local partners and multi-stakeholders, including NGOs, academics, municipalities and communities. The Urban Climate Resilience programme no longer exists. It was initially set up at the

Since 2009, Dr Pakamas and her team have been developing and implementing a number of urban climate resilience projects in secondary cities across Thailand and Southeast Asia, in collaboration and partnership with local partners and multi-stakeholders, including NGOs, academics, municipalities and communities. The Urban Climate Resilience programme no longer exists. It was initially set up at the

เปิดเหมือนปกติ

คนไร้บ้าน ความเสี่ยงและวัคซีนที่เข้าไม่ถึง
09/07/2021
คนไร้บ้าน ความเสี่ยงและวัคซีนที่เข้าไม่ถึง : The Active (2 ก.ค. 64)

คนไร้บ้าน ความเสี่ยงและวัคซีนที่เข้าไม่ถึง

คนไร้บ้าน หรือผู้ใช้ชีวิตอยู่ในที่สาธารณะ การจะดูแลเรื่องสุขอนามัย หรือแม้แต่จะเข้าถึงหน้ากากอนามัยสัก...

งานวิจัยเผยในปี 2100 ผู้คนนับ 410 ล้านคนเผชิญความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น น้ำท่วม ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เขตร้อนและ...
07/07/2021

งานวิจัยเผยในปี 2100 ผู้คนนับ 410 ล้านคนเผชิญความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น น้ำท่วม ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เขตร้อนและเอเชีย วอนประเทศรับมือ และเร่งลดก๊าซโลกร้อน

งานวิจัยเผยในปี 2100 ผู้คนนับ 410 ล้านคนเผชิญความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น น้ำท่วม ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เขตร้อนและเอเชีย วอนประเทศรับมือ และเร่งลดก๊าซโลกร้อน

ราว 410 ล้านคนจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่ถึง 2 เมตร และเผชิญภัยเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ยกเว้นเราจะช่วยกันลดก๊าซเรือนกระจกในระดับโลก งานวิจัยเผย

การศึกษาตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications ชี้ว่าปัจจุบันนี้มีผู้คนราว 267 ล้านคนทั่วโลกอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่ถึง 2 เมตร และคาดการณ์ว่าในปี 2100 ในกรณีที่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 1 เมตร จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 410 ล้านคน

จากแผนที่ชี้ว่า 62% ของพื้นที่เสี่ยงนั้นอยู่ในเขตร้อน โดยอินโดนีเซียมีความเสี่ยงที่สุด พร้อมกับคาดการณ์ว่าผู้คนที่จะได้รับความเสี่ยง 72% อยู่ในเขตร้อน และ 59% อยู่ในเอเชีย

Dr Aljosja Hooijer ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรน้ำและนักวิจัยชี้ว่า แม้ว่าการคาดการณ์อาจไม่เป็นที่แน่นอน แต่มันก็ได้เตือนให้พื้นที่เขตร้อนจำเป็นต้องป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว

สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และพายุเกิดขึ้นรุนแรงและบ่อยครั้งขึ้น ซึ่งทั้งสองส่วนเพิ่มความเสี่ยงต่อน้ำท่วมในพื้นที่ชายฝั่ง

เมื่อปีที่ผ่านมา งานสำรวจจาก Climate and Atmospheric Science ชี้ว่าชุมชนริมชายฝั่งต้องเตรียมตัวรับมือจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นที่อาจสูงถึง 5 เมตรในปี 2300 ซึ่งอาจจะกลืนกินบ้านของผู้คนนับร้อยล้าน

Maarten van Aalst นักวิชาการด้านสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง และนักวิจัยจาก IPCC ชี้ว่า ตัวเลขเหล่านี้เป็นสิ่งเตือนถึงผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ต่ำที่จะได้รับความเสี่ยงจำนวนมาก โดยเฉพาะในประเทศที่เปราะบาง โดย Dr.​Sally Brown ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมชี้ว่า งานวิจัยนี้เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แสดงถึงความเสี่ยงของผู้คนจากน้ำท่วม ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงต่อน้ำท่วม และอาจส่งผลต่อผู้คนในประเทศกำลังพัฒนาอย่างมาก

