พลังงานนิวเคลียร์และรังสี

พลังงานนิวเคลียร์และรังสี นำเสนอข้อมูลข่าวสารและความรู้ด้านพลังงานนิวเคลียร์และรังสี

16/07/2026

🤝 กฟผ. จับมือ สกพอ. ลงนาม MOU ร่วมศึกษาโรงไฟฟ้าสะอาดใน EEC

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ดร.นรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. และ ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ. ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อศึกษาความเหมาะสมในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า Small Modular Reactor (SMR) และพลังงานทางเลือก ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ณ อาคาร 50 ปี กฟผ. สำนักงานใหญ่ จ.นนทบุรี

✅ MOU ระยะเวลา 5 ปีนี้ มุ่งศึกษาความเป็นไปได้อย่างรอบด้าน ทั้งด้านเทคนิค เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม พร้อมเปิดกว้างรับฟังทุกภาคส่วน
⚡ รองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ EEC
🏭 ส่งเสริมการลงทุนและขีดความสามารถด้านอุตสาหกรรม
🌿 ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

กฟผ. มุ่งมั่นพัฒนาพลังงานสะอาดที่มั่นคง เพื่ออนาคตพลังงานของประเทศไทย 💚

#กฟผ #พลังงานสะอาด #คาร์บอนต่ำ #โรงไฟฟ้า

15/07/2026

รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ความปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าอยู่ในระดับสูงที่สุดเมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าประเภทอื่น โดยระบบความปลอดภัยคิดเป็นสัดส่วนราวหนึ่งในสามของต้นทุนการก่อสร้าง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและรับรองการดำเนินงานอย่างปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ท่านมองว่าความกังวลของสังคมส่วนใหญ่เกิดจากภาพจำของอุบัติเหตุในอดีต เช่น เชอร์โนบิลและฟุกุชิมะ มากกว่าความเข้าใจเชิงวิทยาศาสตร์ จึงจำเป็นต้องสร้างความตระหนักรู้และสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง แทนการตัดสินใจจากความหวาดกลัว ซึ่งอาจทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสในการพัฒนาด้านพลังงานและการแข่งขันในอนาคต

สำหรับการผลักดัน SMRs ท่านเห็นว่าประเทศไทยควรเริ่มจากการอธิบายเหตุผลและความจำเป็นของเทคโนโลยีดังกล่าว ทั้งในมิติของการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางพลังงาน และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมยกตัวอย่างว่าเครื่องปฏิกรณ์วิจัยของไทยได้ดำเนินงานอย่างปลอดภัยมากว่า 60 ปี ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการกำกับดูแลเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของประเทศ

นอกจากนี้การพัฒนาโครงการนิวเคลียร์เป็นวาระแห่งชาติที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยรัฐบาลควรกำหนดเป้าหมายและนโยบายที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น ไม่เพียงเพื่อผลิตไฟฟ้า แต่รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ และการสร้างบุคลากร ผ่านการกำหนดสัดส่วน Local Content เพื่อให้การลงทุนก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม

ในด้านการสื่อสารสาธารณะ ท่านยังเสนอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างความเข้าใจและตั้งคำถามเชิงสร้างสรรค์เกี่ยวกับวิธีทำให้เทคโนโลยีนิวเคลียร์มีความปลอดภัยและเกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมยกตัวอย่างประเทศอย่างอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ที่สามารถสร้างการยอมรับจากสังคมได้ผ่านการสื่อสารอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส

Assoc. Prof. Dr. Tawatchai Onchan, Director of the Thailand Institute of Nuclear Technology (Public Organization), stated that nuclear power is internationally recognized as one of the safest forms of electricity generation. Approximately one-third of the construction cost of a nuclear power plant is dedicated to safety systems, reflecting the industry's strong commitment to preventing accidents and ensuring safe and reliable operations.

However, Assoc. Prof. Dr. Tawatchai noted that much of the public's concern stems from memories of past nuclear accidents, such as Chernobyl and Fukushima, rather than from scientific evidence. He emphasized the importance of raising public awareness and communicating accurate information so that people can make informed decisions based on facts rather than fear, which could otherwise limit Thailand's opportunities for energy development and future competitiveness.

