สำนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สาขาปราณบุรี

สำนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สาขาปราณบุรี สถานที่ราชการ

🦚ลงชื่อผู้จัดการมรดกในโฉนดที่ดิน...ทำไมจึงสำคัญ?👨‍❤️‍👨หลายคนเข้าใจว่า เมื่อศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว ก็สามารถโอนหรือจ...
04/08/2026

🦚ลงชื่อผู้จัดการมรดกในโฉนดที่ดิน...ทำไมจึงสำคัญ?
👨‍❤️‍👨หลายคนเข้าใจว่า เมื่อศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว ก็สามารถโอนหรือจัดการที่ดินของผู้เสียชีวิตได้ทันที แต่ในความเป็นจริง ยังมีขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม คือ "การจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกในโฉนดที่ดิน" ซึ่งเป็นการรับรองอำนาจตามกฎหมาย และช่วยให้การดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และคุ้มครองสิทธิของทุกฝ่าย
ผู้จัดการมรดก คือใคร?
📌ผู้จัดการมรดก คือ บุคคลที่ศาลมีคำสั่งแต่งตั้ง หรือผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งตามพินัยกรรม ให้มีหน้าที่บริหารจัดการทรัพย์มรดกของผู้เสียชีวิตแทนกองมรดก เช่น รวบรวมทรัพย์สิน ชำระหนี้ แบ่งมรดก และดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้ตายตามที่กฎหมายกำหนด
เมื่อทรัพย์มรดกเป็นที่ดิน การจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกในโฉนดที่ดินจึงเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง
✌️ประโยชน์ของการจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดก
1. ยืนยันอำนาจในการดำเนินการตามกฎหมาย
การจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกในโฉนดที่ดิน เป็นหลักฐานแสดงว่าบุคคลดังกล่าวมีอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินของกองมรดกตามคำสั่งศาล ไม่ว่าจะเป็นการโอนมรดก แบ่งมรดก หรือจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่าง ๆ โดยอยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจที่กฎหมายกำหนด
2. ช่วยให้การดำเนินการที่สำนักงานที่ดินสะดวกและรวดเร็ว
เมื่อมีการจดทะเบียนไว้เรียบร้อย เจ้าพนักงานที่ดินสามารถตรวจสอบอำนาจของผู้จัดการมรดกได้อย่างชัดเจน ทำให้การดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินเป็นไปอย่างถูกต้อง ลดความซ้ำซ้อนในการตรวจสอบเอกสาร และช่วยให้ประชาชนได้รับบริการอย่างมีประสิทธิภาพ
3. ลดความขัดแย้งระหว่างทายาท
การมีผู้จัดการมรดกที่ได้รับการแต่งตั้งตามกฎหมาย ช่วยให้การบริหารจัดการทรัพย์มรดกมีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ลดความสับสนเกี่ยวกับผู้มีอำนาจดำเนินการ และลดโอกาสเกิดข้อพิพาทระหว่างทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสีย
4. สร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรม
การมีชื่อผู้จัดการมรดกปรากฏในโฉนดที่ดิน ทำให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบอำนาจของผู้ดำเนินการได้อย่างชัดเจน ส่งผลให้การทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่ดินมีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น
เข้าใจให้ถูกต้อง
💋ค่าใช้จ่าย ดังนี้
-ค่าธรรมเนียม 50 บาท
-ค่าพยาน 20 บาท
-ค่าคำขอ 5 บาท
🙏สิ่งที่ประชาชนควรทราบ คือ การจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกในโฉนดที่ดิน ไม่ได้ทำให้ผู้จัดการมรดกเป็นเจ้าของที่ดิน แต่เป็นเพียงการแสดงว่าเป็นผู้มีอำนาจบริหารจัดการทรัพย์มรดกแทนกองมรดกตามคำสั่งศาลเท่านั้น เมื่อดำเนินการแบ่งหรือโอนมรดกให้แก่ทายาทหรือผู้มีสิทธิเสร็จสิ้น กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะตกเป็นของผู้รับมรดกตามกฎหมายหรือพินัยกรรม ไม่ใช่ของผู้จัดการมรดก
📍รู้ไว้...ได้ประโยชน์
✅ ผู้จัดการมรดก ไม่ใช่เจ้าของที่ดิน
✅ การลงชื่อผู้จัดการมรดกในโฉนด เป็นการรับรองอำนาจในการจัดการทรัพย์มรดกตามกฎหมาย
✅ ช่วยให้การโอน แบ่ง หรือจดทะเบียนเกี่ยวกับที่ดินเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และโปร่งใส
✅ ลดปัญหาข้อพิพาทและคุ้มครองสิทธิของทายาททุกฝ่าย
การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์มรดกให้ถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากจะช่วยให้การจัดการทรัพย์สินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยรักษาสิทธิของทายาททุกคน และลดปัญหาข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
☎️สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กรมที่ดิน โทร 0 2141 5555
#กรมที่ดิน #ผู้จัดการมรดก #มรดก #สำนักงานที่ดิน #ออนไลน์ #วันนี้ #ลงชื่อผู้จัดการมรดก

