คลีนิกให้คำปรึกษาครอบครัวอ

คลีนิกให้คำปรึกษาครอบครัวอ เปิดให้บริการคำปรึกษาแก่บิดามารดา ผู้ปกครอง ประชาชนทั่วไปที่ คลินิกให้คำปรึกษาเด็กและครอบครัวอบอุ่น ศูนย์ฝึกฯ ระยอง เปิดให้บริการคำปรึกษาแก่บิดามารดา ผู้ปกครอง ประชาชนทั่วไปที่มีปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรม ปัญหาการเรียนของเด็กและเยาวชน ปัญหาครอบครัว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในวันราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 ทางช่องทางดังนี้
1. ทางโทรศัพท์ หมายเลข 038-612224
2. ขอรับคำปรึกษาด้วยตนเอง ที่ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 1 จังหวัดระยอง เลขที่ 144/1 หมู่ 2 ตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
3.

inbox ทางเพจ

เปิดเหมือนปกติ

ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 1 ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกจ้างเหมาบริการ ตำแหน่ง #พนักงานขับรถยนต์ จำนวน 3 อัตรา...
04/10/2017

ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 1 ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกจ้างเหมาบริการ ตำแหน่ง #พนักงานขับรถยนต์ จำนวน 3 อัตรา อัตราค่าจ้างเดือนละ 10,000 บาท เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 3 - 16 ตุลาคม 2560 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 038 - 624169 , 038-612224

คลีนิกให้คำปรึกษาครอบครัวอบอุ่น's cover photo
28/09/2017

คลีนิกให้คำปรึกษาครอบครัวอบอุ่น's cover photo

100 ปี ธงไตรรงค์ ประวัติศาสตร์ธงชาติไทย ความภาคภูมิใจของคนไทย
28/09/2017
100 ปี ธงไตรรงค์ ประวัติศาสตร์ธงชาติไทย ความภาคภูมิใจของคนไทย

100 ปี ธงไตรรงค์ ประวัติศาสตร์ธงชาติไทย ความภาคภูมิใจของคนไทย

วันที่ 28 กันยายน 60 คือ วันพระราชทานธงชาติไทย และภายในปีเดียวกันนี้จะเป็นวันครบรอบ 100 ปี ถือกำเนิดธงไตรรงค์

คลีนิกให้คำปรึกษาครอบครัวอบอุ่น's cover photo
26/09/2017

คลีนิกให้คำปรึกษาครอบครัวอบอุ่น's cover photo

คลีนิกให้คำปรึกษาครอบครัวอบอุ่น's cover photo
29/07/2017

คลีนิกให้คำปรึกษาครอบครัวอบอุ่น's cover photo

คุณพ่อ คุณแม่ ลองอ่านดู และพยายามปฏิบัติ กันให้ได้นะคะ
29/07/2017
พ่อแม่ต้องรู้!! 8 คำพูดที่ไม่ควรพูดกับลูกเด็ดขาด โตมาจะได้ไม่มีปัญหา อนาคตเด็กเริ่มต้นตร

คุณพ่อ คุณแม่ ลองอ่านดู และพยายามปฏิบัติ กันให้ได้นะคะ

พ่อแม่คือครูคนแรกของลูก ดังนั้นคำพูดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ …

ถึงวันนี้เราจะย่ำแย่ พรุ่งนี้เราจะได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
29/06/2017

ถึงวันนี้เราจะย่ำแย่ พรุ่งนี้เราจะได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

#ถึงวันนี้จะย่ำแย่_พรุ่งนี้เราจะได้เริ่มใหม่อีกครั้ง

หมอได้มีโอกาสดูซีรีส์เรื่อง Ann with an 'E' ที่ฉายอยู่ใน Netflix เป็นซีรีส์ที่สร้างมาจากวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง Anne of Green Gables หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า 'แอนน์สาวน้อยจอมแก่นแห่งกรีนเกเบิ้ลส์'

เรื่องราวแบบที่เรียกว่า Coming of age คือเรื่องราวที่ว่าด้วยการเติบโตขึ้นของตัวละคร ที่ไม่ได้หมายความว่าอายุมากขึ้นอย่างเดียว แต่เห็นความมีวุฒิภาวะในตัวละครที่มากขึ้นด้วย แน่นอนคนที่ดูซีรีส์หรืออ่านหนังสือเรื่องนี้ก็จะได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกัน

แอนน์ ตัวเอกของเรื่องเป็นเด็กผู้หญิงอายุ 13 ปีที่แม้ว่าชีวิตจะผ่านเรื่องเลวร้ายมาแค่ไหน แต่แอนน์ก็พยายามมีมุมมองด้านบวกกับชีวิตและโลกอยู่เสมอ

