Clicky

JAXA Thailand กิจกรรมวิทยาศาสตร์อวกาศเพื่อเยาวชนไทย
https://www.nstda.or.th/spaceeducation

เปิดเหมือนปกติ

ยุคแห่งความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีอวกาศของทวีปแอฟริกา
03/03/2022

ยุคแห่งความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีอวกาศของทวีปแอฟริกา

🛰 ทวีปแอฟริกายุคใหม่ สู่การแข่งขันด้านอวกาศ
.
รัฐบาลหลายประเทศในทวีปแอฟริกากำลังมุ่งสู่การแข่งขันด้านอวกาศ เพื่อมองหาวิธีการลดช่องว่างของความเท่าเทียมกันในการเชื่อมต่อสื่อสาร ด้วยปัจจัยความต้องการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและราคาถูกที่เพิ่มสูงขึ้น
.
ประเทศในแอฟริกากำลังมองเรื่องของเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนที่เพิ่มขึ้นสำหรับการเชื่อมต่อสื่อสาร โดยได้รับแรงกระตุ้นจากรูปแบบการใช้ข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลในประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล
.
ในช่วงสองปีที่ผ่านมาความต้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้พุ่งสูงขึ้นทั่วทั้งทวีปแอฟริกา จากผลกระทบของ COVID-19 ที่เปลี่ยนแปลงวิธีที่ชาวแอฟริกันใช้ข้อมูลอย่างมีนัยสำคัญ
.
ขณะนี้ผู้คนกำลังทำงานจากที่บ้าน ซึ่งมีจำนวนนักเรียนที่เรียนออนไลน์เป็นจำนวนมาก และจากกระแสของนวัตกรรมในเทคโนโลยีอวกาศได้แผ่ขยายไปทั่วทั้งทวีปแอฟริกา ได้เพิ่มความต้องการในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
.
แต่ทว่า อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของแอฟริกาในปัจจุบันอยู่ที่ 39% เท่านั้น ทำให้ประชากรกว่า 60% ไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ตามที่ Caroline Kamaitha รองประธาน SES Networks Africa ได้กล่าวไว้ว่า รัฐบาลกำลังเร่งนำแนวทางที่ทำให้แน่ใจได้ว่าพลเมืองของพวกเขาจะสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ตาที่พวกเขาต้องการ
.
Smart Africa Secretariat ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตร 32 ประเทศในแอฟริกา ได้กำหนดเป้าหมายขยายเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเป็นสองเท่า โดยมุ่งหวังที่จะลดต้นทุนการใช้อินเทอร์เน็ตลงครึ่งหนึ่งภายในปี พ.ศ. 2568
.
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ตลาดด้านอวกาศของทวีปแอฟริกามีกิจกรรมต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย โดยทั้งรัฐบาล ภาคเอกชน และนักลงทุนต่างชาติ ต่างพยายามเพิ่มการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม ตัวอย่างความสำเร็จเช่น เมื่อต้นเดือนมกราคม ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี Cape Peninsula ของแอฟริกาใต้ ได้เปิดตัวภารกิจดาวเทียมดวงที่สามสู่อวกาศ ด้วยจรวดที่ปล่อยจาก Cape Canaveral ในรัฐฟลอริดา ของสหรัฐอเมริกา
.
นับจนถึงเดือนเมษายน พ.ศ. 2562 ประเทศในแอฟริกา จำนวน 8 ประเทศ ได้แก่ เคนยา กานา โมร็อกโก อียิปต์ แอลจีเรีย ไนจีเรีย แอฟริกาใต้ และแองโกลา ได้ปล่อยดาวเทียมของตัวเอง จำนวน 32 ดวง ขึ้นสู่วงโคจร ตามข้อมูลจากรายงานประจำปีอุตสาหกรรมอวกาศของแอฟริกาปี พ.ศ. 2563
.
บริษัท Space in Africa ซึ่งเป็นบริษัทด้านสื่อ การวิเคราะห์ และที่ปรึกษา เผยข้อมูลให้เห็นว่าประเทศในแอฟริกาได้ใช้จ่ายเงินไปแล้วกว่า 146,700,000,000 ล้านบาท (หนึ่งแสนสี่หมื่นหกพันเจ็ดร้อยล้านบาท) ในโครงการพัฒนาดาวเทียม โดยอย่างน้อยมีจำนวน 21 ประเทศ จาก 54 ประเทศ ในแอฟริกา มีโครงการด้านอวกาศหรืออยู่ในขั้นตอนของการสร้าง
.
บริษัท MzansiSat ซึ่งเป็นผู้ให้บริการดาวเทียมรายแรกของแอฟริกาใต้ได้ประกาศแผนการที่จะให้บริการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกับทุกประเทศในภูมิภาค
.
ส่วนบริษัท SpaceX ของ Elon Musk ได้พัฒนาอินเทอร์เน็ตผ่านกลุ่มดาวเทียมที่ชื่อว่า Starlink ซึ่งมีเป้าหมายที่จะให้บริการไปยังตลาดแอฟริกา โดยมีกำหนดเปิดตัวในช่วงต้น พ.ศ. 2565 ซึ่ง Starlink ได้เปิดตัวดาวเทียมในพื้นที่อื่นแล้วกว่า 1,500 ดวง และกำลังทดสอบการให้บริการในประเทศต่างๆ ของแอฟริกาอยู่ในปัจจุบัน
.
ด้านบริษัท SES Network เพิ่งเปิดตัวดาวเทียม O3b mPower ซึ่งเป็นดาวเทียมรุ่นต่อไป โดยมีแผนจะเปิดตัวดาวเทียมความเร็วสูง 11 ดวงในวงโคจร ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลกรวมถึงทวีปแอฟริกาด้วย โดยตั้งเป้าไปที่การเจรจากับรัฐบาลสำหรับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อขยายการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปยังพื้นที่ห่างไกล เพิ่มความยืดหยุ่นของผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ และสนับสนุนประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล เช่น ชาด ไนเจอร์ และมาลี เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันผ่านการเชื่อมต่อสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต
.
บริษัท Space in Africa คาดการณ์ว่าตลาดด้านอวกาศในทวีปแอฟริกาจะมีมูลค่าเกิน 10 พันล้านดอลลาร์ ภายในปี พ.ศ. 2567 จากการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง
.
เรียบเรียงโดย
ปริทัศน์ เทียนทอง
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
.
ข้อมูลข่าว
https://bit.ly/3HCBrSF
.
#NSTDASpaceEducation #Africa #SpaceRace #แอฟริกา #เทคโนโลยีอวกาศ #ดาวเทียม

01/03/2022

✨ กลุ่มดาว ดาวเรียงเด่น และโชติมาตร 🌟

24/02/2022
sharaku.eorc.jaxa.jp

🌧 🌏 ดูปริมาณน้ำฝนทั่วโลกแบบเรียลไทม์!
.
การทำแผนที่ปริมาณน้ำฝนโดยใช้ดาวเทียมจากทั่วโลก (Global Satellite Mapping of Precipitation: GSMaP) ได้พัฒนาให้เกิดเป็นแผนที่แสดงข้อมูลปริมาณน้ำฝนทั่วโลก โดยแสดงผลได้ในแบบเรียลไทม์และแสดงภาพอัปเดตในทุกๆ 30 นาที บนเว็บไซต์ JAXA Realtime Rainfall Watch (https://sharaku.eorc.jaxa.jp/GSMaP/index.htm)
.
[วิธีใช้] สำหรับผู้ใช้พีซี ให้วางเคอร์เซอร์ของเมาส์ไว้เหนือแบนเนอร์ทางด้านซ้าย สามารถซูมเข้าและซูมออกได้โดยการเลื่อนล้อเลื่อนของเมาส์
.
ฟังก์ชันเดียวกันนี้ยังมีให้ใช้งานสำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตอีกด้วย
.
#JAXAGlobalRainfallWatch
#GSMaP
#ดาวเทียม
#แผนที่ปริมาณน้ำฝน

ท่าอวกาศยาน (Spaceport) เป้าหมายความสำเร็จก่อนครบ 100 ปี แห่งการประกาศอิรภาพของประเทศอินโดนีเซีย ในปี พ.ศ. 2588 🇮🇩 🚀
24/02/2022

ท่าอวกาศยาน (Spaceport) เป้าหมายความสำเร็จก่อนครบ 100 ปี แห่งการประกาศอิรภาพของประเทศอินโดนีเซีย ในปี พ.ศ. 2588 🇮🇩 🚀