ขายฝากที่ดิน เรื่องเล็กที่หลายคนเข้าใจผิด จนเสียสิทธิ์ไม่รู้ตัวหลายคนเข้าใจว่า "ขายฝาก" ก็เหมือนการนำที่ดินไปจำนำ แต่ควา...
03/08/2026

ขายฝากที่ดิน เรื่องเล็กที่หลายคนเข้าใจผิด จนเสียสิทธิ์ไม่รู้ตัว
หลายคนเข้าใจว่า "ขายฝาก" ก็เหมือนการนำที่ดินไปจำนำ แต่ความจริงแล้ว การขายฝากคือการโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อฝากทันที เพียงแต่ผู้ขายฝากยังมีสิทธิ์ "ไถ่ถอน" ที่ดินกลับคืนได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายหรือสัญญากำหนด
ก่อนตัดสินใจทำสัญญาขายฝาก มาทำความเข้าใจเรื่องสำคัญกัน 👇
🏡 การขายฝาก คืออะไร?
การขายฝาก คือ การซื้อขายที่โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้ผู้ซื้อฝากทันที แต่ผู้ขายฝากมีสิทธิ์ไถ่ถอนทรัพย์สินคืนได้ภายในเวลาที่กำหนด หากพ้นกำหนดเวลาแล้ว ไม่ได้ไถ่ถอน กรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้ซื้อฝากโดยสมบูรณ์ และผู้ขายฝากจะหมดสิทธิ์เรียกคืน
⏰ ระยะเวลาการไถ่ถอน
📌 หากเป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน กำหนดระยะเวลาขายฝากได้ตามที่ตกลงกัน แต่ต้องไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หากใกล้ครบกำหนดและยังไม่พร้อมไถ่ถอน สามารถตกลงขยายเวลาได้ โดยต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย อย่าปล่อยให้เลยกำหนด เพราะสิทธิในการไถ่ถอนจะสิ้นสุดทันที
📝 หากต้องการขยายเวลาต้องทำอย่างไร?
✅ ทำเป็นหนังสือ
✅ มีลายมือชื่อของผู้ซื้อฝาก
✅ นำไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ก่อนครบกำหนด ตกลงกันด้วยวาจา ไม่เพียงพอ และอาจไม่มีผลตามกฎหมาย ผู้ซื้อฝากมีหน้าที่แจ้งก่อนครบกำหนด
สำหรับการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งผู้ขายฝากล่วงหน้าตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้ทราบ
📍 วันครบกำหนดไถ่ถอน
📍 จำนวนเงินที่ต้องชำระ
📍 สถานที่ชำระเงิน
หากผู้ซื้อฝากไม่ดำเนินการแจ้งตามที่กฎหมายกำหนด อาจส่งผลต่อการใช้สิทธิของคู่สัญญาตามกฎหมายได้
💰 ถ้าจะไถ่ถอน แต่ผู้ซื้อฝากไม่รับเงิน ต้องทำอย่างไร?
หากผู้ขายฝากพร้อมไถ่ถอน แต่
❌ ติดต่อผู้ซื้อฝากไม่ได้
❌ ผู้ซื้อฝากหลีกเลี่ยง
❌ หรือไม่ยอมรับเงิน
ผู้ขายฝากสามารถ วางทรัพย์ตามกฎหมาย เพื่อรักษาสิทธิในการไถ่ถอนได้ โดยดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
📅 การนับวันครบกำหนดไถ่ถอน
การนับระยะเวลาจะเริ่มนับ วันถัดจากวันที่ทำสัญญาเป็นวันแรก
ตัวอย่าง เช่น ทำสัญญาขายฝากวันที่ 24 ตุลาคม 2566 ครบกำหนด 1 ปี ในวันที่ 24 ตุลาคม 2567 ดังนั้น อย่ารอจนถึงวันสุดท้าย เพราะอาจเกิดปัญหาในการดำเนินการได้
⚖️ ข้อควรรู้ก่อนทำสัญญาขายฝาก
✅ อ่านสัญญาให้ละเอียด
✅ ตรวจสอบกำหนดเวลาไถ่ถอน
✅ เก็บเอกสารทุกฉบับไว้ให้ครบ
✅ หากต้องการขยายเวลา ต้องจดทะเบียนให้ถูกต้อง
✅ เตรียมเงินไถ่ถอนล่วงหน้า อย่ารอใกล้วันครบกำหนด
💡 สรุปง่าย ๆ
การขายฝาก ไม่ใช่การกู้เงินหรือการจำนอง แต่เป็นการโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อฝากทันที โดยผู้ขายฝากมีสิทธิ์ซื้อทรัพย์คืนได้ภายในเวลาที่กำหนดเท่านั้น
📌 หากพ้นกำหนดโดยไม่ไถ่ถอน สิทธิในที่ดินจะตกเป็นของผู้ซื้อฝากอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นก่อนทำสัญญา ควรศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขให้เข้าใจ เพื่อป้องกันการเสียสิทธิในทรัพย์สินของตนเอง