"ฉันชื่อ แอนน์(Anne) ที่ลงท้ายด้วยตัว E เหมือนจะเป็นชื่อธรรมดา แต่เพราะมีตัว E ลงท้าย มันจึงมีความพิเศษซ่อนอยู่" แอนน์มักจะแนะนำตัวของเธอเช่นนี้เวลาที่ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ๆ

พ่อแม่แท้ๆ เสียชีวิตไปตั้งแต่แอนน์อายุไม่กี่เดือน หลังจากนั้นเธอต้องใช้ชีวิตเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีโอกาสเข้าเรียน ต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเอง ทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กในครอบครัวหนึ่งที่พ่อแม่มีลูกหลายคน แอนน์ถูกใช้งานอย่างหนัก บางครั้งก็ถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ

วันหนึ่งชีวิตแอนน์ก็เปลี่ยนไป เพราะมีครอบครัวหนึ่งมารับอุปการะแอนน์ไปดูแล แม้ว่าเหตุการณ์จะไม่ราบรื่นเพราะตอนแรกครอบครัวนี้ตั้งใจจะรับเด็กชาย ไม่ใช่เด็กหญิงอย่างแอนน์ แต่ด้วยความร่าเริงสดใสและทำให้คนรอบข้างมีความสุข ครอบครัวนี้จึงยอมรับและมอบความรักให้แอนน์ในที่สุด

แม้ว่าจะมีชีวิตใหม่พร้อมครอบครัวที่รักเธออย่างจริงใจ แอนน์ก็ยังต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าเรียนในโรงเรียนปกติครั้งแรกในชีวิต การถูกกลั่นแกล้งรังแก เพื่อนที่ไม่ยอมรับเข้ากลุ่ม ครูที่ไม่เข้าใจ การเปลี่ยนผ่านจากชีวิตความเป็นเด็กในวันที่แอนน์กลายเป็นสาวเต็มตัว การปรับตัวต่างๆ ที่ทำให้ต้องเสียน้ำตา

หลายครั้งที่พบว่า คนที่มีประสบการณ์ชีวิตที่เลวร้าย คนที่มีบาดแผลในอดีตที่ขมขื่นอาจมีมุมมองชีวิตที่ไม่สวยงามนัก แต่จริงๆแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องในอดีตจะเป็นเครื่องชี้ชะตาชีวิตในวันนี้และอนาคตเสมอไป

สำหรับแอนน์ อดีตก็ยังตามมาหลอกหลอนเธออยู่เป็นครั้งคราว แอนน์มักถามตัวเองว่า "ทำไมความทรงจำร้ายๆถึงฝังอยู่ในใจเราไม่หายไปง่ายๆ"

สิ่งหนึ่งที่ทำให้แอนน์ผ่านเรื่องร้ายๆมาได้ไม่ใช่การ 'ลืม' เรื่องราวเลวร้ายที่เกิดขึ้น แต่การสร้าง 'ความหวัง' ให้ตัวเอง มองหาแง่ที่ดีงามในชีวิตอันเลวร้ายตามความเป็นจริงเท่าที่ทำได้

แอนน์บอกคนอื่นเสมอว่า แม้เธอจะเจอแต่เรื่องแย่ๆ แต่เธอก็คิดเสมอว่า "ชีวิตแย่ๆของฉัน เป็นเหมือนหลุมศพในป่าช้า แต่ก็เป็นหลุมศพที่มี 'ความหวัง' มากมายฝังอยู่ภายใต้ผืนดิน เป็น 'ความหวัง' ที่รอวันจะถูกขุดขึ้นมาใหม่ในวันหนึ่ง" เมื่อคิดเช่นนั้นแอนน์ก็จะรู้สึกดีขึ้น

และแม้ว่าว่าเธอจะรู้สึกแย่หรือรู้สึกดี สิ่งหนึ่งที่เธอเป็นเสมอคือ ความซื่อสัตย์กับตัวเอง ยอมรับความรู้สึกที่เกิดขึ้น เหมือนที่เธอบอกในวันที่เธอรู้สึกผิดหวังที่สุดครั้งหนึ่งว่า วันนี้เธอเศร้ามาก คงทานอะไรไม่ลง "ใครจะทานข้าวลงในวันเวลาที่เขากำลังเศร้าสุดๆ" แอนน์บอกคนที่พยายามคะยั้นคะยอให้เธอทานข้าว เธอไม่เคยฝืนยิ้มหรือหัวเราะถ้าในใจเธอไม่ได้รู้สึกแบบนั้นด้วย แน่นอนการยอมรับทำให้แอนน์ไม่ถึงกับฟูมฟายหรือตีโพยตีพายเกินไปนัก

