สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ So much to be thankful for ❣️ Not just today but everyday 🙆❣️ Thankful for a place to call home and people to call friends ♥️♥️❣️

ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 1 ดำเนินการจัดประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 3 ระดับพื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนบนและพื้นที่ลุ่มน้...
01/09/2026

ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 1 ดำเนินการจัดประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 3 ระดับพื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนบนและพื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนล่าง โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำปิง ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566 - 2580) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินทางเลือกที่เหมาะสมและมาตรการเพื่อความยั่งยืนที่สอดคล้องกับสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อม จำนวน 2 เวที ได้แก่
- เวทีที่ 1 ลุ่มน้ำปิงตอนบน เมื่อวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 - 15.30 น.
ณ ห้องสุพรรณิการ์ โรงแรมคุ้มภูคำ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
- เวทีที่ 2 ลุ่มน้ำปิงตอนล่าง เมื่อวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 - 15.30 น.
ณ ห้องสระแก้ว โรงแรมไม้ใหญ่ รีสอร์ท อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร

ในการนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 1 ดำเนินการจัดทำสรุปผลการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 3 ระดับพื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนบนและพื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนล่าง แล้วเสร็จ รายละเอียดปรากฏตาม QR Code แนบท้ายประกาศฉบับนี้

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มประสานงานลุ่มน้ำปิง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 1
หมายเลขโทรศัพท์ 0 5324 0998

“รองนายกฯ ทรงศักดิ์” ติดตามนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ จ.สงขลา เตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยติดตามความก้าวหน้าการเพิ่มประสิทธิภ...
01/09/2026

“รองนายกฯ ทรงศักดิ์” ติดตามนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ จ.สงขลา เตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย
ติดตามความก้าวหน้าการเพิ่มประสิทธิภาพแก้มลิงคลองเรียน เร่งเสริมศักยภาพระบบระบายน้ำหาดใหญ่

“รองนายกฯ ทรงศักดิ์” ร่วมคณะติดตามนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่หาดใหญ่ ตรวจความก้าวหน้าการเพิ่มความจุแก้มลิงคลองเรียน ก่อนประชุม ครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2569 จากนั้นลงพื้นที่ติดตามระบบระบายน้ำคลองหวะ คลองอู่ตะเภา และคลอง ร.1 กำชับเร่งซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบชลประทาน หลังรัฐบาลสนับสนุนงบกลางกว่า 843 ล้านบาท มุ่งสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้ประชาชน

วันนี้ (1 กันยายน 2569) นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยร่วมคณะติดตามนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่แก้มลิงคลองเรียน ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ ก่อนเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569 จากนั้นได้ลงพื้นที่บริเวณประตูระบายน้ำคลองภูมินาถดำริ (คลอง ร.1) โดยมี นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้ติดตามนายกรัฐมนตรีไปยังแก้มลิงคลองเรียน เพื่อรับฟังแนวทางการปรับปรุงเพิ่มความจุแก้มลิง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรองรับและหน่วงน้ำ เพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ นอกจากนี้ ได้ลงพื้นที่บริเวณประตูระบายน้ำคลองภูมินาถดำริ หรือ คลอง ร.1 เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำและการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ ของโครงการขุดลอกคลองอู่ตะเภา โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองหวะ และงานปรับปรุงคลองระบายน้ำ ร.1 ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบระบายน้ำในพื้นที่ ทั้งนี้ รัฐบาลตระหนักถึงความเร่งด่วนของการแก้ไขปัญหาอุทกภัย เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ประชาชน จึงสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายงบกลาง ประจำปี 2569 สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายโครงการซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารและระบบระบายน้ำ พื้นที่จังหวัดภาคใต้ รวม 67 รายการ วงเงิน 843,263,900 บาท จึงสั่งการให้ 1. กรมชลประทาน เร่งรัดการดำเนินการซ่อมแซมให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเพิ่มความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ช่วงฤดูฝน 2. ขณะนี้เป็นช่วงฤดูฝนของภาคใต้ จึงให้จังหวัดสงขลา กรมชลประทาน สทนช. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมตรวจสอบประตูระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร เครื่องมือ และระบบแจ้งเตือนให้พร้อมใช้งาน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำและแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงที 3. สำหรับโครงการที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อม และเร่งดำเนินการเพื่อให้สามารถเริ่มก่อสร้างได้ทันที โดยไม่ให้เกิดช่องว่างระหว่างปีงบประมาณที่อาจส่งผลต่อการป้องกันน้ำท่วม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ 4. ให้ สทนช. เร่งขับเคลื่อนแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ ตามที่ได้มีการประชุมร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งแผนเร่งด่วน ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อนำเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติพิจารณา ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป พร้อมกันนี้ ให้ทุกหน่วยงานบูรณาการข้อมูล แผนงาน งบประมาณ และการปฏิบัติงานร่วมกัน เร่งดำเนินการในส่วนที่ทำได้ทันที และเตรียมงานระยะต่อไป ให้พร้อม เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน เลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการขับเคลื่อนแผนงานโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของจังหวัดสงขลา มีแผนงบประมาณด้านทรัพยากรน้ำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 272 โครงการ วงเงิน 3,165.5351 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 17,507 ไร่ พื้นที่ได้รับการป้องกัน 28,708 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 14,261 ครัวเรือน ปริมาตรเก็บกักน้ำเพิ่มขึ้น 5.64 ล้านลูกบาศก์เมตร และสามารถป้องกันตลิ่งได้ 4,060 เมตร และมีแผนงบประมาณด้านทรัพยากรน้ำ ตาม (ร่าง) พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จำนวน 143 รายการ วงเงิน 2,210.2996 ล้านบาท เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 5,770 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 13,683 ครัวเรือน พื้นที่ได้รับการป้องกัน 10,182 ไร่ และปริมาตรเก็บกักเพิ่มขึ้น 0.22 ล้านลูกบาศก์เมตร อีกทั้งมีโครงการสำคัญ 2 โครงการ ได้แก่ โครงการขุดลอกร่องน้ำร่องกลางทะเลสาบสงขลาตอนล่าง เพื่อพัฒนาและฟื้นฟูทะเลสาบสงขลาตอนล่าง ตำบลสทิงหม้อ อำเภอสิงหนคร โดยกรมเจ้าท่า ระยะทางขุดลอก 13.55 กิโลเมตร และโครงการระบบระบายน้ำหลัก พื้นที่ชุมชนสะเดา ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง พื้นที่ป้องกันน้ำท่วม 2,694 ไร่ ครัวเรือนได้รับประโยชน์ 5,236 ครัวเรือน โดยทั้งสองโครงการมีแผนดำเนินการปี 2571 โดย สทนช. จะเร่งกำกับและขับเคลื่อนทุกโครงการให้เป็นไปตามแผนงานอย่างเคร่งครัดตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรี

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
1 กันยายน 2569

ความเคลื่อนไหว สทนช.ภาค 1
01/09/2026

ความเคลื่อนไหว สทนช.ภาค 1

สทนช. ต้อนรับ กมธ. และ อนุ กมธ. ป้องกันภัยธรรมชาติฯ สภาฯ ผสานเทคโนโลยี-นวัตกรรม ยกระดับการบริหารจัดการน้ำวันนี้ (1 กันยา...
01/09/2026

สทนช. ต้อนรับ กมธ. และ อนุ กมธ. ป้องกันภัยธรรมชาติฯ สภาฯ ผสานเทคโนโลยี-นวัตกรรม ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ

วันนี้ (1 กันยายน 2569) นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สทนช. ให้การต้อนรับ นางปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง และประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการปัญหาอุทกภัยและการชดเชย เยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ในโอกาสนำคณะกรรมาธิการฯ และคณะอนุกรรมาธิการฯ เข้าศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย ณ ห้องประชุมน้ำปิง อาคารชลพิพัฒน์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

การศึกษาดูงานในครั้งนี้ มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้แนวทางการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย การบูรณาการการแก้ปัญหาภัยพิบัติด้านน้ำ รวมถึงติดตามกระบวนการทำงานสำคัญ ได้แก่ ระบบวิเคราะห์และคาดการณ์อุทกภัยและระบบติดตามพื้นที่เสี่ยงภัย กรณีศึกษาการจัดการน้ำลุ่มน้ำน่าน รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอุทกภัยต่อไป

