Immigration Bureau

Immigration Bureau สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
Thai Immigration

วันนี้ (24 ส.ค.66) เวลา 11.00 น. สตม. แถลงข่าวผลการดำเนินการ ณ ห้องสวนพลู (ห้องแถลงข่าว) ชั้น 2 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ...
24/08/2023

วันนี้ (24 ส.ค.66) เวลา 11.00 น. สตม. แถลงข่าวผลการดำเนินการ ณ ห้องสวนพลู (ห้องแถลงข่าว) ชั้น 2 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. บก.สส.สตม. รวบเยอรมันแก๊ง Hell angels ส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดน
 ตามที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ สตม. พิจารณาดำเนินการกรณี สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มีหนังสือมายังกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้ส่งตัวนายเด็น (นามสมมติ) สัญชาติเยอรมัน เป็นผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อนำตัวไปรับโทษตามคำพิพากษาในความผิดอาญาฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกทำร้ายได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญาสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยอัยการสูงสุดได้ยื่นคำร้องขอศาลอาญาออกหมายจับนายเด็นไว้แล้ว
 กก.2 บก.สส.สตม. จึงได้สืบสวนติดตามนายเด็นเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ตม. นายเด็นเดินทางเข้ามาในประเทศไทยด้วยวีซ่าคนอยู่ชั่วคราว (NON-90) และได้รับการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 12 ก.ค.2567 จากการสืบสวนทราบว่า นายเด็นหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จว.เชียงราย ชุดจับกุมได้ติดตามเฝ้าดูจนพบบุคคลที่มีลักษณะคล้ายนายเด็น จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและขอทำการตรวจสอบหนังสือเดินทาง พบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายจับศาลอาญา จึงได้แสดงหมายจับและนำตัวส่งสำนักงานอัยการฝ่ายคดีต่างประเทศเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
 พฤติการณ์การกระทำความผิด นายเด็นเป็นสมาชิกแก๊งมอเตอร์ไซค์นอกกฎหมาย "Hells Angels" ในเมืองคีล สาธารณรัฐเยอรมนี ร่วมกับพวก 2 คน ลอบทำร้ายผู้เสียหายที่บริเวณสระว่ายน้ำสาธารณะในเมืองคีล โดยให้แฟนสาวของตนทำหน้าที่เป็นนกต่อ เพื่อให้ผู้เสียหายสนใจและเข้าไปที่สระว่ายน้ำ และฉวยโอกาสทำร้ายผู้เสียหายโดยยิงที่ต้นขาซ้าย จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

2. บก.สส.สตม. รวบ 3 ผู้ต้องหา แก๊งยาเสพติดรายใหญ่ของอินโดนีเซีย หนีซุกไทย
สตม. ได้รับการประสานงานจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทย กรณีผู้ต้องหารายสำคัญซึ่งรัฐบาลอินโดนีเซียได้เพิกถอนหนังสือเดินทางอินโดนีเซีย จำนวน 3 ราย คือ
1. นายสตีเว่น (นามสมมติ) อายุ 28 ปี
2. นายวายู (นามสมมติ) อายุ 30 ปี
3. นางพิสก้า (นามสมมติ) อายุ 26 ปี
บุคคลตามหมายจับรัฐบาลอินโดนีเซียกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และพากันหลบหนีมาอยู่ในประเทศไทย
 จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ตม. พบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวและการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังไม่สิ้นสุด ผบก.สส.สตม. จึงได้อนุมัติให้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากพิจารณาเห็นว่าเป็นบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับ มีพฤติการณ์ที่สมควรเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรแล้วขึ้นบัญชีเป็นบุคคลเฝ้าระวังไว้ และสั่งการให้ กก.ปอพ.บก.สส.สตม.สืบสวนติดตามจับกุมร่วมกับ บช.ปส. เพื่อนำตัวมาดำเนินการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสืบทราบว่า นายวายูและนางพิสก้า หลบหนีมาอาศัยอยู่บริเวณคอนโด พื้นที่บางกะปิ กทม. จึงได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบ พบบุคคลซึ่งมีตำหนิรูปพรรณเหมือนกับนายวายูและนางพิสก้า จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง พบว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร จึงแจ้งหนังสือเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรให้ทราบ และนำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการต่อไป
 ต่อมาขณะเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามบุคคลที่เหลือนั้น ได้รับแจ้งจาก ตม.จว.จันทบุรี ว่าได้มีบุคคลต่างด้าวชื่อ นายสตีเว่น สัญชาติ อินโดนีเซีย กำลังจะเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ตม. ขึ้นทะเบียนเป็นบุคคลเฝ้าระวัง จึงได้ตรวจสอบหนังสือเดินทาง พบว่า เป็นนายสตีเว่น บุคคลเดียวกันกับที่ บก.สส.สตม.ได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไว้ จึงได้ร่วมกันนำตัว นายสตีเว่น ส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการต่อไป
 จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การรับว่าได้วางแผนเดินทางเข้ามาหลบซ่อนในประเทศไทยในลักษณะปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยว และให้แยกย้ายกันหลบซ่อนตัวเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกจับพร้อมกัน และมีการติดต่อกันผ่านแอพพลิเคชั่นที่ใช้ในการโทรผ่านอินเทอร์เน็ต