ในชีวิตแอนน์มีความทุกข์มากกว่าความสุข เธอแค่ยอมรับกับชีวิตที่เป็น ทำตัวของเธอให้ดีงาม ถูกต้อง กล้าหาญ มีความจริงใจในการใช้ชีวิต ทำให้เธออยู่มาได้

"ฉันทำดีที่สุดแล้ว และฉันเริ่มจะเข้าความหมายของ 'ความสุขที่ได้ดิ้นรนต่อสู้' ถ้าสู้แล้วชนะก็คงจะดี แต่การที่สู้เต็มที่แล้วพ่ายแพ้มันก็ไม่เลวร้ายหรอก"

"มันเป็นประสบการณ์ของฉัน ที่เมื่อไหร่ที่เราตั้งใจว่าจะต้องชอบบางสิ่งบางอย่างให้ได้ ความตั้งใจนั้นก็จะทำให้ฉันสามารถชอบและสนุกไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในที่สุด"

เวลาที่เธอเศร้าและเป็นทุกข์ คิดถึงเรื่องอดีต แอนน์จะสร้างจินตนาการให้ตัวเอง เพราะเธอเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ เธอจึงจินตนาการเรื่องราวสนุกๆ ที่มักจะสร้างความหวังและหล่อเลี้ยงชีวิต แต่แอนน์ก็ไม่ถึงกับหลุดไปในจินตนาการ ไม่เคยลืมว่าเธอเป็นใคร ผ่านอะไรมา แอนน์มีความเชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเอง และมีความหวังอยู่เสมอ

แม้จะมีความทรงจำที่เจ็บปวด ก็ไม่จำเป็นต้องวิ่งหนีปฏิเสธหรือลืมมันไป เพียงทำใจยอมรับว่ามันก็คือตัวตนที่ผ่านมาของเรา และมันเป็นเพียงเรื่องที่ผ่านมาแล้ว เรามีชีวิตอยู่ในวันนี้และพรุ่งนี้ที่กำลังมาถึง

“ถึงวันนี้จะแย่แค่ไหน แต่เดี๋ยววันพรุ่งนี้เราจะได้เริ่มต้นอีกครั้ง เพราะความผิดพลาดใหม่ๆ ยังไม่ทันได้เกิดขึ้น” แอนน์บอกตัวเองและคนอื่น

เป็นซีรีส์ที่ดูแล้วอบอุ่นหัวใจเรื่องหนึ่ง สนุกมากๆทีเดียวค่ะ

#หมอมินบานเย็น

เข็นเด็กขึ้นภูเขา
11/03/2017

เข็นเด็กขึ้นภูเขา

โรคขาดธรรมชาติ: Nature deficit disorder

พ่อแม่มักเป็นห่วงกลัวว่าลูกจะกินอาหารไม่เพียงพอ บางคนก็จะมาถามหมอว่า กลัวลูกจะขาดอาหาร แต่เดี๋ยวนี้มีภาวะหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวกับการ 'ขาด' เหมือนกัน แต่เป็นการขาดที่อาจจะมองไม่เห็นด้วยตา นั่นก็คือ ภาวะ 'ขาด' ธรรมชาติ

ภาวะขาดธรรมชาติ หรือ Nature deficit disorder อาจจะเป็นโรคใหม่ของเด็กยุคนี้ แม้ว่าจะไม่มีการบัญญัติไว้เป็นโรคชัดเจนในทางจิตเวชเด็ก แต่มีการเขียนถึงภาวะนี้ไว้อย่างน่าสนใจในหนังสือเบสต์เซลเลอร์ของ Richard Louv เรื่อง Last child in the woods ในปี 2005

หนังสือได้อธิบายถึงเด็กกลุ่มหนึ่งที่ไม่ค่อยใช้เวลากับกิจกรรมนอกบ้านไปสัมผัสธรรมชาติ และเติบโตมามีปัญหาหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาอารมณ์และพฤติกรรม

สาเหตุของภาวะนี้ อย่างแรก ก็เพราะว่า พ่อแม่เดี๋ยวนี้มีลูกน้อย ด้วยความรักทำให้พ่อแม่ส่วนใหญ่เลี้ยงดูลูกด้วยเป็นห่วงใกล้ชิดอย่างมาก ปกป้องมากเกินไป เป็นกังวลว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้น จนบางครั้งเด็กไม่ได้ฝึกทำอะไรเอง ไม่ได้ออกไปนอกบ้านไปสัมผัสธรรมชาติ

