กองกำกับการปฏิบัติการอาชญากรรมพิเศษ

กองกำกับการปฏิบัติการอาชญากรรมพิเศษ กองกำกับการปฏิบัติการอาชญากรรมพิเศษ

08/07/2026

วินาที รวบไวกิ้ง

เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้า เมือง (สตม.) โดย กก.ปอพ.บก.สส.สตม.เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรข้ามชาติ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดตามรวบชาย ชาวสวีเดน ผู้ต้องหาตาม หมายจับ สีแดง (Red Notice) ขององค์การ ตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (INTERPOL) ได้ขณะกบดานอยู่ ภายในคอนโดมิเนียมย่านจอมเทียน จังหวัดชลบุรี เตรียมดำเนินการผลัก ดันกลับประเทศเพื่อเข้าสู่กระบวนการ ยุติธรรม

ไวกิ้ง..ตกรอบ ไม่ได้ไปต่อ!!      สืบ สตม.(กก.ปอพ.บก.สส.สตม)รวบหนุ่มสวีเดนคาคอนโด จอมเทียน หลังอินเตอร์โพลออกหมายแดง คดีย...
08/07/2026

ไวกิ้ง..ตกรอบ ไม่ได้ไปต่อ!!

สืบ สตม.(กก.ปอพ.บก.สส.สตม)รวบหนุ่มสวีเดนคาคอนโด จอมเทียน หลังอินเตอร์โพลออกหมายแดง คดียาเสพติด เตรียมส่งกลับดำเนินคดี

เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) โดย บก.สส.สตม.เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดตามรวบชายชาวสวีเดน ผู้ต้องหาตาม หมายจับสีแดง (Red Notice) ขององค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (INTERPOL) ได้ขณะกบดานอยู่ภายในคอนโดมิเนียมย้ายจอมเทียน จังหวัดชลบุรี เตรียมดำเนินการผลักดันกลับประเทศเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., และ พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. ได้สั่งการให้เร่งสืบสวนติดตามบุคคลต่างด้าวที่กระทำความผิดและหลบหนีเข้ามาพำนักในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น. พ.ต.อ.ชูวงษ์ อุทัยสาง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. มอบหมายให้ พ.ต.ท.วงศกร นุ่มนวล รอง ผกก. และ ว่าที่ พ.ต.ต.พัณณ์เดชน์ ศรีฉัตรเพชร สว.กก.ปอพ.บก.สส.สตม. พร้อมชุดสืบสวน เข้าตรวจสอบและควบคุมตัวชายชาวสวีเดน อายุ 26 ปี ซึ่งขอใช้นามสมมติว่า "นายซิโล เชอร์" ภายหลัง ผบก.สส.สตม.มีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร

การสืบสวนพบว่า ชายรายดังกล่าวเป็นบุคคลตามหมายจับสีแดงของตำรวจสากล ตามคำร้องขอจากทางการสวีเดน ในความผิดเกี่ยวกับการครอบครองยาเสพติด และได้หลบหนีเข้ามาพำนักในประเทศไทยตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แม้ยังได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร แต่ต่อมาได้มีการเพิกถอนสิทธิการพำนักตามกฎหมายคนเข้าเมือง

เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่ภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านจอมเทียน อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จึงวางกำลังเฝ้าติดตาม กระทั่งพบตัวบริเวณล็อบบี้ของอาคาร ก่อนแสดงตัว ตรวจสอบหนังสือเดินทาง และยืนยันตัวบุคคลได้ตรงกับข้อมูลของตำรวจสากล จึงควบคุมตัวไว้ดำเนินการตามกฎหมาย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ก่อนนำตัวเข้าสู่กระบวนการผลักดันส่งกลับประเทศสวีเดน เพื่อดำเนินคดีตามหมายจับที่ออกไว้ต่อไป

สตม. ยืนยันจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับตำรวจสากลและหน่วยงานด้านความมั่นคงของต่างประเทศ เพื่อติดตามจับกุมอาชญากรข้ามชาติที่ใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนอย่างต่อเนื่อง.


#กองกำกับการปฏิบัติการอาชญากรรมพิเศษ

แม่บ้านมาแล้วค่า...สืบแม่บ้าน กก.ปอพ.บก.สส.สตม. แฝงตัวเนียน รวบผู้ต้องหาโดยละม่อม      สืบเนื่องจากได้รับการประสานข้อมูล...
03/07/2026

แม่บ้านมาแล้วค่า...

สืบแม่บ้าน กก.ปอพ.บก.สส.สตม. แฝงตัวเนียน รวบผู้ต้องหาโดยละม่อม

สืบเนื่องจากได้รับการประสานข้อมูลจาก สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเบลเยียมประจำประเทศไทย แจ้งว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าวเป็นบุคคลตามหมายจับสีแดงของ INTERPOL ในคดีอาชญากรรมร้ายแรงหลายข้อหา อาทิ ร่วมเป็นสมาชิกองค์กรอาชญากรรม ฟอกเงิน ลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยว จับตัวประกัน ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ ขู่กรรโชกทรัพย์ และรีดเอาทรัพย์ ก่อนหลบหนีเข้ามาพำนักอยู่ในประเทศไทย จึงประสานติดตามจับกุมและดำเนินการตามกฎหมาย

THAILAND

ระดับหัวหน้าใหญ่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์ของญี่ปุ่นไม่รอด - 'พล.ต.อ.ธัชชัยฯ" ผนึกกำลังตำรวจญี่ปุ่นจับคากลางย่านทองหล่...
07/06/2026

ระดับหัวหน้าใหญ่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์ของญี่ปุ่นไม่รอด - 'พล.ต.อ.ธัชชัยฯ" ผนึกกำลังตำรวจญี่ปุ่นจับคากลางย่านทองหล่อ

ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ให้หมดไปจากประเทศไทย ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศตคม.ตร.) ดำเนินการร่วมกับนานาประเทศในการป้องกันการหลอกลวงบุคคลสัญชาติต่าง ๆ เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน เพื่อไปบังคับทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่ไปกับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีอย่างเด็ดขาด

วันนี้ (6 มิถุนายน 2569) ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร./ผอ.ศตคม.ตร., พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.), พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สตม. และ พ.ต.อ.ชูวงษ์ อุทัยสาง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. โดยชุดสืบสวนที่ 1 กก.ปอพ.บก.สส.สตม. นำโดย พ.ต.ท.วิทยา ทองผึ้ง รอง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. และ พ.ต.ต.จุรินทร์ชาติ โสตะ สว.กก.ปอพ.บก.สส.สตม. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้จับกุม นายซาซากิฯ อายุ 39 ปี สัญชาติญี่ปุ่น หัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่น ซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ได้ที่บริเวณย่านทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

นายซาซากิฯ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นหัวหน้าปฏิบัติการฉ้อโกงหลอกลวงประชาชนในประเทศญี่ปุ่น สร้างความเสียหายหลายพันล้านเยน และมีฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศกัมพูชา ทั้งนี้ จากข้อมูลของทางการญี่ปุ่น ผู้ต้องหารายดังกล่าวเป็นบุคคลสำคัญระดับหัวหน้าขบวนการที่มีบทบาทในการสั่งการเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลนาโกยา ลงวันที่ 1 เมษายน 2569 ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกง

กระทั่งสามารถเข้าจับกุมนายซาซากิฯ ได้สำเร็จ และจะดำเนินการส่งตัวให้ตำรวจญี่ปุ่นเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ จากการสืบสวนของทางการญี่ปุ่น พบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้ประเทศกัมพูชาเป็นฐานปฏิบัติการ และมีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายผ่านขบวนการคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงมีข้อมูลเชื่อมโยงกับการนำพาและบังคับบุคคลให้ทำงานในขบวนการดังกล่าว อันเป็นลักษณะของการค้ามนุษย์ข้ามชาติ ซึ่งเป็นประเด็นที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของหลายประเทศกำลังร่วมกันปราบปรามอย่างเข้มข้น