3. สืบ ตม.3 จับกุม “แก้วเขาดิน” เครือข่ายขนคนรายใหญ่ พื้นที่สระแก้ว
 กก.สส.บก.ตม.3 ตรวจสอบในสื่อสังคมออนไลน์พบว่า มีชาวกัมพูชา เรียกกันทั่วไปว่า นางแก้ว (นามสมมติ) ประกอบกิจการรถตู้ในพื้นที่ใกล้ด่านชายแดน อ.คลองหาด จว.สระแก้ว ใช้สื่อสังคมออนไลน์ประกาศเชิญชวนลูกค้า ชาวกัมพูชา ว่าสามารถพาคนกัมพูชาเดินทางเข้าออก-ออกประเทศไทยผ่านชายแดนกัมพูชาได้อย่างสะดวกและมีข้อมูลเชิงลึกว่า เครือข่ายของนางแก้วยังลักลอบขนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผ่านช่องทางที่ผิดกฎหมายด้วย จึงได้วางแผนจับกุมแก้วมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
 กก.สส.บก.ตม.3 ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมนางแก้วมาโดยตลอด จนกระทั่งต่อมาได้ตรวจสอบพบว่า จะมีการลักลอบขนคนจำนวนมาก จากพื้นที่ ต.คลองหาด จว.สระแก้ว เข้ามาใน กทม. โดยในครั้งนี้คาดว่านางแก้วได้เดินทางมาด้วย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อเดินทางมาถึง ถนนหมายเลข 3259 บริเวณหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าซับวัวแดง ต.วังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ จว.สระแก้ว พบรถยนต์ตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน กทม. และรถยนต์ตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน จว.ระยอง ขับอยู่บนถนน ลักษณะคล้ายกับรถยนต์ตู้ที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ของนางแก้ว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ไล่ติดตามและเรียกให้หยุดรถ แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอตรวจสอบรถยนต์ตู้ทั้ง 2 คันดังกล่าว ผลการตรวจสอบพบว่า
1. รถยนต์ตู้ทะเบียน จว.ระยอง
1.1 นายประดิษฐ์ (นามสมมติ) สัญชาติไทย เป็นผู้ขับรถ
1.2 คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 5 ราย เดินทางเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมายทั้งหมด
2. รถยนต์ตู้ทะเบียน กทม.
2.1 นายมนตรี (นามสมมติ) สัญชาติไทย เป็นผู้ขับรถ
2.2 นายบำเหน็จ (นามสมมติ) สัญชาติไทย เป็นผู้โดยสารและเจ้าของรถ
2.3 นายชานนท์ (นามสมมติ) สัญชาติไทย เป็นผู้โดยสาร
2.4 คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 5 ราย เดินทางเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย 4 ราย และถูก
กฎหมาย 1 รายซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เป็นบุคคลเดียวกับหญิงสาวในสื่อสังคมออนไลน์ชื่อนางแก้ว
 จากการสอบถามคนต่างด้าวทั้งหมดให้การว่า นางแก้วและนายชานนท์จะทำหน้าที่ติดต่อประสานงานพาคนต่างด้าวชาวกัมพูชาโดยสารรถยนต์ตู้เข้ามาในประเทศไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณชายแดน เพื่อมาทำงานในประเทศไทย โดยคนต่างด้าวจะต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับนางแก้วรายละ 3,500 บาท ในขบวนการนี้มี นายบำเหน็จ, นายมนตรี และนายประดิษฐ์ ทำหน้าที่ ขับรถรับ-ส่งคนต่างด้าวจากชายแดน จว.สระแก้วไปส่งที่ กทม. ซึ่งนายชานนท์จะแบ่งรายได้ให้กับผู้ทำหน้าที่ขับรถ รายละ 1,000 บาทต่อคน สำหรับคนต่างด้าวที่เอกสารไม่ถูกต้อง ซึ่งคนขับรถจะทราบดีว่าคนต่างด้าวชาวกัมพูซาที่โดยสารรถของตนจะไม่มีหนังสือเดินทาง หรือเอกสารประจำตัวไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่ ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหา คนไทยทั้ง 4 รายและนางแก้วว่า ร่วมกันให้การช่วยเหลือซ่อนเร้น หรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งบุคคลต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ส่วนคนกัมพูชา 9 รายแจ้ง ข้อกล่าวหาว่า เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต นำส่ง พงส.กก.สส.บก.ตม.3 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จะขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

24/08/2023
วันที่ 21-22 สิงหาคม 2566 พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม. ในฐานะผู้แทนของ ผบช.สตม. หรือประธานอธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมือ...
22/08/2023

วันที่ 21-22 สิงหาคม 2566 พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม. ในฐานะผู้แทนของ ผบช.สตม. หรือประธานอธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมืองและหัวหน้าฝ่ายกงสุล กระทรวงการต่างประเทศอาเซียน (DGICM Chair)
เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 17 (The 17th ASEAN Ministerial Meeting on Transnational Crime) ณ โรงแรม Meruorah Hotel เมืองลาบวน บาโจ ประเทศอินโดนีเซีย โดยได้รายงานให้ที่ประชุมฯ รับทราบถึงผลการประชุม DGICM ครั้งที่ 26 และผลการประชุม DGICM กับคู่เจรจา 3 ประเทศ(จีน เกาหลี ญี่ปุ่น) ครั้งที่ 2
ซึ่งการดำเนินการต่างๆของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองอาเซียนได้มุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาการโยกย้ายถิ่นฐานข้ามพรมแดนที่ซับซ้อน และพัฒนาระบบตรวจคนเข้าเมืองและการกงสุลเพื่อให้การเคลื่อนย้ายของผู้คนและสิ่งของเป็นไปอย่างราบรื่นและไร้รอยต่อ ประกอบกับยังคงรักษาความมั่นคงภายในภูมิภาคไว้

วันนี้ (18 ส.ค.66) เวลา 13.00  น. สตม.แถลงข่าวผลการดำเนินการ ณ ห้องสวนพลู (ห้องแถลงข่าว) ชั้น 2 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ...
18/08/2023