🚀 หนึ่งในภารกิจที่น่าจับตาของประเทศอินโดนีเซีย ก่อนครบรอบ 100 ปี แห่งการประกาศอิสรภาพ (วันที่ประกาศเอกราช 17 สิงหาคม พ.ศ. 2488) นั่นก็คือ "การสร้างท่าอวกาศยาน หรือ Spaceport เป็นของตนเอง
.
หากพูดในเรื่องของการแข่งขันด้านอวกาศที่มีทั่วโลก อินโดนีเซียเองก็ถือเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีอวกาศมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2506 รัฐบาลอินโดนีเซียได้ก่อตั้งสถาบันการบินและอวกาศแห่งชาติอินโดนีเซีย (National Institute of Aeronautics and Space) หรือมีชื่อเรียกว่า LAPAN ทำหน้าที่วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ ดาวเทียม รวมไปถึงเทคโนโลยีจรวดขนส่งอวกาศ
.
ศ. ดร. Thomas Djamaluddin นักวิทยาศาสตร์ด้านดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ LAPAN ได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 65 ว่า "โครงการอวกาศเป็นเรื่องที่ต้องใช้งบประมาณมาก ความเสี่ยงสูงและมีต้นทุนสูง เพราะต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งอินโดนีเซียในฐานะประเทศกำลังพัฒนาย่อมมีข้อจำกัดอย่างแน่นอน”
.
ด้วยปัญหาสำคัญคือข้อจำกัดด้านงบประมาณและเทคโนโลยี ดังนั้นอินโดนีเซียจึงเริ่มโครงการอวกาศเป็นระยะๆ
.
อินโดนีเซียจึงเลือกที่จะเริ่มต้นด้วยการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2466 ด้วยหอดูดาว Boscha จากนั้นการใช้เทคโนโลยีอวกาศก็ยังคงจำกัดอยู่เพียงแค่การสังเกตการณ์โลก โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมจากนานาชาติระหว่างช่วงทศวรรษ 1970 ถึง 1980
.
ช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญเกิดขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 2000 อินโดนีเซียเริ่มสร้างดาวเทียมของตนเองโดยส่งวิศวกรหลายสิบคนจาก LAPAN ไปศึกษาสร้างดาวเทียมที่ประเทศเยอรมนี ซึ่งดาวเทียมที่ผลิตขึ้นเองครั้งแรกยังคงมีขนาดเล็ก โดยมีน้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม จากนั้นอินโดนีเซียก็สามารถสร้างดาวเทียมดวงใหม่ได้อีกดวงในปี พ.ศ. 2555 และปล่อยขึ้นสู่วงโคจรในปี พ.ศ. 2558 โดยดวงที่สองมีน้ำหนักที่ประมาณ 70 กิโลกรัม
.
มาถึงในปี พ.ศ. 2559 ดาวเทียมดวงที่สามมีน้ำหนักประมาณ 115 กิโลกรัม และตอนนี้อินโดนีเซียกำลังเตรียมสร้างดาวเทียมดวงที่ 4 อีกดวง ซึ่งอาจจะมีน้ำหนักระหว่าง 120 หรือ 150 กิโลกรัม และแน่นอนว่าเป็นการสร้างดาวเทียมด้วยความสามารถของวิศวกรอินโดนีเซียอีกครั้ง
.
"เราหวังว่าจะพัฒนาเทคโนโลยีการปล่อยจรวดด้วยการสร้าง Spaceport ในพื้นที่ประเทศอินโดนีเซีย และสามารถปล่อยยานสำรวจอวกาศได้จากอินโดนีเซีย" ศ. ดร. Thomas กล่าวอย่างมีความหวัง
.
"เรื่องนี้ยังสอดคล้องกับภารกิจของอินโดนีเซียในแผนแม่บทสำหรับอวกาศ โดยแผนนี้มีภารกิจสำคัญ ก่อนครบรอบ 100 ปี แห่งการประกาศอิสรภาพ ซึ่งก็คือก่อนปี พ.ศ. 2588 เราจะสามารถสร้างดาวเทียมของเราเองได้ และสิ่งนี้ก็สำเร็จไปแล้ว"
.
"ถัดมาคือการผลิตจรวด ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาแล้ว โดยเป้าหมายอยู่ที่ระดับความสูง 200-300 กิโลเมตร และสุดท้ายคือการที่เราจะมีท่าอวกาศยานหรือ Spaceport เป็นของตัวเอง ด้วยตำแหน่งของอินโดนีเซียที่เส้นศูนย์สูตร จึงเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดที่จะปล่อยดาวเทียมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น" ศ. ดร. Thomas กล่าวทิ้งท้าย
.
เรียบเรียงโดย
ปริทัศน์ เทียนทอง
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
.
ข้อมูลข่าว
http://www.thecekodok.com/2022/01/indonesias-mission-before-100-years-of.html
.
#NSTDASpaceEducation #Spaceport #Indonesia #ท่าอวกาศยาน #อินโดนีเซีย

องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) เดินหน้าภารกิจ Martian Moons eXploration (MMX) ส่งยานไปยังดาวอังคารเพื่อสำรวจดวงจันทร์บร...
23/02/2022

องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) เดินหน้าภารกิจ Martian Moons eXploration (MMX) ส่งยานไปยังดาวอังคารเพื่อสำรวจดวงจันทร์บริวารของดาวอังคาร 2 ดวง คือ โฟบอส (Phobos) และดีมอส (Deimos) และเก็บรวบรวมตัวอย่างจากดวงจันทร์ทั้ง 2 ดวงนำกลับมายังโลก
.
โดยตามแผนจะมีกำหนดปล่อยในช่วงปี 2024 หรือ 2025 และประมาณหนึ่งปีหลังจากออกจากโลก ยานอวกาศจะเดินทางถึงดาวอังคารและเข้าสู่วงโคจรรอบดาวอังคาร
.
จากนั้นจะเคลื่อนเข้าสู่วงโคจรเสมือนดาวเทียม (Quasi Satellite Orbit ) รอบดวงจันทร์โฟบอส เพื่อรวบรวมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และรวบรวมตัวอย่างจากพื้นผิวดวงจันทร์ และสุดท้ายยานจะกลับสู่โลกในปี 2029
.
🛰 สามารถติดตามภารกิจ Martian Moons eXploration (MMX) ได้ที่เว็บไซต์
https://www.mmx.jaxa.jp/en/

โครงการ SME NEXTFORMATION by True Digital Park Batch 2.🚀#เรียนฟรี หลักสูตร ‘สร้างธุรกิจให้เติบโตบนแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับ...
23/02/2022

โครงการ SME NEXTFORMATION by True Digital Park Batch 2
.
🚀#เรียนฟรี หลักสูตร ‘สร้างธุรกิจให้เติบโตบนแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับ SMEs’ ภายใต้โครงการ SME NEXTFORMATION by True Digital Park Batch 2 มาติดอาวุธให้ธุรกิจ SMEs ทำ#ธุรกิจออนไลน์ แบบพุ่งทะยาน
.
🎯 เติมความรู้กับ 5 คลาสสดออนไลน์ เรียนทุกวันเสาร์ช่วงบ่าย (5 มีนาคม จนถึง 2 เมษายน 2565)
.
✏️ *คลาส: สร้างแบรนด์ให้ธุรกิจเติบโตด้วย TikTok* โดย TikTok
✏️ *คลาส: วางแผน Digital Marketing พิชิตใจลูกค้าเป้าหมาย* โดย True Digital Academy
✏️ *คลาส: E-commerce 2022 ที่ทุกคนต้องรู้ เทรนด์ และกลยุทธ์ต่างๆ* โดย Lazada Ltd.
✏️ *คลาส: เพิ่มยอดขาย ขยายฐานลูกค้า ด้วย LINE OA* โดย P4Digital Groups
✏️ *คลาส: จบทุกช่องทางขาย จัดการสต๊อกง่ายด้วย Shipnity* โดย Shipnity
.
🎉 เรียนฟรี แล้วยังได้สิทธิพิเศษดีๆอีกเพียบ ทั้ง เครดิตต่อยอดธุรกิจจาก Lazada, Shipnity, และ TikTok*/ สิทธิ์ใช้ Co-working space ที่ ทรู ดิจิทัล พาร์ค 3 เดือน/ รับประกาศนียบัตร/ และโอกาสเข้าโปรแกรมบ่มเพาะธุรกิจ
.
🕵️‍♀️ สมัครเลย ถ้าคุณคือ เจ้าของหรือพนักงาน SMEs ที่มีร้านค้าออนไลน์อยู่จริงและเปิดมาแล้วอย่างน้อย 3 เดือน
.
📅 ชวนเพื่อนและทีมของคุณ มาติดอาวุธให้ธุรกิจคุณพุ่งทะยาน กับ SME NEXTFORMATION by True Digital Park Batch 2 สมัครเรียน ตั้งแต่วันนี้ - 28 กุมภาพันธ์ 2565 https://bit.ly/SME2_Partner
.
วิดีโอแนะนำโครงการ
https://www.facebook.com/TrueDigitalPark/videos/979396583002276/?extid=CL-UNK-UNK-UNK-AN_GK0T-GK1C
.
#TrueDigitalPark #SMENEXTFORMATION #UpskillReskill #SME #SMEThailand #คอร์สเรียนออนไลน์

ทีมนักศึกษาคนรุ่นใหม่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล คว้ารางวัลนานาชาติ ในการแข่งขัน The 7th Mission Idea Contest ปร...
22/02/2022