😍เช่าที่ดินเกิน 3 ปี ต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน รู้ไว้...สิทธิของคุณจะได้รับความคุ้มครอง👄หลายคนทำสัญญาเช่าบ้าน เช่าท...
21/07/2026

😍เช่าที่ดินเกิน 3 ปี ต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน รู้ไว้...สิทธิของคุณจะได้รับความคุ้มครอง
👄หลายคนทำสัญญาเช่าบ้าน เช่าที่ดิน หรือเช่าอาคารเป็นเวลา 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี แล้วเข้าใจว่าสัญญามีผลตามระยะเวลาที่ตกลงกัน แต่ความจริงแล้ว หากเป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำหนดเวลาเกิน 3 ปี กฎหมายกำหนดให้ต้องจดทะเบียนการเช่าที่สำนักงานที่ดิน หากไม่ดำเนินการ สิทธิการเช่าจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเพียง 3 ปีแรก เท่านั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดว่า การเช่าอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน บ้าน อาคาร หรือห้องชุด ที่มีกำหนดระยะเวลา เกิน 3 ปี หรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่า ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดิน จึงจะมีผลบังคับตามระยะเวลาที่ตกลงกัน
การจดทะเบียนถือเป็นการรับรองสิทธิของคู่สัญญา ช่วยสร้างความมั่นใจให้ทั้งผู้ให้เช่าและผู้เช่า ลดข้อพิพาท และทำให้สิทธิการเช่าได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
📍หากไม่จดทะเบียน จะเกิดอะไรขึ้น?
แม้ในสัญญาจะระบุว่าเช่าเป็นเวลา 10 ปี หรือ 20 ปี แต่หากไม่ได้จดทะเบียน สัญญาจะมีผลบังคับได้เพียง 3 ปี ส่วนระยะเวลาที่เกินจากนั้นจะไม่สามารถอ้างสิทธิตามสัญญาเช่าได้
เตรียมตัวก่อนจดทะเบียน
📍โดยทั่วไป ผู้ให้เช่าและผู้เช่าควรไปดำเนินการร่วมกัน ณ สำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่ พร้อมเตรียมเอกสารสำคัญ ดังนี้
- โฉนดที่ดินหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
- บัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารแสดงตัวตนของคู่สัญญา
- สัญญาเช่า (ถ้ามี)
- หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ)
- เอกสารอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
สรุปให้จำง่าย
✅ เช่าไม่เกิน 3 ปี : ทำสัญญาเป็นหนังสือก็เพียงพอ
✅ เช่าเกิน 3 ปี : ต้องจดทะเบียนการเช่าที่สำนักงานที่ดิน เพื่อให้สัญญามีผลตามระยะเวลาที่ตกลงกัน
"เช่าเกิน 3 ปี อย่าลืมจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน เพราะการจดทะเบียน คือการคุ้มครองสิทธิของทั้งผู้ให้เช่าและผู้เช่า ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้อง"
☎️สอบบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กรมที่ดิน โทร 0 2141 5555
#กรมที่ดิน #การเช่า #เช่าที่ดิน #สำนักงานที่ดิน #ที่ดิน #ทั่วประเทศ #วันนี้ #เทรนวันนี้

30/06/2026

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย ปี 2569 เพื่อสนับสนุนและบรรเทาภาระให้แก่ประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และส่งเสริมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงช่วยรักษาระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคอสังหาริมทรัพย์

https://www.mof.go.th/wp-content/uploads/2026/06/ข่าวแถลงกระทรวงการคลังฉบับที่-55-2569.pdf