Regarding the adoption of Small Modular Reactors (SMRs), Assoc. Prof. Dr. Tawatchai believes Thailand should begin by clearly communicating the rationale and necessity of the technology, particularly in addressing climate change, strengthening energy security, and enhancing the country's competitiveness. He also pointed to Thailand's research reactor, which has operated safely for more than 60 years, as evidence of the country's capability to regulate and manage nuclear technology responsibly.

#สทน

ผลศึกษาชี้สกอตแลนด์มีหลายพื้นที่ศักยภาพสูง รองรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และ SMR แห่งใหม่ได้(world nuclear news 1 ก.ค. 69)หน่ว...
14/07/2026

ผลศึกษาชี้สกอตแลนด์มีหลายพื้นที่ศักยภาพสูง รองรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และ SMR แห่งใหม่ได้
(world nuclear news 1 ก.ค. 69)
หน่วยงาน Great British Energy – Nuclear (GBE-N) ของรัฐบาลสหราชอาณาจักรเผยผลการศึกษาพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในสกอตแลนด์ โดยพบว่าหลายพื้นที่มีศักยภาพทางเทคนิคสูงสำหรับการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหม่ ทั้งแบบ SMR และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่
การศึกษาครั้งนี้ ครอบคลุมพื้นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เดิม พื้นที่อุตสาหกรรมเดิม และพื้นที่ที่ยังไม่ได้พัฒนา โดยพิจารณาปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และแหล่งน้ำหล่อเย็น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสหราชอาณาจักร กล่าวว่า ชาวสกอตแลนด์หลายพันคนได้ทำงานในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์มาเป็นเวลานาน รายงานฉบับนี้แสดงให้เห็นว่าสกอตแลนด์มีศักยภาพสำหรับการพัฒนานิวเคลียร์ยุคใหม่ เสริมความมั่นคงทางพลังงานและสร้างงานใหม่จำนวนมากในอนาคต

10/07/2026

☢️ ทำไม "โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Thorium" จึงยังไม่เกิดขึ้นในเชิงพาณิชย์?

🌍 ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Thorium (Th-232) มักได้รับการกล่าวถึงว่าเป็น "เชื้อเพลิงนิวเคลียร์แห่งอนาคต" เนื่องจากมีปริมาณในธรรมชาติมากกว่ายูเรเนียมประมาณ 3 เท่า อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่น่าสนใจ เช่น การใช้ทรัพยากรเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ การลดการเกิด Minor Actinides บางชนิด และคุณสมบัติทางความร้อนของเชื้อเพลิงที่ดี

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการศึกษาวิจัยมานานกว่าครึ่งศตวรรษ จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใช้วงจรเชื้อเพลิง Thorium (Thorium Fuel Cycle) อย่างเต็มรูปแบบในเชิงพาณิชย์

❓คำถามที่น่าสนใจคือ เหตุใดเทคโนโลยีที่มีศักยภาพเช่นนี้ จึงยังไม่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย?

⚛️ Thorium ไม่ใช่เชื้อเพลิงฟิชชันโดยตรง

Thorium-232 ไม่ใช่วัสดุฟิชไซล์ (Fissile Material) แต่เป็น วัสดุเฟอร์ไทล์ (Fertile Material)

กล่าวคือ Thorium ไม่สามารถเกิดปฏิกิริยาฟิชชันแบบลูกโซ่ได้ด้วยตัวเอง แต่ต้องดูดกลืนนิวตรอนและเปลี่ยนเป็น

Th-232 → Th-233 → Pa-233 → U-233

โดย Uranium-233 (U-233) จึงจะเป็นเชื้อเพลิงฟิชไซล์ที่ใช้ผลิตพลังงานได้

ดังนั้น เครื่องปฏิกรณ์ที่ใช้ Thorium จึงจำเป็นต้องมี เชื้อเพลิงเริ่มต้น (External Fissile Feed หรือ Driver Fuel) เช่น U-235, U-233 หรือ Pu-239 เพื่อเริ่มต้นวงจรเชื้อเพลิง