ทีมนักศึกษาคนรุ่นใหม่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล คว้ารางวัลนานาชาติ ในการแข่งขัน The 7th Mission Idea Contest ประเทศญี่ปุ่น จัดโดย UNISEC-Global

🛰 ผลงานต้นแบบดาวเทียม MINERVA ทีมวิศวะมหิดล คว้ารางวัลในญี่ปุ่น มุ่งพัฒนา “ยา” ป้องกันดีเอ็นเอมนุษย์จากรังสีอวกาศ
.
สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยอีกครั้ง… ทีมนักศึกษาคนรุ่นใหม่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล คว้ารางวัลนานาชาติ ในการแข่งขัน The 7th Mission Idea Contest ประเทศญี่ปุ่น จัดโดย UNISEC-Global ซึ่งเป็นองค์กรนานาชาติด้านอวกาศเพื่อสันติ ณ เอ็กซ์-นิฮอนบาชิ กรุงโตเกียว ด้วยผลงานต้นแบบดาวเทียมมิเนอร์วา (MINERVA) สำหรับทดลองวิจัยการลดความเสียหายของ ดีเอ็นเอ ในสิ่งมีชีวิตจากรังสีอวกาศ ในหนอนซี.เอเลแกนส์ (C. elegans) เพื่อพัฒนาต่อยอดความสามารถในการต้านทานรังสีในสิ่งมีชีวิตด้วย โปรตีน Dsup และถ้าหากหนอนเหล่านี้สามารถทนรังสีอวกาศได้มากขึ้นจริง ไอเดียนี้จะเป็นก้าวสำคัญทางเทคโนโลยีเวชศาสตร์อวกาศ ในการพัฒนา “ยา” สำหรับมนุษย์เพื่อใช้ชีวิตในอวกาศได้อย่างปลอดภัยในอนาคต
.
รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เทคโนโลยีอวกาศ (Space Technology) ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป หากแต่อยู่ในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารโทรคมนาคม อินเตอร์เน็ต การศึกษาออนไลน์ การแพทย์ทางไกล การเกษตรยุคใหม่ การจัดการภัยพิบัติ เช่น ไฟป่า จนถึงวันนี้มีบริการเดินทางท่องเที่ยวอวกาศและขนส่งทางอวกาศกันแล้ว เป้าหมายของมนุษย์ในอนาคตคือการตั้งถิ่นฐานในดาวเคราะห์อื่นๆ มนุษย์จึงมีภารกิจที่จะต้องทำงานในอวกาศมากยิ่งขึ้น แต่ด้วยสถานีอวกาศมีข้อจำกัดทำให้นักบินอวกาศสามารถอยู่บนอวกาศได้ในระยะเวลาที่จำกัด เพราะเสี่ยงต่อการได้รับรังสีอวกาศ (Cosmic Rays) ซึ่งเป็นอนุภาคพลังงานสูงที่เคลื่อนที่ผ่านอวกาศด้วยความเร็วเท่าความเร็วแสง โดยผลวิจัยจากหลายประเทศระบุว่า รังสีอวกาศจะส่งผลโดยตรงต่อผิวหนัง ทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ ดีเอ็นเอ (DNA) และเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง
.
ทำอย่างไรจะทำให้นักบินอวกาศและผู้ปฏิบัติงานปลอดภัยจากรังสีอวกาศ นี่เองเป็นแรงบันดาลใจให้ 12 นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ในชื่อทีมมิเนอร์วา (MINERVA) พัฒนาต้นแบบดาวเทียมและแผนการทดลองเพื่อเพิ่มความเป็นไปได้ของการเดินทางในอวกาศอย่างปลอดภัยในอนาคต ทีมประกอบด้วย ได้แก่ สุเมธ กล่อมจิตเจริญ ธัญชนก ตั้งวัฒนศิริกุล ชอน กัลอัพ พิสิฐชัย เตชะวิเศษ จิน ตั้งกิจงามวงศ์ เบญจมาศ จิระปัญญาเลิศ สิริพักตร์ ฉัตรธนุปกรณ์ ปีติมน อรุณวิริยะกิจ ณพริน เสมอวงษ์ พิชามญชุ์ พัฒนาอนุกูล วิศรุต รุ่งพงศ์วาณิช นรวิศว์ หนังสือ และอาจารย์ที่ปรึกษา รศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผศ.ดร.ปฐมพล วงศ์ตระกูลเกตุ รศ.ดร.ไกร มีมล ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง เป็นอีกความก้าวหน้าของวิศวกรรมชีวการแพทย์และเทคโนโลยีเวชศาสตร์อวกาศโดยฝีมือคนรุ่นใหม่ของไทย
.
อ่านต่อ https://www.nstda.or.th/sci2pub/minerva-cubesat/
.
#นิตยสารสาระวิทย์
#MINERVACubeSat
#UNISEC