นอกจากนั้น สภาพแวดล้อมในยุคปัจจุบันที่มีอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์มากมายคอยยั่วใจเด็กๆ แค่นั่งอยู่เฉยๆ ไม่ต้องไปไหน เล่นเกม เล่นอินเทอร์เน็ตที่อยู่ในสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ตในมือ ก็ทำให้เด็กผ่อนคลายและสนุกสนาน ไม่จำเป็นต้องออกไปนอกบ้าน ซึ่งแตกต่างจากสมัยก่อน ที่คนรุ่นปู่ย่าตายายเวลาจะเล่นก็ต้องออกไปกับเพื่อน ดูนกดูปลา ไปตามเรื่อง

อีกอย่างคือ เด็กสมัยนี้ต้องเรียนหนัก การบ้านเยอะ แถมต้องเรียนพิเศษ จนไม่มีเวลาทำอย่างอื่น

มีเด็กในเมืองน้อยมากที่เคยไปสัมผัสธรรมชาติกับครอบครัว เช่น ไปเดินป่า ไปสำรวจธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งไปสวนสาธารณะแถวบ้าน

เด็กที่มีภาวะขาดธรรมชาติจะมีผลกระทบต่างๆตามมา

ไม่ว่าจะเป็นอาการสมาธิไม่ดี มีภาวะปัญหาทางอารมณ์พฤติกรรมมากกว่าเด็กทั่วไป

เกิดภาวะอ้วน เพราะไม่ได้ออกกำลังกาย กลายเป็นโรคไขมันในเลือดสูง เบาหวาน

เด็กส่วนหนึ่งมีความเห็นอกเห็นใจคนรอบข้างน้อยลง เพราะขาดการเชื่อมโยงตัวเองกับธรรมชาติและคนรอบข้าง (loss of sense of connection to nature) การที่เด็กได้สัมผัสธรรมชาติจะทำให้เขามีจิตใจที่ละเอียดอ่อนและอ่อนโยนทำให้เข้าใจคนรอบข้างได้มากขึ้นแทนที่จะหมกมุ่นอยู่กับตัวเอง การหมกมุ่นกับตัวเองทำให้เกิดความเครียดง่าย ซึมเศร้า วิตกกังวลได้ง่าย

หมอไม่ได้บอกว่าห้ามเด็กสัมผัสอุปกรณ์ที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์เลย เพราะมันคงจะเป็นไปไม่ได้ การที่เด็กอยู่ในยุคปัจจุบัน เด็กก็ต้องเรียนรู้ในเรื่องของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ แต่การเรียนรู้นั้นก็ควรให้มีความสมดุล ไม่ควรให้เด็กสัมผัสอุปกรณ์เหล่านี้เร็วเกินไป และมากเกินไป จนกระทั่งขาดโอกาสในการเรียนรู้ธรรมชาติ คน สิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว

เด็กจำเป็นต้องเรียนรู้อยู่ร่วมกันเป็นสังคม ที่ประกอบด้วยธรรมชาติ และสรรพสิ่ง มนุษย์เราอยู่อย่างปัจเจกไปตลอดไม่ได้ คนเราต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน วันหนึ่งเราต้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่นและเราก็ควรจะต้องให้ความช่วยเหลือคนอื่นอย่างเหมาะสมเช่นกัน

มีงานวิจัยที่บอกว่า การให้เด็กไปสัมผัสธรรมชาติรอบตัวอย่างเหมาะสม จะทำให้มีผลดีตามมา ได้แก่ สุขภาพที่ดีเพราะได้ออกกำลังกาย มีภาวะอารมณ์และพฤติกรรมในเชิงบวกมากขึ้น รู้จักปรับตัวกับสิ่งรอบข้างในสถานการณ์ใหม่ๆได้ดี เห็นอกเห็นใจคนอื่น เข้าใจและรับรู้อารมณ์ของตัวเองอย่างเหมาะสม

#หมอมินบานเย็น

อีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ พิธีเปิดกองลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่
07/03/2017

อีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ พิธีเปิดกองลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่

ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 1 เปิดกองลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ โดยนางจันทนา วิธีเจริญเป็นประธานเปิดกองลูกเสือ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเข้าร่วมกิจกรรมลูกเสือ ซึ่งทางศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 1 จะมีกิจกรรมลูกเสือทุกวันพฤหัสบดี ระหว่างเวลา 09.00 - 11.00 น.
ข่าว : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ศูนย์ฝึก ฯ
ภาพ : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ศูนย์ฝึก ฯ

บางทีผู้ใหญ่ก็อ่อนแอเป็นนะ
04/02/2017

บางทีผู้ใหญ่ก็อ่อนแอเป็นนะ

#ความเจ็บปวดที่ผู้ใหญ่ต้องเก็บซ่อนไว้

ด๊อกซอน เรียนอยู่ม.ปลาย เธอเป็นลูกคนกลาง มีพี่สาวและน้องชายอย่างละคน อยู่ในบ้านหลังเล็กๆ ที่มีพ่อกับแม่

