06/09/2026
🌍 องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ออกคำเตือนว่าเอลนีโญได้ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์ รวมถึงมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงถึงระดับ ’รุนแรงมาก‘ เกิดขึ้นต่อเนื่องจนถึงกุมภาพันธ์ปีหน้า
📌โลกกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ความเสี่ยงจากสภาพอากาศสุดขั้วเพิ่มสูงขึ้นและยังคงต้องเตรียมพร้อมรับมือให้มากกว่าที่เคย
◉ CLIMATE CHANGE: องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ออกคำเตือนว่าเอลนีโญได้ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์ รวมถึงมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงถึงระดับ ’รุนแรงมาก‘ เกิดขึ้นต่อเนื่องจนถึงกุมภาพันธ์ปีหน้า
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา พบความผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลางและตะวันออกเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าปกติราว 1.5 องศาเซลเซียส และในเดือนกรกฎาคมสูงกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 2.0 องศาเซลเซียส รวมถึงมีการตรวจพบความร้อนผิดปกติระดับสูงใต้ผิวน้ำทะเล โดยบางพื้นที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยมากกว่า 8 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนกรกฎาคมและต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
เซเลสเต เซาโล เลขาธิการ WMO กล่าวว่า เอลนีโญรอบนี้อาจมีความรุนแรงมากกว่าหลายเหตุการณ์ที่เคยบันทึกไว้ และผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วจากทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้นในอีกหลายเดือนข้างหน้า พร้อมเรียกร้องให้ทุกประเทศเร่งเตรียมมาตรการรับมือ โดยเฉพาะภาคเกษตร น้ำ พลังงาน และสาธารณสุข
สำหรับความรุนแรงในระยะยาว อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ระบุว่า โลกกำลังเผชิญอุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลและอุณหภูมิเฉลี่ยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตือนว่ามนุษยชาติกำลังเข้าสู่ “เขตอันตรายของสภาพอากาศสุดขั้ว”
แม้เอลนีโญจะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกประมาณ 2–7 ปี และไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยตรง แต่นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าในโลกที่ร้อนขึ้นจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เอลนีโญจะยิ่งซ้ำเติมภาวะโลกร้อน และเพิ่มความรุนแรงของเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วให้มากขึ้นกว่าเดิมทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม คลื่นความร้อน สภาพอากาศสุดขั้วในหลายภูมิภาคของโลก
โดยทั่วไป เอลนีโญจะถึงจุดสูงสุดในช่วงปลายปี แต่ความร้อนที่สะสมอยู่ในมหาสมุทรจะค่อย ๆ ถ่ายทอดสู่ชั้นบรรยากาศ ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกยังคงสูงต่อเนื่องในปีถัดไป ผลกระทบจากเอลนีโญครั้งนี้อาจยังเห็นได้ชัดตลอดในปี 2027 ทีากำลังจะมาถึง
อย่างไรก็ตาม WMO เน้นย้ำว่า ความรุนแรงของเอลนีโญไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะได้รับผลกระทบในระดับเดียวกัน เพราะผลลัพธ์ในแต่ละภูมิภาคยังขึ้นอยู่กับปัจจัยภูมิอากาศอื่น ๆ เช่น สภาพของมหาสมุทรอินเดีย มหาสมุทรแอตแลนติก และลักษณะภูมิอากาศในแต่ละพื้นที่ แต่สิ่งที่แน่นอนคือโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ความเสี่ยงจากสภาพอากาศสุดขั้วเพิ่มสูงขึ้นและยังคงต้องเตรียมพร้อมรับมือให้มากกว่าที่เคย
ที่มา
https://www.euronews.com/2026/09/03/el-nino-to-be-very-strong-and-last-until-february-un-climate-agency-warns
https://wmo.int/resources/publication-series/el-ninola-nina-updates/august-2026