06/05/2024
เรื่องเล่า “ส้างวัดธาตุ”
วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร
"น้ำ" เป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ มนุษย์มีการคิดค้นวิธีในการจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อการอุปโภคบริโภค ยกตัวอย่าง ในสมัยโบราณมีการสร้าง "ตระพัง" โดยการขุดจากหน้าดินลงไป แล้วนำดินที่ขุดไปคูนเป็นแนวขอบ เพื่อประโยชน์ใช้สอยสำหรับกักเก็บน้ำบนพื้นดิน เรียกอย่างหนึ่งว่า "สระ" พื้นถิ่นอีสานออกเสียงว่า "สา" และที่นิยมอีกอย่างหนึ่งคือ "บ่อน้ำ" โดยการขุดเป็นบ่อลงไปในพื้นดิน ภาษาอีสานเรียกว่า "ส้าง" (ออกเสียงว่า "ส่าง")
"ส้าง" หรือ "น้ำส้าง" เป็นนามเรียกบ่อน้ำที่อยู่ในผังทรงกลม หรือสี่เหลี่ยม แต่มีขนาดเล็กกว่าสระ โดยขุดลึกลงไปถึงระดับกักเก็บน้ำที่พบตาน้ำไหลซึมออกมาจากชั้นดิน เรียกว่า "น้ำออกบ่อ" แล้วจึงนำแผ่นไม้หรือท่อนไม้ มากรุผนังตามขนาดกว้างยาวของบ่อ จากปากบ่อลงไปถึงก้นบ่อ ในภาษาถิ่น เรียกว่า "แส่ง" เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ดินผนังบ่อพังทลายลงไปยังก้นบ่อ โดยบางแห่งพบมีการใช้อิฐ ศิลาแลง ศิลาทราย กรุงรอบขอบบ่อ ซึ่งบ่งบอกการให้ความสำคัญกับใช้งานของบ่อ และอาจรวมไปถึงฐานะของชุมชนนั้น ๆ (ในปัจจุบันมักใช้ท่อคอนกรีตทรงกลม)
"ส้างวัดธาตุ" เป็นบ่อน้ำเก่าแก่แห่งหนึ่งภายในตัวเมืองโบราณสกลนคร โดยตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ด้านทิศตะวันตกของพระอุโบสถ มีลักษณะเป็นบ่อน้ำในผังสี่เหลี่ยม ลึก ๖ เมตร เดิมขอบบ่อกรุด้วยไม้ เป็นบ่อน้ำสาธารณะสำหรับใช้สอยภายในวัดและชุมชนโดยรอบ ต่อมาในสมัยพระเทพวิสุทธาจารย์ (กง โฆษโก) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุเชิงชุม ได้ปรับปรุงโดยการทำผนังบ่อคอนกรีตเสริมเหล็ก และเทคานคอดินกรุผนังบ่อด้วยศิลาแลง พร้อมกับสร้างศาลาครอบมีเหล็กดัดและประตูเปิดปิด ครั้นในปี พ.ศ.๒๕๕๒ ในสมัยพระเทพสิทธิโสภณ (สุรสีห์ กิตติโสภโณ) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุเชิงชุมรูปปัจจุบัน ได้นำพาคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวเมืองสกลนครปฏิสังขรณ์พระอารามครั้งใหญ่ ในส่วนของบ่อน้ำแห่งนี้ปรับปรุงภูมิทัศน์โดยการรื้อศาลาครอบออก และปั้นประติมากรรมรูปสุวรรณนาคขนดรอบปากบ่อ มีสายน้ำพ่นออกจากปากทั้ง ๕ เศียร ดังปรากฏในปัจจุบันนี้
จากข้อมูลการให้สัมภาษณ์ของชาวชุมชนรอบวัดพระธาตุเชิงชุม เกี่ยวกับ “ส้างวัดธาตุ” โดยอลิสา ทับพิลา เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๗ ทำให้เห็นบริบทพื้นที่และการใช้ประโยชน์จากส้างวัดธาตุ ในช่วงก่อนปีพุทธศักราช ๒๕๑๐ ดังนี้
นางประพิน แสนสงคราม (วงศ์กาฬสินธุ์) กล่าวว่า “สมัยยังเด็กไปหาบน้ำอยู่แต่ในส้างวัดมาใส่โอ่งในบ้าน ในนั้นมีต้นหมากสิมมะลี ต้นหมากพร้าว ส่วนน้ำกินเราไม่ได้เอาที่ส้าง ต้องไปหาบเอาที่สระพังทอง กินได้แต่ไม่กินเพราะน้ำสระพังทองอร่อยกว่า ทั้งที่น้ำก็ไหลไปหากัน ตอนนี้ท่านทำใหม่งามกว่าเดิม เป็นรูปนาค”