เธอมีคุณย่าที่สนิทกันมาก ย่ามักมาเยี่ยมครอบครัวของเธอที่บ้านบ่อยๆ จนล่าสุดย่ามานอนค้างด้วย ด๊อกซอนบอกย่าว่า ปิดเทอมฤดูหนาวนี้ เธอจะไปอยู่บ้านย่า

แต่วันนั้นก็ไม่มีวันมาถึง เพราะคุณย่าเสียชีวิตไปอย่างกะทันหัน ด๊อกซอนเสียใจมาก เธอรักและผูกพันกับคุณย่าเหลือเกิน

แต่ความเสียใจก็มีไม่เท่าความแปลกใจ พ่อของเธอ ลูกชายของย่าแท้ๆ ทำไมถึงยิ้มและหัวเราะกับแขกที่มาในงานศพอย่างร่าเริงแบบนั้น เธอออกจะแน่ใจมากๆว่าพ่อต้องเสียใจมาก เสียใจยิ่งกว่าเธอเสียอีก

พ่อเรียกเธอเข้าไปหา แล้วบอกว่า "พ่อสบายดีลูก พ่อไม่เป็นไร" แล้วพ่อก็ยิ้มให้เธอ

"หรือพ่อจะไม่รักย่า ย่าช่างน่าสงสารจริงๆ" ด๊อกซอนคิด

จนวันที่คุณลุง พี่ชายคนเดียวของพ่อกลับมาจากอเมริกานั่นแหละ ด๊อกซอนจึงได้เห็นน้ำตาของพ่อ พ่อร้องไห้ ร้องมากเสียด้วย

พ่อเข้าไปกอดคุณลุง พร่ำบอกว่า

"แม่รอให้พี่มาหา แม่จากเราไปแล้วนะ ผมสงสารแม่เหลือเกิน มันเร็วมาก เราจะไม่ได้เจอแม่อีกแล้ว จะทำยังไงดี ถ้าไม่มีแม่อยู่ด้วยเหมือนเก่าแล้ว"

พ่อพูดไปก็ร้องไห้ไป ด๊อกซอนจึงรู้ว่า พ่อไม่ใช่ว่าไม่เสียใจ แต่พ่อแค่เก็บความเศร้าเอาไว้ โดยไม่แสดงออกมาให้เห็น

พ่อกลัวว่าคนรอบข้างจะเป็นห่วง พ่อกลัวว่าการที่พ่อเป็นผู้ชาย พ่อจะต้องทำตัวว่าเข้มแข็ง และไม่เป็นไร

ก็เพราะว่าพ่อเป็นผู้ใหญ่

.

มีพ่อแม่หลายคนที่หมอเคยคุยด้วย แม้ว่าจะเหนื่อยและเครียดกับปัญหาของลูกมากแค่ไหน แต่ภายนอกก็พยายามทำตัวให้เข้มแข็ง ไม่แสดงออก หลายคนก็ร้องไห้ เมื่อได้คุยกับหมอ แต่จะไม่มีน้ำตาให้ลูกและคนในครอบครัวเห็น

จริงๆแล้ว ผู้ใหญ่ก็แค่อดกลั้นเอาไว้ ยุ่งอยู่กับความเป็นผู้ใหญ่ พยายามทำตัวเข้มแข็งจากความกดดันที่มาพร้อมอายุของเขา ทั้งที่ในความเป็นจริง ผู้ใหญ่ก็เจ็บปวดได้

ความเข้มแข็งเป็นเรื่องที่ดี แต่อย่าให้ถึงกับกลายเป็นการไม่ซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเอง อย่างน้อยรับรู้และยอมรับความรู้สึกด้านลบที่เกิด

ผู้ใหญ่ก็เป็นคนธรรมดา ที่มีความรู้สึก เศร้า เสียใจ โกรธ เหนื่อย และอ่อนแอ ได้บ้างในบางคราว

และจัดการกับความรู้สึกที่เกิดอย่างเหมาะสม ให้ลูกได้เรียนรู้ไปด้วย เช่น พ่อก็เสียใจมากที่ย่าจากไป พ่อร้องไห้ได้ แต่สักพักพ่อก็จะหยุดร้องและก้าวต่อไปข้างหน้า

การมีน้ำในตาไม่ได้หมายความว่าคนคนนั้นจะต้องอ่อนแอ แต่เป็นความกล้าหาญในการยอมรับและสื่อสารความรู้สึกจริงๆที่อยู่ภายในในออกมาสู่ภายนอก