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ย้ำว่า การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์เป็นนโยบายสำคัญของนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ การทำงานร่วมกับประเทศญี่ปุ่น รวมถึงประเทศต่าง ๆ มีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านในการนำบุคคลไปบังคับทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนการปราบปรามเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมุ่งเป้าไปที่การจับกุมหัวหน้าขบวนการสำคัญเพื่อนำตัวมาลงโทษตามกฎหมาย ซึ่งจะส่งผลต่อการทำลายวงจรอาชญากรรมดังกล่าวได้อย่างมีนัยสำคัญ

14/04/2026

ง่าย ครบ จบในแอปเดียว

“Police Care” แอปเดียวที่รวมทุกบริการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติไว้ในมือคุณ
ใช้ง่าย สะดวก ครบ จบทุกเรื่องที่ควรรู้ 👮‍♂️

✨ เช็กข้อมูลสำคัญได้ทันที
🔎 ค้นหาสถานีตำรวจใกล้ตัว พร้อมเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน
📘 อัปเดตกฎหมายและสิทธิที่คุณควรรู้
🚨 แจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือได้แบบรวดเร็ว

ให้เรื่องกฎหมายเป็นเรื่องใกล้ตัว และเข้าถึงได้ง่าย

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.)ขอเชิญร่วมตอบแบบสำรวจความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของหน่วยงานข...
20/03/2026

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.)
ขอเชิญร่วมตอบแบบสำรวจความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของหน่วยงานของรัฐ ปี พ.ศ. 2569
เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาบริการภาครัฐและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
โดยสามารถแสดงความเห็นได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 สิงหาคม 2569
ได้ที่ลิงก์ https://eoffice.opdc.go.th/l/29f5322e หรือ สแกน QR Code ที่ปรากฏตามรูปภาพ

"เสด็จสู่สวรรคาลัย ผองพสกนิกรชาวไทยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์" ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิไ...
18/03/2026

"เสด็จสู่สวรรคาลัย ผองพสกนิกรชาวไทยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์" ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการตำรวจในสังกัดกองกำกับการปฏิบัติการอาชญากรรมพิเศษ

กก.ปอพ.บก.สส.สตม.ประกาศเจตนารมณ์ “No Gift Policy” ไม่รับของขวัญ-ของกำนัลทุกรูปแบบ📢📢📢ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล...
16/03/2026

กก.ปอพ.บก.สส.สตม.ประกาศเจตนารมณ์
“No Gift Policy” ไม่รับของขวัญ-ของกำนัลทุกรูปแบบ
📢📢📢
ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส กก.ปอพ.บก.สส.สตม. ขอยืนยันเจตนารมณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยงดรับของขวัญและของกำนัลทุกชนิด 🙅🙅🙅จากบุคคลหรือหน่วยงานใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นก่อนหรือหลังการปฏิบัติหน้าที่

เพื่อป้องกันการทุจริตและเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน โดยขอความร่วมมือจากข้าราชการตำรวจทุกนายยึดถือแนวปฏิบัตินี้อย่างเคร่งครัด และขอให้พี่น้องประชาชนงดมอบของขวัญหรือสิ่งของใด ๆ แก่ข้าราชการตำรวจ

แนวทางการปฏิบัติ

✅ งดรับของขวัญ ของกำนัล และผลประโยชน์อื่นใดจากบุคคลภายนอก
✅ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส และให้บริการประชาชนด้วยความเป็นธรรม


#กก.ปอพ.บก.สส.สตม.