👨‍❤️‍👨โฉนดที่ดินยังเป็นชื่อแม่ แต่เสียชีวิตแล้ว… ลูกต้องรีบโอนมรดกหรือไม่?เมื่อบุคคลอันเป็นที่รักจากไป หนึ่งในคำถามสำคัญ...
24/06/2026

👨‍❤️‍👨โฉนดที่ดินยังเป็นชื่อแม่ แต่เสียชีวิตแล้ว… ลูกต้องรีบโอนมรดกหรือไม่?
เมื่อบุคคลอันเป็นที่รักจากไป หนึ่งในคำถามสำคัญที่ทายาทหลายครอบครัวกังวล คือเรื่อง “ทรัพย์สิน” โดยเฉพาะโฉนดที่ดินซึ่งยังคงเป็นชื่อของผู้เสียชีวิต หลายคนสงสัยว่า หากยังไม่ได้ไปดำเนินการรับโอนมรดก จะมีผลอย่างไร และการรับมรดกนั้น “มีอายุความ” หรือไม่
📌คำตอบคือ กฎหมายไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการขอรับมรดกของทายาทไว้โดยตรง กล่าวคือ ทายาทสามารถยื่นขอจดทะเบียนรับมรดกได้ แม้จะผ่านระยะเวลามาพอสมควรแล้วก็ตาม สิทธิในการเป็นทายาทไม่ได้หมดไปเพียงเพราะยังไม่ได้ดำเนินการทันที
อย่างไรก็ตาม แม้กฎหมายจะไม่กำหนดเส้นตายในการรับมรดก แต่ในทางปฏิบัติ หากยังไม่ได้จดทะเบียนรับมรดกให้ปรากฏหลักฐานที่สำนักงานที่ดิน ทายาทจะยังไม่สามารถดำเนินนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินแปลงนั้นได้ เช่น การขาย การให้ การจำนอง หรือการทำนิติกรรมอื่นใด เนื่องจากชื่อในโฉนดยังเป็นของผู้เสียชีวิต การดำเนินการใด ๆ จึงต้องเริ่มจากการจดทะเบียนรับมรดกให้ถูกต้องเสียก่อน
การจดทะเบียนรับมรดกไม่เพียงเป็นการแสดงสิทธิอย่างชัดเจนตามกฎหมาย แต่ยังช่วยป้องกันปัญหาข้อพิพาทในอนาคต โดยเฉพาะกรณีที่มีทายาทหลายคน หรือมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย การดำเนินการให้เรียบร้อยตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้การจัดการทรัพย์สินเป็นไปอย่างราบรื่น โปร่งใส และตรวจสอบได้
📍เอกสารที่ใช้ประกอบการจดทะเบียนรับมรดกโดยทั่วไป ได้แก่
โฉนดที่ดินฉบับจริง
ใบมรณบัตรของเจ้าของเดิม
เอกสารแสดงความเป็นทายาท เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร หรือพินัยกรรม (ถ้ามี)
บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง(ของผู้เกี่ยวข้อง)
ทั้งนี้ ขั้นตอนและเอกสารอาจแตกต่างกันไปตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี หากมีข้อสงสัยควรสอบถามสำนักงานที่ดินโดยตรง เพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องครบถ้วน
ทรัพย์สินที่ดินมีมูลค่าและความสำคัญต่อครอบครัว การดำเนินการทางกฎหมายให้ถูกต้องจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม แม้การรับมรดกจะไม่มีการกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ แต่การจดทะเบียนรับมรดกให้เรียบร้อยโดยเร็ว ย่อมช่วยให้ทายาทสามารถใช้สิทธิในทรัพย์สินได้อย่างสมบูรณ์ และลดความยุ่งยากในอนาคต
☎️หากต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสำนักงานที่ดินในพื้นที่ หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมที่ดิน โทร 0 2141 5555 เพื่อรับคำปรึกษาอย่างถูกต้องและเป็นทางการ
#กรมที่ดิน

📌ด่วน! มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอน–จำนอง เหลือ 0.01% หมดเขต 30 มิถุนายน 2569 นี้📍ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อที่อยู่อาศัย ...
22/06/2026

📌ด่วน! มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอน–จำนอง เหลือ 0.01% หมดเขต 30 มิถุนายน 2569 นี้
📍ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อที่อยู่อาศัย โดยปรับลด “ค่าธรรมเนียมการโอน” และ “ค่าจดจำนอง” เหลือเพียง 0.01%
มาตรการดังกล่าวครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ทั้งมือหนึ่งและมือสอง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว อาคารพาณิชย์ หรือห้องชุด
☘️อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สามารถใช้สิทธินี้ได้จะต้องเป็น “บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย” เท่านั้น และมีเงื่อนไขสำคัญด้านราคา คือ ราคาซื้อขาย ราคาประเมิน และวงเงินจำนอง ต้องไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา 📍โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2569
มาตรการลดค่าธรรมเนียมครั้งนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเริ่มต้นชีวิตในบ้านหลังใหม่ หรือขยับขยายที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับความต้องการมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจ นี่อาจเป็น “จังหวะที่ดีที่สุด” ในการก้าวสู่ความเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์อย่างมั่นคง
☎️สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานที่ดินทั่วประเทศ หรือกรมที่ดิน โทร 0 2141 5555
#กรมที่ดิน #มาตรการ #บ้าน #คอนโด #ทั่วประเทศ #มิถุนายน

🦸‍♀️ค่าธรรมเนียมรังวัด คิดอย่างไร❓-ค่าธรรมเนียมรังวัด  โฉนดที่ดิน : 40 บาท/แปลง/วัน, หนังสือรับรองการทำประโยชน์ : 30 บาท...
22/06/2026

🦸‍♀️ค่าธรรมเนียมรังวัด คิดอย่างไร❓
-ค่าธรรมเนียมรังวัด โฉนดที่ดิน : 40 บาท/แปลง/วัน, หนังสือรับรองการทำประโยชน์ : 30 บาท/แปลง/วัน
-ค่าหลักเขตที่ดิน หลักละ 15 บาท (ตามที่ใช้จริง)
-ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ค่าส่งหนังสือแจ้งเจ้าของที่ดินแปลงข้างเคียงทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ 200 บาท, ค่าคนงานรังวัด 420 บาท/คน/วัน, ค่าพาหนะเจ้าหน้าที่และคนงานรังวัด (ไม่เกิน 1,600 บาท/วัน)
-ค่าป่วยการเจ้าพนักงานผู้ปกครองท้องที่ ไม่เกินอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง วันละ 50 บาท
🏞 ค่าใช้จ่ายในการรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดิน
-เนื้อที่ไม่เกิน 5 ไร่ เวลาทำการรังวัด 1 วัน ค่าใช้จ่ายรวม 3,530 บาท
-เนื้อที่ไม่เกิน 15 ไร่ เวลาทำการรังวัด 2 วัน ค่าใช้จ่ายรวม 6,810 บา-
-เนื้อที่ไม่เกิน 30 ไร่ เวลาทำการรังวัด 3 วัน ค่าใช้จ่ายรวม 10,090 บาท
🏞 ค่าใช้จ่ายสำหรับหนังสือรับรองการทำประโยชน์
-เนื้อที่ไม่เกิน 20 ไร่ เวลาทำการ 1 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 2,690 บาท
-เนื้อที่ไม่เกิน 50 ไร่ เวลาทำการ 2 วัน ค่าใช้จ่ายจะเรียกได้ไม่เกิน 5,130 บาท
📕กรณีพิเศษที่อาจมีการเพิ่มวันทำการ
การรังวัดที่ดินจะเพิ่มวันทำการ 1 วัน ในกรณีที่เนื้อที่เกินกว่า 50 ไร่ (ทุก 50 ไร่), ที่ดินอยู่ในเขตพื้นที่องค์กรปกครองรูปแบบพิเศษ (เช่น กทม., เมืองพัทยา ฯลฯ หรือ เทศบาลนคร/เทศบาลเมือง), ที่ดินเป็นสวนไม้ ยืนต้น, หรือมีจำนวนที่ดินข้างเคียงและแปลงแบ่งแยกจำนวนมาก
การทำความเข้าใจความสำคัญของหลักเขตที่ดิน และขั้นตอนการขอรังวัดที่ดินใหม่ จะช่วยให้คุณสามารถปกป้องสิทธิ์ในที่ดินและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่า "หมุดหลักเขตที่ดิน" จะหายไปจากที่เดิมก็ตาม!
☎️สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กรมที่ดิน โทร 0 2141 5555
#กรมที่ดิน #วันนี้ #หลักเขต #ที่ดิน #รังวัดที่ดิน #ค่าธรรมเนียมรังวัด #ทั่วประเทศ #เทรนวันนี้ #โฉนดที่ดิน

ที่อยู่

สำนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สาขาปราณบุุรี
Pran Buri
77120

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6632623260

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สาขาปราณบุรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์