ชีวิตก็เป็นแบบนี้ ในที่สุดวันที่มีน้ำตาก็จะผ่านพ้นไป และไม่มีความเจ็บปวดใด ที่จะอยู่คงทนถาวร

เรื่องของด๊อกซอน มาจากซีรีส์เกาหลีเรื่อง Reply1988 :เรื่องราวของครอบครัว ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ความรัก ความฝัน สนุก อบอุ่นใจ และดีงาม

#หมอมินบานเย็น

ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต1 จ.ระยอง
08/12/2016

ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต1 จ.ระยอง

ศูนย์ฝึกฯเขต 1 จัดกิจกรรมการประกวดแข่งขันสวดมนต์หมู่ สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ และการแข่งขันตอบปัญหาธรรมมะ และการบรรยายธรรม ประจำปี 2560 ระดับเขต ในวันที่ 8 ธ.ค. 59 ณ วัดเนินพระ อ. เมือง จ. ระยอง ซึ่งจะหาตัวแทนที่ชนะเลิศไปประกวดระดับประเทศของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนต่อไป ซึ่งในการแข่งขันระดับเขต มีทีมที่เข้าร่วมทั้งหมด 5 ทีม ได้แก่
1. ศูนย์ฝึกฯเขต1
2. ศูนย์ฝึกฯ บ้านบึง
3. สถานพินิจฯจ. ชลบุรี
4. สถานพินิจฯจ.ระยอง
5. สถานพินิจฯจ.จันทบุรี
ผลการแข่งขันสวดมนต์หมู่ ทีมที่ชนะเลิศ ได้แก่
อันดับที่ 1 ศูนย์ฝึกฯเขต1
อันดับที่ 2 สถานพินิจฯจ. ชลบุรี
อันดับที่ 3 ศูนย์ฝึกฯบ้านบึง
ผลการแข่งขันบรรยายธรรม ทีมที่ชนะเลิศ ได้แก่
อันดับที่ 1 ศูนย์ฝึกฯเขต1
อันดับที่ 2 สถานพินิจฯจ. ระยอง
อันดับที่ 3 ศูนย์ฝึกฯบ้านบึง
ผลการแข่งขันตอบปัญหาธรรมมะ ทีมที่ชนะเลิศ ได้แก่
อันดับที่ 1 ศูนย์ฝึกฯเขต1
อันดับที่ 2 สถานพินิจฯจ. ชลบุรี
อันดับที่ 3 สถานพินิจฯจ. ระยอง
ทีมชนะเลิศได้เป็นตัวแทนเขตภาคตะวันออกได้แก่ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต1 ซึ่งต้องไปแข่งขันในกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนในระดับประเทศต่อไป

ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต1 จ.ระยอง
29/11/2016

ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต1 จ.ระยอง

ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 1 จัดโครงการบรรพชาสามเณรหมู่ ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 12 ธันวาคม 2559 ณ วัดหนองสนม อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดชและเพื่อให้เด็กและเยาวชนแสดงออกถึงความจงรักภักดีด้วยการเข้าร่วมทางศาสนาและได้ศึกษาเพื่อปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของศาสนาและสามารถนำไปประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้

สอนได้นะคะถ้าลูกทำผิด
08/11/2016

สอนได้นะคะถ้าลูกทำผิด

#สอนอย่างไรดีเวลาลูกทำผิด

จุดสำคัญอันหนึ่ง ที่ทำให้พ่อแม่กับลูกมักจะขัดแย้งกันทุกครั้งเวลาที่ลูกทำผิดเป็นเพราะอะไร

ก็เพราะความโกรธที่เกิดขึ้น มักทำให้พ่อแม่ลืมคิดถึงความรู้สึกและภาวะอารมณ์ของลูกในขณะนั้น

แม้ว่าลูกทำผิด พ่อแม่จะโกรธมากแค่ไหน ก็อย่าลืมนึกถึงใจเขาใจเรา

อย่าลืมว่าไม่มีใครอยากทำผิด ส่วนใหญ่มีสาเหตุที่มาที่ไป

พ่อแม่เองก็คงเคยเป็นลูกที่ทำผิดมาก่อน ลองนึกย้อนไปดูตัวเองที่ผ่านมา จำได้ไหม ว่าตอนนั้นเราเป็นอย่างไร

ถ้าเราไม่ชอบในสิ่งที่พ่อแม่ทำกับเรา ลูกของเราก็คงไม่ค่อยแตกต่างกัน

.