Photos from กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม's post
20/02/2022

Photos from กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม's post

อาจารย์วิจัย ม.เกษตรศาสตร์ ทำวิจัยผลึกเหลวในอวกาศร่วมกับ NASA เพื่อพัฒนาจอ LCD สำหรับงานในอวกาศและการใช้งานบนโลก
19/02/2022

อาจารย์วิจัย ม.เกษตรศาสตร์ ทำวิจัยผลึกเหลวในอวกาศร่วมกับ NASA เพื่อพัฒนาจอ LCD สำหรับงานในอวกาศและการใช้งานบนโลก

ครั้งแรกของประเทศไทย ม.เกษตรศาสตร์ ร่วม GISTDA เปิดตัวโครงการร่วม NASA ทำวิจัยการศึกษาผลึกเหลวในอวกาศ
.
เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 65 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับสำนักพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) จัดงานฉลองบันทึกความเข้าใจ (MOU) Kasetsart-NASA Memorandum of Understanding Celebration Ceremony พร้อมกับเปิดแถลงข่าวโครงการความร่วมมือวิจัย Liquid Crystal หรือ การศึกษาผลึกเหลว ในอวกาศ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (NASA) นับเป็น MOU แรกที่ NASA ลงนามร่วมกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
.
บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (NASA) ในการศึกษาผลึกเหลว หรือ Liquid Crystal ในอวกาศ เป็น MOU แรกที่ NASA ลงนามร่วมกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยทำหน้าที่เป็นผู้สร้างและทดสอบชุดอุปกรณ์การทดลองที่จะถูกส่งขึ้นไปบนสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station, ISS) ซึ่ง NASA จะเป็นผู้รับผิดชอบในการขนส่งชุดอุปกรณ์นี้ขึ้นไปบน ISS เพื่อให้นักบินอวกาศของ NASA เป็นผู้ทำการทดลองภายใต้การควบคุมการทดลองโดยทีมนักวิจัยจากประเทศไทย โดยมี ผศ.ดร.ณัฐพร ฉัตรแถม จากภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหัวหน้าทีม
.
ผู้ร่วมวิจัยในทีมประกอบด้วย ผศ.ดร.อภิชาติ พัฒนโภครัตนา จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ ดร.ณัฐวัฒน์ หงส์กาญจนกุล จาก GISTDA โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะเป็นผู้รับผิดชอบ scientific part ของการทดลองนี้ และ GISTDA จะเป็นผู้รับผิดชอบในการสร้างและทดสอบชุดอุปกรณ์ โดยจะมีทีมวิศวกรจาก NASA เป็นผู้กำกับดูแลร่วมกับทีมวิศวกรไทยในการสร้างอุปกรณ์ทั้งหมด ซึ่งการทดลองนี้จะเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยจะได้สร้างอุปกรณ์ขนาดใหญ่เพื่อให้นักบินอวกาศเป็นผู้ทดสอบและทดลองในอวกาศ โดยการสร้างอุปกรณ์นี้ต้องสอดคล้องกับ safety criteria ของการทดลองที่มีมนุษย์เป็นผู้ควบคุมในอวกาศ การทดลองนี้จะเป็นพื้นฐานให้ทีมอวกาศไทยสามารถต่อยอดเพื่อสร้างจรวดส่งไปในอวกาศได้เองในเวลาอันใกล้นี้
.
อ่านต่อ https://www.nstda.or.th/sci2pub/liquid-crystal-in-space/

🎊 ขอแสดงความยินดีกับทีม UPAEP จากเม็กซิโก และทีม Espita จากตูนิเซีย ที่ผ่านการคัดเลือกโครงการ KiboCUBE รอบที่ 6! พร้อมโอ...
18/02/2022

🎊 ขอแสดงความยินดีกับทีม UPAEP จากเม็กซิโก และทีม Espita จากตูนิเซีย ที่ผ่านการคัดเลือกโครงการ KiboCUBE รอบที่ 6!