🔄 ความท้าทายของวงจรเชื้อเพลิง

แม้ Thorium จะมีข้อดีหลายประการ แต่ ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่ตัวเชื้อเพลิง แต่อยู่ที่ "วงจรเชื้อเพลิง"

IAEA ระบุว่า การผลิตและรีไซเคิล U-233 ต้องอาศัยกระบวนการรีโปรเซสที่ซับซ้อนกว่าวงจรเชื้อเพลิงยูเรเนียม

นอกจากนี้ U-233 ที่ผลิตได้จะมี U-232 ปะปนอยู่เสมอ ซึ่งผลิตภัณฑ์สลายตัวของ U-232 จะปล่อยรังสีแกมมาพลังงานสูง ทำให้การผลิตเชื้อเพลิง การขนส่ง และการรีโปรเซสต้องดำเนินการใน Hot Cell หรือระบบควบคุมระยะไกล ส่งผลให้ต้นทุนและความซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างมาก

อีกทั้ง Thorium Dioxide (ThO₂) มีจุดหลอมเหลวสูงประมาณ 3,390°C และมีความเสถียรทางเคมีสูง แม้จะเป็นข้อดีต่อสมรรถนะของเชื้อเพลิง แต่กลับทำให้การละลายและการรีโปรเซสทำได้ยากกว่ายูเรเนียมออกไซด์

🏗️ Thorium ไม่ได้ใช้เฉพาะ MSR

หลายคนเข้าใจว่า Thorium ใช้ได้เฉพาะ Molten Salt Reactor (MSR)

แต่รายงานของ IAEA ระบุว่า Thorium สามารถประยุกต์ใช้กับเครื่องปฏิกรณ์หลายประเภท ได้แก่

🔹 Pressurized Heavy Water Reactor (PHWR)

🔹 Light Water Reactor (LWR)

🔹 High Temperature Reactor (HTGR)

🔹 Fast Reactor

🔹 Molten Salt Reactor (MSR)

โดย แนวทางที่มีความเป็นไปได้ในระยะใกล้ (Near-term Deployment) คือการใช้เชื้อเพลิง Thorium ในเครื่องปฏิกรณ์ที่มีอยู่แล้ว (Proven Reactor Types) เพื่อสะสมประสบการณ์และพัฒนาเทคโนโลยี ขณะที่ MSR ยังคงเป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในระยะยาว แต่ยังต้องพัฒนาด้านวัสดุ ระบบเกลือหลอมเหลว และการรีโปรเซสเชื้อเพลิงแบบออนไลน์

💰 ความท้าทายด้านเศรษฐศาสตร์

แม้ Thorium จะมีข้อดีทางวิศวกรรมหลายด้าน แต่ วงจรเชื้อเพลิงยูเรเนียม (Uranium Fuel Cycle) ที่ใช้อยู่ทั่วโลกในปัจจุบันยังสามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านความปลอดภัย ความเชื่อถือได้ และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ

ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี อุตสาหกรรมนิวเคลียร์ได้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของวงจรเชื้อเพลิงยูเรเนียมอย่างมหาศาล ตั้งแต่เหมืองยูเรเนียม โรงงานแปรรูป โรงงานเพิ่มความเข้มข้น โรงงานผลิตเชื้อเพลิง ระบบขนส่ง โรงงานจัดการเชื้อเพลิงใช้แล้ว ตลอดจนกฎหมาย มาตรฐาน และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ

ที่สำคัญ ต้นทุนเชื้อเพลิงคิดเป็นเพียงประมาณ 5–10% ของต้นทุนการผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งหมด ขณะที่ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้า ค่าเงินลงทุน การเดินเครื่อง และการบำรุงรักษา ดังนั้น แม้ Thorium จะมีศักยภาพในการใช้ทรัพยากรเชื้อเพลิงได้ดี แต่ การประหยัดต้นทุนเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียว ยังไม่สามารถชดเชยการลงทุนในการสร้างวงจรเชื้อเพลิงใหม่ทั้งหมดได้