สิ่งสำคัญคือ การรับฟัง มองเห็นความรู้สึก และตัวตนของลูกในขณะนั้น

เวลาลูกทำผิดหรือทำอะไรไม่ดี
พ่อแม่อย่าดุว่าเพียงอย่างเดียว
แต่ควรรับฟัง ให้ความเข้าใจ

เขาจะรู้ว่าพ่อแม่เป็นคนหนึ่ง ที่จะยอมรับเขาเป็นที่พึ่งพิงให้เขา ทำให้เกิดความไว้วางใจ

เช่นถ้าลูกไปแกล้ง ไปรังแกเพื่อน แทนที่จะถามเขาด้วยความโกรธว่า "เอาอีกแล้ว แกล้งเพื่อนทำไม" อาจจะลองเปลี่ยนไปถามว่า "วันนี้แม่ได้ยินมาว่า ลูกไปแกล้งเพื่อน แม่อยากจะฟังจากลูกด้วยว่า มันเกิดอะไรขึ้น" ค่อยๆฟัง ก่อนที่จะสอนให้เขาเข้าใจว่า เวลาที่คนอื่นแกล้งรังแกและทำให้เขาไม่สบายใจ เขารู้สึกอย่างไร คนอื่นก็คงไม่แตกต่าง

เมื่อเขาได้เรียนรู้ว่าการกระทำแบบนี้ไม่ดี เป็นการกลั่นแกล้งรังแกกัน เขาไม่ชอบ คนอื่นก็ไม่ชอบ ก็จะไม่ทำกับคนอื่นต่อ

ก่อนที่เด็กๆจะรู้จัก ใจเขาใจเรา พ่อแม่ต้องทำเป็นตัวอย่าง ด้วยการเข้าใจความรู้สึกของเด็กก่อน

เช่นเดียวกัน ก่อนที่เค้าจะทำถูก เขาก็อาจเคยทำผิดมาก่อน ก็เหมือนกันทั้งลูกและพ่อแม่ นั่นแหละ

#หมอมินบานเย็น

เข็นเด็กขึ้นภูเขา
21/10/2016

เข็นเด็กขึ้นภูเขา

#ผู้ใหญ่จะช่วยให้เด็กมีความเข้มแข็งทางใจได้อย่างไร

พระราชดำรัสของในหลวงเรื่องความเข้มแข็งทางใจ ทำให้หมออยากพูดถึงเรื่องนี้ ว่าเราในฐานะผู้ใหญ่ จะฝึกฝนเด็กๆอย่างไร ให้ใจเข้มแข็ง

เป็นธรรมดาที่ชีวิตคนเราต้องพบกับความอุปสรรค ตั้งแต่เด็กจนเติบโต ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเรียน ความรัก การทำงานและการใช้ชีวิต

เพราะชีวิตคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงอุปสรรค ในชีวิตมีทั้งความสมหวัง ความผิดหวัง ความเข้มแข็งทางจิตใจจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะทำให้คนๆหนึ่งผ่านพ้นไปได้

และความเข้มแข็งทางจิตใจ ไม่สามารถสร้างได้เพียงชั่วคืน แต่ต้องเกิดขึ้นจากการปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆ พ่อแม่เป็นคนสำคัญที่ทำให้ความเข้มแข็งทางใจของเด็กเกิดขึ้นได้

หมอลองรวบรวม10ข้อที่พ่อแม่ควรทำเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางใจของเด็ก

มีอะไรบ้างลองไปดูกันนะคะ

.

1. ทำให้บ้านมีบรรยากาศที่อบอุ่นและปลอดภัย

จิตใจที่เข้มแข็งต้องมีพื้นฐานจากจิตใจที่รู้สึกได้ถึงความปลอดภัยเป็นพื้นฐาน พ่อแม่ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน คนในบ้านไม่ใช้ความรุนแรงต่อกันทั้งทางคำพูดและทางกาย

.

2. มีเวลาคุณภาพ คือเวลาที่พร้อมจะรับฟังเด็กด้วยใจ

ทำให้เด็กมีรู้สึกไว้วางใจ มองโลกในแง่ดี ให้เด็กรู้สึกมีความอบอุ่นมั่นคงทางใจ

.

3. ไม่ตามใจเด็ก ให้เด็กรู้จักรอคอยให้เป็น

เด็กที่อยากได้อะไรก็ได้ ไม่เคยต้องรอคอยอะไร จะมีความอดทนทางอารมณ์จิตใจต่ำ ถ้ามีอะไรที่ขัดใจหรือไม่เป็นไปอย่างที่คิด เด็กจะหงุดหงิดไม่พอใจมาก บางคนก็ติดไปจนเป็นผู้ใหญ่ที่เอาแต่ใจ มีปัญหาเวลาอยู่กับคนรอบข้าง

.

