สำนักงานสถิติจังหวัดปราจีนบุรี

สำนักงานสถิติจังหวัดปราจีนบุรี ให้บริการข้อมูลสถิติระดับจังหวัด

Fanpage นี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลทางสถิติ ของ สนง. สถิติปราจีนบุรี

โดยมีช่องทางหลักคือ http://pchburi.nso.go.th/

01/09/2026
สำนักงานสถิติจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมส่ง "คุณมาดี" ลงพื้นที่เก็บข้อมูลประจำเดือน กันยายน 2569✅มั่นใจข้อมูลไม่รั่วไหล✅ไม่เ...
01/09/2026

สำนักงานสถิติจังหวัดปราจีนบุรี
พร้อมส่ง "คุณมาดี" ลงพื้นที่เก็บข้อมูล
ประจำเดือน กันยายน 2569
✅มั่นใจข้อมูลไม่รั่วไหล
✅ไม่เกี่ยวพันข้อกฎหมาย
✅ไม่โยงใยเรื่องภาษี

#มาดีปราจีนบุรี
#สำนักงานสถิติจังหวัดปราจีนบุรี

🗓วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2569นางสาววรัญญา สุขวงศ์ สถิติจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานการประชุมข้าราชการ พนักงานราชการและเจ...
31/08/2026

🗓วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2569
นางสาววรัญญา สุขวงศ์ สถิติจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานการประชุมข้าราชการ พนักงานราชการและเจ้าหน้าที่ สำนักงานสถิติจังหวัดปราจีนบุรี ครั้งที่ 8/2569 ประจำเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อหารือข้อราชการ ตลอดจนรับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการปฏิบัติราชการร่วมกัน โดยมีข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานสถิติจังหวัดปราจีนบุรี เข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้องประชุมสำนักงานสถิติจังหวัดปราจีนบุรี ชั้น 1 ศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี

🗓️ วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2569 สำนักงาน ก.พ.ร. จัดการประชุมสัมมนา เรื่อง "การขับเคลื่อนระบบ e-office ในระดับจังหวัด" ผ่...
31/08/2026

🗓️ วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2569
สำนักงาน ก.พ.ร. จัดการประชุมสัมมนา เรื่อง "การขับเคลื่อนระบบ e-office ในระดับจังหวัด" ผ่านระบบ Zoom Meeting เพื่อสื่อสารสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติงานด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ e-office และทิศทางการยกระดับการใช้งานในระดับพื้นที่ ตามพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์
ในการนี้ นางสาววรัญญา สุขวงค์ สถิติจังหวัดปราจีนบุรี และนายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยข้าราชการในสังกัด เข้าร่วมการประชุมสัมมนาดังกล่าว ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (โปรแกรม ZOOM) ณ ห้องประชุมสำนักงานจังหวัดปราจีนบุรี ศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อรับฟังแนวทางและเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนการปฏิบัติราชการสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบต่อไป

31/08/2026

❌ เช็กแล้ว แชร์เลย
ตำรวจไซเบอร์ เปิดลงทะเบียนยื่นหลักฐาน ขอเงินคืนจากมิจฉาชีพ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก เตือนภัย ป้องกันภัยออนไลน์
เพจปลอม ยืนยันโดย : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เพจเฟซบุ๊กดังกล่าว แอบอ้างและไม่มีความเกี่ยวข้องกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือตำรวจไซเบอร์แต่อย่างใด มิจฉาชีพมักใช้วิธีการแอบอ้างชื่อหน่วยงานราชการเพื่อหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินหรือส่งข้อมูลส่วนตัวเพิ่มเติม
ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อหรือคลิกลิงก์ในโพสต์ดังกล่าว และหากถูกมิจฉาชีพโกงให้แจ้งความผ่านช่องทาง 1441 หรือ https://thaipoliceonline.go.th/ เท่านั้น
📌 แยกได้ ไหวตัวทัน
#ข่าวปลอม #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #อาชญากรรมออนไลน์ #ตำรวจไซเบอร์ #ขอเงินคืน #มิจฉาชีพ

31/08/2026

❌ เช็กแล้ว แชร์เลย
เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด CIB เปิดให้ติดต่อรับสิทธิ์จากการเฉลี่ยเงินคืนผู้เสียหาย ผ่านไลน์ cyberpolice_1441
ไลน์ปลอม ยืนยันโดย : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
พบมีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยศพันตำรวจโท ให้เพิ่มเพื่อนทางไลน์ เพื่อติดต่อรับการเฉลี่ยเงินคืนผู้เสียหาย จากการถูกฉ้อโกง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอยืนยันว่า “เป็นไลน์ปลอม”
ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อเพิ่มเพื่อน หรือให้ข้อมูลส่วนตัว รวมไปถึงหากมีการเรียกร้องค่าธรรมเนียม อย่าโอนเงินให้บุคคลที่ไม่รู้จักเด็ดขาด เพราะท่านอาจสูญเสียทรัพย์สิน และถูกนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้โดยมิชอบ
📌 แยกได้ ไหวตัวทัน
#ข่าวปลอม #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #อาชญากรรมออนไลน์ #ไลน์ปลอม

28/08/2026

พาไปทำความรู้จัก “บัญชีม้า” ภัยเงียบที่รู้ตัวอีกที คุณอาจกลายเป็นอาชญากรไปแล้ว
“บัญชีม้า” คือบัญชีธนาคาร บัตร ATM/เดบิต หรือบัญชี e-Wallet ที่ถูกเปิดขึ้นแล้วนำไปให้คนอื่น ซึ่งส่วนใหญ่คือแก๊งมิจฉาชีพ ใช้รับหรือโอนเงิน ที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย เพื่อตัดเส้นทางการสืบสวน โดยเจ้าของบัญชีตัวจริงมักไม่ใช่คนที่ใช้เงิน แต่กลายเป็น “ตัวหลอก” ที่ตำรวจตามไปเจอเป็นคนแรก
จุดที่ทำให้เรื่องนี้อันตรายกว่าที่คิดคือ คนส่วนใหญ่ที่กลายเป็นบัญชีม้า ไม่ได้ตั้งใจเป็นอาชญากร บางคนแค่อยากได้เงินง่ายๆ บางคนถูกหลอกว่าเป็น “งาน” ถูกกฎหมาย และหลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำผิด จนกระทั่งตำรวจมาเคาะประตูบ้านแล้วถึงได้รู้ว่าตัวเองได้ทำผิดเข้าให้แล้ว
แล้วมิจฉาชีพหาบัญชีม้ามาจากไหน ด้วยวิธีการอย่างไร

เส้นทางแรก มิจฉาชีพใช้การ “จ้าง” ให้เปิดบัญชีเองด้วยความสมัครใจ โดยจะทำการประกาศรับสมัครผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น “รับเปิดบัญชี ได้เงินง่าย 500-2,000 บาท ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องตรวจสอบ” แฝงมากับโฆษณา “งานออนไลน์” ที่อ้างว่าต้องใช้บัญชีส่วนตัวรับ-โอนเงินให้บริษัท ใช้คนใกล้ตัว เพื่อน ญาติ มาชักชวนกันเป็นทอด ๆ ทำให้เหยื่อรู้สึกไว้ใจเพราะ “คนรู้จักชวน” ซึ่งเป้าหมายเป้าหลักคือคนหางาน นักศึกษา คนตกงาน ที่มองหาโอกาส
ส่วนอีกกลุ่มเป้าหมายหลักที่มิจฉาชีพมองหาคือ วัยรุ่น, นักศึกษา ที่อยากมีรายได้เสริม และผู้สูงอายุหรือคนรายได้น้อย ที่อยากจะหาช่องทางหาเงินเพิ่ม โดยวิธีนี้พวกเขาจะขโมยตัวตนไปเปิดบัญชี โดยเจ้าตัวไม่รู้ ขโมยข้อมูลส่วนตัว ชื่อ-นามสกุล, เลขบัตรประชาชน 13 หลัก, เบอร์โทร, เพื่อไปเปิดบัญชีออนไลน์แทนเหยื่อ วิธีนี้อันตรายมากกว่า เพราะเหยื่อไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองมีบัญชีม้า จนกว่าจะถูกอายัดบัญชีหรือตำรวจติดต่อมาเท่านั้น
ผลกระทบที่คนมักไม่รู้ตัว ไม่ใช่แค่คุก แต่มันสร้างผลกระทบทั้งชีวิต

มีข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันโดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (AFNC) ว่า ธปท. ได้ยกระดับมาตรการจาก “จัดการรายบัญชี” เป็น “จัดการรายบุคคล” หมายความว่า ถ้าชื่อคุณถูกขึ้นบัญชีเป็นบัญชีม้า บัญชีธนาคารทุกบัญชี ทุกธนาคารในชื่อคุณจะถูกระงับทันที ไม่ใช่แค่บัญชีที่มีปัญหา ถูกปิดกั้นช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด รวมถึงเปิดบัญชีใหม่ก็ทำไม่ได้ นอกจากคดีอาญาแล้ว ยังอาจถูกฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย จากผู้เสียหายที่เงินไหลผ่านบัญชีคุณ ทั้งยังทำให้มีประวัติอาชญากรรม กระทบการสมัครงาน กู้เงิน ขอวีซ่า และการทำธุรกรรมในอนาคต
สัญญาณเตือนที่คุณควรฉุกคิดก่อนเปิดบัญชีให้ใคร

1. มีคนเสนอเงินแลกกับการ “เปิดบัญชีเปล่าๆ” ให้ใช้ โดยไม่มีเหตุผลที่มีน้ำหนัก
2. งานออนไลน์ที่ขอให้ใช้ บัญชีธนาคารส่วนตัว รับ - โอนเงินแทนบริษัท ซึ่งโดยส่วนใหญ่งานถูกกฎหมายจะไม่มีนโยบายแบบนี้
3. ถูกขอให้ส่งมอบสมุดบัญชี, บัตร ATM, รหัส Mobile Banking, ให้คนอื่นถือครอง
4. คนชวนเป็นคนรู้จัก หรือเพื่อนที่ชวนต่อกันเป็นทอด ๆ โดยบอกว่า “ไม่ผิดกฎหมายหรอก”
5. ค่าตอบแทนดูสูงเกินจริงเมื่อเทียบกับสิ่งที่ต้องทำแค่เปิดบัญชี
ถ้าเผลอเปิดบัญชีม้าไปแล้ว หรือสงสัยว่าตัวเองตกเป็นเหยื่อ ต้องทำอย่างไร

- ให้คุณรีบติดต่อธนาคารทันที เพื่อขอปิดบัญชีหรือแจ้งระงับ ก่อนเงินผิดกฎหมายจะไหลผ่านมากขึ้น
- แจ้งความผ่านเว็บไซต์ thaipoliceonline.go.th พร้อมหลักฐานสลิป หรือแชทที่คุยกับมิจฉาชีพ
- เก็บหลักฐานทุกอย่างที่แสดงว่าถูกหลอกหรือถูกชักชวน เพื่อเก็บไว้ใช้ต่อสู้คดี
โทษตามกฎหมาย

ตาม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 (แก้ไขเพิ่มเติม) กำหนดโทษไว้ว่า
- การเปิดบัญชี/บัตร/e-Wallet ให้คนอื่นใช้ โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะใช้ก่ออาชญากรรม ต้องโทษจำคุก 2–5 ปี ปรับ 200,000 –500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- เป็นธุระจัดหา โฆษณา ชักชวนให้ซื้อขาย - เช่าบัญชีหรือซิมม้า จำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับสูงสุด 500,000 บาท
- นิติบุคคล/สถาบันการเงินที่ฝ่าฝืน มีโทษปรับสูงสุด 500,000 บาท ผู้แทนนิติบุคคลติดคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ( ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 )
- หากเข้าข่ายฟอกเงิน (ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) ต้องโทษจำคุก 1–10 ปี ปรับ 20,000–200,000 บาท
และสิ่งที่สำคัญ นี่คือคดี “อาญา” ไม่ใช่แค่โดนตักเตือน แปลว่ามีประวัติติดตัวตลอดชีวิต แม้จะอ้างว่า “ไม่รู้” ก็ยังต้องพิสูจน์ในชั้นศาล และหลายกรณีที่ “ควรรู้” (เช่น รับค่าจ้างเปิดบัญชีทั้งที่ผิดปกติ) ก็เข้าข่ายผิดได้เช่นกัน
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ AOC 1441 ขอเตือนประชาชน หากมีบุคคลชวนเปิดบัญชี “อย่าให้” ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จักแค่ไหนก็ตาม

#ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
#กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

28/08/2026

ดีอี เตือน QR Code ปลอม อ้าง “ก.ล.ต.” ระวังมิจฉาชีพหลอกลงทุน สูญเงิน - ข้อมูลส่วนบุคคล
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ทั้งนี้ ในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 109,287 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 11,443 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 11,442 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 29 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่
อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง รู้ทัน อาการวูบกะทันหัน และวิธีสังเกตสัญญาณสำคัญ

อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง เตรียมปรับการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เตือนเฝ้าระวังระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้น 1.5-2 เมตร

อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง เจ้าหน้าที่กรมขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ ผ่านบัญชี TikTok บัญชี dltsmart875

อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง กรมทางหลวงชนบท ขยายถนน สป.1006 ช่วงแยก ทล.3 – เคหะบางพลี คาดเสร็จปี 70

อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง หากทานใบกะเพราเป็นประจำ จะพบสารพิษตกค้างในร่างกายระยะยาวได้

อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ไทยแผ้วถางพื้นที่ สร้างถนน จัดทำที่มั่น ละเมิดอธิปไตยดินแดนของกัมพูชา

อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง สนใจลงทุน สแกน QR Code ติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ทันที รับรองความปลอดภัยโดย ก.ล.ต.
สำหรับข่าวที่น่าสนใจ คือเรื่อง “สนใจลงทุน สแกน QR Code ติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ทันที รับรองความปลอดภัยโดย ก.ล.ต.” ซึ่งกระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่าเป็น “ข่าวปลอม” โดยพบว่า QR Code และโฆษณาดังกล่าว ผู้ไม่หวังดีได้แอบอ้างชื่อ ก.ล.ต. เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
ขณะเดียวกันข้อความชวนลงทุนที่กล่าวอ้างว่า รับรองความปลอดภัยโดย ก.ล.ต. เป็นการให้ข้อมูลลงทุนที่แอบอ้างชื่อและโลโก้ของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่ามีความเกี่ยวข้องกับ ก.ล.ต. และมีความเสี่ยงได้รับความเสียหายหากหลงเชื่อลงทุน
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจลงทุน ควรตรวจสอบชื่อผู้ชักชวนหรือผู้ให้บริการว่าได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. หรือไม่ ผ่าน SEC Check First หรือสอบถามสายด่วน 1207 กด 22
อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด
หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่
| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com
| Line ID:
| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand
| X :
| TikTok :
| IG : afnc_thailand/

#กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
#ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
ือนข่าวปลอม

🗓️วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569       ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประช...
27/08/2026

🗓️วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569
ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ "การขับเคลื่อนการพัฒนาสถิติทางการระดับพื้นที่ภายใต้แผนแม่บทระบบสถิติประเทศไทยตามกรอบมาตรฐานสากล" (ครั้งที่ 2) ระดับภาคกลาง เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับการพัฒนาสถิติทางการระดับพื้นที่ให้เป็นไปตามแผนแม่บทระบบสถิติประเทศไทยและกรอบมาตรฐานสากล
ในการนี้ นางสาววรัญญา สุขวงศ์ สถิติจังหวัดปราจีนบุรี มอบหมายให้
นายชวลิต ธีรกีรยุต ผอ.กลุ่มวิชาการสถิติและวางแผน พร้อมด้วยเครือข่ายสถิติในจังหวัด เข้าร่วมการประชุมฯ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รับฟังแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาสถิติทางการระดับพื้นที่ และนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบข้อมูลสถิติของจังหวัดปราจีนบุรีให้มีประสิทธิภาพและมาตรฐานต่อไป ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

🗓️วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2559 นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการ...
27/08/2026

🗓️วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2559
นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายของรัฐบาล จังหวัดปราจีนบุรี ครั้งที่ 3/2569 พร้อมด้วยนายสัญญา นามี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานด้านความมั่นคง และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของคณะทำงานทั้ง ๙ คณะ ในการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงตามนโยบายของรัฐบาลในระดับพื้นที่ พร้อมเร่งรัดการดำเนินงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม และบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ในการนี้นางสาววรัญญา สุขวงศ์ สถิติจังหวัดปราจีนบุรี ได้เข้าร่วมประชุมฯ
พร้อมทั้งนำเสนอผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) คณะทำงานการเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านความมั่นคงด้วยระบบ ArcGIS Dashboard : ปัญหาทั้ง 7 ด้าน รายตำบลและอำเภอ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญ ในการบริหารจัดการ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ และสนับสนุนการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงของจังหวัดปราจีนบุรีได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงเป้าหมาย ณ ห้องประชุมสระมรกต (401) ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี

ที่อยู่

สุวินทวงศ์
Prachin
25230

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6637454060

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานสถิติจังหวัดปราจีนบุรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานสถิติจังหวัดปราจีนบุรี:

แชร์