กล่าวอีกนัยหนึ่ง อุปสรรคของ Thorium ไม่ได้อยู่ที่ตัวเชื้อเพลิง แต่เป็นเพราะวงจรเชื้อเพลิงยูเรเนียมในปัจจุบันมีความพร้อม มีความน่าเชื่อถือ และมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจสูงอยู่แล้ว จึงทำให้ประเทศต่าง ๆ เลือกพัฒนาและปรับปรุงระบบยูเรเนียมที่มีอยู่ มากกว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่วงจรเชื้อเพลิง Thorium ในระยะสั้น

🌏 หลายประเทศยังคงเดินหน้าวิจัย Thorium

แม้จะยังไม่มีโรงไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ แต่หลายประเทศยังคงลงทุนด้าน Thorium อย่างต่อเนื่อง

🇮🇳 อินเดีย พัฒนา Advanced Heavy Water Reactor (AHWR) ภายใต้ยุทธศาสตร์ Three-Stage Nuclear Power Programme โดยใช้ Thorium ร่วมกับเชื้อเพลิงฟิชไซล์เพื่อผลิต U-233 และถือเป็นประเทศที่มีการพัฒนาวงจรเชื้อเพลิง Thorium ก้าวหน้าที่สุด

🇨🇳 จีน กำลังพัฒนา Thorium Molten Salt Reactor (TMSR) และศึกษาวงจรเชื้อเพลิง Thorium สำหรับเครื่องปฏิกรณ์เกลือหลอมเหลว ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสาธิตที่สำคัญของโลก

🇺🇸 สหรัฐอเมริกา เป็นผู้บุกเบิกงานวิจัย MSR ผ่านโครงการ Molten Salt Reactor Experiment (MSRE) ของ Oak Ridge National Laboratory ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนา MSR ในปัจจุบัน

📘 มุมมองของ IAEA

IAEA สรุปว่า Thorium ไม่ใช่เทคโนโลยีที่พร้อมเข้ามาแทนวงจรเชื้อเพลิงยูเรเนียมในระยะสั้น แต่เป็น เทคโนโลยีที่มีศักยภาพในระยะยาว (Long-term Potential)

แนวทางที่เหมาะสมในปัจจุบัน คือการค่อย ๆ พัฒนาและสะสมประสบการณ์ผ่านการใช้ Thorium ในเครื่องปฏิกรณ์ที่มีอยู่แล้ว ก่อนก้าวไปสู่วงจรเชื้อเพลิง Thorium อย่างเต็มรูปแบบเมื่อเทคโนโลยีและเศรษฐศาสตร์มีความพร้อมมากขึ้น

กล่าวโดยสรุป การที่โลกยังไม่ใช้ Thorium อย่างแพร่หลาย ไม่ใช่เพราะ Thorium ไม่มีศักยภาพ แต่เป็นเพราะวงจรเชื้อเพลิงยูเรเนียมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังมีความพร้อม มีความน่าเชื่อถือ และมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจสูง ขณะที่เทคโนโลยี Thorium ยังต้องอาศัยการพัฒนาและการลงทุนเพิ่มเติมก่อนจะสามารถแข่งขันได้ในเชิงพาณิชย์

📚 เอกสารอ้างอิง
1. International Atomic Energy Agency (IAEA). (2022). Near Term and Promising Long Term Options for the Deployment of Thorium Based Nuclear Energy. IAEA-TECDOC-2009. Vienna: International Atomic Energy Agency.
2. International Atomic Energy Agency (IAEA). (2023). Thorium's Long-Term Potential in Nuclear Energy. IAEA News.
3. OECD Nuclear Energy Agency (NEA). (2015). Introduction of Thorium in the Nuclear Fuel Cycle: Short- to Long-term Considerations. OECD Publishing. DOI: 10.1787/9789264241732-en

09/07/2026
โรงไฟฟ้า Taipingling หน่วยที่ 2 ของจีนเข้าสู่ระยะการเดินเครื่องครั้งแรกได้สำเร็จ (world nuclear news 26 มิ.ย. 69)     โร...
09/07/2026