4. ฝึกให้เด็กช่วยเหลือและทำอะไรด้วยตัวเอง

เด็กจะรู้สึกว่าตัวเองก็ทำอะไรเองได้ อาจจะลำบากกว่าผู้ใหญ่ทำให้บ้าง ช้ากว่าบ้าง แต่ก็ทำให้เด็กรู้จักพึ่งพาตัวเอง ผู้ใหญ่คงช่วยเหลือเขาไม่ได้ตลอดชีวิต

.

5. ไม่ต้องช่วยเด็กทุกเรื่อง ลองให้คิดแก้ปัญหาเองในเรื่องเล็กๆน้อยๆ

ทักษะการแก้ปัญหา (Problem-solving skill) เป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ พ่อแม่มากมายที่คอยช่วยแก้ปัญหาให้เด็กทุกเรื่อง เพราะอยากให้ลูกสบาย แต่เมื่อเด็กไม่เคยฝึกด้วยตัวเอง เมื่อเขาต้องเจออุปสรรค เขาจะเกิดความท้อแท้ได้ง่าย

.

6. ชมเชยอย่างเหมาะสม

เวลาที่เด็กทำอะไรได้ การที่มีคนบอกว่าสิ่งที่เขาทำทำให้เกิดอะไรดีๆ เช่น "แม่ชื่นใจจังที่ลูกช่วยแม่เช็ดโต๊ะทำให้แม่เหนื่อยน้อยลง" จะทำให้เด็กรู้สึกภูมิใจ มีกำลังใจ และรู้สึกถึงความมีคุณค่าของตัวเอง (ซึ่งเป็นคุณค่าจากภายใน)

.

7. สอนให้เด็กรู้ว่าอารมณ์ต่างๆเป็นเรื่องธรรมดา (และที่สำคัญกว่าคือ การจัดการกับอารมณ์ให้เหมาะสม)

การรู้จักและรับรู้อารมณ์ตัวเองเป็นเรื่องจำเป็น และเด็กควรต้องยอมรับอารมณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นธรรมชาติ ที่คนเราอาจจะมีทั้งดีใจ โกรธ เสียใจ ผิดหวัง และเมื่อยอมรับได้ การจัดการอารมณ์ก็จะเป็นไปอย่างเหมาะสมมากขึ้น
เช่น โกรธได้ แต่ไม่อาละวาด ไม่หงุดหงิดรุนแรง

.

8.ให้เค้ารู้จักผิดหวังบ้าง และยอมรับมัน

บางทีเด็กอาจจะผิดหวัง มีน้ำตา ร้องไห้ พ่อแม่บางคนทนไม่ได้กับน้ำตาของเด็ก ไม่ยอมให้เด็กต้องผิดหวัง ทำให้ยอมไปหมด แต่ความผิดหวังเป็นเรื่องที่ยากจะเลี่ยง ยิ่งโตขึ้น ชีวิตก็มีเรื่องที่ต้องผิดหวัง การที่ให้เด็กสัมผัสความผิดหวังบ้างตอนเด็กๆมีความจำเป็น เหมือนวัคซีนที่สร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กมีความเข้มแข็งทางใจ

.

9. ให้เรียนรู้ที่จะรับผิดชอบผลจากการกระทำ

บางครั้งเด็กอาจจะทำอะไรผิดพลาดไป การปล่อยผ่าน จะทำให้เด็กไม่ได้เรียนรู้ เช่น ถ้าเด็กเล่นของเล่นเด็กจะต้องเก็บ มีเด็กคนหนึ่งโกรธพ่อและขว้างของพัง เด็กควรช่วยเก็บกวาดตามความสามารถและอาจจะต้องหักค่าขนมสมทบเป็นคนของที่พังไป

.

10. ยอมรับในความเป็นตัวตนและให้โอกาสเด็ก

ทำผิดก็ต้องให้เด็กเรียนรู้ แต่ผู้ใหญ่ก็ควรให้โอกาสเด็กแก้ตัว ปรับปรุง เด็กจะรู้ว่า ที่ปัญหามีโอกาสมีทางออก เช่นเดียวกับอุปสรรคที่เขาเจอในชีวิต

ที่สำคัญพ่อแม่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้เด็กด้วยในการมีความเข้มแข็งทางจิตใจ และการมีสติเมื่อเจอกับความผิดหวัง

#หมอมินบานเย็น

ที่อยู่

144/1 ม. 2 ต.เนินพระ อ.เมือง จ. ระยอง
Rayong
21000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

038612224

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลีนิกให้คำปรึกษาครอบครัวอผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง คลีนิกให้คำปรึกษาครอบครัวอ:

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Rayong บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด