กองพันทหารสารวัตรที่ ๑๒

กองพันทหารสารวัตรที่ ๑๒ ค่ายจักรพงษ์ จังหวัดปราจีนบุรี

🎉🎉 ขอประชาสัมพันธ์!..กองทัพบก เปิดรับสมัครบุคคลเข้าเป็น "พลทหารอาสา" ประจำปี 2570_______________________________________...
01/09/2026

🎉🎉 ขอประชาสัมพันธ์!..กองทัพบก เปิดรับสมัครบุคคลเข้าเป็น "พลทหารอาสา" ประจำปี 2570
_________________________________________________
🎉🎉 กองทัพบกเตรียมเปิดรับสมัครกำลังพลประเภทใหม่ "พลทหารอาสา" ภายใต้รูปแบบ
✅️สัญญาจ้าง 4 ปี
✅️ผู้สมัครสามารถเลือกหน่วยที่ประสงค์เข้ารับราชการได้
✅️ เงินเดือน 12,090 บ.
🎉🎉 คุณสมบัติผู้สมัคร:
• ทหารกองเกิน อายุ 18–20 ปีบริบูรณ์
• ไม่จำกัดคุณวุฒิการศึกษา
• ผู้มีอายุ 22–26 ปีบริบูรณ์ ที่ผ่านการตรวจเลือกและจับได้ใบดำ
• ทหารกองหนุนที่ปลดประจำการแล้ว
• ทหารกองประจำการ ที่จะครบกำหนดปลดฯ ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2570 หรือ 1 พฤศจิกายน 2570 (อายุไม่เกิน 26 ปีบริบูรณ์)
🎉🎉 กำหนดเปิดรับสมัครผ่านระบบออนไลน์ ตั้งแต่ 1 กันยายน 2569 – 24 มกราคม 2570 และมีกำหนดเข้าประจำการในเดือน พฤษภาคม 2570
🎉🎉 สมัครทางออนไลน์: ผ่านเว็บไซต์ http://rcm.rta.mi.th
🎉🎉 สมัครด้วยตนเอง: ณ หน่วยทหาร หรือ หน่วยสัสดีใกล้บ้าน.
__________________________________
#กองทัพบก
#พลทหารอาสา
#กองพันทหารสารวัตรที่12

เพราะหน้าที่ของ "สารวัตรทหาร" คือการรักษาระเบียบวินัยและความปลอดภัย  เมื่อ21 ส.ค.69,0900 พลตรี สันติพงษ์ มั่นคงดี เจ้ากร...
29/08/2026

เพราะหน้าที่ของ "สารวัตรทหาร" คือการรักษาระเบียบวินัยและความปลอดภัย
เมื่อ21 ส.ค.69,0900 พลตรี สันติพงษ์ มั่นคงดี เจ้ากรมการสารวัตรทหารบก ได้เดินทางมากระทำพิธีปิดการฝึกตามหน้าที่ เหล่าทหารสารวัตร กองพันทหารสารวัตรที่ 12 และประดับเครื่องหมายให้กับกำลังพลที่ไปปฎิบัติหน้าที่ราชการสนามชายแดน โดยมี พันโท ศรายศ ลือจันดา ผู้บังคับกองพันทหารสารวัตรที่ 12 ผู้บังคับกองร้อยทหารสารวัตรสนาม 1,2,3,4 ให้การต้อนรับ ณ บริเวณลานด้านหน้า กองบังคับการกองพันทหารสารวัตรที่12
#ทหารสารวัตรคือผู้พิทักษ์รักษาภาพลักษณ์ของกองทัพ
#ฝึกตามหน้าที่ 2569
#กองพันทหารสารวัตรที่12

วินัยคือหัวใจของกองทัพ! กำลังพลเหล่าทหารสารวัตรเข้าร่วม "การฝึกตามหน้าที่" ประจำปี เพื่อเพิ่มพูนขีดความสามารถในการปฏิบัต...
29/08/2026

