20/09/2026
เปิดตัวเลขช็อก 22 ปี ดับไฟใต้ ผลาญงบฯ ทะลุ 5 แสนล้าน แต่ชาวบ้านยิ่งจนลง! ชง 3 ยุทธศาสตร์ผ่ามรสุม ชายแดนใต้ต้องเปลี่ยนจากความมั่นคงทหาร สู่ความมั่นคงทางปากท้อง
วิกฤตการณ์ชายแดนใต้ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่เผชิญมรสุมคลื่นความไม่สงบที่ไร้แนวโน้มจะดับลง แต่ยังสะท้อนความล้มเหลวเชิงโครงสร้างผ่านตัวเลขสถิติสุดช็อก เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลกลางสภาผู้แทนราษฎรว่า งบประมาณแผ่นดินที่ถูกทุ่มลงไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา มีมูลค่ามหาศาลสูงกว่า 500,000 ล้านบาท ทว่าผลลัพธ์กลับสวนทางกับจำนวนเงินมหาศาลอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากประชาชนในพื้นที่กลับตกอยู่ในวงจรอบกวักของความยากจนยิ่งกว่าเดิม
นายราเชน ตระกูลเวียง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมากระตุกเตือนรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรให้เร่งรื้อถอนมุมมองเดิมอย่างเร่งด่วน โดยระบุว่ายุทธศาสตร์การแก้ปัญหาต้องเปลี่ยนผ่านจากการยึด "มิติความมั่นคงทางทหาร" ไปสู่การสร้าง "ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ" ที่เห็นผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง พร้อมชี้ให้เห็นตัวเลขสถิติอันน่าตกใจว่า ในปี 2547 จังหวัดปัตตานีเคยมีสัดส่วนประชากรยากจนอยู่ที่ร้อยละ 20.5 แต่หลังจากผ่านพ้นไป 2 ทศวรรษ ในปี 2567 สัดส่วนความยากจนกลับพุ่งสูงขึ้นเป็นร้อยละ 25.4 ซ้ำร้ายกลุ่มจังหวัด ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ยังคงกอดคอกันติดอันดับ 1 ใน 5 ของจังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนสูงที่สุดในประเทศไทย สิ่งเหล่านี้ฟ้องชัดว่าการประเมินความสำเร็จแบบเดิมที่วัดเพียงจำนวนโครงการ บุคลากรที่ผ่านการอบรม หรือเปอร์เซ็นต์การเบิกจ่ายงบประมาณนั้นล้มเหลว และถึงเวลาแล้วที่รัฐต้องเปลี่ยนตัวชี้วัด (KPI) ไปสู่ดัชนีคุณภาพชีวิตที่แท้จริงของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นระดับรายได้ที่เพิ่มขึ้น หรือจำนวนครอบครัวที่หลุดพ้นจากความยากจน
เพื่อผ่าทางตันความยากจนเรื้อรังและดับไฟใต้ได้อย่างยั่งยืน จึงมีการเสนอ 3 ยุทธศาสตร์สำคัญต่อรัฐบาล เริ่มต้นจากการปักปักเป้าหมายร่วมระดับชาติอย่างเด็ดขาด โดยบังคับให้ทุกหน่วยงานร้อยเรียงทำงานภายใต้ภารกิจเดียวกัน คือต้องพาจังหวัดชายแดนใต้หลุดออกจากกลุ่มจังหวัดที่ยากจนที่สุดของประเทศให้ได้ ถัดมาคือการยกระดับจากการแค่ "ฝึกสร้างอาชีพ" ไปสู่ "ระบบการสร้างรายได้จริง" เนื่องจากลำพังการเปิดคอร์สอบรมไม่สามารถแก้ปัญหาปากท้องได้ หากรัฐไม่เข้ามาอุดหนุนเรื่องเงินทุน การสนับสนุนเทคโนโลยี การแปรรูปผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการเปิดตลาดและช่องทางการขายที่จับต้องได้ และยุทธศาสตร์สุดท้ายคือการกอบกู้ความหวังให้คนรุ่นใหม่ สามารถมองเห็นอนาคตและความเติบโตในถิ่นกำเนิด ด้วยการวางโครงสร้างเศรษฐกิจที่รองรับให้เยาวชนที่เรียนจบมีงานทำ มีรายได้ และมีโอกาสไล่ตามความฝันโดยไม่ต้องอพยพย้ายถิ่นฐานเพื่อไปแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าในพื้นที่อื่น