นางราตรี ชำนาญฤทธิ์ (พรหมเสนี) กล่าวว่า “น้ำส้างตั้งอยู่นอกแนวกำแพง สมัยก่อนมีสภาพเป็นลานทราย ตรงปากบ่อจะเป็นเนินสูงจากพื้นบริเวณนั้นเล็กน้อย ใกล้กันมีต้นสิมมะลี (ต้นโพธิ์ทะเล) ต้นมะพร้าว และต้นตาลเป็นจุดสังเกต สมัยนั้นไปตักน้ำมาใช้ในบ้าน ชาวบ้านชาวคุ้มก็ตักน้ำมาใช้กินใช้อาบอยู่เป็นประจำ ก็เลิกไปเมื่อมีน้ำประปากับเมื่อวัดสร้างกำแพงสูงใหญ่นี่เอง ส่วนน้ำกินต้องหาบถังไปตักที่สระพังทองนะที่นั่นมีคนเฝ้าเขาหวงห้ามไม่ให้เล่นสงวนไว้ให้กิน น้ำใช้น้ำสอยไม่ได้ไปตักเองก็ในสมัยที่เขาเข็นน้ำจากตลาดนวลเข้ามาขาย กับน้ำประปาเข้ามานี่แหละยิ่งสบาย”
นายพิเนตต์ แสนเสนา กล่าวว่า “สมัยก่อนเป็นเด็กบวชเป็นเณร อยู่กับหลวงปู่เฒ่า (พระเทพวิมลเมธี (วันดี สิริวัณโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุเชิงชุม) เพื่อนเณรเยอะพอต้องไปตักน้ำใช้ บางวันตักสระพังทอง บางวันตักน้ำบ่อหน้าวัด ได้โอกาสก็โดดลงไปเล่นน้ำในบ่อน้ำสนุกสนานกัน เล่นคะนองกันตามประสาเด็ก ไม่ใช่แต่เราเล่นคนอื่นก็มาเล่นเพราะรู้จักเป็นเพื่อนกันหมด ถ้าหลวงปู่เฒ่าเห็นก็โดนดุและตีด้วยนะ ทุกวันนี้มีแต่คนเขามากราบไหว้กัน เมื่อก่อนไม่มี ลงไปเล่นน้ำเฉยไม่มีอะไรหรอก”
นอกจากนี้ยังปรากฏเรื่องเล่าความถึงมหัศจรรย์ เกี่ยวกับ “ส้างวัดธาตุ” จากข้อมูลการให้สัมภาษณ์ของชาวชุมชนรอบวัดพระธาตุเชิงชุม สัมภาษณ์โดยอลิสา ทับพิลา เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๗ ยกตัวอย่างบางตอนมาดังนี้
นางประพิน แสนสงคราม (วงศ์กาฬสินธุ์) กล่าวว่า “หากทำฮวงคุตักน้ำหลุดลงไป ให้ไปรอรับเอาได้ที่สระพังทอง แล้วก็มีจริง ๆ แต่ไม่ใช่ยายทำหลุดหรอก คนเขาล่าต่อกันมากับพ่อแม่เล่าให้ฟัง และได้ยินมาว่า เป็นน้ำจากภูพานไหลลอดใต้พื้นดินลงมาผุดที่ตลาดนวลมณี วัดเหนือ และวัดธาตุ เป็นตาน้ำใหญ่ต่อกับสระพังทอง คนสมัยโบราณกลัวว่าน้ำจากภูพานจะไหลลอดมาท่วมเมืองจึงทิ้งก้อนหินลงไปอุด ตอนนี้คุถังคงไม่ลอดไปสระพังทองแล้ว”
นางราตรี ชำนาญฤทธิ์ (พรหมเสนี) กล่าวว่า “แต่พ่อแม่เล่าให้ฟังว่า น้ำไหลมาจากภูพานลอดใต้เมือง มาผุดที่น้ำส้างในวัด แล้วไปสุดที่สระพังทองหนองหาร เมื่อก่อนการตักน้ำใช้คุเกี่ยวเข้ากับไม้คันเกาะสาวขึ้นมา แล้วบังเอิญมีคนทำคุหลุดลงไปก้นบ่อ เอาขึ้นไม่ได้ มีความอัศจรรย์ไปเจออีกทีอยู่ในสระพังทองแล้ว อัศจรรย์มั๊ย”
ภาพประกอบ : “ส้างวัดธาตุ” บ่อน้ำโบราณวัดพระธาตุเชิงชุม ถ่ายเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๑๖ จากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร เผยแพร่โดยชุมนุมพุทธศาสน์ ศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
ผู้ให้สัมภาษณ์
๑. นางประพิน แสนสงคราม (วงศ์กาฬสินธุ์) ชุมชนกลางธงชัย อายุ ๗๘ ปี, ผู้ให้สัมภาษณ์, วันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๗.
๒. นางราตรี ชำนาญฤทธิ์ (พรหมเสนี) อายุ ๗๗ ปี ชุมชนวัดพระธาตุเชิงชุม, ผู้ให้สัมภาษณ์, วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๗.
๓. นายพิเนตต์ แสนเสนา ชุมชนวัดพระธาตุเชิงชุม (เสียชีวิตแล้ว) , ผู้ให้สัมภาษณ์, วันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๗.
“ภูน้ำลอด”
“น้ำส้าง”
#กองข้าพระธาตุหนองหานเชียงชุม
#ชุมนุมพุทธศาสน์ฯวคสน.
#วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร
#ภูนํ้าลอด
#สกลนคร