โรงไฟฟ้า Taipingling หน่วยที่ 2 ของจีนเข้าสู่ระยะการเดินเครื่องครั้งแรกได้สำเร็จ
(world nuclear news 26 มิ.ย. 69)
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Taipingling หน่วยที่ 2 ใน มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ประสบความสำเร็จในการเริ่มการทำงานของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ทำให้สามารถเข้าสู่ระยะการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าได้
ก่อนหน้านี้ หน่วยงานกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์ของจีนได้ออกใบอนุญาตเดินเครื่องเป็นเวลา 40 ปี ให้กับโรงไฟฟ้า Taipingling หน่วยที่ 2 และมีการบรรจุเชื้อเพลิงนิวเคลียร์จำนวน 177 ชุด เข้าสู่เครื่องปฏิกรณ์แล้วเสร็จ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ความสำเร็จนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญก่อนเข้าสู่ขั้นตอนเชื่อมต่อเข้าระบบสายส่งไฟฟ้าและการทดสอบเดินเครื่องเต็มรูปแบบ

โปแลนด์เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้า SMR เทคโนโลยี BWRX‑300 ในเมือง Włocławek(world nuclear news 25 มิ.ย. 69)    ประเทศโปแลนด์...
08/07/2026

โปแลนด์เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้า SMR เทคโนโลยี BWRX‑300 ในเมือง Włocławek
(world nuclear news 25 มิ.ย. 69)
ประเทศโปแลนด์เดินหน้าพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR โดยเมือง Włocławek และบริษัท Orlen Synthos Green Energy (OSGE) ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือเพื่อผลักดันโครงการร่วมกัน
ข้อตกลงครั้งนี้ครอบคลุมการสื่อสารกับประชาชน การให้ข้อมูลโครงการ และการจัดกิจกรรมให้ความรู้ความเข้าใจ โดยจะมีการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลในเมือง ปัจจุบันโครงการอยู่ในขั้นตอนศึกษาและเตรียมพื้นที่ โดยได้รับการอนุมัติเบื้องต้นจากภาครัฐแล้ว และกำลังดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมรวมถึงความเหมาะสมของพื้นที่ก่อสร้าง
บริษัท OSGE ระบุว่าโครงการที่เมือง Włocławek เป็นโครงการที่สำคัญที่สุดของบริษัท และมีเป้าหมายเป็น SMR แห่งแรกของโปแลนด์และหนึ่งในโครงการ SMR แห่งแรกของยุโรป

โอไฮโอเดินหน้า SMR เลือก BWRX‑300 จำนวน 5 เครื่อง กำลังผลิตรวม 1500 เมกะวัตต์ (world nuclear news 19 มิ.ย. 69)     บริษั...
02/07/2026

โอไฮโอเดินหน้า SMR เลือก BWRX‑300 จำนวน 5 เครื่อง กำลังผลิตรวม 1500 เมกะวัตต์
(world nuclear news 19 มิ.ย. 69)
บริษัท Elementl ของสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในข้อตกลงกับบริษัท GE Vernova Hitachi เพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า SMR ในรัฐโอไฮโอ โดยเลือกใช้เทคโนโลยี BWRX‑300 โครงการนี้ตั้งอยู่ในเขต Meigs แผนของโครงการคือก่อสร้างโรงไฟฟ้า SMR จำนวน 5 หน่วย กำลังผลิตรวมประมาณ 1,500 เมกะวัตต์
จากการวางแผน คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2030 และหน่วยแรกจะแล้วเสร็จในปี 2034
โครงการนี้เป็นอีกสัญญาณว่า BWRX‑300 กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในอเมริกาเหนือ หลังมีหลายโครงการในสหรัฐฯ แคนาดา และยุโรปเลือกใช้เทคโนโลยีนี้