วินัยคือหัวใจของกองทัพ! กำลังพลเหล่าทหารสารวัตรเข้าร่วม "การฝึกตามหน้าที่" ประจำปี เพื่อเพิ่มพูนขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจ
เมื่อ 17 ส.ค.69 ,0930 พลตรี เสกสรรค์ พรหมศักดิ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 12 ได้เดินทางมากระทำพิธีเปิดการฝึกตามหน้าที่ เหล่าทหารสารวัตร กองพันทหารสารวัตรที่ 12 โดยมี พันโท ศรายศ ลือจันดา ผู้บังคับกองพันทหารสารวัตรที่ 12 ผู้บังคับกองร้อยทหารสารวัตรสนาม1 ,2 ให้การต้อนรับ ณ บริเวณลานด้านหน้า กองบังคับการกองพันทหารสารวัตรที่ 12
#ฝึกตามหน้าที่ 2569
#ทหารสารวัตรคือผู้พิทักษ์รักษาภาพลักษณ์ของกองทัพ
#กองพันทหารสารวัตรที่ 12

 #ร่วมแสดงความยินดี  #พิธีประดับยศ🔹พ.ท.ศรายศ  ลือจันดา ผบ.พัน.สห.12 ได้กรุณาประดับยศให้กับกำลังพล ซึ่งได้รับการเลื่อนยศส...
29/08/2026

#ร่วมแสดงความยินดี
#พิธีประดับยศ
🔹พ.ท.ศรายศ ลือจันดา ผบ.พัน.สห.12 ได้กรุณาประดับยศให้กับกำลังพล ซึ่งได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้น พร้อมด้วยกล่าวให้โอวาทเพื่อเป็นแนวทางรับราชการและเป็นแบบอย่างให้กับกำลังพลของหน่วยต่อไป.โดยมีคณะนายทหาร เพื่อนกำลังพลร่วมพิธีฯและแสดงความยินดี
#กองพันทหารสารวัตรที่12

 #ขอแสดงความยินดี .⭐️บุคคลใดไม่ละซึ่งความเพียร และรักษาความเพียรนั้น โดยไม่ย่อท้อ .เมื่อทำการใดไปแล้ว ย่อมทำให้ถึงสิ่งที...
28/08/2026

#ขอแสดงความยินดี .⭐️บุคคลใดไม่ละซึ่งความเพียร และรักษาความเพียรนั้น โดยไม่ย่อท้อ .เมื่อทำการใดไปแล้ว ย่อมทำให้ถึงสิ่งที่ปรารถนา .เปรียบเป็นทุนและพลังที่ก่อกำเนิดให้บรรลุวัตถุประสงค์ สมดังใจหมาย
🔹🔹🔹🔹🔹
-พระมหาชนก-
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระ
ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
#กองพันทหารสารวัตรที่12
#พระมหาชนกความเพียร

24/08/2026
มาเป็นครอบครัวเดียวกันครับ
16/08/2026

มาเป็นครอบครัวเดียวกันครับ

#กองทัพบก เปิดรับสมัครบุคคลเข้าเป็น "พลทหารอาสา" ประจำปี 2570
ขอประชาสัมพันธ์การเปิดรับสมัครบุคคลเข้าเป็นพลทหารอาสา ประจำปี 2570 เพื่อเข้ารับราชการและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติภารกิจของกองทัพบก โดยมีรายละเอียดดังนี้

รายละเอียดสิทธิประโยชน์:
- สัญญาจ้างการปฏิบัติงาน ระยะเวลา 4 ปี
- สามารถเลือกหน่วยรับราชการได้ตามความประสงค์ทั่วประเทศ
- อัตราเงินเดือนเริ่มต้น 12,090 บาท พร้อมค่าตอบแทนพิเศษรายเดือน 2,880 บาท (สำหรับหักค่าประกอบเลี้ยงวันละ 70 บาท)