วันนี้ (18 ส.ค.66) เวลา 13.00 น. สตม.แถลงข่าวผลการดำเนินการ ณ ห้องสวนพลู (ห้องแถลงข่าว) ชั้น 2 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1.“PCT 1 ผนึกกำลัง สืบ สตม. เปิดปฏิบัติการค้นยึดทรัพย์ จับถึงรัง เจ้าของเว็บไซต์ขายบริการต่างชาติ ฟีดขึ้นอันดับ 1 ในไทย”
ด้วยคณะทำงานชุดปฏิบัติการที่ 1 PCT และ บก.สส.สตม.ได้ร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลการก่ออาชญากรรมกับนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมเป็นบุคคลไม่พึงประสงค์ พบว่าการก่อเหตุประสงค์ต่อทรัพย์ในชาวต่างชาติหลายครั้งเกิดจากหญิงขายบริการ โดยจะมีการหลอกล่อหลายรูปแบบไม่ว่าเป็นมอมเหล้า หรือใช้สารเสพติดทำให้มึนเมาแล้วลวงเอาทรัพย์นักท่องเที่ยวต่างชาติไป สร้างชื่อเสียงภาพลบให้กับประเทศไทย เป็นอย่างมาก ซึ่ง PCT1 ตรวจพบว่าช่องทางการขายบริการจะมีเว็บไซต์ Es**rt ขายบริการซึ่งจะเป็นผู้หญิงคนไทย เว็บไซต์นี้มีลักษณะเสนอค้าบริการทางเพศอย่างเปิดเผยและท้าทายกฎหมาย โดยพบว่าเว็บไซต์สาว Es**rt ที่ขึ้น Feed อันดับ 1 จากการค้นหาโดย google ของไทยในขณะนั้น คือ เว็บไซต์ www./absolute-angels-bangkok.com มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าชาวต่างชาติเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเว็บไซต์รายนี้จึงได้ทำการสืบสวนหาข้อมูลโดยทันที
จากการสืบสวนพบว่าเว็บไซต์ www./absolute-angels-bangkok.com เฉพาะในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา มีผู้เข้าชมจำนวนมากถึง 429,500 ครั้ง มีข้อมูลหญิงที่พร้อมให้บริการร่วม 80 คน ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวของไทย ไม่ว่าเป็นกรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ และ หัวหิน ซึ่งมีข้อมูลภาษาต่างประเทศว่ามีบริการหลากหลายประเภทชัดเจนในการค้าประเวณี จึงได้มีการสืบสวนต่อไปเพื่อหาเครือข่ายผู้เป็นตัวการก็พบว่ามีการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยพบว่ามีนางกันยา (นามสมมติ) อายุ 34 ปี สัญชาติไทย ทำหน้าที่เป็นแอดมินรับจองและคอยโทรประสานงานนัดหมายลูกค้า โดยมี นาย Brad (นามสมมติ) อายุ 48 ปี สัญชาติอเมริกัน สามีนางกันยาฯ มีส่วนคอยให้การช่วยเหลือเรื่องเว็บไซต์ จึงได้มีการร้องทุกข์และสืบสวนหาพยานหลักฐาน ความเชื่อมโยง จนกระทั่งศาลจังหวัดพัทยา อนุมัติหมายจับที่ 417/2566 ลงวันที่ 10 ส.ค.2566 ฐานความผิด “เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไป เพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม, ช่วยเหลือ ให้ความสะดวก หรือคุ้มครองการค้าประเวณีของผู้อื่น, รับประโยชน์ไม่ว่ารูปแบบใดจากการค้าประเวณีของผู้อื่นหรือจากผู้ซึ่งค้าประเวณี และจัดให้มีการค้าประเวณีระหว่างผู้ซึ่งค้าประเวณีกับผู้ใช้บริการ, โฆษณาไปยังสาธารณะที่เห็นได้ว่าเป็นการเรียกร้องหรือการติดต่อเพื่อการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น, และเข้าติดต่อ ซักชวน แนะนำตัว ติดตาม หรือรบเร้าบุคคลตามถนนหรือสาธารณสถาน หรือกระทำการดังกล่าวในที่อื่นใด เพื่อการค้าประเวณีอันเป็นการเปิดเผยและน่าอับอาย หรือเป็นที่เดือดร้อนรำคาญแก่สาธารณชน” ให้จับกุม นางกันยาฯ และนาย Brad ฯ ตามลำดับ
ต่อมาได้สืบสวนพบว่าคนร้ายทั้งสองพักอาศัยอยู่ในบ้านพูลวิลล่าหรูใน อ.หัวหิน จว.ประจวบคีรีขันธ์ และพบว่า นางกันยาฯ ยังอยู่ต่างประเทศขณะออกหมายจับ จึงได้มีวางแผนการตรวจค้นและจับกุม โดยสามารถจับกุมตัวนางกันยาฯ พร้อมหลักฐาน มือถือ iPhone ของกลางซึ่งใช้ทำงาน จับกุมที่สนามบินสุวรรณภูมิขาเข้า เมื่อวันที่ 13 ส.ค.2566 เวลา 05.00 น. และอีกส่วนได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดหัวหิน ที่ 283/2566 ลงวันที่ 11 ส.ค.2566 เข้าตรวจค้นบ้านพูลวิวล่าซึ่งเป็นที่พักอาศัยของคนร้าย ใน อ.หัวหิน จว.ประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 13 ส.ค.2566 เวลา 06.00 น. ผลการตรวจค้นสามารถจับกุม นาย Brad ฯ และพบของกลางรายการสำคัญได้แก่
1.เครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 4 เครื่อง
2.สมุดบัญชีรายการรับจ่ายนับตั้งแต่ปี 2014
3.เอกสารธุรกรรมทางการเงิน
รวมของกลางอื่นๆ จำนวน 13 รายการ
ทรัพย์สินที่จะต้องตรวจยึดตามมาตรการปราบปรามการฟอกเงิน รายการสำคัญได้แก่
1.บ้านพักพูลวิลล่า ราคาประมาณ 15 ล้านบาท
2.รถยนต์ Mercedes Benz C200 Coupe มูลค่าประมาณ 3.5 ล้านบาท
3.รถยนต์ Honda CRV มูลค่าประมาณ 1.8 ล้านบาท
4.เงินในบัญชี จำนวน 14 บัญชี รวมประมาณ 9 ล้านบาท
5.หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทย อยู่ระหว่างตรวจสอบ
รวมมูลค่าโดยประมาณการกว่า 40 ล้านบาท
ทั้งนี้ยังพบว่ามีทรัพย์สินจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นที่ดินและทรัพย์สินอื่นอยู่ในต่างประเทศอีกจำนวนหนึ่ง
นางกันยาฯ ผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่า เว็บไซต์นี้มีการดำเนินการมากว่า 10 ปี โดยช่วงแรกนั้นทำอยู่ในต่างประเทศแต่พักย้ายกลับเข้ามาอยู่ในประเทศไทย โดยนางกันยาฯ จะทำงานเป็นแอดมิน โดยมีชาวต่างชาติช่วยเหลือในการบริหารจัดการเว็บไซต์ www./absolute-angels-bangkok.com ค่าบริการนั้นจะมีอยู่หลากหลายรูปแบบและหลายเรทราคา โดยแพลตฟอร์มเว็บไซต์ ได้รับส่วนแบ่ง 40% จากการรับงาน