งานวิจัย

https://www.nature.com/articles/s41467-021-23810-9

ที่มา

https://www.theguardian.com/environment/2021/jun/29/risk-from-sea-level-rises-unless-emissions-reduced

5 กรกฎาคม 2564 - โครงการประชาสังคมร่วมแรงเพื่อเปลี่ยนแปลงเมือง (SUCCESS) สนับสนุนโดยสหภาพยุโรป จัดประชุมเครือข่ายภาคประช...
06/07/2021

5 กรกฎาคม 2564 - โครงการประชาสังคมร่วมแรงเพื่อเปลี่ยนแปลงเมือง (SUCCESS) สนับสนุนโดยสหภาพยุโรป จัดประชุมเครือข่ายภาคประชาสังคม (ภาคใต้) ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting) นำโดย ดร.ผกามาศ ถิ่นพังงา ทีมงาน TEI และมูลนิธิชุมชนสงขลา ร่วมกับแกนนำภาคประชาสังคมจังหวัดสงขลา สตูล พัทลุง เพื่อหารือขั้นตอนและแนวทางในการดำเนินกิจกรรมตามข้อเสนอโครงการศึกษาการประเมินความเปราะบางของชุมชนเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของทั้ง 6 เมือง ได้แก่ เมืองพะตง เมืองบ่อยาง เมืองปาดังเบซาร์ เมืองควนลัง จ.สงขลา เมืองละงู จ.สตูล และเมืองโตนดด้วน จ.พัทลุง รวมทั้งหารือประเด็นปัญหาในการดำเนินงานในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 พร้อมทั้งแนวทางในการสนับสนุนการดำเนินงานของแต่ละทีม

ภาวะโลกร้อน จะเปลี่ยนโฉมหน้าโลกเราไปแบบใด?
30/06/2021
ภาวะโลกร้อน จะเปลี่ยนโฉมหน้าโลกเราไปแบบใด? - National Geographic Thailand

ภาวะโลกร้อน จะเปลี่ยนโฉมหน้าโลกเราไปแบบใด?

ภาวะโลกร้อน จะเปลี่ยนโฉมหน้าโลกเราไปอย่างไร? ภาพแผนที่ทั้งหมดในนี้ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากแผนที่ในปัจจุบั...

สถิติพลัดถิ่นในประเทศสูงสุดตั้งแต่เคยบันทึก เหตุเพราะ “ภัยพิบัติจากโลกร้อน”
29/06/2021
สถิติพลัดถิ่นในประเทศสูงสุดตั้งแต่เคยบันทึก เหตุเพราะ “ภัยพิบัติจากโลกร้อน”

สถิติพลัดถิ่นในประเทศสูงสุดตั้งแต่เคยบันทึก เหตุเพราะ “ภัยพิบัติจากโลกร้อน”

รายงานล่าสุดขององค์กรเฝ้าระวังกรณีผู้พลัดถิ่นในประเทศย้ำสาเหตุหลักของการพลัดถิ่น คือ ภัยพิบัติจากโลกร....

5 เมืองยั่งยืนที่น่าสนใจ
23/06/2021

5 เมืองยั่งยืนที่น่าสนใจ

ทบทวน คิดใหม่ ภัยพิบัติ 2021 : รู้สู้ภัย Don't Panic
21/06/2021
ทบทวน คิดใหม่ ภัยพิบัติ 2021 : รู้สู้ภัยDon't Panic (2 ม.ค. 64)

ทบทวน คิดใหม่ ภัยพิบัติ 2021 : รู้สู้ภัย Don't Panic

ปี 2020 โลกต้องพบกับภัยพิบัติมากมาย ทั้งโรคระบาด ภัยธรรมชาติ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทั้งกับดิน, น้ำ, ลม แล...

