หมวดที่ ๑
บททั่วไป
ข้อ ๑ สภาวัฒนธรรมนี้ ชื่อว่า “สภาวัฒนธรรมจังหวัดพังงา” โดยมีชื่อเรียกย่อว่า สวธ.พง
ภาษาอังกฤษว่า PHANG NGA PROVINCIAL CULTURAL COUNCIL โดยเรียกชื่อย่อว่า PPCC.
สถานที่ตั้งสภาวัฒนธรรมจังหวัดพังงา ตั้งอยู่ ณ ศาลากลางจังหวัดพังงา (หลังแรก) ตำบลท้ายช้าง
อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา
ข้อ ๒ สภาวัฒนธรรมจังหวัดพังงา เป็นองค์กรส
่งเสริม และประสานการร่วมมือในการดำเนินงาน
วัฒนธรรมของจังหวัดพังงาได้อย่างกว้างขวาง และเกิดพลังทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน
ข้อ ๓ สภาวัฒนธรรมจังหวัดพังงา ประกอบด้วย กรรมการและสมาชิกที่มาจากผู้แทนองค์กร
ที่ดำเนินงานวัฒนธรรมหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นองค์กรเครือข่ายวัฒนธรรม
ข้อ ๔ ข้อบังคับฉบับนี้
“สภาวัฒนธรรม” หมายความว่า สภาวัฒนธรรมจังหวัดพังงา
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดพังงา
“สำนักงานเลขานุการ” หมายความว่า หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่สำนักงาน
เลขานุการสภาวัฒนธรรมจังหวัดพังงา
“ประธานสภาวัฒนธรรม”หมายความว่า ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพังงา
ข้อ ๕ ตราสัญลักษณ์ สภาวัฒนธรรมจังหวัดพังงา มีลักษณะรูปเขาตาปู รูปเรือขุดแร่ และรูปเขาช้างอยู่ด้านหลัง
รูปเขาช้าง หมายถึง สัญลักษณ์ภูเขาสูงรูปช้าง ซึ่งอยู่หลังศาลากลางจังหวัดพังงา (หลังแรก)
รูปเรือขุดแร่ หมายถึง สัญลักษณ์การประกอบอาชีพในอดีตของจังหวัดพังงาที่มีอาชีพหลัก ทางด้านการทำเหมืองแร่ดีบุก สามารถผลิตแร่ดีบุกได้เป็นอันดับหนึ่งของประเทศและเป็นที่ยอมรับกันว่า
ในอดีตนั้น เศรษฐกิจและอาชีพของจังหวัดพังงาขึ้นอยู่กับแร่เป็นสำคัญ
รูปเขาตาปูหมายถึง สัญลักษณ์ทางด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงา
ข้อ ๖ ให้ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพังงาเป็นผู้รักษาข้อบังคับ เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดีงานของท้องถิ่นและของชาติ และประสาน การดำเนินงานวัฒนธรรมซึ่งภาคประชาสังคมและประชาชนมีส่วนร่วม จึงได้จัดตั้งสภาวัฒนธรรมจังหวัดพังงา
หมวดที่ ๒
สมาชิกและสมาชิกภาพ
ข้อ ๗ ให้ที่ประชุมคณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญทางวัฒนธรรมที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับของคนในสังคมท้องถิ่น ซึ่งได้รับการสรรหาจากคณะกรรมการเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์/ผู้ทรงคุณวุฒิ
ข้อ ๘ สมาชิกภาพสิ้นสุดเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) เมื่อพ้นจากการเป็นผู้แทนองค์กรเครือข่ายวัฒนธรรม
(๔) ที่ประชุมสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในห้าของจำนวนสมาชิกให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความปรพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ
ข้อ ๙ สมาชิกสภาวัฒนธรรมมีสิทธิดังนี้
(๑) เสนอความเห็นหรือให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการในเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การดำเนินการในหน้าที่ของสภาวัฒนธรรมเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของวัฒนธรรม
(๒) ขอทราบเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่ของสภาวัฒนธรรมโดยยื่นกระทู้ถามเป็นลายลักษณ์อักษรต่อประธาน
(๓) เข้าประชุมอภิปราย แสดงความคิดเห็น เสนอญัตติ เสนอตัวเข้ารับเลือกตั้งเป็นกรรมการ และลงคะแนนเสียงในการประชุมสภาวัฒนธรรม การดำเนินการของสมาชิกตามข้อ (๑) (๒)และ (๓) ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
ข้อ ๑๐ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์/ผู้ทรงคุณวุฒิมีสิทธิดังนี้
(๑) เสนอความคิดเห็นหรือให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการในเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การดำเนินงานในหน้าที่ของสภาวัฒนธรรมเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของวัฒนธรรม
(๒) ขอทราบเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในหน้าที่สภาวัฒนธรรม โดยยื่นกระทู้ถามเป็นลายลักษณ์อักษรต่อประธานสภาวัฒนธรรม
(๓) เข้าร่วมประชุมสภาและแสดงความคิดเห็น
ข้อ ๑๑ สมาชิกของสภาวัฒนธรรมมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและมติของสภาวัฒนธรรมที่ชอบ
ด้วยกฎหมาย
หมวดที่ ๓
คณะกรรมการ
ข้อ ๑๒ ให้สภาวัฒนธรรมจังหวัดพังงาบริหารงานในรูปคณะกรรมการไม่เกิน ๕๑ คน โดยสภาวัฒนธรรมจังหวัดพังงามีคณะกรรมการจำนวน ๓๓ คน มีโครงสร้างของคณะกรรมการดังนี้
(๑) นายรุ่งโรจน์ บุนนาค ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพังงา
(๒) นายสมใจ ชมขวัญ รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด คนที่ ๑
(๓) นายไตรภพ สิริพันธ์วราภรณ์ รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด คนที่ ๒
(๔) นายอุดม ขวัญเซ่ง รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด คนที่ ๓
(๕) นางศศิวิมล ดิษฐอำไพ เหรัญญิก
(๖) นายทวีศักดิ์ ปิยะวิสุทธิกุล ประชาสัมพันธ์
(๗) นายจเร จรัสศรี กรรมการ
(๘) นายอเนก โกยสมบูรณ์ กรรมการ
(๙) นายอาณัฐพงศ์ ประสานพันธ์ กรรมการ
(๑๐) นายณรงค์กร กาละสังข์ กรรมการ
(๑๑) นางสาวอรษา โภคบุตร กรรมการ
(๑๒) นายสนใจ ทิพย์บุญ กรรมการ
(๑๓) นางสุคนธ์ เทพณรงค์ กรรมการ
(๑๔) นายสมศักดิ์ คาวิจิตร กรรมการ
(๑๕) นายพิระ วัฒิธรรม กรรมการ
(๑๖) นายพีระยศ โสพรรณ กรรมการ
(๑๗) นายสมปอง ผั่วเค่ง กรรมการ
(๑๘) นายอดิศักดิ์ งานแป้น กรรมการ
(๑๙) นายศิริ กิติศักดิ์ กรรมการ
(๒๐) นางชุติมา นพเก้า กรรมการ
(๒๑) นางบุษบา ตันสกุล กรรมการ
(๒๒) นางณัชษัณ ตันติเพชรภรณ์ กรรมการ
(๒๓) นายศรัณย์ รองเรืองกุล กรรมการ
(๒๔) นางณัชนาราภรณ์ แซ่ตัน กรรมการ
(๒๕) นายยุทธนา อังศานาม กรรมการ
(๒๖) นางสาวสิริปภา ธรรมโอภาส กรรมการ
(๒๗) นายอนุพงษ์ อาษาราษฏร์ กรรมการ
(๒๘) นางวัลภา ธีระสานต์ กรรมการ
(๒๙) นางฐิติพร เปกะมล กรรมการ
(๓o) นางจินตนา ปิ่นวารี กรรมการ
(๓๑) นางกนกวรรณ รักษ์ทอง กรรมการ
(๓๒) นางสาวสุภาวดี ไพพักตร์ กรรมการ
(๓๓) นางฉวี ณ ตะกั่วทุ่ง กรรมการและเลขานุการ
ข้อ ๑๓ ให้กรรมการมีสิทธิดังนี้
(๑) ได้รับค่าตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดตามสมควรจากสภาวัฒนธรรม
(๒) ได้รับการประกาศเกียรติคุณหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม หรือกระทรวงวัฒนธรรม หรือหน่วยงานอื่น ๆ พิจารณาเห็นสมควร
หมวดที่ ๔
ทรัพย์สินและการได้มาซึ่งทรัพย์สิน
ข้อ ๑๔ สภาวัฒนธรรมอาจได้มาซึ่งทรัพย์สินโดยวิธีต่อไปนี้
(๑) งบประมาณซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรมหรือหน่วยงานอื่น
(๒) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้ หรือมีผู้ยกให้ โดยไม่มีเงื่อนไขผูกพันให้สภาวัฒนธรรมต้องรับผิดชอบในภาระหนี้สินหรือภาระติดพันอื่นใด
(๓) ดอกผลซึ่งเกิดจากทรัพย์สินของสภาวัฒนธรรม
(๔) รายได้อื่น ๆ
หมวดที่ ๕
การประชุมสภาวัฒนธรรม
ข้อ ๑๕ ในปีหนึ่งให้สภาวัฒนธรรมต้องจัดให้มีการประชุมอย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพื่อให้มีการแถลงผลงาน งบดุล แผนงานประจำปีเมื่อสิ้นปีงบประมาณ ให้สมาชิกสภาวัฒนธรรมทราบ และต้องมีสมาชิกสภาวัฒนธรรมมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม เว้นแต่ข้อบังคับของสภาวัฒนธรรม จะกำหนดองค์ประชุมไว้เป็นอย่างอื่น
ข้อ ๑๖ สมาชิกสภาวัฒนธรรมไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด มีสิทธิเข้าชื่อ เพื่อขอให้ประธานสภาวัฒนธรรมจัดประชุมได้ และให้ประธานสภาวัฒนธรรมเรียกประชุมภายในสามสิบวัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับการร้องขอ
ข้อ ๑๗ การออกเสียงลงคะแนนในการประชุมให้ใช้วิธีลงคะแนนโดยเปิดเผยด้วยการยกมือ แต่สมาชิกสภาวัฒนธรรมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของสมาชิกที่มาประชุมอาจร้องขอให้ลงคะแนนลับได้
ข้อ ๑๘ สมาชิกสภาวัฒนธรรมผู้ใดมีส่วนได้เสียในเรืองใด ซึ่งที่ประชุมจะต้องลงมติชี้ขาด สมาชิก สภาวัฒนธรรมผู้นั้นจะออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้นด้วยมิได้
ข้อ ๑๙ การประชุมนัดเวลาใด เมื่อล่วงพ้นเวลาถึง ๑ ชั่วโมง ถ้ามีสมาชิกไม่ครบองค์ประชุมก็ให้เลิกประชุม ถ้าการเรียกประชุมนั้นมิใช่เพราะสมาชิกร้องขอ ก็ให้คณะกรรมการมีสิทธิเรียกนัดประชุมอีกครั้ง ภายในกำหนดเวลา ๑๕ วัน ถ้ามีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุมของการประชุมได้ ให้แจ้งระเบียบวาระการประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน
ข้อ ๒๐ ให้ประธานสภาวัฒนธรรมเป็นประธานการประชุม ถ้าประธานไม่อยู่หรือไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ให้รองประธานทำหน้าที่แทน ถ้าประธานและรองประธานไม่อยู่ในที่ประชุม ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งที่มาประชุม เป็นประธานในที่ประชุม คราวนั้น
ข้อ ๒๑ ให้มีการประชุมคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอย่างน้อยสามเดือนต่อหนึ่งครั้ง คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดอาจร้องขอให้ประธานสภาวัฒนธรรมเรียกประชุมคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมเป็นกรณีพิเศษได้
ข้อ ๒๒ การประชุมของคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมต้องมีคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมมาประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวกรรรมการทั้งหมดที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมผู้ใด มีส่วนได้เสียในเรื่องใด ซึ่งที่ประชุมจะต้องลงมติชี้ขาด คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมผู้นั้นจะออกเสียงลงคะแนน ในเรื่องนั้นด้วยมิได้
หมวดที่ ๖
การดำเนินงานของสภาวัฒนธรรม
ข้อ ๒๓ การบริหารจัดการและการดำเนินงานต่าง ๆ ของสภาวัฒนธรรมให้เป็นไปตามข้อบังคับและกฎกระทรวง
ข้อ ๒๔ การบริหารจัดการของสภาวัฒนธรรมให้ดำเนินการด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ดังนี้
(๑) บริหารสำนักงานและอำนวยการดำเนินงานของสภาวัฒนธรรม
(๒) ส่งเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของสภาวัฒนธรรมดังนี้
ก. การบริหารงบประมาณการเงิน การบัญชี และวัสดุครุภัณฑ์ของสภา
ข. การจัดทำบัญชีสมาชิกให้เป็นปัจจุบัน
ค. การบริหารการประชุม
ง. การบริหารข้อมูล
จ. การบริหารกิจกรรมวัฒนธรรม
ฉ. การบริหารเครือข่ายวัฒนธรรม
ช. การบริหารจัดการประชาสัมพันธ์
(๓) การประสานงานและจัดทำแผนพัฒนาและแผนปฏิบัติการดำเนินงานด้านวัฒนธรรม ในพื้นที่ตำบล
(๔) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตาม (๓)
(๕) ประสานและเชื่อมโยงการดำเนินงานองค์กรภาคีและเครือข่าย
ข้อ ๒๕ ให้คณะกรรมการจัดทำแผนการดำเนินงานวัฒนธรรมประจำปีโดยถือปีงบประมาณเป็นหลักทุกปี การจัดทำแผนดังกล่าวให้คำนึงถึงความสอดคล้องกับแผนพัฒนาวัฒนธรรมแห่งชาติ นโยบายรัฐบาล นโยบายกระทรวงวัฒนธรรม และปัญหาหรือความต้องการทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นเป็นสำคัญ
ข้อ ๒๖ ให้คณะกรรมการมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของสภาวัฒนธรรมอย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง โดยให้สมาชิกมีส่วนร่วมเป็นอนุกรรมการไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของคณะอนุกรรมการและสำนักงานเลขานุการรายงานผลการติดตามประเมินผลดังกล่าวต่อสภาวัฒนธรรมดังนี้
(๑) ครั้งที่ ๑ รายงานผลการดำเนินงานระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคม โดยรายงานในเดือนเมษายนของทุกปี
(๒) ครั้งที่ ๒ รายงานผลการดำเนินงานตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน โดยรายงานภายในเดือนตุลาคมของทุกปี
ข้อ ๒๗ สภาวัฒนธรรมอาจเสนอแผนงานโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาล ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บุคคลหรือองค์กรใดที่ไม่ขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน รวมทั้งจัดหารายได้ของตนเองได้การบริหารจัดการงบประมาณตามวรรคแรก หากเป็นงบประมาณจากองค์กรภาครัฐให้ถือปฏิบัติตามวิธีการบริหารงบประมาณของส่วนราชการเจ้าของงบประมาณ ส่วนงบประมาณอื่น ๆ ที่ไม่มีระเบียบกำหนดไว้ให้ปฏิบัติตามวิธีการที่ระบุไว้ในระเบียบของสภาวัฒนธรรม
ข้อ ๒๘ การจ่ายเงินแต่ละครั้งให้ถอนเงินของสภาวัฒนธรรมจังหวัดพังงาที่ฝากไว้กับธนาคารโดย
ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพังงามีอำนาจสั่งจ่ายและอีกสองคนเลือกจากรองประธานสภาคนใดคนหนึ่งเหรัญญิกหรือเลขานุการ ร่วมกันลงชื่อสั่งจ่ายเงิน
ข้อ ๒๙ สมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่สามารถยื่นคำร้องพร้อมรายชื่อเพื่อขอตรวจสอบการบริหารจัดการและการดำเนินงานของสำนักงานเลขาธิการหรือคณะกรรมการได้ ทั้งนี้ การยื่นขอตรวจสอบดังกล่าวต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรม หรือวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น การยื่นขอตรวจสอบของกรรมการตามวรรคแรก ให้สำนักงานเลขานุการหรือคณะกรรมการแล้วแต่กรณี เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบ หรือชี้แจงเป็นเอกสารต่อคณะผู้ตรวจสอบภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้อง
หมวดที่ ๗
การแก้ไขข้อบังคับ
ข้อ ๓๐ การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับนี้จะทำได้โดยคณะกรรมการเป็นผู้เสนอ หรือสมาชิกรวมกัน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของสมาชิกทั้งหมด เสนอเป็นญัตติแก้ไขเพิ่มเติม และที่ประชุมใหญ่สามัญสมาชิกลงมติแก้ไขเพิ่มเติมลงคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม หรือตามที่กรมส่งเสริม
วัฒนธรรมมีนโยบายแก้ไข
หมวดที่ ๘
เบ็ดเตล็ด
ข้อ ๓๑ หากสภาวัฒนธรรมต้องเลิกด้วยเหตุใดก็ตาม ให้ชำระบัญชี เมื่อชำระบัญชีแล้วจะมีทรัพย์สินอยู่เท่าไหร่ก็ตาม ให้โอนแก่องค์กรสาธารณกุศลตามมติที่ประชุมใหญ่สามัญสมาชิกสภาวัฒนธรรมจังหวัดพังงา
ประกาศ ณ วันที่ เดือน พุทธศักราช ๒๕๖๔
(นายรุ่งโรจน์ บุนนาค)
ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพังงา