กรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม

กรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก กรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม, หน่วยงานราชการ, อาคาร ณ ถลาง ชั้น 4/5 เลขที่ 514/1 ถนนหลานหลวง แขวงสี่แยกมหานาค เขตดุสิต, Phra Nakhon.

กรมราง ร่วมลงพื้นที่ตรวจ ICD ลาดกระบัง ติดตามยอดขนส่งสินค้าทางรางทะลุเป้า เร่งประมูล PPP มุ่งยกระดับโลจิสติกส์ไทยสู่ศูนย...
04/09/2026

กรมราง ร่วมลงพื้นที่ตรวจ ICD ลาดกระบัง ติดตามยอดขนส่งสินค้าทางรางทะลุเป้า เร่งประมูล PPP มุ่งยกระดับโลจิสติกส์ไทยสู่ศูนย์กลางภูมิภาค

วันนี้ (4 ก.ย. 69) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ ศูนย์กระจายสินค้าเขตลาดกระบัง (Inland Container Depot: ICD) โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายอธิภู จิตรานุเคราะห์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงคมนาคมและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทางราง มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และสร้างความโปร่งใสในการบริหารงาน

นายพิพัฒน์เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อติดตามการบริหารจัดการ ICD ลาดกระบัง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขนส่งสินค้าทางรางของประเทศ โดยได้รับฟังการบรรยายสรุปและสำรวจพื้นที่ย่าน ICD ลาดกระบัง พบว่าผลการดำเนินงานมีการเติบโตอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันยังมีประเด็นท้าทายที่ต้องเร่งแก้ไข โดยได้ติดตามและผลักดันนโยบายในด้านสำคัญ ดังนี้

ด้านขนส่งตู้สินค้าทางรางขยายตัวชัดเจน
-ภาพรวมปริมาณการขนส่งสินค้าทางรถไฟในเส้นทาง ICD ลาดกระบัง–แหลมฉบัง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 2568 มีปริมาณการขนส่งสูงถึง 497,805 TEUs และล่าสุดในปีงบประมาณ 2569 ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2569 มียอดการขนส่งสะสมแล้ว 436,598 TEUs สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่มีต่อระบบราง

ด้านผลงานผ่าน SRTO สูงกว่าตัวชี้วัด
-ผลการขนส่งตู้สินค้าผ่านระบบ Single Rail Transfer Operator (SRTO) ซึ่งเป็นตัวชี้วัด (KPI) การทำงานร่วมกันระหว่างการรถไฟฯ และการท่าเรือฯ พบว่า ในรอบ 10 เดือน สามารถดำเนินการได้ถึง 483,350 TEUs สูงกว่าตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ร้อยละ 16 และคาดการณ์ว่าตลอดปีงบประมาณ 2569 จะมีปริมาณการขนส่งรวมสูงถึง 566,912 TEUs

ด้านการเดินหน้าประมูล PPP สรรหาเอกชนร่วมลงทุน
-สำหรับสถานะโครงการสรรหาเอกชนเพื่อร่วมลงทุน (PPP) ปัจจุบัน รฟท. อยู่ระหว่างขอความเห็นชอบรายงานผลการศึกษาฯ จากกระทรวงคมนาคมเพื่อเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป โดยตั้งเป้าหมายดำเนินกระบวนการคัดเลือกและลงนามสัญญาร่วมลงทุนให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2570

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางรางในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลระบบขนส่งทางราง มีความมุ่งมั่นในการติดตามผลการดำเนินงานและรับทราบประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการบริหารจัดการ ICD ลาดกระบัง ทั้งด้านปริมาณการขนส่งตู้สินค้าทางราง ผลการดำเนินงานผ่านระบบ SRTO การติดตามค่าขาดประโยชน์ค้างชำระ และความคืบหน้าของโครงการร่วมลงทุน PPP เพื่อร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าทางราง ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และยกระดับระบบโลจิสติกส์ของประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ขร. ร่วมพิธีเชิดชูเกียรติ “เพชรพัสดุ” ประจำปี 2569 ยกย่องบุคลากรด้านการพัสดุดีเด่นวันนี้ (4 ก.ย. 69) สมาคมนักบริหารพัสดุ...
04/09/2026

ขร. ร่วมพิธีเชิดชูเกียรติ “เพชรพัสดุ” ประจำปี 2569 ยกย่องบุคลากรด้านการพัสดุดีเด่น

วันนี้ (4 ก.ย. 69) สมาคมนักบริหารพัสดุแห่งประเทศไทย จัดพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ “เพชรพัสดุ” และประกาศเกียรติคุณ ประจำปี 2569 เพื่อยกย่องและเผยแพร่เกียรติคุณของผู้ปฏิบัติงานด้านการพัสดุที่มีความรู้ ความสามารถ และมีความเหมาะสมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ในโอกาสนี้ นางสาวพนิดา สิมะโชคชัย นักวิชาการพัสดุชำนาญการจาก กรมการขนส่งทางราง ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการพัสดุดีเด่น ประจำปี 2569 และเข้ารับรางวัลเชิดชูเกียรติ “เพชรพัสดุ” พร้อมประกาศเกียรติคุณ โดยพิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ แหล่งสมาคม กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร

นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกรมการขนส่งทางราง ที่บุคลากรได้รับการยอมรับในด้านการปฏิบัติงานพัสดุ และได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในผู้ปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี 2569 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงาน

ขร. จับมือญี่ปุ่น ประชุมความร่วมมือเชิงปฏิบัติการระบบรางไทย–ญี่ปุ่น ครั้งที่ 9กรมการขนส่งทางรางจัดการประชุมหารือความร่วม...
04/09/2026

ขร. จับมือญี่ปุ่น ประชุมความร่วมมือเชิงปฏิบัติการระบบรางไทย–ญี่ปุ่น ครั้งที่ 9

กรมการขนส่งทางรางจัดการประชุมหารือความร่วมมือเชิงปฏิบัติการด้านรถไฟไทย – ญี่ปุ่น ครั้งที่ 9 ร่วมกับกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (MLIT) เพื่อสานต่อความร่วมมือด้านการซ่อมบำรุงระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง วางแผนการเดินรถส่วนต่อขยาย พร้อมส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ (Local Content) ต่อยอดอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่อุตสาหกรรมระบบราง เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 69 นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้แทน MLIT โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) และสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) (สทร.) ณ ห้องมนังคศิลา ชั้น 2 กรมการขนส่งทางราง และผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์

การประชุมครั้งนี้ฝ่ายญี่ปุ่นได้นำเสนอผลการศึกษาแนวทางการซ่อมบำรุงรถไฟชานเมืองสายสีแดง พร้อมเสนอแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการซ่อมบำรุงใหญ่ และการเตรียมความพร้อมให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) สามารถพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานด้วยตนเองในอนาคต

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้หารือแนวทางการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ภายในประเทศ (Local Content) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการซ่อมบำรุง และลดส่วนจากต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาและยกระดับบุคลากรไทยให้มีความเชี่ยวชาญจนสามารถดำเนินการซ่อมบำรุงใหญ่ได้ด้วยตนเอง
ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางการเดินรถเพื่อรองรับส่วนต่อขยายสายสีแดง ช่วงรังสิต – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และด้านตะวันตกไปยังสถานีศาลายา รวมถึงช่วงศิริราช – ตลิ่งชัน โดยพิจารณาความถี่การเดินรถ จำนวนขบวนรถ การจัดสรรขบวนรถสำรอง และการบริหารจัดการการเดินรถให้สอดคล้องกับปริมาณผู้โดยสารในอนาคต

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวว่า สำหรับการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายสำคัญสูงสุดในอนาคต คือการผลักดันให้เกิดการจัดตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนระบบรางขึ้นภายในประเทศไทย โดยอาศัยจุดแข็งจากอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยที่มีศักยภาพและระบบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่แข็งแกร่งอยู่เดิม มาต่อยอดและปรับใช้กับการผลิตชิ้นส่วนระบบราง นอกจากจะช่วยขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมระบบรางของประเทศเติบโตอย่างมั่นคงแล้ว ยังเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไปสู่ New S-Curve ช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างมูลค่าเพิ่ม

การหารือร่วมกันในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือไทย – ญี่ปุ่น ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการพัฒนาแผนการเดินรถ การยกระดับประสิทธิภาพการซ่อมบำรุงด้วยเทคโนโลยีทันสมัย และการวางรากฐานอุตสาหกรรมระบบรางในประเทศ เพื่อสร้างความปลอดภัยในการเดินทางให้แก่ประชาชน พร้อมทั้งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

กรมการขนส่งทางราง ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 1 และมีสิทธิเข้ารับการประเมิ...
04/09/2026

กรมการขนส่งทางราง ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 1 และมีสิทธิเข้ารับการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 2

สามารถดูประกาศได้ทาง www.drt.go.th หัวข้อ "สื่อ/ประชาสัมพันธ์"
และ https://drt.thaijobjob.com

🚆 ขร. ถอดบทเรียนอุบัติเหตุรถไฟอังกฤษ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระบบรางไทยอย่างเป็นระบบวันนี้ (3 กันยายน 2569) นายพิเชฐ คุ...
03/09/2026

🚆 ขร. ถอดบทเรียนอุบัติเหตุรถไฟอังกฤษ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระบบรางไทยอย่างเป็นระบบ

วันนี้ (3 กันยายน 2569) นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เป็นประธานการประชุมถอดบทเรียนกรณีอุบัติเหตุรถไฟอังกฤษของบริษัท East Midlands Railway สองขบวนชนท้ายกัน โดยมี ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (สทร.) และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ศูนย์ความปลอดภัยด้านคมนาคมขนส่ง (ศปภ.) และเจ้าหน้าที่กองมาตรฐานความปลอดภัยและบำรุงทางกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมมนังคศิลา ชั้น 2 กรมการขนส่งทางราง

นายพิเชฐ กล่าวว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามนโยบายกระทรวงคมนาคม ในการศึกษาและถอดบทเรียนจากอุบัติเหตุทางรางของรถไฟ East Midlands Railway ชนกัน เพื่อนำผลการวิเคราะห์มาประยุกต์ใช้ในการยกระดับความปลอดภัยของระบบขนส่งทางรางไทยใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย การยกระดับการสอบสวนอุบัติเหตุและการจัดการเหตุฉุกเฉิน การยกระดับระเบียบวิธีการเดินรถ และการกำหนดแนวทางวิจัยและนวัตกรรมด้านความปลอดภัย ซึ่งกรณีศึกษาครั้งนี้เป็นอุบัติเหตุรถไฟชนกันบนเส้นทาง Midland Main Line บริเวณใกล้สถานี Bedford สหราชอาณาจักร โดยที่ประชุมได้ร่วมกันวิเคราะห์ตั้งแต่ลำดับเหตุการณ์ การทำงานของระบบอาณัติสัญญาณและระบบเตือนความปลอดภัย การปฏิบัติงานของพนักงานขับรถ การตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนกระบวนการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานและการสอบสวน เพื่อค้นหาปัจจัยที่เกี่ยวข้องและนำบทเรียนมาใช้ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันในอนาคต ทั้งนี้ ประเด็นที่ Rail Accident Investigation Branch (RAIB) ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนครอบคลุมทั้งระบบเบรก ระบบ Automatic Warning System (AWS) ระบบอาณัติสัญญาณ การตัดสินใจของผู้เกี่ยวข้อง สมรรถนะของตัวรถ และประสิทธิภาพในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน

นายพิเชฐกล่าวเพิ่มเติมว่า จากการวิเคราะห์และถอดบทเรียนจากข้อเท็จจริง ที่ประชุมได้กำหนดแนวทางยกระดับความปลอดภัยระบบรางของประเทศไทยใน 3 มิติหลัก ดังนี้
🔹 1. มาตรการเชิงปฏิบัติและมาตรการเชิงป้องกัน (Active & Preventive Measures)
กรมการขนส่งทางรางจะกำกับให้ผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางจัดทำคู่มือและเอกสารการปฏิบัติการตามประเภทของการประกอบกิจการ สำหรับผู้ประจำหน้าที่และบุคลากรอย่างครบถ้วน พร้อมปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ ตามมาตรา 46 (3) แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 เพื่อให้ผู้ประจำหน้าที่ โดยเฉพาะพนักงานขับรถขนส่งทางราง สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดได้อย่างถูกต้อง เมื่อเกิดเหตุขัดข้องหรือเหตุฉุกเฉิน ทั้งนี้ การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 137 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้กำหนดมาตรการเชิงป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ ได้แก่
• เร่งดำเนินการติดตั้งระบบป้องกันเหตุอันตรายของขบวนรถ (Automatic Train Protection: ATP) ให้ครอบคลุมเส้นทางเดินรถ
• กำหนดระเบียบการเดินรถให้มีความชัดเจน โดยกรณีระบบ ATP หรือระบบป้องกันที่เกี่ยวข้องขัดข้อง ต้องไม่ให้บริการเดินรถในรูปแบบปกติ และต้องปรับเข้าสู่การเดินรถในภาวะเดินรถไม่เต็มรูปแบบ (Degraded Mode) หรือการควบคุมด้วยคน (Manual Control) ตามระเบียบด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
• ยกระดับการฝึกซ้อมสถานการณ์ฉุกเฉินให้ครอบคลุมกรณีระบบอาณัติสัญญาณหรือระบบ ATP ขัดข้อง
• เข้มงวดการตรวจสอบและซ่อมบำรุงระบบอาณัติสัญญาณให้มีความสมบูรณ์และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
• เร่งรัดการออกกฎกระทรวงและปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยด้านการเดินรถให้ครอบคลุมมาตรการดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

🔹 2. การยกระดับระเบียบและวิธีการสอบสวนอุบัติเหตุและการจัดการเหตุฉุกเฉิน
ขร. ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมเมื่อเกิดเหตุ ทั้งแผนเผชิญเหตุ แผนช่วยเหลือผู้โดยสาร และแผนการกู้ภัย โดยที่ประชุมมีแนวทางสำคัญ ได้แก่
• เร่งรัดการจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568
• จัดทำระเบียบและหลักเกณฑ์การสอบสวนอุบัติเหตุให้มีความชัดเจน เป็นระบบ และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง
• เตรียมจัดทำร่างบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) หน่วยดับเพลิง และหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อบูรณาการการบริหารจัดการเมื่อเกิดเหตุให้เป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
• วางแนวทางการจัดการพยานหลักฐานเชิงเทคนิค ทั้งข้อมูลดิจิทัล เครื่องบันทึกข้อมูลการเดินรถ (OTDR/Black Box) และข้อมูลจากกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง (Root Cause) ได้อย่างครบถ้วน

🔹 3. การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านความปลอดภัย
ขร. จะร่วมมือกับ สทร. ในการศึกษา วิจัย และพัฒนานวัตกรรมด้านความปลอดภัย เพื่อยกระดับความปลอดภัยของระบบรางอย่างยั่งยืน ในประเด็นสำคัญ ได้แก่
• วิจัยและจัดทำมาตรฐานการทดสอบที่เหมาะสม เพื่อยืนยันว่ารถขนส่งทางรางที่ให้บริการในประเทศไทยมีความสอดคล้องกับมาตรฐานด้านความปลอดภัย และสนับสนุนภารกิจด้านการจดทะเบียนและการกำกับดูแลของ ขร.
• วิจัยและพัฒนาระบบทดสอบและประเมินบุคลากร เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ปฏิบัติหน้าที่มีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่เหมาะสมตามคุณสมบัติของผู้ประจำหน้าที่ โดยเฉพาะพนักงานขับรถขนส่งทางรางและพนักงานควบคุมรถขนส่งทางราง
• นำข้อเสนอแนะจากการถอดบทเรียนอุบัติเหตุ โดยเฉพาะด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการพัฒนาบุคลากรในระบบราง ไปพิจารณาเป็นแผนปฏิบัติการภายใต้ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีระบบราง พ.ศ. 2571–2575 ของ สทร. ต่อไป

นายพิเชฐกล่าวปิดท้ายว่า การถอดบทเรียนจากกรณีศึกษาต่างประเทศครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการนำองค์ความรู้และประสบการณ์จากเหตุการณ์จริงมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการพัฒนามาตรฐาน กฎระเบียบ บุคลากร เทคโนโลยี ตลอดจนกระบวนการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของระบบขนส่งทางราง ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในการเดินทางด้วยระบบรางอย่างปลอดภัยและยั่งยืน

ขร. ร่วมหารือ ADB ประเมินรถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง ยอดผู้ใช้บริการสิงหาคม 69 พุ่ง ชูมาตรการค่าตั๋วร่วมไร้ค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน...
02/09/2026

ขร. ร่วมหารือ ADB ประเมินรถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง ยอดผู้ใช้บริการสิงหาคม 69 พุ่ง ชูมาตรการค่าตั๋วร่วมไร้ค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน เตรียมเริ่ม ม.ค. 70

วันนี้ (2 ก.ย. 69) นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ให้การต้อนรับ Mr. Romain Revol, Senior Evaluation Specialist พร้อมคณะผู้แทนจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือเกี่ยวกับการประเมินโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง โดยครอบคลุมประเด็นนโยบายและการบริหารจัดการโครงการ สัญญาสัมปทาน ระบบตั๋วร่วมและอัตราค่าโดยสาร รวมถึงรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP)

การหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาระบบขนส่งทางราง โดยกรมการขนส่งทางรางได้นำเสนอนโยบายและแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางในเขตเมือง โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง ซึ่งดำเนินงานในรูปแบบ PPP Net Cost โดยภาครัฐเป็นผู้รับผิดชอบการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส่วนภาคเอกชนรับผิดชอบด้านงานโยธา ระบบและขบวนรถไฟฟ้า ตลอดจนการเดินรถและซ่อมบำรุง ซึ่งมี ADB เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนด้านการเงินแก่เอกชนผู้ดำเนินโครงการ

ปัจจุบัน รถไฟฟ้าทั้งสองสายมีบทบาทสำคัญในการเป็นระบบขนส่งมวลชนสายรองที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายรถไฟฟ้าสายหลักของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งมีแนวโน้มผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา สายสีชมพูมีผู้ใช้บริการรวม 2,156,693 คน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.82) และสายสีเหลืองมีผู้ใช้บริการรวม 1,455,104 คน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.50)

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังได้เร่งผลักดันมาตรการอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน โดยไม่คิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน ซึ่งจะครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าทุกสายในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีกำหนดเริ่มดำเนินการในเดือนมกราคม 2570 มาตรการนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมการเดินทางที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้รถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองทำหน้าที่ป้อนผู้โดยสารเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าสายหลัก พร้อมยกระดับคุณภาพการเดินทางของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

นายพิเชฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมการขนส่งทางรางมุ่งมั่นพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางรางให้มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระดับภูมิภาค ซึ่งการหารือกับ ADB ในครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูล และอาจนำไปสู่แนวทางความร่วมมือรวมถึงการสนับสนุนจาก ADB ในด้านต่าง ๆ ต่อไปในอนาคต

01/09/2026

🚆✨ กรมการขนส่งทางราง เดินหน้าขับเคลื่อน “องค์กรคุณธรรม” สู่การพัฒนาอย่างโปร่งใสและยั่งยืน

กรมการขนส่งทางรางให้ความสำคัญกับการส่งเสริม คุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาล และการป้องกันการทุจริต ควบคู่กับการพัฒนาองค์กรและบุคลากร เพื่อสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่โปร่งใส มีความรับผิดชอบ และยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ

พร้อมส่งเสริมการดำเนินงานตามหลักคุณธรรม 5 ประการ ได้แก่ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู ผ่านกิจกรรมและการมีส่วนร่วมของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาบุคลากรให้เป็น “คนดี คนเก่ง และมีคุณภาพ”

กรมการขนส่งทางราง พร้อมนำพลังแห่งคุณธรรมมาขับเคลื่อนการทำงาน เพื่อสร้างความสุข ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน พร้อมพัฒนาระบบรางไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ โปร่งใส และยั่งยืน 💙

#กรมการขนส่งทางราง #องค์กรคุณธรรม #คุณธรรมจริยธรรม #ธรรมาภิบาล #ระบบรางไทย

ขร. ร่วมแบ่งปันน้ำใจ มอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่บ้านเฟื่องฟ้า เฉลิมพระเกียรติ “พระพันปีหลวง” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพร...
28/08/2026

ขร. ร่วมแบ่งปันน้ำใจ มอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่บ้านเฟื่องฟ้า เฉลิมพระเกียรติ “พระพันปีหลวง” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2569

28 สิงหาคม 2569 นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางราง (ขร.) เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศลเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2569 ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า จังหวัดนนทบุรี

ในการนี้ กรมการขนส่งทางรางได้ร่วมส่งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของที่จำเป็นสำหรับใช้ในการดูแลเด็กในความอุปการะ โดยนางสาวประไพศรี สุทธิกิติวรกุล ผู้ปกครองสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้าเป็นผู้รับมอบ เพื่อร่วมถวายเป็นพระราชกุศล พร้อมส่งต่อความห่วงใยและกำลังใจแก่เด็ก ๆ และบุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลเด็กภายในสถานคุ้มครองฯ

สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า จังหวัดนนทบุรี เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีภารกิจในการให้การอุปการะ คุ้มครอง ฟื้นฟู และพัฒนาศักยภาพเด็กพิการทางสติปัญญาและเด็กพิการซ้ำซ้อน ตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 18 ปี เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลและพัฒนาอย่างเหมาะสมตามศักยภาพ ตลอดจนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้บุคลากรกรมการขนส่งทางรางมีจิตสาธารณะ รู้จักการแบ่งปัน และมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ควบคู่กับการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมแสดงความจงรักภักดีแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนสืบสานพระราชปณิธานด้านการช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

กรมการขนส่งทางราง ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาค เพื่อร่วมส่งต่อโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เด็ก ๆ บ้านเฟื่องฟ้า เพราะทุกการให้ มีความหมายเสมอ ทุกท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปัน ผ่านการบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการดูแล พัฒนา และยกระดับคุณภาพชีวิตของน้อง ๆ โดยสามารถสแกน QR Code หรือโอนเงินเข้าบัญชี

ชื่อบัญชี: มูลนิธิสงเคราะห์เด็กอ่อนพิการทางสมองและปัญญา
ธนาคารกรุงไทย
เลขที่บัญชี: 123-1-18770-0

ขร. ร่วมกิจกรรม “วันคุณธรรม” ส่งเสริมการนำหลักคุณธรรม พัฒนาสติและสมาธิในการทำงาน พร้อมสร้างจิตสำนึกไม่ทนต่อการทุจริตกรมก...
26/08/2026

ขร. ร่วมกิจกรรม “วันคุณธรรม” ส่งเสริมการนำหลักคุณธรรม พัฒนาสติและสมาธิในการทำงาน พร้อมสร้างจิตสำนึกไม่ทนต่อการทุจริต

กรมการขนส่งทางราง (ขร.) เข้าร่วม กิจกรรมส่งเสริมการนำคุณธรรมเพื่อพัฒนาสติและสมาธิในการทำงาน (วันคุณธรรม) ภายใต้โครงการบูรณาการด้านการป้องกันปราบปรามการทุจริต และด้านการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของกระทรวงคมนาคม ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ หอประชุมราชรถสโมสร ชั้น 3 อาคารราชรถสโมสร กระทรวงคมนาคม

โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารและบุคลากรในสังกัดกระทรวงคมนาคมเข้าร่วมกิจกรรม

ในการนี้ นายอธิภู จิตรานุเคราะห์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง พร้อมด้วยบุคลากรกรมการขนส่งทางราง เข้าร่วมกิจกรรมและรับฟังการบรรยายธรรมในหัวข้อ “ปลุกจิตสำนึกด้วยหิริโอตตัปปะ ไม่ทนต่อการทุจริต” โดย พระราชวัชรสุทธิวงศ์ (ท่านเจ้าคุณ พระอาจารย์อารยวังโส) เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ในพระราชูปถัมภ์

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งส่งเสริมให้บุคลากรนำหลักคุณธรรมและจริยธรรมมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน ควบคู่กับการพัฒนาสติ สมาธิ และการตระหนักรู้ถึงบทบาทหน้าที่ของตนเอง ตลอดจนปลูกฝังจิตสำนึกในการยึดมั่นความถูกต้อง มีความละอายและเกรงกลัวต่อการกระทำที่ไม่สุจริต เพื่อร่วมกันสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส มีคุณธรรม และไม่ทนต่อการทุจริต

ขร. ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ภาคระบบราง พัฒนาแนวทางกำกับดูแล พร้อมเสริมความพร้อมผู้ให้บริการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์...
25/08/2026

ขร. ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ภาคระบบราง พัฒนาแนวทางกำกับดูแล พร้อมเสริมความพร้อมผู้ให้บริการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์

วันนี้ (25 ส.ค. 69) นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เป็นประธานการประชุมคณะทำงานให้ความเห็นและให้ข้อเสนอแนะที่ปรึกษา โครงการจ้างที่ปรึกษาพัฒนาแนวการกำกับดูแลผู้ให้บริการขนส่งทางรางและจัดทำมาตรการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของกรมการขนส่งทางราง ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ครั้งที่ 3/2569 โดยมีคณะทำงาน ผู้แทนหน่วยงาน ผู้ให้บริการขนส่งทางราง ที่ปรึกษาโครงการ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมมนังคศิลา ชั้น 2 อาคาร ณ ถลาง กรมการขนส่งทางราง

โดยเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 69 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแนวทางการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจากเหตุบัญชีผู้ใช้งานสำหรับยืนยันตัวตน (Credential) รั่วไหล ด้วยมาตรการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย ตามที่ คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (กมช.) เสนอ เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลและลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ในภาครัฐอย่างเป็นระบบเพื่อให้ระบบดิจิทัลของรัฐมีความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และให้หน่วยงานภาครัฐกว่า 300 หน่วยงาน ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี ในการเปลี่ยนรหัสผ่าน ตรวจสอบระบบสารสนเทศ และยกระดับการยืนยันตัวตนของหน่วยงาน เพื่อป้องกันการถูกโจมตีข้อมูลทางไซเบอร์ การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อร่วมพิจารณาให้ความเห็น และข้อเสนอแนะต่อแนวทางการดำเนินโครงการ ให้มีความครบถ้วน เหมาะสม และสอดคล้องกับกฎหมาย ตลอดจนการปฏิบัติงานของกรมการขนส่งทางรางและผู้ให้บริการขนส่งทางราง

นายพิเชฐ กล่าวว่า ปัจจุบันภัยคุกคามทางไซเบอร์ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคการขนส่งทางรางและความเชื่อมั่นของประชาชน โดยเฉพาะในยุคที่โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น กรมการขนส่งทางราง ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลระบบขนส่งทางราง ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 จึงดำเนินโครงการดังกล่าวเพื่อพัฒนาแนวทางกำกับดูแลผู้ให้บริการขนส่งทางราง จัดทำมาตรการ คู่มือปฏิบัติงาน กรอบมาตรฐาน และมาตรฐานขั้นต่ำด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้เหมาะสมกับบริบทของระบบรางไทย เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถประเมินความพร้อม ป้องกัน เฝ้าระวัง รับมือ และฟื้นฟูระบบจากภัยคุกคามไซเบอร์

โครงการดังกล่าว ดำเนินการขึ้นเพื่อเป็นการพัฒนาแนวทางการกำกับดูแลผู้ให้บริการขนส่งทางรางและจัดทำมาตรการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
ของกรมการขนส่งทางราง รวมถึงการวางแผนยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของภาคระบบรางได้อย่างเป็นระบบ

กรมการขนส่งทางราง มุ่งมั่นยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบขนส่งทางรางของประเทศมีความมั่นคง ปลอดภัย พร้อมรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในการใช้บริการระบบรางไทยอย่างยั่งยืน

ที่อยู่

อาคาร ณ ถลาง ชั้น 4/5 เลขที่ 514/1 ถนนหลานหลวง แขวงสี่แยกมหานาค เขตดุสิต
Phra Nakhon
10300

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 09:00 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6621642626

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง กรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม:

ทางลัด

แชร์