จากนั้น นำคณะกรรมาธิการฯ และคณะอนุกรรมาธิการฯ เข้าเยี่ยมชมศูนย์บัญชาการ (War Room) ของ สทนช. เพื่อศึกษาดูงานการบูรณาการเทคโนโลยีที่รวบรวมและประมวลผลข้อมูล Real-time จากทุกข้อมูลน้ำทั่วประเทศ เพื่อยกระดับความแม่นยำในการเตือนภัยและลดผลกระทบแก่ประชาชนอย่างยั่งยืน

สทนช. มุ่งมั่นขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การป้องกัน ฟื้นฟู และเยียวยาผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุม และรวดเร็วที่สุด

เลขาธิการ สทนช. ร่วมติดตาม “นายกรัฐมนตรี” ลงพื้นที่สงขลา ก่อนการประชุม ครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2569เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2...
01/09/2026

เลขาธิการ สทนช. ร่วมติดตาม “นายกรัฐมนตรี” ลงพื้นที่สงขลา
ก่อนการประชุม ครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2569

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดสงขลา ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีคณะรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามลงพื้นที่

โดยนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ประตูระบายน้ำคลองภูมินาถดำริ หรือ ประตูระบายน้ำหน้าควน อำเภอหาดใหญ่ ติดตามการเตรียมความพร้อมระบบบริหารจัดการน้ำและการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ พร้อมกำชับหน่วยงานบูรณาการข้อมูลปริมาณฝน ปริมาณน้ำ และสภาพอากาศ เพื่อประเมินสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงเตรียมเจ้าหน้าที่ เส้นทางอพยพ และศูนย์พักพิงให้พร้อมรับมือสถานการณ์

จากนั้น นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ร่วมกับคณะรัฐมนตรี ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตสงขลา เพื่อระดมความคิดเห็นปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนวทางการพัฒนาในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และภัยพิบัติ โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการในเรื่องที่สามารถทำได้ทันที และบูรณาการแก้ไขปัญหาร่วมกันในเรื่องที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน เพื่อให้ข้อเสนอจากพื้นที่เกิดผลเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเยี่ยมชมและติดตามการขับเคลื่อนการเสนอเมืองเก่าสงขลาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ณ ชุมชนย่านเมืองเก่าสงขลา สะท้อนการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดสงขลาในหลายมิติ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก เพจไทยคู่ฟ้า, thaigov

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานท...
01/09/2026

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569 ณ จังหวัดสงขลา ในวันที่ 1 กันยายน 2569 โดยเมื่อเดินทางถึงจังหวัดสงขลา ได้เข้าตรวจเยี่ยมจุดรับเรื่องร้องทุกข์ ที่สำนักงานเทศบาลเมืองคอหงส์ จังหวัดสงขลา เพื่อสอบถามความเป็นอยู่และปัญหาความเดือดร้อนโดยตรงของประชาชนในพื้นที่ โดยจุดรับเรื่องร้องทุกข์แห่งนี้ จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถยื่นเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ และเสนอปัญหาความเดือดร้อนต่อหน่วยงานภาครัฐได้โดยตรง เพื่อให้ปัญหาได้รับการรับทราบและนำไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี นายไวฑิต โอชวิช รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมด้วย นายชุมลาภ เตชะเสน ผู้ช่วยเลขาธิการ สทนช. และเจ้าหน้าที่ สทนช. ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้ข้อมูล ณ จุดรับเรื่องราวร้องทุกข์ด้วย

ในการนี้ นายทรงศักดิ์ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะการดูแลระบบน้ำให้มีประสิทธิภาพ ทั้งในเรื่องการป้องกันปัญหาน้ำท่วมและการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน พร้อมรับฟังข้อเสนอและปัญหาจากคนในพื้นที่ เพื่อนำไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางแก้ไข

การลงพื้นที่ครั้งนี้ นอกจากเป็นการติดตามการรับเรื่องร้องทุกข์แล้ว ยังสะท้อนถึงการเปิดพื้นที่ให้ภาครัฐได้ใกล้ชิดประชาชน รับฟังปัญหาจากผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง และนำข้อมูลไปประกอบการแก้ไขปัญหาให้ตรงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่มากที่สุด

(ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจากเพจ สวท.นราธิวาส)

สทนช. จับมือ ก.พ.ร. กำหนด Joint KPI ด้านน้ำบูรณาการข้อมูล แผนงาน งบประมาณจากทุกหน่วยให้สะท้อน Pain Point ของประเทศนายชยั...
01/09/2026

สทนช. จับมือ ก.พ.ร. กำหนด Joint KPI ด้านน้ำ
บูรณาการข้อมูล แผนงาน งบประมาณจากทุกหน่วยให้สะท้อน Pain Point ของประเทศ

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า จากการติดตามความก้าวหน้าแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี พบว่า หลายเป้าหมายสำคัญยังดำเนินการต่ำกว่าแผน และบางด้านจำเป็นต้องเร่งมากกว่าที่กำหนดไว้เดิม เพื่อให้ทันต่อความเสี่ยงด้านน้ำที่รุนแรงและซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาและปรับปรุงระบบประปาหมู่บ้าน ดำเนินการได้เพียง 15.90% การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ 30.60% การพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย 57.98% ขณะที่การพัฒนาระบบกระจายน้ำอยู่ที่ 74.26% ซึ่งยังต้องเร่งดำเนินการให้ครอบคลุมและตอบโจทย์พื้นที่ขาดแคลนน้ำมากขึ้น

การป้องกันพื้นที่น้ำท่วม โครงการส่วนใหญ่ที่แล้วเสร็จเป็นประเภทโครงการเล็ก แก้ปัญหาได้เฉพาะจุด จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ จำเป็นต้องเร่งยกระดับระบบป้องกันน้ำท่วม การระบายน้ำ และการบริหารจัดการให้สามารถรับมือกับสภาพอากาศและความเสี่ยงในอนาคตได้จริง

เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า ปัญหาสำคัญประการหนึ่งคือหลายโครงการขาดความพร้อมและงบประมาณมีจำกัด ทำให้โครงการตามแผนไม่สามารถเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย ดังนั้น ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 สทนช. จะปรับแนวทางโดยการกำหนดตัวชี้วัดเชิงบูรณาการด้านทรัพยากรน้ำ หรือ Joint KPI ให้เป็นตัวกำหนดทิศทางการจัดทำแผนงาน/โครงการเพื่อขอรับงบประมาณของหน่วยงาน เพื่อให้สอดรับกับประเด็นที่ต้องเร่งขับเคลื่อนหรือ Pain Point ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้ง 5 ด้าน ของแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ประกอบด้วย การยกระดับประปาหมู่บ้านให้ได้มาตรฐาน การกระจายแหล่งน้ำให้ทั่วถึง การเพิ่มประสิทธิภาพระบบป้องกันน้ำท่วมและระบายน้ำในเมือง การขยายโครงข่ายรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย และการพัฒนาฐานข้อมูล–ระบบตรวจวัดเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจบริหารจัดการน้ำ ทั้งนี้ สทนช. จะหารือร่วมกับสำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อกำหนด Joint KPI ที่สะท้อนปัญหาสำคัญของประเทศอย่างแท้จริง และเชื่อมโยงกับการจัดทำงบประมาณ เพื่อให้ทุกหน่วยงานขับเคลื่อนแผนแม่บทฯ ไปในทิศทางเดียวกัน

“สทนช. จะนำประเด็นที่จะเร่งขับเคลื่อนไปบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำของประเทศ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการข้อมูล แผนงาน และงบประมาณให้สอดคล้องกันในทุกระดับ จากนี้ ผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานด้านทรัพยากรน้ำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ บริการประชาชนได้ดียิ่งขึ้น” เลขาธิการ สทนช. กล่าว

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
1 กันยายน 2569

ความเคลื่อนไหว สทนช.ภาค 4
01/09/2026

ความเคลื่อนไหว สทนช.ภาค 4

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 1 ก.ย. 69 เวลา 7.00 น.1. สถานการณ์ฝนสูงสุด รายภาค : ภาคเหนือ จ.ตาก (112) ภาคตะวัน...
01/09/2026

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 1 ก.ย. 69 เวลา 7.00 น.