การประชุมสุดยอดผู้นำ G7 และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
15/06/2021

การประชุมสุดยอดผู้นำ G7 และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การประชุมสุดยอดผู้นำ G7 และการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change)
.
.
.
.
.
วันนี้ทางทีม Urban Futures and Policy มีข่าวน่าสนใจเกี่ยวกับการประชุม G7 Summit 2021 มาเล่าให้ฟังกันว่า อะไรคือการประชุม G7 และส่งผลอะไรบ้าง? มากไปกว่านั้นคือการประชุมนี้มีความเชื่อมโยงกับปัญหาจากผลกระทบการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศบ้างหรือไม่? ไปอ่านกันเล้ย!
การประชุม G7 Summit เป็นการประชุมประจำปีระหว่างกลุ่มสมาชิกระหว่างประเทศที่มีฐานเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด 7 ประเทศประกอบด้วย ปคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา โดยการประชุมนี้จะนำวาระที่มีผลกระทบในระดับนานาชาติมาเพื่อหากลไกทางนโยบายเพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
.
อย่างในปีนี้การประชุมถูกจัดขึ้นในประเทศอังกฤษ ซึ่งหัวข้อที่ถูกให้ความสำคัญมากที่สุดคือการเยียวยาระบบเศรษฐกิจของโลกหลังจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 โดยมีแผนปรับปรุงการรับมือด้านสาธารณสุขให้มีความพร้อมในการรับมือต่อความเสี่ยงเพิ่มขึ้น มากไปกว่านั้นยังมีการร้องเรียนโดยนายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร ให้มีการลงทุนเพื่อช่วยเหลือในการแจกจ่ายวัคซีนให้ส่วนที่เหลือของโลกเพื่อให้ครอบคลุมประชากรทั้งหมดภายในปี 2022 นอกจากการเยียวยาเศรษฐกิจหลังการระบาดของโควิด 19 แล้วนั้น ยังมีเรื่องที่ไม่สามารถมองข้ามได้อย่างปัญหาโลกร้อนและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่กำลังส่งผลอย่างเห็นได้ชัดในปี 2021 นี้อีกด้วย โดยมีการพูดถึงเป้าหมายที่ถูกกำหนดร่วมกันถึงการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ และการตั้งเป้าหมายปกป้องธรรมชาติและมหาสมุทรกว่าร้อยละ 30 ภายในปี 2030 ทั้งหมดนี้ถูกนำไปใช้ในการเรียกร้องให้สนับสนุนการแผนการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศฉบับใหม่ที่เอื้อให้ประเทศที่กำลังพัฒนาสามารถลดการปล่อยคาร์บอนภายใต้ระบบเศรษฐกิจเพื่อคุมก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะประเทศในเอเชีย
.
บทสรุปของการประชุม G7 Summit ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมาประกอบไปด้วยข้อตกลงในการมอบวัคซีนอย่างน้อย 1 พันล้านโดสจากสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาผ่านโครงการ COVAX หรือระบบซื้อขายวัคซีนโลกที่สนับสนุนโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และกลุ่มพันธมิตรวัคซีน Gavi ทว่ายังมีข้อกังวลจากผู้อำนวยการ WHO ที่ให้ความเห็นถึงแผนการมอบวัคซีนจำเป็นที่จะต้องครอบคลุมถึง 1.1 หมื่นล้านโดสเพื่อให้เพียงพอสำหรับประชากรอย่างน้อยร้อยละ 70 ภายในกลางปี 2022 เพื่อยุติโรคระบาด มากไปกว่านั้นยังมีการเรียกร้องให้มีการสอบสวนต้นตอของเชื้อโควิด-19 อย่างโปร่งใสอีกด้วย
ในวาระการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญในการประชุมวันสุดท้าย ได้มีการสนับสนุนสิ่งที่นายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรเสนอถึงแผนสำหรับจัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศฉบับใหม่ ที่ครอบคลุมการลดปริมาณการผลิตคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ พร้อมทั้งการจัดสรรงบประมาณด้านสภาพอากาศจนถึงปี 2025 และการอนุรักษ์ ปกป้องมหาสมุทรอย่างน้อยร้อยละ 30 ให้เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ยังมีการเร่งระดมทุนเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในประเทศกำลังพัฒนาให้เอื้อต่อการปรับสู่เทคโยโลยีหมุนเวียนและยั่งยืนในอนาคต
.
.
ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นผลสรุปที่สำคัญจากวงประชุม G7 Summit ที่มีการคำนึงถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ รวมทั้งการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 หมายความว่าเมืองจำเป็นที่จะต้องมีการออกแบบกลไกทางนโยบายที่เอื้อให้เมืองสามารถรับมือ ปรับตัว และจัดการความเสี่ยงในอนาคตได้อย่างเป็นระบบ การพัฒนาภายใต้แนวคิดเมืองพลวัต (Resilient City) จึงเป็นสิ่งที่เมืองไม่สามารถมองข้ามได้