ตามข้อสั่งการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส....
11/03/2026

ตามข้อสั่งการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. กรณี ออกสืบสวนติดตามจับกุมบุคคลต่างด้าวที่มีหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน นั้น

ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ชูวงษ์ อุทัยสาง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. และ พ.ต.ท.วิทยา ทองผึ้ง รอง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.จุรินทร์ชาติ โสตะ สว.กก.ปอพ.บก.สส.สตม. พร้อมด้วยชุดสืบสวนที่ 1 กก.ปอพ.บก.สส.สตม. ออกทำการติดตาม สืบสวน จับกุมบุคคลต่างด้าวที่มีหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน มีผลการปฏิบัติดังนี้

ได้จับกุมตัว
นายโฮ่ว สัญชาติจีน อายุ 33 ปี
ถือหนังสือเดินทางสาธารณรัฐประชาชนจีน
และถือหนังสือเดินทางวานูอาตู

โดยกล่าวหาว่า “กระทำผิดตามหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน” ตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 171/2569 ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 คดีหมายเลขดำ ที่ จผ 3/2569 คดีหมายแดง ที่ จผ 3/2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์สินของรัฐหรือสาธารณะในจำนวนมากหรือลักทรัพย์หลายครั้ง ลักทรัพย์โดยบุกรุกเข้าไปในเคหสถาน ลักทรัพย์ด้วยพกพาอาวุธ หรือลักทรัพย์โดยวิธีล้วงกระเป๋า”

พฤติการณ์ในการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.ปอพ.บก.สส.สตม. ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายโฮ่ว สัญชาติจีน และมีสัญชาติวานูอาตู ถือหนังสือเดินทางสัญชาติวานูอาตู ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน หลบหนีหมายจับดังกล่าว มาพักอาศัยกับภรรยาคนไทย ที่บ้านซอยนวมินทร์ 42 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร เมื่อไปถึงพบ บุคคลต่างด้าวมีลักษณะคล้ายบุคคลตามหมายจับ ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว จึงได้แสดงตัวพร้อมกับแสดงบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ปอพ.บก.สส.สตม. ขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง ซึ่งจากการตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับนี้จริง จึงได้แสดงหมายจับของศาลอาญา ที่ 171/2569 ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 คดีหมายเลขดำ ที่ จผ 3/2569 คดีหมายแดง ที่ จผ 3/2569 โดยกล่าวหาว่า “กระทำผิดตามหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน” จากการสอบถาม นายโฮ่ว ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้ หรือมอบตัวในคดีนี้มาก่อน จากนั้นเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ได้แจ้งข้อกล่าวหา ตามหมายจับให้ทราบ พร้อมทั้งแจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับกุมทราบ จากนั้นจึงควบคุมตัวส่งพนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ (กก.ปอพ.) รวบหญิงจีน หลอกลวงเหยื่อลงทุนแพลตฟอร์มคริปโต มูลค่าความเสียหาย กว่า 51 ล้านบาท “   ...
30/01/2026

กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ (กก.ปอพ.) รวบหญิงจีน หลอกลวงเหยื่อลงทุนแพลตฟอร์มคริปโต มูลค่าความเสียหาย กว่า 51 ล้านบาท “

สืบเนื่องจากกรณีผู้เสียหายชาวสิงคโปร์เข้าแจ้งความดำเนินคดีว่า ถูกชักชวนให้ร่วมลงทุนจัดตั้งแพลตฟอร์มการลงทุนสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ชื่อ New Gold Protocol ต่อมาผู้เสียหายหลงเชื่อและได้โอนเงินสกุล USDT ไปยังกระเป๋าเงินของผู้ต้องหาหลายครั้ง รวมเป็นจำนวนประมาณ 1.6 ล้าน USDT หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 51,200,000 บาท

ภายหลัง ผู้ต้องหาได้แจ้งว่าระบบแพลตฟอร์มดังกล่าวถูกแฮก ส่งผลให้เงินลงทุนทั้งหมดสูญหาย และไม่สามารถคืนเงินต้นรวมถึงผลตอบแทนตามที่ตกลงกันไว้ได้ อีกทั้งไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้อีก ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน

ที่อยู่

ถนนป็อบปูล่า
Pak Kret
11120

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6625728655

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กองกำกับการปฏิบัติการอาชญากรรมพิเศษผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง กองกำกับการปฏิบัติการอาชญากรรมพิเศษ:

ทางลัด

แชร์