คุณสมบัติผู้สมัคร:
- ไม่จำกัดคุณวุฒิการศึกษา
- ทหารกองเกิน อายุ 18 - 20 ปีบริบูรณ์ (ผู้ที่เกิด พ.ศ. 2550 - 2552)
- ทหารกองเกิน อายุ 22 - 26 ปีบริบูรณ์ (ผู้ที่เกิด พ.ศ. 2544 - 2548) ซึ่งผ่านการตรวจเลือกฯ แต่ไม่ถูกเข้ากองประจำการ
- ทหารกองหนุน ที่ปลดจากทหารกองประจำการ (อายุไม่เกิน 26 ปีบริบูรณ์)
- ทหารกองประจำการ ที่จะครบกำหนดปลดฯ ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2570 หรือ 1 พฤศจิกายน 2570 (อายุไม่เกิน 26 ปีบริบูรณ์)

กำหนดการและช่องทางการสมัคร:
- รับสมัคร: ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 24 มกราคม 2570

สมัครทางออนไลน์: ผ่านเว็บไซต์ http://rcm.rta.mi.th
สมัครด้วยตนเอง: ณ หน่วยทหาร หรือ หน่วยสัสดีใกล้บ้าน

#กองทัพบก #พลทหารอาสา #รับสมัครทหารอาสา

วันที่ ๑๒ สิงหาคมของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติไทย  “วันแม่แห่งชาติ” และเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิ...
11/08/2026

วันที่ ๑๒ สิงหาคมของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติไทย “วันแม่แห่งชาติ” และเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พระราชประวัติ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบรมราชินีนาถใน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นพระธิดาองค์ใหญ่ของพลเอก พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ กับหม่อมหลวงบัว กิติยากร สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า “สิริกิติ์” ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้เป็นศรี แห่งกิติยากร” ทรงพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ที่บ้านพลเอก เจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ (หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์) ผู้เป็นบิดาของหม่อมหลวงบัว ณ บ้านเลขที่ ๑๘๐๘ ถนนพระรามหก ตำบลวังใหม่ อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร ขณะนั้นเป็นระยะที่ประเทศเพิ่งเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย ก่อนหน้านั้นพระบิดาของพระองค์ทรงดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก มียศเป็นพันเอก หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร

หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันที่ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๗๕ หม่อมเจ้านักขัตรมงคลทรงออกจากราชการทหาร โดยรัฐบาลแต่งตั้งให้ไปรับราชการในตำแหน่งเลขานุการเอก ประจำสถานทูตสยาม ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอมริกา ส่วนหม่อมหลวงบัวซึ่งมีครรภ์แก่คงพำนักอยู่ในประเทศไทย จนให้กำเนิดหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์แล้วจึงเดินทางไปสมทบ มอบหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ให้อยู่ในความดูแลของเจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ และท้าววนิดาพิจาริณี ผู้เป็นบิดาและมารดาของหม่อมหลวงบัว

หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ต้องอยู่ห่างไกลบิดามารดาตั้งแต่อายุยังน้อย บางคราวต้องระหกระเหินไปต่างจังหวัดตามเหตุการณ์ผันผวนทางการเมือง เช่น ในพุทธศักราช ๒๔๗๖ หม่อมเจ้าอัปษรสมาน กิติยากร พระมารดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล ได้ทรงรับนัดดาตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวไปสงขลาด้วย

ปลายพุทธศักราช ๒๔๗๗ หม่อมเจ้านักขัตรมงคลทรงลาออกจากราชการกลับประเทศไทยพร้อมครอบครัว อันมีหม่อมหลวงบัว หม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์ บุตรคนโต และหม่อมราชวงศ์ บุษบา บุตรีคนเล็กผู้เกิดที่สหรัฐอเมริกา แล้วมารับหม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ บุตรคนรอง กับ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์จาก หม่อมเจ้าอัปษรสมาน กลับมาอยู่รวมกันที่ตำหนักซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนกรุงเกษม ปากคลองผดุงกรุงเกษม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เริ่มเรียนชั้นอนุบาลที่โรงเรียนราชินี ปากคลองตลาด ในพุทธศักราช ๒๔๗๙ แต่เมื่อสงครามมหาเอเชียบูรพาลุกลามมาถึงประเทศไทย จังหวัดพระนครถูกโจมตีทางอากาศบ่อยครั้งทำให้การเดินทางไม่สะดวกและไม่ปลอดภัย ในพุทธศักราช ๒๔๘๓ จึงย้ายไปเรียนชั้นประถมและมัธยมที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ถนนสามเสน เพราะอยู่ใกล้บ้านในระยะที่พอจะเดินไปโรงเรียนเองได้ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เริ่มเรียนเปียโนที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ และในเวลาต่อมาได้ตั้งใจที่จะเป็นนักเปียโนผู้มีชื่อเสียง

หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ได้เผชิญสภาพของสงครามโลกมาเช่นเดียวกับคนไทยทั้งหลาย หม่อมเจ้านักขัตรมงคลผู้ทรงเป็นทหารเป็นผู้ปลูกฝังให้บุตรและบุตรีรู้จักความมีวินัย ความอดทน ความกล้าหาญ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และความเสียสละ โดยอาศัยสถานการณ์สงครามเป็นตัวอย่าง และสงครามโลกก็ทำให้คนไทยทั้งปวงต้องหันหน้าเข้าช่วยเหลือกันในยามทุกข์ยาก สิ่งเหล่านี้จึงหล่อหลอมหม่อมราชวงศสิริกิติ์ให้มีความเมตตาต่อผู้อื่นและรักความมีระเบียบแบบแผนมาตั้งแต่เยาว์วัย

หลังจากสงครามสงบแล้ว นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น คือนายควง อภัยวงศ์ ได้แต่งตั้งให้หม่อมเจ้านักขัตรมงคลเป็นอัครราชทูตประจำประเทศอังกฤษ หม่อมเจ้านักขัตรมงคลจึงทรงพาครอบครัวทั้งหมดไปด้วยในกลางพุทธศักราช ๒๔๘๙ ขณะนั้นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เรียนจบชั้นมัธยมปีที่ ๓ ของโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์แล้ว

ระหว่างที่อยู่ในประเทศอังกฤษ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เรียนเปียโน ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสกับครูพิเศษ แต่อยู่ที่อังกฤษได้ไม่นาน พุทธศักราช ๒๔๙๐ หม่อมเจ้านักขัตรมงคลก็ทรงย้ายไปเป็นอัครราชทูตประจำประเทศฝรั่งเศสและเดนมาร์ก ก่อนจะกลับมาเป็นเอกอัครราชทูตประจำประเทศอังกฤษอีกครั้งหนึ่ง ระหว่างนี้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ยังคงตั้งใจเรียนเปียโนอย่างขะมักเขม้นเพื่อเตรียมสอบเข้าวิทยาลัยการดนตรีที่มีชื่อเสียงของกรุงปารีส

พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
พุทธศักราช ๒๔๙๑ ขณะที่หม่อมเจ้านักขัตรมงคลและครอบครัวอยู่ในปารีส ได้รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งโปรดเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโรงงานทำรถยนต์ในกรุงปารีสอยู่เสมอ จนเป็นที่คุ้นเคยและต้องพระราชอัธยาศัย ฉะนั้นเมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุปัทวเหตุทางรถยนต์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ต้องประทับรักษาพระองค์ในสถานพยาบาล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หม่อมหลวงบัวพาบุตรี ทั้งสองคือหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์และหม่อมราชวงศ์บุษบาเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทเยี่ยมพระอาการเป็นประจำ จนพระอาการประชวรทุเลาลงและเสด็จกลับพระตำหนักได้

สมเด็จพระราชชนนีได้รับสั่งขอให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์อยู่ศึกษาต่อที่เมืองโลซานน์ในโรงเรียนประจำชื่อโรงเรียน Riante Rive ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในการสอนวิชาพิเศษแก่กุลสตรี คือ ภาษา ศิลปะ ดนตรี ประวัติวรรณคดี และประวัติศาสตร์ ต่อมาอีก ๑ ปี
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หม่อมเจ้านักขัตรมงคลและครอบครัวมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วสมเด็จพระราชชนนีรับสั่งขอหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ต่อหม่อมเจ้านักขัตรมงคลและทรงประกอบพิธีหมั้นเป็นการภายใน ในวันที่ ๑๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๒ ทรงใช้พระธำมรงค์ที่สมเด็จพระราชบิดาทรงหมั้นสมเด็จพระราชชนนีเป็นพระธำมรงค์หมั้น แล้วโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ศึกษาต่อไปจนถึงกำหนดตามเสด็จกลับมาถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ในเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓

วันที่ ๒๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๓ มีพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ณ วังสระปทุม สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงเป็นประธานพระราชทานน้ำพระพุทธมนต์และ เทพมนตร์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ได้ทรงจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย และในวันนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เป็นสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์

วันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓ เป็นวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับเฉลิมพระบรมนามาภิไธยว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” และทรงเฉลิมพระยศ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ เป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี

วันที่ ๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๙๓ ทั้งสองพระองค์เสด็จกลับประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพราะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กราบบังคมทูลแนะนำให้ทรงพักรักษาพระองค์อีกระยะหนึ่ง พุทธศักราช 2494 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี มีพระประสูติกาลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาฯ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเจริญพระชันษาได้ ๗ เดือน ทั้งสามพระองค์จึงเสด็จนิวัติประเทศไทย ประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ ซึ่งปัจจุบันคือ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศร ราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดาฯ ซึ่งปัจจุบันเฉลิมพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดาฯ ปัจจุบันเฉลิมพระอิสริยยศ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิริธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ซึ่งปัจจุบันเฉลิมพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ได้ประสูติต่อมาตามลำดับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน รวมพระราชโอรสและพระราชธิดา ๔ พระองค์

ปลายพุทธศักราช ๒๔๙๘ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ผู้ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทยเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงแต่งตั้งสมเด็จพระบรมราชินีให้ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาแทน เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๙๙ และในปีเดียวกันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทรงพระผนวชตามโบราณราชประเพณี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งสมเด็จพระบรมราชินีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ภายหลังเมื่อทรงลาผนวชแล้ว ได้ทรงสถาปนาพระราชอิสริยยศสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อันมีความหมายว่าทรงเป็นที่พึ่งของประชาชน นับเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถพระองค์ที่สองของไทยต่อจากสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงปฏิบัติราชการแทนพระองค์เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเยือนยุโรป

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณีกิจน้อยใหญ่ทั้งในฐานะที่ทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชินีของไทย และในฐานะคู่พระราชหฤทัยแห่ง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กล่าวคือทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภารกิจทั้งหลายไปได้เป็นอันมาก ทั้งยังมีพระราชดำริเริ่มใหม่เพื่อช่วยเหลือประชาชนและพัฒนาประเทศอย่างอเนกอนันต์ ซึ่งโครงการพระราชดำริเหล่านั้นได้ยังประโยชน์มหาศาลแก่ประชาชนสืบมาจนทุกวันนี้
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต เมื่อวันศุกร์ ที่ ๒๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ สิริพระชนมพรรษา ๙๓ พรรษา
#พระพันปีหลวง
#วันแม่แห่งชาติ
#กองพันทหารสารวัตรที่ ๑๒

07/08/2026

ที่อยู่

Prachin
25000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6637475295

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กองพันทหารสารวัตรที่ ๑๒ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์