อ้างอิงข้อมูลจาก
https://edition.cnn.com/
https://www.g7uk.org
https://www.express.co.uk/

#G7Summit #G7 #ClimateChange #UrbanFuturesxPolicy #UrbanPlanning #UrbanRisk #ResilientCity #Resilience #Adaptive #UrbanResilience #UrbanDesign #UrbanDevelopment #AdaptiveUrbanPlanning #ResilientUrbanPlanning #Comprehensiveplanning #Sustainability

จดหมายข่าวโครงการ SUCCESS  ฉบับที่ 3 มาแล้วจ้ะเข้าไปติดตามข่าวสาร ความคืบหน้ากันได้ฉบับนี้รับหน้าฝนกันเลย🌧🌧🌧
11/06/2021

จดหมายข่าวโครงการ SUCCESS ฉบับที่ 3 มาแล้วจ้ะ
เข้าไปติดตามข่าวสาร ความคืบหน้ากันได้
ฉบับนี้รับหน้าฝนกันเลย🌧🌧🌧

ประชาสัมพันธ์เอกสารโครงการ SUCCESS 🎊🎊🎊""รู้ทันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" มีช่องทางโหลดและอ่านเอกสารได้ 3 ช่องทาง ดังนี...
09/06/2021
climate information_11

ประชาสัมพันธ์เอกสารโครงการ SUCCESS 🎊🎊🎊
""รู้ทันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ"
มีช่องทางโหลดและอ่านเอกสารได้ 3 ช่องทาง ดังนี้ค่ะ
- ผ่านเว็ปไซต์โครงการ SUCCESS
http://www.tei.or.th/thaicityclimate/success/documents/SUCCESS-Climate-Information.pdf
- ผ่าน Google Drive ของโครงการ
https://drive.google.com/drive/folders/1bYFV1pG2pq0L6tU2bUC-xeBnaJtSH17Y
- อ่านออนไลน์ในรูปแบบหนังสือ
https://online.fliphtml5.com/cwety/uyqd/
ท่านใดสนใจเข้าไปดาวน์โหลดกันได้เลยจ้ะ😘

climate information_11

บราซิลเตือนภัยแล้ง หนักสุดในเกือบ 100 ปี
08/06/2021

บราซิลเตือนภัยแล้ง หนักสุดในเกือบ 100 ปี

BREAKING: บราซิลเผชิญภัยแล้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 91 ปี
.
หน่วยงานรัฐบาลบราซิลเตือนภัยแล้งทั่วประเทศ ขณะเผชิญความแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 91 ปี เร่ิมขาดแคลนน้ำ ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ เกษตรกรรม รวมถึงภัยเสี่ยงต่อไฟป่าในป่าฝนแอมะซอน
.
ขณะหน่วยงานด้านสภาพอากาศประกาศเตือนสภาวะฉุกเฉินภัยแล้ง นับตั้งแต่มิถุนายน-กันยายน โดยชี้ว่าจะขาดปริมาณฝนใน 5 รัฐของบราซิลในช่วงดังกล่าว ซึ่งการขาดฝนส่งผลกระทบต่อการเกษตรกรรม ปศุสัตว์ และการผลิตไฟฟ้า เนื่องจากบราซิลพึ่งพาฝนในเขื่อนพลังงานน้ำ
.
สภาพอากาศที่แห้งแล้งในปีนี้สร้างความเสี่ยงต่อไฟป่าในแอมะซอน และพื้นที่ชุ่มน้ำ Pantanal ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำตาล และกาแฟในบราซิล ซึ่งเป็นประเทศผลิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก และอาจส่งผลต่อราคาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
.
นอกจากนี้ความแห้งแล้งกำลังที่จะส่งผลต่อการเดินทางเรือในแม่น้ำ และทำให้การขนส่งสินค้าผลิตภัณฑ์ต่างๆแพงขึ้นอีกด้วย
.
ที่มา
1. https://www.reuters.com/business/environment/brazil-drought-alert-country-faces-worst-dry-spell-91-years-2021-05-28/