คณะทำงานสืบสวนมีข้อมูลว่าในการปฏิบัติการครั้งนี้เชื่อว่าคนร้ายเหล่านี้น่าจะมีเครือข่ายช่วยเหลืออยู่ในต่างประเทศด้วย โดยของกลางที่ตรวจยึดมีการกล่าวอ้างว่าเป็นคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลสหรัฐ ในส่วนของทรัพย์สินของคนร้ายที่จะต้องดำเนินการตามมาตรการปราบปรามการฟอกเงินเองก็พบว่ามีอยู่ในต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งจะได้มีการดำเนินการสืบสวนและประสานความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการสืบสวนปราบปรามต่อไป
2.รวบหนุ่มแดนโสมเปิดเว็บไซต์เป็นนายหน้าจัดหาหญิงไทยค้ากามแดนโสมพบเงินหมุนเวียนเกินกว่า 100 ล้านบาท
สตม. ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานงาน สาธารณรัฐเกาหลี ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีผู้ต้องหารายสำคัญ คือ นายจินหอง (jinhong) นามสมมติ อายุ 41 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ บุคคลตามหมายจับตำรวจสากล ซึ่งก่ออาชญากรรมเป็นขบวนการจัดหาหญิงไทยเพื่อค้าประเวณีในประเทศเกาหลีใต้ โดยจะทำการเปิดเว็บไซต์ หาลูกค้าที่ต้องการซื้อบริการ จากนั้นจะส่งที่อยู่เลขห้องให้กับลูกค้าที่ต้องการซื้อบริการและจัดเตรียมห้องพักให้หญิงไทยเพื่อขายบริการ พบเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาท
จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ตม. พบว่า นายจินหองได้เดินทางเข้ามาใน ประเทศไทย ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว และการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากพิจารณาเห็นว่าเป็นบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับ มีพฤติการณ์ที่สมควรเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ผบก.สส.สตม. จึงได้อนุมัติให้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของนายจินหอง และสั่งการให้ กก.4 บก.สส.สตม. สืบสวนติดตามตัวนายจินหองเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย จนทราบว่านายจินหองหลบซ่อนอยู่ในบ้านแห่งหนึ่งพื้นที่ จว.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ติดตามเฝ้าดูจนพบบุคคลลักษณะคล้าย นายจินหอง จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและขอทำการตรวจสอบหนังสือเดินทาง พบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน จึงได้แจ้งการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยให้นายจินหองทราบ จากนั้นนายจินหองได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมตรวจสอบบ้านพักที่ต้องสงสัย ผลการตรวจสอบพบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ที่มีข้อความแชทคุยกับลูกค้าและกลุ่มหญิงไทยที่ค้าประเวณี และพบสมุดบัญชีจำนวนหลายรายการ จึงได้ทำการตรวจยึดและนำตัวนายจินหองส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
3.รวบหนุ่มไต้หวันราชาฟอกเงินเครือข่ายแก๊ง call center และแก๊งพนันออนไลน์ ฟอกเงินเกินกว่า 2 หมื่นล้านบาท
สตม. ได้รับประสานงานจากสำนักงานวัฒนธรรมเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย กรณีผู้ต้องหารายสำคัญ คือ นายกัว (kuo) นามสมมติ อายุ 39 ปี สัญชาติไต้หวัน ซึ่งก่ออาชญากรรมเป็นหัวหน้ากลุ่ม
ฟอกเงินให้กับแก๊ง call center และแก๊งพนันออนไลน์ โดยนายกัวได้เปิดบริษัทในหลายประเทศ เพื่อฟอกเงินให้กับขบวนการแก๊ง call center ที่ตั้งอยู่ในประเทศกัมพูชา และแก๊งพนันออนไลน์ที่ตั้งอยู่ในประเทศแถบเอเชียและยุโรป มีมูลค่าการฟอกเงินเกินกว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งกลุ่มฟอกเงินของนายกัวมีสมาชิกจำนวนกว่า 16 ราย ปัจจุบันสามารถตามจับผู้ต้องหาได้ครบทุกราย
จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ตม. พบว่า นายกัวได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ด้วยวีซ่าไทยแลนด์ อีลิท (Thailand Elite Visa) และการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากพิจารณาเห็นว่าเป็นบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับ มีพฤติการณ์ที่สมควรเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ผบก.สส.สตม. จึงได้อนุมัติให้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของนายกัว และได้สั่งการให้ กก.4 บก.สส.สตม. สืบสวนติดตามตัวนายกัวเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย จนทราบว่านายกัวหลบซ่อนอยู่ในคอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านคลองสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ขอหมายค้นต่อศาลอาญาธนบุรี และเข้าค้นคอนโดต้องสงสัย จากการตรวจค้นพบ นายกัว จึงได้ขอตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน จึงได้แจ้งการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยให้นายกัวทราบ และพบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่คาดว่าใช้ในการกระทำความผิดหลายรายการ จึงได้ทำการตรวจยึดและได้นำตัวนายกัว ส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
พบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้ง
ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โทร. 081 866 3000 สายด่วน 1441 website: https://thaipoliceonline.com Chat line id :
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
สายด่วน : 1178 website : www.immigration.go.th

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดรับสมัครและสอบแข่งขันบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือประกาศนียบัตรวิช...
16/08/2023

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดรับสมัครและสอบแข่งขันบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเทียบเท่า เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พ.ศ. 2566

1. ตำแหน่งและอัตราที่เปิดรับสมัคร ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ ในสังกัดด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยาน ในสังกัด กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2

2. คุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของผู้สมัครสอบแข่งขันที่จะได้รับ การบรรจุและแต่งตั้ง

• มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามผนวก ก และผนวก ข ท้ายประกาศนี้

• ต้องเป็นผู้ที่มีทัศนคติที่ดีและมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสูงสุด

• เป็นบุคคลภายนอก กรณีเพศชายร่างกายต้องสูงไม่น้อยกว่า 160 cm และรอบอกต้องไม่น้อยกว่า 77 cm ส่วนเพศหญิงร่างกายต้องสูงไม่น้อยกว่า 150 cm

• เป็นผู้สำเร็จการศึกษาได้รับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเทียบเท่า โดยต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติประกาศนียบัตรจากสถานศึกษานั้น ๆ ภายในวันสุดท้ายของการรับสมัคร (วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566)

• วุฒิการศึกษาที่ใช้ในการสมัครสอบแข่งขันดังกล่าว ต้องเป็นวุฒิการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการหรือคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) หรือสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้รับรองไว้แล้ว

• ผู้สมัครสอบไม่สามารถใช้วุฒิสูงกว่าที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้เพื่อเรียกร้องสิทธิการเป็นผู้มีคุณวุฒิครบถ้วนในการสมัครหรือสิทธิ์ในการได้รับการบรรจุและแต่งตั้งหรือเรียกร้องสิทธิใด ๆ ให้แตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ เพื่อประโยชน์ของผู้สมัครให้เป็นหน้าที่ของผู้สมัครสอบ ในการประสานกับสถานศึกษาที่ได้สำเร็จการศึกษาเพื่อขอให้ยืนยันว่าได้มีการรับรองวุฒิการศึกษาที่สำเร็จมาแล้วหรือไม่ ตามกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง

• ต้องเป็นผู้ผ่านการทดสอบความรู้ภาษาต่างประเทศ

• ผู้สอบแข่งขันได้จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจ ชั้นประทวน ระดับชั้นยศ สิบตำรวจตรี ดำรงตำแหน่งผู้บังคับหมู่ ในสังกัด ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานในสังกัด กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2

สมัครได้ที่เว็บไซต์ http://imm.jobthaigov.com
ตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค. - 12 ก.ย. 66
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.immigration.go.th/?p=32204

13/08/2023

📌ผบ.ตร.ร่วมกับนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมผลักดันโครงการ "ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน" สร้างอาชีพเพื่อเด็กพิเศษอย่างยั่งยืน ของสมาคมแม่บ้านตำรวจ
🔷️ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ และให้ความช่วยเหลือข้าราชการตำรวจและครอบครัวที่มีบุตรเป็นเด็กพิเศษ ทั่วประเทศ ให้มีอาชีพ และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน...เพราะตำรวจทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน🔷️

วันที่ 12 ส.ค.66 เวลา 09.00 น. พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. เป็นประธาน พร้อมด้วย ชมรมแม่บ้านตำรวจ สตม. และข...
12/08/2023

วันที่ 12 ส.ค.66 เวลา 09.00 น. พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. เป็นประธาน พร้อมด้วย ชมรมแม่บ้านตำรวจ สตม. และข้าราชการตำรวจในสังกัด สตม. ร่วมพีธีทำบุญตักบาตร พิธีถวายราชสักการะ พิธีถวายพระพรชัยมงคล และลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษา 91 พรรษา 12 สิงหาคม 2566

ทรงพระเจริญเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงและวันแม่แห่ง...
12/08/2023

ทรงพระเจริญ

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

และวันแม่แห่งชาติ

12 สิงหาคม 2566

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการตำรวจในสังกัด สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชน ร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th

ข่าวประชาสัมพันธ์สตม. เปิดการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ 'ตม.อาเซียน DGICM' ครั้งที่ 26 อย่างเป็นทางการ ชูวาระสำคัญ หาแนวทา...
11/08/2023

ข่าวประชาสัมพันธ์
สตม. เปิดการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ 'ตม.อาเซียน DGICM' ครั้งที่ 26 อย่างเป็นทางการ ชูวาระสำคัญ หาแนวทางปัองกันความรุนแรงด้านความมั่นคงและอาชญากรรมระหว่างประเทศ
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2566 พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รองผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นประธานในงานแถลงข่าวผลการประชุมอธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมืองและหัวหน้าฝ่ายกงสุลกระทรวงการต่างประเทศอาเซียน (DGICM) ครั้งที่ 26 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดยมี พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี ผู้บังคับการ ศูนย์เทคโนโลยีตรวจคนเข้าเมือง ให้เกียรติเข้าร่วมแถลงข่าว ณ ห้องลอยกระทง โรงแรม อังสนา ลากูน่า ภูเก็ต
พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รองผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า “ปีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมือง และหัวหน้าฝ่ายกงสุล กระทรวงการต่างประเทศอาเซียน (DGICM) ครั้งที่ 26 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 - 11 สิงหาคม 2566 ณ โรงแรมอังสนา ลากูน่า ภูเก็ต สำหรับการประชุม “DGICM” คือ การประชุมผู้นำระดับอธิบดี หรือ ผู้บัญชาการตรวจคนเข้าเมือง หัวหน้าฝ่ายกงสุล ในกลุ่มประเทศอาเซียน 11 ประเทศ รวมประเทศติมอร์เลสเต ซึ่งเป็นสมาชิกอาเซียนล่าสุดเข้าร่วมสังเกตการณ์ โดยเริ่มมีการประชุมกันมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2539 หมุนเวียนกันเป็นประเทศเจ้าภาพ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและทำข้อตกลงในการร่วมมือกันพัฒนาความเข้มแข็งเพื่อสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายผ่านแดนของบรรดาอาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบเข้าเมือง และการค้ามนุษย์ ในเขตภูมิภาคเอเชีย และภูมิภาคใกล้เคียง ซึ่งประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพมาแล้วเมื่อปี พ.ศ.2545 และปี พ.ศ.2555”
“สำหรับสถานการณ์การผ่านแดนในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะการอำพรางตัวตนโดยการเปลี่ยนสัญชาติที่หลากหลาย การเคลื่อนย้ายไปฝังตัวยังประเทศหนึ่งเพื่อก่อเหตุให้ส่งผลต่อเป้าหมายในอีกประเทศหนึ่ง โดยเฉพาะคดีเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และคดีทางการเงิน ดังนั้น หน่วยงานด้านกงสุลและตรวจคนเข้าเมือง จึงต้องผนึกความร่วมมือ ทั้งด้านการข่าว ด้านเทคโนโลยี ด้านกฎหมาย เพื่อให้เกิดกลไกการปฏิบัติร่วมกันอย่างคล่องตัว จึงเป็นที่มาของแนวคิดการประชุมที่ว่า "Building Security, Fostering Collaboration and Sustaining the Future" โดยประเทศที่ร่วมประชุม นอกเหนือจาก กลุ่มชาติสมาชิกอาเซียนทั้ง 11 ประเทศ ยังมี เลขาธิการอาเซียน ผู้แทนประเทศออสเตรเลีย และประเทศคู่เจรจา +3 ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน”
สำหรับประเด็นสำคัญในการประชุมหารือ DGICM ครั้งที่ 26 เป็นไปตามหัวข้อสารัตถะสำคัญได้แก่
• การประชุมอาเซียนว่าด้วยหัวหน้าด่านหลักตรวจคนเข้าเมือง (ASEAN Heads of Major Immigration Checkpoints Forum หรือ AMICF)
• การประชุมหัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านการลักลอบขนคนเข้าเมือง (Heads of Specialist Unit on People Smuggling Meeting – HSU)
• การประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการข่าวหน่วยตรวจคนเข้าเมือง (ASEAN Immigration Intelligence Forum หรือ AIIF)
นอกจากนั้น ยังมีเวทีการประชุมกับประเทศคู่เจรจาอีก 2 เวที ได้แก่ การประชุม DGICM กับคู่เจรจา ออสเตรเลีย และ การประชุม DGICM กับคู่เจรจา + 3 ได้แก่ประเทศ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยมีการประชุมเต็มคณะโดยอธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมืองและหัวหน้าฝ่ายกงสุลกระทรวงการต่างประเทศด้วย
“ผลการประชุมหารือในทุกด้าน ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคมเป็นต้นมา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งด้านสารัตถะซึ่งปรากฏผลความร่วมมือที่เป็นไปในทิศทางที่ดี โดยมีประเด็นหลักด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การอัพเดทข้อมูลการติดต่อหน่วยงานตลอด 24 ชั่วโมง การศึกษาและนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น การยกระดับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศโดยใช้การจัดเก็บและเปรียบเทียบข้อมูลอัตลักษณ์ด้วยภาพถ่ายใบหน้าและลายพิมพ์นิ้วมือ (BIOMETRICS) ในระบบงานตรวจเข้าออกราชอาณาจักร การควบคุมการพำนักคนต่างด้าว และการให้บริการคนต่างด้าว โดยใช้ระบบ Online e- Extension รวมถึงการลงข้อมูลบุคคลต้องห้ามให้เป็นระบบงานที่รองรับการพัฒนาของเทคโนโลยีในอนาคตอย่างมีเอกภาพ เพื่อการป้องกันการลักลอบผ่านแดนระหว่างประเทศ รวมถึงความร่วมมือของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองในภูมิภาค เพิ่มขีดความสามารถความร่วมมือระหว่างหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองในกลุ่มประเทศอาเซียน และประเทศคู่เจรจา ให้เกิดการประสานงานปฏิบัติร่วมกันในการสกัดกั้น หรือปราบปรามการจับกุมได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ ได้แก่การก่อการร้าย การลักลอบขนคนเข้าเมือง การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมทางไซเบอร์ เป็นต้น ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดเป็นยุทธศาสตร์สำคัญไว้”
ส่วนด้านการจัดงานในฐานะเจ้าภาพสำหรับปีนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เลือกพื้นที่จังหวัดภูเก็ตในการจัดงานเพื่อกระตุ้นบรรยากาศด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย หลังจากเผชิญเหตุวิกฤติโควิด-19 ซึ่งได้เชิญชวนประชาชนคนไทย และชาวภูเก็ตร่วมเป็นเจ้าภาพให้การต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมประชุมนานาชาติกว่า 500 คน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินแผนรักษาความปลอดภัยและการจราจร เป็นไปด้วยความเรียบร้อย นอกจากนั้น ยังส่งเสริมเผยแพร่วัฒนธรรมไทย ด้วยการใช้อาหาร สิ่งของเครื่องใช้ของที่ระลึกจากงานฝีมือท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ความเป็นไทยอีกด้วย รวมถึงตอบสนองแนวคิดตามมติสหประชาชาติในการลดภาวะมลพิษด้วยธีม Low Carbon meeting เช่น การใช้วัสดุการประชุมที่รีไซเคิลได้ การใช้จอ LED เป็น Backdrop แทนวัสดุไม้หรือกระดาษ การลดการใช้เอกสาร การใช้ไม้กระถางตบแต่งสถานที่เพื่อการนำมาใช้ประโยชน์หลังประชุม การใช้ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นในการประชุม เป็นต้น เพื่อเป็นแบบอย่างการประชุมที่ทำลายสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด"
การประชุม DGICM ครั้งที่ 26 นับเป็นการประชุมครั้งสำคัญ ที่ผู้นำตรวจคนเข้าเมืองอาเซียนระดับอธิบดี และผู้นำตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงหัวหน้าฝ่ายกงสุลจากประเทศที่มีบทบาทสำคัญวงล้อมรอบอาเซียนในฐานะคู่เจรจาอื่นๆ จะได้มาร่วมประชุมกัน เนื่องด้วยงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นเหมือนประตูบ้านที่คอยสกัดกั้นการเดินทางของบุคคลที่เป็นภัยคุกคามต่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ โดยเฉพาะอาชญากรตั้งแต่ระดับการก่อการร้าย ไปจนถึงระดับมิจฉาชีพ ซึ่งปัจจุบันมีการขยายตัวเป็นเครือข่ายควบคุมการพัฒนาทางด้านการคมนาคมขนส่ง และเทคโนโลยี เข้าลักษณะอาชญากรข้ามชาติ นี่จึงเป็นเวทีสำคัญที่จะหารือเพื่อปัองกันการแพร่ขยายความรุนแรงด้านความมั่นคง และอาชญากรรมระหว่างประเทศ ให้กับประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน” กล่าวปิดท้าย
# # #

11/08/2023

#ถ้าคุณคิดว่าวันนี้ คุณไม่มีความสุข คุณลอง ดู เรื่องราวชีวิต ของผู้คนเหล่านี้ว่า เขามีความรู้สึกเช่นไร

