ประชาสัมพันธ์ กรมราชทัณฑ์

ประชาสัมพันธ์ กรมราชทัณฑ์ เผยแพร่ข่าวสารของกรมราชทัณฑ์

เปิดเหมือนปกติ

“ราชทัณฑ์” เผยสุขภาพผู้ต้องขังการเมืองทุกคนโดยรวมแข็งแรงดี ด้านเวหาฯ อาการจมูกไม่ได้กลิ่นเริ่มดีขึ้น ลิ้นรับรสได้ปกติ
15/09/2021

“ราชทัณฑ์” เผยสุขภาพผู้ต้องขังการเมืองทุกคนโดยรวมแข็งแรงดี ด้านเวหาฯ อาการจมูกไม่ได้กลิ่นเริ่มดีขึ้น ลิ้นรับรสได้ปกติ

“ราชทัณฑ์” เผยสุขภาพผู้ต้องขังการเมืองทุกคนโดยรวมแข็งแรงดี ด้านเวหาฯ อาการจมูกไม่ได้กลิ่นเริ่มดีขึ้น ลิ้นรับรสได้ปกติ

“กรมราชทัณฑ์ รายงาน สถานการณ์โควิด-19 ประจำวันไม่พบเรือนจำระบาดเพิ่ม พร้อมเตรียม EXIT เรือนจำ 8 แห่งสัปดาห์นี้” 📌วันพุธท...
15/09/2021

“กรมราชทัณฑ์ รายงาน สถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน
ไม่พบเรือนจำระบาดเพิ่ม พร้อมเตรียม EXIT เรือนจำ 8 แห่งสัปดาห์นี้”

📌วันพุธที่ 15 กันยายน 2564 เวลา 12.00 นาฬิกา นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน (ข้อมูล ณ วันที่ 14 กันยายน 2564 เวลา 16.00 นาฬิกา) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 451 ราย (พบในเรือนจำสีแดง 409 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 42 ราย) รักษาหายเพิ่ม 390 ราย เสียชีวิต 1 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 5,727 ราย (กลุ่มสีเขียว 84.3% สีเหลือง 14.8% และสีแดง 0.9%) เป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 459 ราย (รวมทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์) ปริมณฑล 98 ราย และต่างจังหวัด 5,170 ราย

นายอายุตม์ กล่าวว่า ในวันนี้ สถานะเรือนจำยังคงที่ ไม่มีการระบาดเพิ่ม จึงมีเรือนจำสีแดงจำนวน 35 แห่ง และเรือนจำสีขาว 107 แห่ง โดยมีผู้ติดเชื้อรักษาหายสะสม 56,379 ราย หรือ 88.3% ของผู้ติดเชื้อสะสม 63,833 ราย เสียชีวิตสะสม 134 ราย คิดเป็นอัตรา 0.2% ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด

สำหรับผู้เสียชีวิต เป็นผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางอุดรธานี ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง มีโรคประจำตัว แม้ว่าได้ดูแลรักษาอย่างเต็มประสิทธิภาพตามมาตรฐานโดยทีมแพทย์ และส่งต่อการรักษายังโรงพยาบาลภายนอกแล้ว แต่อาการยังคงไม่ดีขึ้น จนกระทั่งได้เสียชีวิตลง กรมราชทัณฑ์ ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไป มา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ ได้ประสานญาติเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามวิธีการจัดการศพผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นที่เรียบร้อย

นายอายุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน จากจำนวนเรือนจำสีแดงที่พบการระบาดทั้งสิ้น 35 แห่ง มีเพียง 5 แห่งเท่านั้น ที่ยังอยู่ระหว่างควบคุมการระบาด คือ เรือนจำจังหวัดตราด เรือนจำจังหวัดชัยภูมิ ทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราช เรือนจำจังหวัดสระแก้ว และเรือนจำจังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้ประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลแม่ข่ายและสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่เพื่อตรวจหาเชื้อ ให้ยาและการรักษา พร้อมเข้าควบคุมการระบาดอย่างเป็นระบบเรียบร้อยแล้ว ขณะที่เรือนจำอีก 30 แห่ง สามารถลดการระบาด และจะเริ่มทยอยสิ้นสุดการระบาด หรือ EXIT ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีเรือนจำจำนวน 8 แห่งที่จะ EXIT ได้ภายในสัปดาห์นี้
***********