1. สถานการณ์ฝนสูงสุด รายภาค : ภาคเหนือ จ.ตาก (112) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุบลราชธานี (65) ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร (25) ภาคตะวันออก จ.จันทบุรี (63) ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี (107) และ ภาคใต้ จ.ชุมพร (147)

2. วันนี้ : ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก
คาดการณ์: ช่วงวันที่ 3 - 6 ก.ย. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก

3. สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ประกาศฉบับที่ 2/2569 แจ้งระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 31 ส.ค. – 6 ก.ย. 69 แนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 2.0 - 4.8 เมตร โดยมีความเสี่ยงระดับน้ำโขงสูงกว่าระดับวิกฤติ และหลาก เข้าท่วมขังโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโขง บริเวณ จ.หนองคาย (อ.สังคม ศรีเชียงใหม่ ท่าบ่อ เมืองหนองคาย โพนพิสัย และรัตนวาปี) จ.บึงกาฬ (อ.ปากคาด เมืองบึงกาฬ บุ่งคล้า และบึงโขงหลง) จ.นครพนม (อ.บ้านแพง ท่าอุเทน เมืองนครพนม และธาตุพนม) จ.มุกดาหาร (อ.หว้านใหญ่ เมืองมุกดาหาร และดอนตาล) และริมลำน้ำบางสาขาของประเทศไทยที่ไม่สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงได้โดยสะดวก ทั้งนี้ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์และแจ้งเตือนให้ประชาชนที่สัญจรและประกอบกิจกรรมในบริเวณแม่น้ำโขง รวมทั้งผู้ที่อาศัยในพื้นที่บริเวณดังกล่าว ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขง

3. สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม: ปริมาณน้ำรวม: 66% ของความจุเก็บกัก (53,170 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ: 51% (29,048 ล้าน ลบ.ม.)

4. สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำรายภาค:
ภาคเหนือ: มีปริมาณน้ำ 17,143 ล้าน ลบ.ม. (62%)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีปริมาณน้ำ 6,152 ล้าน ลบ.ม. (51%)
ภาคกลาง: มีปริมาณน้ำ 761 ล้าน ลบ.ม. (40%)
ภาคตะวันออก: มีปริมาณน้ำ 1,710 ล้าน ลบ.ม. (54%)
ภาคตะวันตก: มีปริมาณน้ำ 22,517 ล้าน ลบ.ม. (79%)
ภาคใต้: มีปริมาณน้ำ 4,887 ล้าน ลบ.ม. (64%)

5. สถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา
ภูมิพล: มีปริมาณน้ำ 7,634 ล้าน ลบ.ม. (57%)
สิริกิติ์: มีปริมาณน้ำ 6,906 ล้าน ลบ.ม. (73%)
แควน้อยบำรุงแดน: มีปริมาณน้ำ 393 ล้าน ลบ.ม. (42%)
ป่าสักชลสิทธิ์: มีปริมาณน้ำ 373 ล้าน ลบ.ม. (43%)

สทนช. จัดอบรมโครงการป้องกันทุจริตประพฤติมิชอบ และส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ประจำปี 2569 มุ่งเสริมสร้างความรู้ด้านสิทธิมนุ...
31/08/2026

สทนช. จัดอบรมโครงการป้องกันทุจริตประพฤติมิชอบ และส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ประจำปี 2569 มุ่งเสริมสร้างความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนแก่บุคลากร

วันนี้ (31 สิงหาคม 2569) นางมัทนา ทัมพากร ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมโครงการป้องกันทุจริตประพฤติมิชอบและส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 หลักสูตร : หลักการพื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชน โดยได้รับเกียรติจาก นายณัฐพล ด่านจิตร์ตรง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ของ สทนช. จำนวนรวมกว่า 30 คน เข้าร่วมอบรม ณ ห้องประชุมน้ำปิง ชั้น 4 อาคารชลพิพัฒน์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

โครงการป้องกันทุจริตประพฤติมิชอบ และส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พ.ศ.2569 โดยจะอยู่ในยุทธศาสตร์ที่ 2 สร้างบุคลากรต้นแบบในการทำความดี กลยุทธ์ที่ 1 สร้างจิตสำนึกในการมีคุณธรรม จริยธรรม และมีเป้าประสงค์ ให้บุคลากรมีศักยภาพในการทำความดี

สำหรับการฝึกอบรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้บุคลากร สทนช.ได้ตระหนักถึงความสำคัญด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ โดยครอบคลุมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน (Knowledge หรือ K) เกิดทักษะด้านสิทธิมนุษยชน (Skill หรือ S ) และทัศนคติด้านสิทธิมนุษยชน (Attitude หรือ A) พร้อมทั้งเพิ่มพูoสมรรถนะด้านสิทธิมนุษยชน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่อยู่

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เลขที่ 999 หมู่ 1 ถ. ติวานนท์ ต. บางตลาด อ. ปากเกร็ด จ. นนทบุรี
Pak Kret
11120

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์