พร้อมโอกาสร่วมงานกับ สำนักงานกิจการอวกาศแห่งสหประชาชาติ (UNOOSA) และองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
.
.
🛰 โครงการ KiboCUBE เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศกำลังพัฒนาได้ปล่อยดาวเทียมขนาดเล็ก CubeSat จากโมดูล Kibo ของประเทศญี่ปุ่น บนสถานีอวกาศนานาชาติ
.
#AccSpace4All #KiboCUBE! #UNOOSA #JAXA

17/02/2022

“ชื่อนี้มีที่มา”

เคยสงสัยกันไหมครับว่าทำไมในภาษาอังกฤษจึงเรียก “ท้องฟ้าจำลอง” ว่า “planetarium*”??? ทั้ง ๆ ที่ท้องฟ้าจำลองก็ไม่ได้แสดงแต่ดาวเคราะห์ แต่แสดงดาวฤกษ์และวัตถุบนท้องฟ้าอื่น ๆ อีกมากมาย *(planet หมายถึง ดาวเคราะห์ / -arium หมายถึง สถานที่ที่ประกอบไปด้วย…)

คำว่า "planetarium" แต่ก่อนเป็นคำที่ใช้เรียก "แบบจำลอง (model)" ที่แสดงการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ ซึ่งแบบจำลองดังกล่าวมีกลไกและฟันเฟืองคอยขับเคลื่อนทรงกลมเล็ก ๆ ให้มีตำแหน่งสอดคล้องกับตำแหน่งดาวเคราะห์บนท้องฟ้าจริง แบบจำลองนี้มีการเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "orrery" และถูกใช้เป็นสื่อการสอนดาราศาสตร์มาเป็นระยะเวลานาน

ต่อมา เมื่อมีท้องฟ้าจำลองเกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1923 เพื่อใช้สอนดาราศาสตร์ คำว่า "planetarium" จึงถูกนำมาใช้เรียกท้องฟ้าจำลองด้วย แม้ว่าท้องฟ้าจำลองจะสามารถแสดงดาวฤกษ์และวัตถุบนท้องฟ้าอื่น ๆ ได้ก็ตาม ดังนั้นห้องที่มีการสอนดาราศาสตร์ด้วยการฉายภาพดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ และวัตถุบนท้องฟ้าต่าง ๆ จึงถูกเรียกว่า “planetarium”

แล้วเคยสงสัยกันไหมครับว่า ทำไมในภาษาไทยถึงใช้คำว่า “ท้องฟ้าจำลอง” ทั้ง ๆ ที่คำคำนี้ไม่ได้แปลตรงตัวมาจากภาษาอังกฤษ???

คำว่า "ท้องฟ้าจำลอง" เป็นคำที่ถูกคิดขึ้นมาใหม่เพื่อใช้เรียก "ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ" ซึ่งเป็นท้องฟ้าจำลองแห่งแรกของประเทศไทย เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 ก่อนหน้านี้ในภาษาไทยไม่มีคำว่า “ท้องฟ้าจำลอง” คำคำนี้เป็นคำที่ถูกเลือกจากชื่อที่เสนอมาทั้งหมด 17 ชื่อคือ

1. ดาราศึกษาสถาน
2. จรจบฟ้า
3. ฟ้านฤมิตร
4. บ้านดารา
5. อาคารน่านฟ้า
6. เพดานฟ้า
7. จรจักรวาฬ (สะกดแบบสมัยก่อน)
8. เวหานิมิตร
9. ห้องเวหา
10. เวหาสน์จำรูญ
11. ดาราทัศนา
12. ดาราทัศนสถาน
13. เวหาทัศนาจร
14. เพดานประดับดาว
15. เวหาทัศนศึกษาสถาน
16. ห้องจักรวาฬ (สะกดแบบสมัยก่อน)
17. ท้องฟ้าจำลอง

สุดท้ายแล้ว “คณะกรรมการบริหาร Planetarium” ก็ได้ลงมติให้ใช้คำว่า “ท้องฟ้าจำลอง” แทน คำว่า “planetarium” ส่วนการต่อท้ายด้วยคำว่า "กรุงเทพ" ก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงสถานที่ตั้งของ "ท้องฟ้าจำลอง" แห่งนี้ และนี่ก็คือที่มาของชื่อ “ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ”

"ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ" เป็นชื่อเฉพาะ เขียนติดกัน ไม่เว้นวรรค ไม่มีไปยาลน้อย และไม่มีคำว่า "มหานคร" ต่อท้าย

ชื่อภาษาไทย
✔️ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ ✔️
❌ ท้องฟ้าจำลอง กรุงเทพฯ ❌
❌ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ ❌
❌ ท้องฟ้าจำลอง กรุงเทพมหานคร ❌
❌ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพมหานคร ❌
❌ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์...❌

ชื่อภาษาอังกฤษ
✔️ Bangkok Planetarium ✔️
❌ Krung Thep Planetarium ❌
❌ Krung Thep Maha Nakhon Planetarium ❌
❌ Krung Thep Maha Nakhon; Bangkok Planetarium ❌
❌ Krung Thep Maha Nakhon (Bangkok) Planetarium ❌

=====
ช่วงนี้ #ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ ยังคงเปิดเฉพาะวัน ศ. ส. อา. นะครับ
รอบการแสดง
ศ. 11:00 13:00 14:00 15:00
ส.-อา. 10:00 11:00 13:00 14:00 15:00
รายละเอียดการเข้าชมอื่นดูได้ที่โพสต์ปักหมุดหน้าเพจครับ

ที่อยู่

Phaholyothin
Pathum Thani
12120

เบอร์โทรศัพท์

+6625647000

เว็บไซต์

https://www.nstda.or.th/spaceeducation

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ JAXA Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง JAXA Thailand:

วิดีโอทั้งหมด

Our Story

Space Education for Thai people.

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Pathum Thani บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ผลจะเป็นอย่างไร? "ปลูกโหระพาในอวกาศเทียบกับบนพื้นโลก" 🌿 . นักบินอวกาศญี่ปุ่นทดลองปลูกโหระพาในสถานีอวกาศนานาชาติครบ 30 วัน พร้อมส่งต้นโหระพากลับสู่พื้นโลก เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ผลการเจริญเติบโต และใช้เปรียบเทียบกับต้นโหระพาที่นักเรียนไทยปลูกบนพื้นโลก ภายใต้โครงการ Asian Herb in Space (AHiS) หวังสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กไทยสนใจวิทยาศาสตร์อวกาศ . อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ : https://www.nstda.or.th/home/news_post/asian-herb-in-space-ahis/ . . #NSTDA #JAXA #SciUpdate #space #อวกาศ #โหระพา #ปลูก #การทดลองวิทยาศาสตร์ #AHIS JAXA Thailand NSTDA SPACE Education
แนะนำคลิปวิดีโอเกี่ยวกับ JAXA องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและการพัฒนาเยาวชนซึ่งเด็ก ๆ เหล่านี้เป็นอนาคตของวงการอวกาศอย่างแท้จริง . https://youtu.be/lB6wfRg9OHs . JAXA Thailand โครงการความร่วมมือกับองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น โดย สวทช. JAXA(宇宙航空研究開発機構)
JAXA Thailand - Space Education for Thais
สวัสดีปีกุน2562ค่ะ​ ขอให้มีความสุขมากๆ​ ประสบความสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหวัง​ และมีสุขภาพที่แข็งแรง​ สดใสนะคะ จาก ไอเดีย ไอซี :))))
รายชื่อ 48 ทีมสุดท้ายจากโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ที่ได้ผ่านเข้ารอบมาร่วมกิจกรรมค่าย โครงการ CanSat Thailand 2018 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสร้างดาวเทียมขนาดกระป๋องเครื่องดื่ม ในระหว่างวันที่ 19-21 ตุลาคมนี้ ณ ห้องประชุมยูเรก้า อาคารสำนักงำน องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.)
สวัสดีปีใหม่ Thai Space Education ค่ะะ ขอให้มีกิจกรรมสนุกๆมาให้ทำและมีเด็กๆมาร่วมกิจกรรมเยอะๆนะคะ^^ ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ!!
ช่วงปีใหม่เปิดไหมครับ
ขอเชิญร่วมฟังบรรยายพิเศษทางด้านวัสดุศาสตร์โดยอดีตนักบินอวกาศ เที่ยวบิน STS-73 กิจกรรมสมองไหลกลับ ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานกลาง สวทช. ขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมกิจกรรมบรรยายพิเศษทางด้านวัสดุศาสตร์ในเรื่อง “The Value and Limitations of Performing Materials Science in Space-a case study โดย Dr. Al Sacco, Jr., Dean Whitacre College of Engineering, Texas Tech University, USA. อดีตนักบินอวกาศ ที่ได้ขึ้นไปปฎิบัติภารกิจบนกระสวยอวกาศโคลัมเบีย เที่ยวบิน STS-73 ในปี 2538 โดยมีรายละเอียดตามตามโปสเตอร์ที่แนบมานี้ การบรรยายจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 15 สิงหาคม 2560 เวลา 9.00 – 12.00 น. ณ ห้องประชุม 110 (Theater) อาคารสำนักงานกลางสวทช. โดยผู้สนใจผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ http://www.nstda.or.th/rbd_seminar2 ฟรี ไม่เสียค่าใช่จ่าย รับจำนวนจำกัดเพียง 50 ท่าน