“กรมราชทัณฑ์ รายงาน สถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน
ไม่พบเรือนจำระบาดเพิ่ม พร้อมเตรียม EXIT เรือนจำ 8 แห่งสัปดาห์นี้”

📌วันพุธที่ 15 กันยายน 2564 เวลา 12.00 นาฬิกา นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน (ข้อมูล ณ วันที่ 14 กันยายน 2564 เวลา 16.00 นาฬิกา) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 451 ราย (พบในเรือนจำสีแดง 409 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 42 ราย) รักษาหายเพิ่ม 390 ราย เสียชีวิต 1 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 5,727 ราย (กลุ่มสีเขียว 84.3% สีเหลือง 14.8% และสีแดง 0.9%) เป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 459 ราย (รวมทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์) ปริมณฑล 98 ราย และต่างจังหวัด 5,170 ราย

นายอายุตม์ กล่าวว่า ในวันนี้ สถานะเรือนจำยังคงที่ ไม่มีการระบาดเพิ่ม จึงมีเรือนจำสีแดงจำนวน 35 แห่ง และเรือนจำสีขาว 107 แห่ง โดยมีผู้ติดเชื้อรักษาหายสะสม 56,379 ราย หรือ 88.3% ของผู้ติดเชื้อสะสม 63,833 ราย เสียชีวิตสะสม 134 ราย คิดเป็นอัตรา 0.2% ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด

สำหรับผู้เสียชีวิต เป็นผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางอุดรธานี ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง มีโรคประจำตัว แม้ว่าได้ดูแลรักษาอย่างเต็มประสิทธิภาพตามมาตรฐานโดยทีมแพทย์ และส่งต่อการรักษายังโรงพยาบาลภายนอกแล้ว แต่อาการยังคงไม่ดีขึ้น จนกระทั่งได้เสียชีวิตลง กรมราชทัณฑ์ ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไป มา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ ได้ประสานญาติเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามวิธีการจัดการศพผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นที่เรียบร้อย

นายอายุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน จากจำนวนเรือนจำสีแดงที่พบการระบาดทั้งสิ้น 35 แห่ง มีเพียง 5 แห่งเท่านั้น ที่ยังอยู่ระหว่างควบคุมการระบาด คือ เรือนจำจังหวัดตราด เรือนจำจังหวัดชัยภูมิ ทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราช เรือนจำจังหวัดสระแก้ว และเรือนจำจังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้ประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลแม่ข่ายและสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่เพื่อตรวจหาเชื้อ ให้ยาและการรักษา พร้อมเข้าควบคุมการระบาดอย่างเป็นระบบเรียบร้อยแล้ว ขณะที่เรือนจำอีก 30 แห่ง สามารถลดการระบาด และจะเริ่มทยอยสิ้นสุดการระบาด หรือ EXIT ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีเรือนจำจำนวน 8 แห่งที่จะ EXIT ได้ภายในสัปดาห์นี้
***********

“กรมราชทัณฑ์ รายงาน สถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน เร่งควบคุมการระบาดและให้การรักษาที่เป็นมาตรฐานในเรือนจำระบาดใหม่” 📌วันอัง...
14/09/2021

“กรมราชทัณฑ์ รายงาน สถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน เร่งควบคุมการระบาดและให้การรักษาที่เป็นมาตรฐานในเรือนจำระบาดใหม่”

📌วันอังคารที่ 14 กันยายน 2564 เวลา 12.00 นาฬิกา นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน (ข้อมูล ณ วันที่ 13 กันยายน 2564 เวลา 16.00 นาฬิกา) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 271 ราย (พบในเรือนจำสีแดง 250 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 21 ราย) รักษาหายเพิ่ม 355 ราย ไม่มีรายงานการเสียชีวิตในวันนี้ ทำให้มีผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 5,669 ราย (กลุ่มสีเขียว 83.9% สีเหลือง 15.2% และสีแดง 0.9%) เป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 546 ราย (รวมทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์) ปริมณฑล 85 ราย และต่างจังหวัด 5,038 ราย

นายอายุตม์ กล่าวว่า ในวันนี้ มีเรือนจำที่พบการระบาดเพิ่ม คือ เรือนจำจังหวัดตราด เรือนจำจังหวัดชัยภูมิ และทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราช ส่งผลให้มีเรือนจำสีแดงเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 35 แห่ง และเรือนจำสีขาว 107 แห่ง โดยมีผู้ติดเชื้อรักษาหายสะสม 55,986 ราย หรือ 88.3% ของผู้ติดเชื้อสะสม 63,376 ราย เสียชีวิตสะสม 133 ราย คิดเป็นอัตรา 0.2% ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด

นายอายุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเรือนจำที่พบการระบาดเพิ่ม ยังคงมาจากการสุ่มตรวจผู้ต้องขังเพื่อหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในเรือนจำสีขาวที่ไม่มีการระบาด ตามมาตรการป้องกันและควบคุมการระบาดของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งช่วยให้การค้นหาผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นไปอย่างรวดเร็ว และสามารถเข้าดำเนินการเพื่อควบคุมการระบาดได้อย่างทันท่วงที ผู้ติดเชื้อทุกรายจะได้รับยาและการรักษาตั้งแต่ยังไม่มีอาการหรืออาการ
ยังไม่รุนแรงมากนัก โดยในส่วนของการดำเนินการเพื่อควบคุมการระบาดในเรือนจำที่พบการระบาดใหม่ ได้ดำเนินการประสานโรงพยาบาลแม่ข่ายและสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่ในการเข้าคัดกรอง คัดแยก เพื่อให้การรักษาตามมาตรฐานในผู้ที่ติดเชื้อ และควบคุมการระบาดอย่างเป็นระบบ พร้อมการสนับสนุนจากส่วนกลางกรมราชทัณฑ์ ในการจัดส่งยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ป้องกันเชื้อ เครื่องเอกซเรย์พระราชทาน และบุคลากรทางการแพทย์ที่เข้าดำเนินการช่วยเหลือในพื้นที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
************

“กรมราชทัณฑ์ รายงาน สถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน เร่งควบคุมการระบาดและให้การรักษาที่เป็นมาตรฐานในเรือนจำระบาดใหม่”

📌วันอังคารที่ 14 กันยายน 2564 เวลา 12.00 นาฬิกา นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน (ข้อมูล ณ วันที่ 13 กันยายน 2564 เวลา 16.00 นาฬิกา) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 271 ราย (พบในเรือนจำสีแดง 250 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 21 ราย) รักษาหายเพิ่ม 355 ราย ไม่มีรายงานการเสียชีวิตในวันนี้ ทำให้มีผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 5,669 ราย (กลุ่มสีเขียว 83.9% สีเหลือง 15.2% และสีแดง 0.9%) เป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 546 ราย (รวมทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์) ปริมณฑล 85 ราย และต่างจังหวัด 5,038 ราย

นายอายุตม์ กล่าวว่า ในวันนี้ มีเรือนจำที่พบการระบาดเพิ่ม คือ เรือนจำจังหวัดตราด เรือนจำจังหวัดชัยภูมิ และทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราช ส่งผลให้มีเรือนจำสีแดงเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 35 แห่ง และเรือนจำสีขาว 107 แห่ง โดยมีผู้ติดเชื้อรักษาหายสะสม 55,986 ราย หรือ 88.3% ของผู้ติดเชื้อสะสม 63,376 ราย เสียชีวิตสะสม 133 ราย คิดเป็นอัตรา 0.2% ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด

นายอายุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเรือนจำที่พบการระบาดเพิ่ม ยังคงมาจากการสุ่มตรวจผู้ต้องขังเพื่อหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในเรือนจำสีขาวที่ไม่มีการระบาด ตามมาตรการป้องกันและควบคุมการระบาดของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งช่วยให้การค้นหาผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นไปอย่างรวดเร็ว และสามารถเข้าดำเนินการเพื่อควบคุมการระบาดได้อย่างทันท่วงที ผู้ติดเชื้อทุกรายจะได้รับยาและการรักษาตั้งแต่ยังไม่มีอาการหรืออาการ
ยังไม่รุนแรงมากนัก โดยในส่วนของการดำเนินการเพื่อควบคุมการระบาดในเรือนจำที่พบการระบาดใหม่ ได้ดำเนินการประสานโรงพยาบาลแม่ข่ายและสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่ในการเข้าคัดกรอง คัดแยก เพื่อให้การรักษาตามมาตรฐานในผู้ที่ติดเชื้อ และควบคุมการระบาดอย่างเป็นระบบ พร้อมการสนับสนุนจากส่วนกลางกรมราชทัณฑ์ ในการจัดส่งยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ป้องกันเชื้อ เครื่องเอกซเรย์พระราชทาน และบุคลากรทางการแพทย์ที่เข้าดำเนินการช่วยเหลือในพื้นที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
************

👉“ราชทัณฑ์” อัพเดตอาการ เวหา คาดว่าจะดีขึ้นตามลำดับด้าน “จตุภัทร์ฯ” ถูกส่งตัวกลับทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง หลังครบกำหนดรักษ...
14/09/2021

👉“ราชทัณฑ์” อัพเดตอาการ เวหา คาดว่าจะดีขึ้นตามลำดับ
ด้าน “จตุภัทร์ฯ” ถูกส่งตัวกลับทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง หลังครบกำหนดรักษาโควิด สุขภาพร่างกายทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติ

🎤วันอังคารที่ 14 กันยายน 2564 เวลา 11.00 นาฬิกา นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์ ขอรายงานสถานการณ์ และการควบคุมดูแลตัวผู้ต้องขัง ที่เป็นกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาเรียกร้องทางการเมือง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้
👉กลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองที่ติดเชื้อโควิด - 19 ที่ถูกส่งตัวเพื่อเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เหลือเพียง 1 ราย คือ นายเวหา แสนชนชนะศึก โดยในวันนี้แพทย์ประจำทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้เข้าตรวจร่างกาย พบว่า รู้สึกตัวดี ถามตอบรู้เรื่อง ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่มีอาการหอบเหนื่อย สีหน้าสดใส ยิ้มแย้มพูดคุย ไม่มีไข้ ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก นอนหลับพักผ่อนได้ รับประทานอาหารได้ และยังคงมีอาการจมูกไม่ได้กลิ่น แต่ลิ้นยังรับรสได้อยู่ ซึ่งเป็นอาการของโควิด – 19 ที่สามารถเกิดขึ้นได้ และอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น
👉นายธวัชชัยฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนผู้ต้องขังคดีการเมืองที่ถูกควบคุมตัวที่เรือนจำชั่วคราวรังสิต จำนวน 1 ราย คือ นายณัฐชนน ไพโรจน์ ที่ถูกควบคุมตัวเพียงคนเดียวอยู่ที่อาคารเรือนนอน 2 ห้องควบคุม 2/2 พยาบาลเรือนจำเข้าตรวจสุขภาพ พบว่า สุขภาพโดยรวมปกติ ไม่มีไข้ ไม่มีปวดศีรษะ ไม่มีอาการไอ ไม่มีน้ำมูก หายใจดี ไม่มีอาการหอบเหนื่อย รับประทานอาหารได้ ไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ไม่มีอาการท้องเสียและถ่ายเหลว สัญญาณชีพ และค่าออกซิเจนในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ ในส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง จำนวน 2 ราย คือ นายอานนท์ นำภา พบว่า ไม่มีอาการเจ็บป่วย นอนพักผ่อนได้ตามปกติ สุขภาพโดยรวมแข็งแรงดี และในด้านนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ที่ถูกส่งตัวกลับจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เนื่องจากได้รับการรักษาโควิด - 19 จนครบกำหนดได้ถูกแยกกักตัวต่ออีก 14 วัน สำหรับสังเกตอาการผู้ที่หายจากการติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 โดยสุขภาพร่างกายทั่วไปโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ปกติ

👉นายธวัชชัยฯ กล่าวปิดท้ายถึงถึงกรณีการควบคุมตัวผู้ต้องขังคดีการเมืองที่ครบกำหนดจากการรักษาโควิด – 19 และถูกส่งตัวกลับไปคุมขังยังเรือนจำอำเภอธัญบุรี จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นายภาณุพงศ์ จาดนอกนายชาติชาย แกดำ และนายพรหมศร วีระธรรมจารี ว่า ทั้งหมดมีค่าอุณหภูมิ ค่าชีพจร อัตราการหายใจ ค่าออกซิเจน ในกระแสเลือด และสุขภาพโดยรวมเป็นปกติ สามารถรับประทานอาหารได้ และอยู่ระหว่างเฝ้าสังเกตอาการต่อเนื่องจากเป็นผู้ที่หายจากการติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 🙏🙏🙏🙏

👉“ราชทัณฑ์” อัพเดตอาการ เวหา คาดว่าจะดีขึ้นตามลำดับ
ด้าน “จตุภัทร์ฯ” ถูกส่งตัวกลับทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง หลังครบกำหนดรักษาโควิด สุขภาพร่างกายทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติ

🎤วันอังคารที่ 14 กันยายน 2564 เวลา 11.00 นาฬิกา นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์ ขอรายงานสถานการณ์ และการควบคุมดูแลตัวผู้ต้องขัง ที่เป็นกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาเรียกร้องทางการเมือง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้
👉กลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองที่ติดเชื้อโควิด - 19 ที่ถูกส่งตัวเพื่อเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เหลือเพียง 1 ราย คือ นายเวหา แสนชนชนะศึก โดยในวันนี้แพทย์ประจำทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้เข้าตรวจร่างกาย พบว่า รู้สึกตัวดี ถามตอบรู้เรื่อง ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่มีอาการหอบเหนื่อย สีหน้าสดใส ยิ้มแย้มพูดคุย ไม่มีไข้ ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก นอนหลับพักผ่อนได้ รับประทานอาหารได้ และยังคงมีอาการจมูกไม่ได้กลิ่น แต่ลิ้นยังรับรสได้อยู่ ซึ่งเป็นอาการของโควิด – 19 ที่สามารถเกิดขึ้นได้ และอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น
👉นายธวัชชัยฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนผู้ต้องขังคดีการเมืองที่ถูกควบคุมตัวที่เรือนจำชั่วคราวรังสิต จำนวน 1 ราย คือ นายณัฐชนน ไพโรจน์ ที่ถูกควบคุมตัวเพียงคนเดียวอยู่ที่อาคารเรือนนอน 2 ห้องควบคุม 2/2 พยาบาลเรือนจำเข้าตรวจสุขภาพ พบว่า สุขภาพโดยรวมปกติ ไม่มีไข้ ไม่มีปวดศีรษะ ไม่มีอาการไอ ไม่มีน้ำมูก หายใจดี ไม่มีอาการหอบเหนื่อย รับประทานอาหารได้ ไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ไม่มีอาการท้องเสียและถ่ายเหลว สัญญาณชีพ และค่าออกซิเจนในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ ในส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง จำนวน 2 ราย คือ นายอานนท์ นำภา พบว่า ไม่มีอาการเจ็บป่วย นอนพักผ่อนได้ตามปกติ สุขภาพโดยรวมแข็งแรงดี และในด้านนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ที่ถูกส่งตัวกลับจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เนื่องจากได้รับการรักษาโควิด - 19 จนครบกำหนดได้ถูกแยกกักตัวต่ออีก 14 วัน สำหรับสังเกตอาการผู้ที่หายจากการติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 โดยสุขภาพร่างกายทั่วไปโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ปกติ

👉นายธวัชชัยฯ กล่าวปิดท้ายถึงถึงกรณีการควบคุมตัวผู้ต้องขังคดีการเมืองที่ครบกำหนดจากการรักษาโควิด – 19 และถูกส่งตัวกลับไปคุมขังยังเรือนจำอำเภอธัญบุรี จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นายภาณุพงศ์ จาดนอกนายชาติชาย แกดำ และนายพรหมศร วีระธรรมจารี ว่า ทั้งหมดมีค่าอุณหภูมิ ค่าชีพจร อัตราการหายใจ ค่าออกซิเจน ในกระแสเลือด และสุขภาพโดยรวมเป็นปกติ สามารถรับประทานอาหารได้ และอยู่ระหว่างเฝ้าสังเกตอาการต่อเนื่องจากเป็นผู้ที่หายจากการติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 🙏🙏🙏🙏

14/09/2021

😷แนวทางการคัดกรองก่อนปล่อยตัวผู้ต้องขัง พร้อมการประสานงานส่งต่อผู้พ้นโทษ ที่ได้รับการปล่อยตัว ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

👉กรมราชทัณฑ์ เร่งการบูรณาการกับภาคสังคมในการยอมรับและให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษ โดยเป็นการทำงานแบบมีส่วนร่วม คำนึงถึงความมั่นคงทางสังคมการเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับสังคมและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ได้รับการปล่อยตัว

🙏🙏ร่วมให้โอกาสผู้พ้นโทษ คืนคนสุขภาพดี กลับสู่สังคม ไม่แพร่เชื้อโควิด -19 สู่สังคมภายนอก🥰🥰

🎤“ราชทัณฑ์” แจงปมเจ้าหน้าที่เรือนจำชลบุรีเรียกรับเงิน ยันไม่ได้นิ่งนอนใจ...ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง  👉วันอังค...
14/09/2021

🎤“ราชทัณฑ์” แจงปมเจ้าหน้าที่เรือนจำชลบุรีเรียกรับเงิน
ยันไม่ได้นิ่งนอนใจ...ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง

👉วันอังคารที่ 14 กันยายน 2564 เวลา 09.00 นาฬิกา นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และโฆษกกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2564 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วยนายจำรัส (สงวนนามสกุล) อดีตผู้ต้องขังคดีฆ่าคนตาย ซึ่งเคยถูกควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำกลางชลบุรี ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงเดือนเมษายน 2564 ที่เพิ่งพ้นโทษมา พร้อมหลักฐานการโอนเงิน ข้อความแชทพูดคุยต่อรอง เรียกรับผลประโยชน์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นั้น
👉กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงว่า กรมราชทัณฑ์ มิได้นิ่งนอนใจกับกรณีดังกล่าว เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่อันมิชอบของเจ้าหน้าที่ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร และได้รับการรายงานจากนายชาญ วชิรเดช ผู้บัญชาการเรือนจำกลางชลบุรี ว่า กรณีที่เป็นข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงปี พ.ศ.2561 ซึ่งกรมราชทัณฑ์ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางชลบุรี จำนวน 2 ราย ร่วมกันเรียกรับเงินจาก น.ช.จำรัสฯ เพื่อแลกกับการเลื่อนชั้น และความเป็นอยู่ จึงได้ให้เรือนจำกลางชลบุรีตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งเรือนจำกลางชลบุรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และรายงานผลการสอบสวนพร้อมเอกสารให้กรมราชทัณฑ์พิจารณา
👉
ซึ่งกรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงกับเจ้าหน้าที่รายดังกล่าว ตามคำสั่งกรมราชทัณฑ์ ที่ 558/2563 ลงวันที่ 16 เมษายน 2563 พบว่า เจ้าหน้าที่เรือนจำกลางชลบุรี 1 ราย มีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ภายหลังได้สอบข้อเท็จจริงจากผู้เกี่ยวข้องเสร็จสิ้น และกรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงกับผู้ถูกกล่าวหาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการทางวินัย ตามข้อ ๕๒ และ ๕๓ ของกฎ ก.พ. และแจ้งให้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตามบันทึกแจ้งและรับทราบข้อกล่าวหาหลังจากที่ได้รับแจ้งหนังสือภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ทั้งนี้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวมีหนังสือขอขยายเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ถึงวันที่ 20 กันยายน 2564 และคณะกรรมการสอบสวนอยู่ระหว่างสรุปสำนวนและรายงานการสอบสวนเสนออธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพื่อนำเข้าที่ประชุม อ.ก.พ. กรมราชทัณฑ์ ในวันที่ 28 กันยายน 2564 เบื้องต้นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้สั่งย้ายเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว🙏🙏🙏🙏

🎤“ราชทัณฑ์” แจงปมเจ้าหน้าที่เรือนจำชลบุรีเรียกรับเงิน
ยันไม่ได้นิ่งนอนใจ...ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง

👉วันอังคารที่ 14 กันยายน 2564 เวลา 09.00 นาฬิกา นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และโฆษกกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2564 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วยนายจำรัส (สงวนนามสกุล) อดีตผู้ต้องขังคดีฆ่าคนตาย ซึ่งเคยถูกควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำกลางชลบุรี ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงเดือนเมษายน 2564 ที่เพิ่งพ้นโทษมา พร้อมหลักฐานการโอนเงิน ข้อความแชทพูดคุยต่อรอง เรียกรับผลประโยชน์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นั้น
👉กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงว่า กรมราชทัณฑ์ มิได้นิ่งนอนใจกับกรณีดังกล่าว เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่อันมิชอบของเจ้าหน้าที่ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร และได้รับการรายงานจากนายชาญ วชิรเดช ผู้บัญชาการเรือนจำกลางชลบุรี ว่า กรณีที่เป็นข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงปี พ.ศ.2561 ซึ่งกรมราชทัณฑ์ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางชลบุรี จำนวน 2 ราย ร่วมกันเรียกรับเงินจาก น.ช.จำรัสฯ เพื่อแลกกับการเลื่อนชั้น และความเป็นอยู่ จึงได้ให้เรือนจำกลางชลบุรีตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งเรือนจำกลางชลบุรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และรายงานผลการสอบสวนพร้อมเอกสารให้กรมราชทัณฑ์พิจารณา
👉
ซึ่งกรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงกับเจ้าหน้าที่รายดังกล่าว ตามคำสั่งกรมราชทัณฑ์ ที่ 558/2563 ลงวันที่ 16 เมษายน 2563 พบว่า เจ้าหน้าที่เรือนจำกลางชลบุรี 1 ราย มีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ภายหลังได้สอบข้อเท็จจริงจากผู้เกี่ยวข้องเสร็จสิ้น และกรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงกับผู้ถูกกล่าวหาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการทางวินัย ตามข้อ ๕๒ และ ๕๓ ของกฎ ก.พ. และแจ้งให้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตามบันทึกแจ้งและรับทราบข้อกล่าวหาหลังจากที่ได้รับแจ้งหนังสือภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ทั้งนี้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวมีหนังสือขอขยายเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ถึงวันที่ 20 กันยายน 2564 และคณะกรรมการสอบสวนอยู่ระหว่างสรุปสำนวนและรายงานการสอบสวนเสนออธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพื่อนำเข้าที่ประชุม อ.ก.พ. กรมราชทัณฑ์ ในวันที่ 28 กันยายน 2564 เบื้องต้นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้สั่งย้ายเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว🙏🙏🙏🙏

ที่อยู่

222 ต.สวนใหญ่
Nonthaburi
11000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ประชาสัมพันธ์ กรมราชทัณฑ์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ประชาสัมพันธ์ กรมราชทัณฑ์:

วิดีโอทั้งหมด

กรมราชทัณฑ์

“องค์กรสมรรถนะสูงด้านการควบคุมและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง แบบมืออาชีพ บูรณาการ มาตรฐานและนวัตกรรม”

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Nonthaburi

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

อยากรู้ว่าเรือนจำนครนายกทำไมเงียบจังคะแล้วเมื่อไหร่จะเปิดให้เยี่ยมทางไลค์คะเป็นห่วงแฟนมากตอนนี้
น้ำเมื้อไรจะใด้ออก
กำลังรับชม
ชอบ
#ขอฝากบทความที่อาจเป็นประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ด้วยนะครับ สวัสดีครับกัลยาณมิตรทุกท่าน ขอสัญญาว่าจะสู้จนให้ได้มาซึ่งความยุติธรรมครับ แต่ถ้าหากชีวิตมันยุติก่อนที่จะได้รับความเป็นธรรมก็ต้องขออภัยกับทุกท่านด้วยนะครับผมได้เสาะแสวงหาเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมในองค์กรของหน่วยงานราชการ มีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เคยทำหน้าที่พิจารณาอุทธรณ์ เนื่องจากมีความคุ้นเคยกันเป็นการส่วนตัวเพราะลูกสาวเราเรียนอยู่ห้องเดียวกัน นึกขึ้นได้ก็เลยขอคำปรึกษาแนะนำหลักการพิจารณาอุทธรณ์กรณีเจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งลงโทษแล้วไม่เห็นพ้องกับคำสั่งดังกล่าวในการพิจารณาอุทธรณ์ เจ้าหน้าที่จะพิจารณาตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎในสำนวน ที่มีข้อมูล แห่งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย พยานหลักฐาน ตามการไต่สวนของกรรมการสวน ในกรณีที่ผู้รับคำสั่งมีประเด็นข้อเท็จจริงใหม่ถ้าผู้ออกคำสั่งหรือกรมราชทัณฑ์ไม่โต้แย้งก็จะไม่นำมาพิจารณา เนื่องจากขาดสาระสำคัญในองค์ประกอบ #สรุปก็คือเจ้าหน้าที่จะพิจารณาคำอุทธรณ์โต้แย้งเฉพาะที่มีในสำนวนการสอบสวนของคณะกรรมการเท่านั้น กรณีที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ยกคำอุทธรณ์ของผู้อุทธรณ์ ไม่ได้หมายว่าผู้อุทธรณ์ได้ทำผิดตามข้อกล่าวหา หรือกระบวนการทางปกครองได้ยุติแล้ว แต่เนื่องด้วยคำอุทธรณ์ไม่ครบองค์ประกอบตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎในสำนวนการสอบสวน คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงไม่มีอำนาจนำมาพิจารณา #หมายความว่าต้องมีการพิจารณาใหม่ตามมาตรา 54 ถ้า 1.#มีพยานหลักฐานใหม่อันอาจทำให้ข้อเท็จจริงที่ฟังยุติแล้วนั้นเปลี่ยแปลงในสาระสำคัญ หมายความว่าปรากฎพยานหลักฐานใหม่ ต้องดำเนินการสอบสวนใหม่ 2.#คู่กรณีที่แท้จริงมิได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาจัดทำคำสั่งทางปกครอง หมายความว่า ผู้กล่าวหาหรือเจ้าหน้าที่ไม่ให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาเข้ามีส่วนร่วมในการออกคำสั่ง เช่นมีกรณีถูกกล่าวหาว่าลักลอบนำยาแก้ปวดเข้าเรือน ในการทำคำสั่งดำเนินการทางวินัยเจา้หน้าที่ ไม่ได้ดำเนินการสืบสวนขัอเท็จจริง และให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจง แต่ออกคำสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบสวนและสั่งให้ออกจาการาชการไว้ก่อน ถือเป็นการไม่ให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้าไปมีส่วนร่วม(ม 90 วรรคสอง ม 91) 3.