2. https://www.reuters.com/article/us-brazil-drought/brazils-worst-drought-in-almost-a-century-to-impact-river-navigation-minister-idUSKCN2DE2MB

3. https://www.independent.co.uk/news/world/americas/brazil-drought-water-amazon-rainforest-b1856404.html

4. https://www.reuters.com/business/environment/scientists-warn-bad-year-fires-brazils-amazon-wetlands-2021-05-27/

"สุวรรณภูมิ" สนามบินที่เสี่ยงจมน้ำมากที่สุดในโลก
03/06/2021
“สุวรรณภูมิ”สนามบินที่เสี่ยงจมน้ำมากที่สุดในโลก งานวิจัยเผย

"สุวรรณภูมิ" สนามบินที่เสี่ยงจมน้ำมากที่สุดในโลก

งานศึกษาสนามบิน 14,000 แห่งทั่วโลก พบ 269 แห่งเสี่ยงน้ำท่วมสูง “สุวรรณภูมิ” ขึ้นแท่นเสี่ยงอันดับหนึ่ง ผลการวิจั....

18 พฤษภาคม 2564 โครงการ SUCCESS (สนับสนุนโดยสหภาพยุโรป) จัดประชุมออนไลน์ในการสร้างความเข้าใจและการเตรียมความพร้อมการประเ...
31/05/2021
SUCCESS-ประชุมการสร้างความเข้าใจและการเตรียมความพร้อมการประเมินความเปราะบางของเมือง

18 พฤษภาคม 2564
โครงการ SUCCESS (สนับสนุนโดยสหภาพยุโรป) จัดประชุมออนไลน์ในการสร้างความเข้าใจและการเตรียมความพร้อมการประเมินความเปราะบางของเมือง เพื่อทำการเตรียมความพร้อมกับภาคประชาสังคมที่จะเข้ามาร่วมในการประเมินความเปราะบางแบบมีส่วนร่วมของเมือง ทั้ง 3 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย

กลุ่มวิจัยความอยู่ดีมีสุขและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ผลกระทบอุณหภูมิโลกสูงขึ้น พายุไต้ฝุ่นเปลี่ยนทิศไม่เข้าไต้หวัน เกิดวิกฤตขาดแคลนน้ำหนักมาก
24/05/2021

ผลกระทบอุณหภูมิโลกสูงขึ้น
พายุไต้ฝุ่นเปลี่ยนทิศไม่เข้าไต้หวัน เกิดวิกฤตขาดแคลนน้ำหนักมาก