ในความมืดมิดที่สุด เรายังหาความสุขจนเจอ เพียงแค่มีใครซักคน จุดเทียนขึ้นมาสักเล่มหนึ่ง และถ้าพวกเราทุกคนช่วยกันจุดพร้อมพร้อมกัน จะดีเพียงใด

โครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” โดย สมาคมแม่บ้านตำรวจ ที่ให้การช่วยเหลือ ครอบครัวข้าราชการตำรวจ ที่มีบุตร พิการ หรือ เป็นเด็กพิเศษ ซี่งมีภาระในการดูแลสูง โดย มอบทุนการศึกษา และ ประสานภาคเอกชนให้โอกาส ในการทำงานประกอบอาชีพ

“เราคือความหวัง ที่ทำให้เขารู้สึกว่าเขา มีใคร และความรู้สึกนี้ คือความรู้สึกที่เราอยากให้เกิดขึ้น เพราะเราคือครอบครัวเดียวกันและเรา…ไม่ทิ้งกัน“

คุณสุมนา กิตติประภัสร์
นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ

ขอเชิญชวน ผู้บังคับบัญชา และผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ได้ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการนี้ไปพร้อมๆกัน เพื่อเป็นแสงสว่างและกำลังใจ อย่างยั่งยืน

10/08/2023

Press Conference for THE 26TH DGICM

วันที่ 28 ก.ค.66 เวลา 09.00 น. พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. เป็นประธาน พร้อมด้วย ชมรมแม่บ้านตำรวจ สตม. และข...
28/07/2023

วันที่ 28 ก.ค.66 เวลา 09.00 น. พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. เป็นประธาน พร้อมด้วย ชมรมแม่บ้านตำรวจ สตม. และข้าราชการตำรวจในสังกัด สตม. ร่วมทำบุญตักบาตรและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 71 พรรษา 28 กรกฎาคม 2566

ทรงพระเจริญเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร ก...
28/07/2023

ทรงพระเจริญ

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
28 กรกฎาคม 2566

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการตำรวจในสังกัด สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ https://wellwishes.royaloffice.th/

สตม. เตรียมการจัดประชุมหัวหน้า ตม.อาเซียน ครั้งที่ 26 ระหว่างวันที่ 7-11 สิงหาคม 66 ณ จังหวัดภูเก็ตสำนักงานตำรวจแห่งชาติ...
26/07/2023

สตม. เตรียมการจัดประชุมหัวหน้า ตม.อาเซียน ครั้งที่ 26 ระหว่างวันที่ 7-11 สิงหาคม 66 ณ จังหวัดภูเก็ต
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำ ตม.อาเซียน ครั้งที่ 26 หรือชื่อเป็นทางการ คือ "การประชุมอธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมืองและหัวหน้าฝ่ายกงสุลกระทรวงการต่างประเทศอาเซียน ASEAN Directors-General of Immigration Departments and Heads of Consular Affairs Divisions of the Ministries of Foreign Affairs" ซึ่งเรียกชื่อย่อสั้น ๆ ว่า 26TH DGICM
ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุม​ประกอบด้วยอธิบดีตรวจคนเข้าเมือง หัวหน้าฝ่ายกงสุลของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน เลขาธิการอาเซียน และยังมีประเทศคู่เจรจาอีก 4 ประเทศ (ออสเตรเลีย​ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น)​ เข้าร่วมประชุมด้วย
"Building Security, Fostering Collaboration, and Sustaining the Future"

วันนี้ (17 ก.ค.66) เวลา 14.00 น. สตม. แถลงข่าวผลการดำเนินการ ณ อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ ตร.(เมืองทองธาน...
17/07/2023

วันนี้ (17 ก.ค.66) เวลา 14.00 น. สตม. แถลงข่าวผลการดำเนินการ ณ อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ ตร.(เมืองทองธานี) ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. สตม. รวบหนุ่มมะกันอนาจารเด็ก 9 ปี ที่ต่างประเทศ ก่อนหลบหนีซุกไทย
สตม. ได้รับการประสานงานจากหน่วยสืบสวนอาชญากรรมระหว่างประเทศ ณ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กรณีผู้ต้องหาตามหมายจับของประเทศสหรัฐอเมริกา รายสำคัญ คือ MR.MAYES หรือ นายมาเยส (นามสมมติ) อายุ 30 ปี สัญชาติอเมริกา ซึ่งก่ออาชญากรรมอนาจารเด็กอายุ 9 ปี จำนวนหลายครั้ง รวม 8 กระทง แล้วหลบหนีเข้ามาประเทศไทย
บก.สส.สตม. พร้อม ตม.จว.ภูเก็ต จึงได้ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม นายมาเยส เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ตม. พบว่า นายมาเยส ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 29 ก.ค.65 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว 30 วัน ปัจจุบันได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อประเภทคนอยู่ชั่วคราว (NON-ED) และการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากพิจารณาเห็นว่าเป็นบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับ มีพฤติการณ์ที่สมควรเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ผบก.สส.สตม. จึงได้อนุมัติให้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของ นายมาเยส ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ก.ค.66 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนพร้อมกับผู้ช่วยทูต สำนักงานรักษาความมั่นคงทางการทูต ประจำสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ทราบว่า นายมาเยสหลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ราไวย์ อ.เมือง จว.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้เฝ้ารอจนพบบุคคลลักษณะคล้าย นายมาเยส จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจสอบ พบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน จึงได้แจ้งการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยให้ นายมาเยส ทราบ จากนั้นจึงได้นำตัวส่ง ตม.จว.ภูเก็ต เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
2. สตม.รวบขบวนการขนแรงงานเถื่อน หนีหมายจับศาลจังหวัดทองผาภูมิ และหลังสวน
ตม.จว.กาญจนบุรี ร่วมกับ บก.สส.ภ.7 และ สภ.ทองผาภูมิ จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายซูก้า (นามสมมติ) และ น.ส.นิตาเว (นามสมมติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทองผาภูมิ ข้อหา ร่วมกันซ่อนเร้น ช่วยเหลือ หรือช่วยด้วยประการใดๆ แก่คนต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายให้พ้นจากการจับกุม และหมายจับศาลจังหวัดหลังสวน ข้อหา ร่วมกันใช้จ้างวานให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันให้เข้าพักอาศัย ช่วยซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม
พฤติการณ์กล่าวคือ ก่อนการจับกุมเมื่อเดือน เม.ย.66 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ได้จับกุมรถขนคนต่างด้าว 3 คัน เป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 89 คน พร้อมคนไทยผู้ร่วมกันให้การช่วยเหลือ จำนวน 4 คน จากการซักถามคนขับรถขนคนต่างด้าวให้การว่ามี “เจ๊ดา” เป็นผู้ว่าจ้าง ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส. นิตาเว ให้ขนคนต่างด้าวจาก จว.กาญจนบุรี ไปส่งที่ จว.สงขลา โดยมี นายซูก้า ซึ่งเป็นสามีของ น.ส.นิตาเว ทำหน้าที่ขับรถนำทางรถทั้ง 3 คัน และมีลูกน้องของ น.ส.นิตาเว ทำหน้าที่ขับรถปิดท้ายขบวน ต่อมา ตม.จว.กาญจนบุรี ได้รับการประสานจาก บก.ตม.6 ให้ติดตามจับกุม นายซูก้าและน.ส.นิตาเว ตามหมายจับศาลจังหวัดหลังสวน ข้อหา ร่วมกันใช้จ้างวานให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันให้เข้าพักอาศัย ช่วยซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม โดยผู้ต้องหามีภูมิลำเนาอยู่ใน จว.กาญจนบุรี จากการสืบสวนพบว่า นายซูก้า และ น.ส.นิตาเว ยังคงมีพฤติกรรมขนคนต่างด้าวและกระทำความผิดซ้ำ ในพื้นที่ สภ.ทองผาภูมิ ซึ่งเมื่อประมาณต้นเดือน พ.ค.66 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ร่วมกันจับกุมคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 115 คน ในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” และยึดรถยนต์จำนวน 2 คัน (คนขับหลบหนีไปได้) สภ.ทองผาภูมิ จึงได้สืบสวนขยายผลและขอศาลจังหวัดทองผาภูมิ อนุมัติหมายจับนายซูก้า และ น.ส.นิตาเว ข้อหา ร่วมกันซ่อนเร้น ช่วยเหลือ หรือช่วยด้วยประการใด ๆ แก่คนต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายให้พ้นจากการจับกุม ต่อมา ตม.จว.กาญจนบุรี ได้สืบสวนติดตามตัว นายซูก้า และ น.ส.นิตาเว จนกระทั่งทราบว่าหลบซ่อนที่บ้านเช่าแห่งหนึ่ง อ.ท่ามะกา จว.กาญจนบุรี จึงได้ระดมกำลังเฝ้ารอบริเวณบ้านเช่าดังกล่าว จนพบ นายซูก้า และ น.ส.นิตาเว จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและขอทำการตรวจสอบ พบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ จึงได้จับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ จว.กาญจนบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
3. สตม. ขยายผลจับกุมเครือข่ายลักลอบขนคนจีนข้ามชาติ
กก.สส.บก.ตม.4, ตม.จว.มุกดาหาร และ ตม.จว.ตาก ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.1 กก.5 บก.ทล. จับกุมผู้ต้องหา 6 ราย ประกอบด้วย คนสัญชาติไทย 1 ราย คือ นายธวัชชัย ในความผิดฐาน ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม และคนสัญชาติจีน 5 ราย คือ นายลี้ เชา (นามสมมติ), นายจาง อู่ฉาง (นามสมมติ), นายลี้ อุน ย่าง (นามสมมติ), นายฉู ช่าน (นามสมมติ) และนาหวาง (นามสมมติ)ในความผิดฐาน เป็นคนต่างด้าวเดินทางและเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่ง พงส.สภ.คลองขลุง จว.กำแพงเพชร ดำเนินคดีตามกฎหมาย
พฤติการณ์กล่าวคือ ก่อนการจับกุมช่วงกลางเดือน มิ.ย.66 มีคนจีน 3 ราย มาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชน ที่ อ.กุฉินารายณ์ จว.กาฬสินธุ์ ว่าถูกกลุ่มคนจีนหลอกลวงพาไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จากการสอบถามทราบว่า คนจีนทั้ง 3 ราย เดินทางเข้ามาจากประเทศเวียดนาม ก่อนข้ามลำน้ำและถูกนำพาไปส่งต่อเพื่อไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งในระหว่างส่งต่อนั้น ได้หลบหนีออกมาและมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อมา กก.สส.บก.ตม.4, ตม.จว.มุกดาหาร และ ตม.จว.กาฬสินธุ์ จึงได้ร่วมกันสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาเบาะแสผู้กระทำผิด จนทราบกลุ่มผู้กระทำความผิดว่าเป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยถูกดำเนินคดีนำพาคนจีนคดีอื่น ๆ ซึ่งเคยถูกจับกุมไปแล้ว ซึ่งในคราวนี้มีแผนประทุษกรรม คือ กลุ่มผู้กระทำความผิดจะนำพาคนจีนผ่านชายแดนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปส่งต่อให้ทีมขนคนทาง จว.ตาก โดยมีจุดนัดพบบริเวณภาคกลาง คือ จว.พระนครศรีอยุธยา, จว.ปทุมธานี และเปลี่ยนถ่ายรถยนต์ให้อีกทีมส่งต่อไปที่ชายแดน จว.ตาก เพื่อพาข้ามพรมแดนไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศพม่า จึงได้ร่วมกันวางแผนติดตามจับกุม และต่อมาเมื่อวันที่ 15 ก.ค.66 กลุ่มผู้กระทำความผิดได้ก่อเหตุอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้สืบสวนติดตามกลุ่มผู้กระทำความผิด และได้ส่งรูปพรรณรถและใบหน้าของกลุ่มผู้ต้องสงสัยและขอความร่วมมือหลายหน่วยงานติดตามสกัดจับ จนสามารถจับกุมได้ที่ บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 1 กม.414-415 ต.คลองขลุง อ.คลองขลุง จว.กำแพงเพชร ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแส การกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จะขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

ที่อยู่

904 หมู่ 6 ต. บ้านใหม่ อ. ปากเกร็ด จว. นนทบุรี
Nonthaburi
11120

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Immigration Bureauผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

แชร์

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Nonthaburi

แสดงผลทั้งหมด