#เจ้าหน้าที่ที่ทำคำสั่งไม่มีอำนาจ(ม 5 และ 12 ว.ปกครอง)เช่น ผบ.ไม่มีอำนาจในการสอบสวน 4.#ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไปเป็นประโยชน์แก่คู่กรณี ถ้าปรากฎข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานดังกล่าว ผู้อุทธรณ์มีสิทธิร้องต่อผู้ออกคำสั่งให้ดำเนินการสอบสวนใหม่ได้ กรณีที่กรมราชทัณฑ์ยกคำร้องไม่รับการพิจารณาคำร้องขอให้พิจารณาใหม่เนื่องจากอ้างคำวินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว กรมราชทัณฑ์จึงไม่มีอำนาจในการพิจารณาคำร้อง จึงไม่ใช่สาระสำคัญในคำวินิจฉัยของกรมราชทัณฑ์ และไม่ใช่ประเด็นข้อเท็จจริงที่จะนำไปฟ้องต่อศาลปกครอง เนื่องจากไม่ปรากฎในสำนวน และเป็นประเด็นใหม่เมื่อมีกรณีผู้รับคำสั่งทำคำร้องขอให้พิจารณาใหม่กรมราชทัณฑ์ต้องตั้งคณะบุคคลขึ้นมาดำเนินการไต่สวนตามคำร้อง ถ้าปรากฎข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานตามคำร้อง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเพิกถอนคำสั่งตามแต่กรณี การปฏิเสธคำร้องหรือยกคำร้องโดยอ้างเหตุแห่งการพิจารณาอุทธรณ์ของคณะกรรม การพิจารณาอุทธรณ์ หรือคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ถือเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการอย่างเคร่งครัด ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้บทความนี้ถือเป็นบรรทัดฐานในการเขียนอุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งกรมราชทัณฑ์ และขอให้พิจารณาประเด็นข้อเท็จจริงในสำนวนเป็นสำคัญอย่าหลงประเด็นที่อ้างพยานหลักฐานต่างๆที่เราไม่สามารถนำสืบได้ด้วยตนเอง เพราะคณะกรรมการจะไม่นำมาพิจารณา เป็นการเสียเวลาเปล่า #ข้อเท็จจริง คือ 1.สาระสำคัญตามข้อกล่าวหา 2.วิธีดำเนินการทางวินัยตามพระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือน 2551 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกฎหมายราชทัณฑ์ และกฎหมายวิธีปฏิบัติหน้าที่ทางปกครอง 3ข้อเท็จจริงพฤติการณ์แวดล้อม และพยานหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหา 4.ผู้กล่าวหา 5.เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ทำคำสั่ง นิติกรหรือคณะกรรมการสอบสวน 6.สำนวนการสอบสวน ต้องครบองค์ประกอบ โดยเฉพาะสำนวนการสอบสวนสำคัญที่สุด #ตาเปา/taPao
อย่าทิ้งผู้ต้องขังนะครับ ท่าน #สมศักดิ์เทพสุทิน
เพนกวินอยู่ไหนคะ?
#เพนกวิ้นอยู่ไหน
ร.จ.นางรองรายชี่อปล่อยเดื่อน.พษพาคม22564
ลูกชายเหลือโทษปีนิดหน่อยไม่รู้ว่าจะให้อภัยกับหรือเปล่าคะ
อยากทราบรายชื่อนักโทษที่เข้าไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่าอยุ่แดนไหนค่ะ น.ช.สิทธิชัย สินชัย(เรือนจำบางขวาง)
มีอภัยโทษเมื่อไหร่ครับ