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นจะส่งผลให้ความแห้งแล้งในไต้หวันกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้น ความถี่ของพายุไต้ฝุ่นในไต้หวันกลับลดลง ฉะนั้นในตอนท้ายของศตวรรษนี้จำนวนพายุไต้ฝุ่นที่มาถึงไต้หวันอาจลดลงครึ่งหนึ่งและจะยิ่งขาดแคลนน้ำมากขึ้น
.
เจ้าหน้าที่และนักวิชาการของไต้หวันเตือนว่า การขาดแคลนน้ำในไต้หวันอาจกลายเป็นปัญหาต่อเนื่องมากขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อการเปลี่ยนเส้นทางของพายุ เนื่องจากเมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้นพายุไต้ฝุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิกจะทวีความรุนแรงขึ้น แต่ก็มีแนวโน้มที่มันจะเปลี่ยนเส้นทางก่อนที่จะไปถึงไต้หวันด้วยเช่นกัน
.
Yuei-An Liou ศาสตราจารย์จากศูนย์วิจัยอวกาศและการสำรวจระยะไกลของมหาวิทยาลัยกลางแห่งชาติในเถาหยวนประเทศไต้หวัน กล่าวว่า น้ำประปามากกว่าครึ่งหนึ่งของไต้หวันมาจากพายุไต้ฝุ่นตามฤดูกาล ซึ่งจะมีการกักเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ในหน้าแล้งจำนวนมากพอ แต่เมื่อปีที่แล้วไม่เกิดพายุใต้ฝุ่นทำให้รัฐบาลไต้หวันต้องใช้วิธีปันส่วนน้ำให้กับธุรกิจและประชาชนกว่าล้านคน
.
นอกจากนี้ในปัจจุบันรัฐบาลไต้หวันต้องหยุดจ่ายน้ำเป็นเวลา 2 วันต่อสัปดาห์ในบางส่วนของเกาะซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยและธุรกิจต่างๆ ที่มีความจำเป็นในการใช้น้ำ โดยเฉพาะโรงงานผลิตแผ่นเวเฟอร์เซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน หรือ FABS เป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก คิดเป็น 65% ของการผลิตทั่วโลก
.
ภัยแล้งครั้งนี้จึงถือว่าเลวร้ายที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษและได้ส่งผลให้เกาะซึ่งเป็นที่ตั้งของแหล่งผลิตเซมิคอนดักเตอร์ถึง 2 ใน 3 ของกำลังการผลิตของโลกได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่ไม่เพียงพอไปด้วย ซึ่งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ถือเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไต้หวัน โดยเฉลี่ยในช่วงห้าปีที่ผ่านมายอดขายชิปคิดเป็น 64% ของการเติบโตของการส่งออกของไต้หวัน
.
ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากภัยธรรมชาติทำให้อุตสาหกรรมการผลิตชิปคอมพิวเตอร์ในไต้หวันซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก เช่น สวนอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์ 3 แห่งของไต้หวันซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตชิปส่วนใหญ่ของเกาะต้องควบคุมปริมาณน้ำ รวมทั้งมีต้นทุนในการจัดหาน้ำทางเลือก
.
นอกจากนี้ภัยแล้งยังทำให้ทะเลสาบสุริยันจันทราซึ่งมีสีฟ้ากว้างใหญ่ในภาคกลางของไต้หวันกลายเป็นภาพของพื้นผิวดินที่แห้งขอดและแตกระแหง ซึ่งโดยปกติแล้วทะเลสาบแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะ แต่จากภัยแล้งครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 56 ปี ตอนนี้ไม่มีภาพเหล่านั้นให้เห็น
.
นอกจากนั้นอ่างเก็บน้ำอื่นๆ ทั่วภาคกลางและภาคใต้ของไต้หวันก็มีน้ำเหลือในระดับ 5% หรือน้อยกว่า เช่น ในอ่างเก็บน้ำเป่าซานแห่งที่สองมณฑลซินจู๋ปริมาณน้ำลดลง 96.2% ระหว่างวันที่ 12 มีนาคม 2019 ถึง 12 มีนาคม 2021 ที่อ่างเก็บน้ำ Zeng-wen ในมณฑลเจียอี้ลดลง 81.1% ในช่วง 2 ปีและที่อ่างเก็บน้ำ Techi ในไถจงลดลง 73.3% ตามการคำนวณของกรีนพีซเอเชียตะวันออก
.
เมื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงขึ้นนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าความแห้งแล้งในไต้หวันจะกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นเรื่อยๆ "ความถี่ของพายุไต้ฝุ่นในไต้หวันกำลังลดลงเมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้น ในตอนท้ายของศตวรรษนี้จำนวนพายุไต้ฝุ่นที่มาถึงไต้หวันอาจลดลงครึ่งหนึ่ง" ดร. Huang-Hsiung Hsu นักวิจัยสภาพภูมิอากาศของ Academia Sinica กล่าวกับรอยเตอร์

อ้างอิง:
Apr 19, 2021. "Taiwan Drought Threatens to Make Chip Shortage Worse" . BangkokPost
May 9, 2021 . "Parched Taiwan prays for rain as Sun Moon Lake is hit by drought". The Guardian
May 18, 2021 . "Images reveal extent of Taiwan drought" . greenpeace
ภาพ: ทะเลสาบสุริยันจันทรากลางไต้หวันเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา, Associated Press

สภาพภูมิอากาศในอนาคตจะแย่แค่ไหน ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย?
20/05/2021
สภาพภูมิอากาศในอนาคตของเราจะแย่แค่ไหนถ้าเราไม่ทำอะไรเลย?

สภาพภูมิอากาศในอนาคตจะแย่แค่ไหน ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย?

วิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ได้เป็นภัยคุกคามอีกต่อไป - ปัจจุบันผู้คนต้องอยู่กับผลของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาน...

คลองเตยคือชุมชนแบบไหน? ในสถานการณ์โรคระบาด
14/05/2021

คลองเตยคือชุมชนแบบไหน? ในสถานการณ์โรคระบาด

เมืองแห่งงานที่ไม่ได้ออกแบบเพื่อแรงงาน
12/05/2021
เมืองแห่งงาน ที่ไม่ได้ออกแบบเพื่อแรงงาน | ธนิต โตอดิเทพย์ | The Active

เมืองแห่งงานที่ไม่ได้ออกแบบเพื่อแรงงาน

คุยกับ ผศ.ธนิต โตอดิเทพย์ อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.บูรพา เพื่อตามหาคำนิยามและความหมายข.....

Google Earth เปิดฟีเจอร์ใหม่ให้ดู Timelapse ปี 1984 - 2020 แสดงโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ธรรมชาติที่ถูกทำลาย และได้รับผลกระทบจ...
10/05/2021

Google Earth เปิดฟีเจอร์ใหม่ให้ดู Timelapse ปี 1984 - 2020 แสดงโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ธรรมชาติที่ถูกทำลาย และได้รับผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงจนน่าใจหาย

La Nina and Climate Change
07/05/2021

La Nina and Climate Change

เมื่อคืนมีใครฝนตกฟ้าร้องและลมแรงจนตื่นบ้างคะ?
.
.
.
.
.
ตั้งแต่ขึ้นปี 2021 ที่ผ่านมา ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) เกิดถี่และรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะพายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นอย่างบ่อยครั้ง รวมถึงปรากฎการณ์ลานีญาซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่ส่งผลให้เกิดสภาวะฝนตกหนัก ตรงกันข้ามกับเอลนีโญ
โดยปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้น 3-5 ปีต่อหนึ่งครั้ง หนึ่งครั้งมีระยะเวลาประมาณ 9-12เดือนและเว้นระยะไปประมาณ 1-2 ปีก่อนเกิดอีกครั้ง สิ่งที่น่าสนใจก็คือปรากฎการณ์ลานีญามักจะเกิดน้อยกว่าเอลนีโญอีกด้วย มากไปกว่านั้นประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะตกอยู่ในสภาวะลานีญาตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายนปีที่แล้ว (ปี 2020) อ้างอิงจากอัตราเร่งตัวจากแนวโน้มร้อยละ 60 เป็นร้อยละ 75 เลยทีเดียว

ทว่าการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศนั้นเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ผลกระทบของปรากฏการณ์เหล่านี้ทวีความรุนแรงขึ้นจากที่ควรจะเป็น หมายความว่าผลกระทบจากลานีญาจะส่งผลให้ประเทศไทยเผชิญกับสภาวะฝนตก พายุรุนแรง น้ำท่วมอีกเป็นระยะเวลาอย่างน้อยหนึ่งปี อย่างที่เห็นได้ชัดจากเหตุการณ์พายุฤดูร้อนเมื่อคืนวาน ที่ส่งผลให้เสาไฟฟ้าในพื้นที่รังสิตล้มกว่า 112 ต้น รวมถึงต้นไม้กว่า 15 ต้นที่ล้มลงมาทับบ้านเรือน
มากไปกว่านั้นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอาจส่งผลให้ระยะเวลาของเอลนีญานั้นยืดออกไปอีกจนไม่สามารถกำหนดระยะเวลาการสิ้นสุดได้ ซึ่งการที่ฝนตกหนักนั้นส่งผลให้อุณหภูมิลดต่ำลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย หมายความว่าประเทศไทยมีสิทธิ์ที่จะเผชิญวิกฤติน้ำท่วมและฤดูหนาวที่มาเร็วและหนาวกว่าปกติ ซึ่งอาจจะส่งผลให้การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาดได้แพร่ระบาดได้ง่ายขึ้น

ถึงแม้ว่าจะมีกลไกระดับนานาชาติอย่าง SDGs หรือสนธิสัญญาปารีส (Paris Agreement) เพื่อที่จะลดการผลิตของแก๊สเรือนกระจก (Greenhouse Gas) ภายในปี 2030 ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการแก้ปัญหานี้จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและทันที หมายความว่าเมืองจำเป็นที่จะต้องมีกลไกในการรับมือ ปรับตัวพร้อมทั้งจัดการความเสี่ยงที่กำลังจะเกิดขึ้นก่อนที่จะสายเกินไป สะท้อนจากสถานการณ์ปัจจุบันแม้กรุงเทพมหานครจะมีกลไกและมาตรการทางวิศวกรรมต่างๆเพื่อลดผลกระทบจากน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นการขยายขนาดท่อ หรือการสร้างเขื่อนกั้นน้ำ ก็ยังไม่สามารถจัดการความเสี่ยงที่เกิดจากปริมาณฝนปกติได้เลย จึงทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเช่นกระสอบทรายหรือการแจกถุงยังชีพ แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงวิกฤติที่รุนแรงกว่านี้
.
ซึ่งสามารถแสดงให้เห็นว่ากรุงเทพมหานคร หรือทุกๆเมืองจำเป็นที่จะต้องนำแนวคิดความพลวัต (Resilience) มาปรับใช้ในการวางแผนพัฒนาเพื่อให้เมืองสามารถเพิ่มศักยภาพในการรับมือและจัดการความเสี่ยงที่สูงขึ้นได้ในอนาคต

อ่านงานวิจัยของเราเพิ่มได้ที่
http://www.urbanfuturestu.com/

อ้างอิงข้อมูลจาก
https://www.thairath.co.th/
https://www.matichon.co.th/
https://www.khaosod.co.th/

#LaNina #ResilientBangkok #Flooding #น้ำท่วม #UrbanFuturesxPolicy #UrbanPlanning #UrbanRisk #ResilientCity #Resilience #Adaptive #UrbanResilience #UrbanDesign #UrbanDevelopment #AdaptiveUrbanPlanning #ResilientUrbanPlanning #Comprehensiveplanning #Sustainability

ที่อยู่

Thailand Environment Institute Foundation (TEI) 16-151 Muang Thong Thani, Bond Street, Bangpood, Pakkred
Non Buri
11120

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Urban Climate Resilience-Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Urban Climate Resilience-Thailand:

วิดีโอทั้งหมด

Urban Climate Resilience Thailand

(See English version below)

เพจนี้สร้างขึ้นในเดือนตุลาคม พ.ศ.2556 ภายใต้แผนงานการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นำโดยดร.ผกามาศ ถิ่นพังงา ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2552 ดร.ผกามาศ ถิ่นพังงาและทีมงานได้พัฒนาและดำเนินโครงการเกี่ยวกับการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหลากหลายโครงการ โดยดำเนินงานกับเมืองที่มีการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็วในประเทศไทยและเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความร่วมมือและความเป็นเครือข่ายกับหน่วยงานในพื้นที่และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลาย รวมถึงองค์กรพัฒนาชุมชน นักวิชาการ เทศบาลต่างๆ และชุมชนกลุ่มเปราะบาง

ณ ปัจจุบัน ไม่มีแผนงานด้านการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอยู่แล้ว โดยทีแรกจัดตั้งที่สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย แต่ ดร.ผกามาศ ถิ่นพังงา (ปัจจุบันเป็นนักวิจัยอิสระ) และทีมงานยังคงทำงานด้านการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับเครือข่ายเดิมที่มีอยู่และองค์กรใหม่แม้จะไม่มีแผนงานแล้วก็ตาม

เพจนี้มุ่งเน้นเสนอองค์ความรู้และข้อมูลการดำเนินงานเกี่ยวกับความเปราะบางจากการพัฒนาเมือง ประเด็นปัญหาในเมืองที่เชื่อมโยงกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการสร้างการรับมือ รวมทั้งนำเสนอความเคลื่อนไหวของกิจกรรมใหม่ภายใต้โครงการด้านการรับมือของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างความร่วมมือกับหลากหลายภาคส่วนในเมืองต่าง ๆ

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Non Buri

แสดงผลทั้งหมด