27/08/2026
“18 สิงหาคม” #วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
--
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระมหากษัตริย์ผู้ทรงปรับปรุงสยามให้เจริญทัดเทียมนานาอารยประเทศ ทรงรับเอาศิลปวิทยาการและความคิดสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการปกครอง ด้วยเหตุนี้ “องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ” (ยูเนสโก) จึงได้ประกาศยกย่องพระเกียรติคุณของพระองค์ #ให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้วยพระราชกรณียกิจและพระเกียรติคุณนานัปการ #โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจด้านดาราศาสตร์
--
ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 4 #ทรงสนพระทัยวิชาคณิตศาสตร์และวิชาดาราศาสตร์ในตำราโหราศาสตร์ของไทย ทรงค้นคิดวิธีการคำนวณปักข์ (ครึ่งเดือนทางจันทรคติ) โดยอาศัยหลักตำราสารัมภ์ของมอญ เพื่อประโยชน์ในการกำหนดวันธรรมสวนะ (วันพระ) ให้ถูกต้องตามการโคจรของดวงจันทร์ที่เรียกว่า #ปฏิทินปักขคณนา
--
ในพระราชฐานของพระองค์ ทั้งที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จะมีหอดูดาว โดยเฉพาะ #หอชัชวาลเวียงไชย ซึ่งทรงมีพระราชประสงค์จะให้เป็นสถานที่สังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ในการรักษาเวลามาตรฐานของประเทศไทยต่อไป หอนี้จึงเป็นอนุสรณ์แห่งสัมฤทธิผลในทางวิทยาศาสตร์เรื่องระบบเวลา โดยพระองค์ #ทรงสถาปนาระบบเวลามาตรฐานขึ้นในประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2395 ด้วยการ #สร้างพระที่นั่งภูวดลทัศไนยขึ้นในพระบรมราชวัง ใช้เป็นหอนาฬิกาหลวงบอกเวลามาตรฐานของประเทศไทยสมัยนั้น มีพนักงานตำแหน่งพันทิวาทิตย์ เทียบเวลาตอนกลางวันจากดวงอาทิตย์ และพันพินิตจันทรา เทียบเวลาตอนกลางคืนจากดวงจันทร์
--
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว #ทรงคำนวณเหตุการณ์ล่วงหน้าถึง2ปี ว่า “วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411” #วันนี้เมื่อ157ปีที่แล้ว #จะเกิดเหตุการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงในประเทศไทย ซึ่งจะเห็นเหตุการณ์ชัดเจนที่สุดที่หมู่บ้านหัววาฬ ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พระองค์จึงเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรเหตุการณ์สุริยุปราคาที่นั่น และเป็นไปตามที่พระองค์ทรงพยากรณ์ทุกประการ #ไม่คลาดเคลื่อนแม้แต่วินาทีเดียว ซึ่งนี่เป็นจุดเริ่มต้นของ #การกำหนดวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติในการประชุม เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2525 เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็น “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” พร้อมทั้งกำหนดให้วันที่ 18 สิงหาคมของทุกปีเป็น “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ”
====================
ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์ ดูน้อยลง
“18 สิงหาคม” #วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
--
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระมหากษัตริย์ผู้ทรงปรับปรุงสยามให้เจริญทัดเทียมนานาอารยประเทศ ทรงรับเอาศิลปวิทยาการและความคิดสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการปกครอง ด้วยเหตุนี้ “องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ” (ยูเนสโก) จึงได้ประกาศยกย่องพระเกียรติคุณของพระองค์ #ให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้วยพระราชกรณียกิจและพระเกียรติคุณนานัปการ #โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจด้านดาราศาสตร์
--
ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 4 #ทรงสนพระทัยวิชาคณิตศาสตร์และวิชาดาราศาสตร์ในตำราโหราศาสตร์ของไทย ทรงค้นคิดวิธีการคำนวณปักข์ (ครึ่งเดือนทางจันทรคติ) โดยอาศัยหลักตำราสารัมภ์ของมอญ เพื่อประโยชน์ในการกำหนดวันธรรมสวนะ (วันพระ) ให้ถูกต้องตามการโคจรของดวงจันทร์ที่เรียกว่า #ปฏิทินปักขคณนา
--
ในพระราชฐานของพระองค์ ทั้งที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จะมีหอดูดาว โดยเฉพาะ #หอชัชวาลเวียงไชย ซึ่งทรงมีพระราชประสงค์จะให้เป็นสถานที่สังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ในการรักษาเวลามาตรฐานของประเทศไทยต่อไป หอนี้จึงเป็นอนุสรณ์แห่งสัมฤทธิผลในทางวิทยาศาสตร์เรื่องระบบเวลา โดยพระองค์ #ทรงสถาปนาระบบเวลามาตรฐานขึ้นในประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2395 ด้วยการ #สร้างพระที่นั่งภูวดลทัศไนยขึ้นในพระบรมราชวัง ใช้เป็นหอนาฬิกาหลวงบอกเวลามาตรฐานของประเทศไทยสมัยนั้น มีพนักงานตำแหน่งพันทิวาทิตย์ เทียบเวลาตอนกลางวันจากดวงอาทิตย์ และพันพินิตจันทรา เทียบเวลาตอนกลางคืนจากดวงจันทร์
--
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว #ทรงคำนวณเหตุการณ์ล่วงหน้าถึง2ปี ว่า “วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411” #วันนี้เมื่อ157ปีที่แล้ว #จะเกิดเหตุการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงในประเทศไทย ซึ่งจะเห็นเหตุการณ์ชัดเจนที่สุดที่หมู่บ้านหัววาฬ ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พระองค์จึงเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรเหตุการณ์สุริยุปราคาที่นั่น และเป็นไปตามที่พระองค์ทรงพยากรณ์ทุกประการ #ไม่คลาดเคลื่อนแม้แต่วินาทีเดียว ซึ่งนี่เป็นจุดเริ่มต้นของ #การกำหนดวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติในการประชุม เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2525 เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็น “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” พร้อมทั้งกำหนดให้วันที่ 18 สิงหาคมของทุกปีเป็น “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ”
====================
ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์