01/07/2026

🏛️ จากอาคารเก่า...สู่บทเรียนสำหรับอนาคตของพลังงานนิวเคลียร์

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา The Chosun Daily เผยแพร่บทบรรณาธิการที่เสนอให้เกาหลีใต้อนุรักษ์อาคาร TRIGA Mark II เครื่องปฏิกรณ์วิจัยเครื่องแรกของประเทศ ซึ่งเริ่มเดินเครื่องในปี 1962 แทนการรื้อถอน โดยเสนอให้พัฒนาเป็น Science History Park เพื่อบอกเล่าเรื่องราวจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์เกาหลีใต้

ในมุมมองของหลายคน อาคารแห่งนี้อาจเป็นเพียงสิ่งปลูกสร้างเก่า แต่สำหรับเกาหลีใต้ มันคือ "จุดเริ่มต้น" ของการสร้างบุคลากร นักวิจัย และองค์ความรู้ ที่ต่อมาพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ระดับโลก

สิ่งที่น่าสนใจคือ ประเทศไทยก็มีจุดเริ่มต้นที่คล้ายกัน

🇹🇭 Thai Research Reactor-1 (TRR-1) เริ่มเดินเครื่องในปี 1962 เช่นเดียวกัน และต่อมาปรับปรุงเป็น TRR-1/M1 ซึ่งยังคงใช้สำหรับการวิจัย การผลิตไอโซโทป และการพัฒนาบุคลากรด้านนิวเคลียร์ของประเทศ

ข่าวนี้จึงชวนให้ตั้งคำถามที่น่าสนใจ

หากประเทศไทยมีการนำ SMR มาใช้ในอนาคต เราจะเป็นเพียง "ผู้ใช้งานเทคโนโลยี" หรือสามารถก้าวไปสู่การเป็น "ผู้พัฒนาเทคโนโลยี" ได้ด้วย?

คำตอบอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราสร้างโรงไฟฟ้าเมื่อใด แต่อยู่ที่ว่าเราเริ่มสร้าง "คน" ตั้งแต่วันนี้หรือไม่

เกาหลีใต้ไม่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นประเทศผู้ส่งออกเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จากการใช้งานเครื่องปฎิกรณ์วิจัยเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องในมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย เครื่องปฏิกรณ์วิจัย ห้องปฏิบัติการ และการพัฒนาวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญตลอดหลายสิบปี

สำหรับประเทศไทย หากมีการใช้งาน SMR เกิดขึ้นจริงในอนาคต โอกาสในการสร้างอุตสาหกรรมของประเทศก็ยังมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบบางระบบ การวิเคราะห์ความปลอดภัย การผลิตชิ้นส่วน การพัฒนาซอฟต์แวร์ การวิจัยวัสดุ การก่อสร้าง การเดินเครื่อง การบำรุงรักษา และการกำกับดูแลความปลอดภัย

อาจไม่ใช่การออกแบบเครื่องปฏิกรณ์ทั้งระบบตั้งแต่วันแรก แต่สามารถค่อย ๆ สะสมองค์ความรู้และขีดความสามารถ จนมีบทบาทมากขึ้นในห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ได้

บางที บทเรียนสำคัญที่สุดจากอาคาร TRIGA ของเกาหลีใต้ อาจไม่ใช่เรื่องการอนุรักษ์อาคาร แต่คือการตระหนักว่า เทคโนโลยีระดับประเทศไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน หากเกิดจากการลงทุนใน "คน" และ "องค์ความรู้" อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายทศวรรษ

และนั่นอาจเป็นบทเรียนที่มีคุณค่าที่สุดสำหรับประเทศไทยในยุคที่กำลังเริ่มพูดถึง SMR อย่างจริงจัง

อ้างอิง
The Chosun Daily. Revive TRIGA Mark II Reactor Building as Science History Park. 30 June 2026.

ที่อยู่

53 Moo 2 Jarunsanittwong Road Bangkrui
Nonthaburi
11130

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:00
อังคาร 08:00 - 16:00
พุธ 08:00 - 16:00
พฤหัสบดี 08:00 - 16:00
ศุกร์ 08:00 - 16:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พลังงานนิวเคลียร์และรังสีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง พลังงานนิวเคลียร์และรังสี:

ทางลัด

แชร์