สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ

สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ
(3)

เปิดเหมือนปกติ

สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
14/11/2020

สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

📣📣สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดรับสมัครและคัดเลือกบุคคลภายนอกฯ (เพศชาย) เพื่อบรรจุเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ (นสต.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 จำนวน 7,000 อัตรา
📣ประกาศรับสมัคร ระหว่างวันที่ 13 – 15 พ.ย.63
📣รับสมัครทางเว็บไซต์ ระหว่างวันที่ 16 – 22 พ.ย.63
****ประกาศรับสมัครของแต่ละหน่วยรับสมัคร อยู่ระหว่างดำเนินการนะคะ**** รอติดตามรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ www.policeadmission.org

สำนักงานเทศบาลตำบลด่านสำโรง
14/11/2020

สำนักงานเทศบาลตำบลด่านสำโรง

📣ข่าวประสัมพันธ์การดำเนินงานบ่อพักและท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน
🔻การไฟฟ้านครหลวง ขอแจ้งการปิดเบี่ยงจราจร (ชั่วคราว) บนถนนศรีนครินทร์ บริเวณเชิงสะพานข้ามแยกศรีเทพา ฝั่งขาเข้า มุ่งหน้าอุดมสุขและปิดสะพานข้ามแยกศรีเทพา ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก ในวันที่ 12-16 พฤศจิกายน 2563 เฉพาะช่วงเวลา 22.00 - 04.00 น. โดยให้ใช้ช่องทางพิเศษ 1 ช่องทาง ในฝั่งขาเข้าทดแทน ผู้ใช้เส้นทางเข้า-ออก ซอยวัดด่านสำโรง

กองการสอบ
11/11/2020

กองการสอบ

***ดำเนินการรับสมัครและคัดเลือกฯ นสต. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ในรูปแบบเดิม***
รับสมัครทางเว็บไซต์/สอบข้อเขียน/ทดสอบร่างกาย/สอบสัมภาษณ์
ติดตามรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการรับสมัครได้ทางเว็บไซต์
www.policeadmission.org เร็วๆ นี้

สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
31/10/2020

สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

#วันลอยกระทง
#ตำรวจพร้อมอำนวยความสะดวกดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ออกมาร่วมกิจกรรมในทั้งสองเทศกาลมีความสุข และปลอดภัยไปพร้อมกัน

วันลอยกระทง ของทุกปีจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย หรือถ้าเป็นปฏิทินจันทรคติล้านนาจะตรงกับเดือนยี่ และหากเป็นปฏิทินสุริยคติจะราวเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเดือน 12 เป็นช่วงต้นฤดูหนาว อากาศจึงเย็นสบาย และอยู่ในช่วงฤดูน้ำหลาก มีน้ำขึ้นเต็มฝั่ง ทำให้เห็นสายน้ำอย่างชัดเจน อีกทั้งวันขึ้น 15 ค่ำ เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวง ทำให้สามารถเห็นแม่น้ำที่มีแสงจันทร์ส่องกระทบลงมา เป็นภาพที่ดูงดงามเหมาะแก่การชมเป็นอย่างยิ่ง และ วันลอยกระทง 2563 ตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กำชับในที่ประชุม ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในช่วงเทศกาลวันลอยกระทงที่จะถึงในวันที่ 31 ต.ค. รวมทั้งตรวจตราร้านจำหน่ายดอกไม้ไฟที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งยังตรวจตราจุดที่อาจจะมีการเล่นดอกไม้ไฟ พลุ ประทัด และโคมลอย ในลักษณะที่เป็นอันตรายต่อประชาชนทั่วไป

อ่านเพิ่มเติม https://www.policetv.tv/ตร-ทั่วประเทศเข้มลอยกระ/

3 ไม่ ❌3 ควร✔️3 ห้าม❗️
30/10/2020

3 ไม่ ❌
3 ควร✔️
3 ห้าม❗️

ผบช.ภ.1รุดให้กำลังใจลูกน้องกองร้อยคุมฝูงชนนั่งซดก๋วยเตี๋ยวชิวๆ
29/10/2020
ผบช.ภ.1รุดให้กำลังใจลูกน้องกองร้อยคุมฝูงชนนั่งซดก๋วยเตี๋ยวชิวๆ

ผบช.ภ.1รุดให้กำลังใจลูกน้องกองร้อยคุมฝูงชนนั่งซดก๋วยเตี๋ยวชิวๆ

ผบช.ภ.1 ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกองร้อยควบคุมฝูงชนที่มาดูแลผู้ชุมนุมในกรุงเพทฯ พร้อมนั่งกินก๋วยเตี๋ยวกับลูก....

#ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ประกาศ ข้อกำหนด และคาสั่งที่เกี่ยวข้องตามท่ีได้ม...
22/10/2020

#ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ประกาศ ข้อกำหนด และคาสั่งที่เกี่ยวข้อง

ตามท่ีได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินท่ีมีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ลงวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ กรุงเทพมหานคร (ฉบับท่ี ๒) ลงวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เพื่อใช้มาตรการเร่งด่วน ตามพระราชกาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ เข้าระงับยับยั้งการกระทำอันกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ควบคุมและแก้ไขความปั่นป่วนวุ่นวายซึ่งนาไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อย ในเขตพื้นท่ีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง จนถึงวันที่ ๑๓ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๖๓ นั้น

โดยที่ปรากฏว่า ปัจจุบันเหตุการณ์ร้ายแรงอันเป็นเหตุให้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ท่ีมีความร้ายแรงได้คลี่คลายความรุนแรงและยุติลง โดยอยู่ในภาวะท่ีเจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงาน ของรัฐสามารถดาเนินการบังคับใช้มาตรการตามที่กาหนดในกฎหมายต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาได้ตามปกติแล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสาม และมาตรา ๑๑ วรรคสาม แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ นายกรัฐมนตรีจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปน้ี

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องท่ีกรุงเทพมหานคร ลงวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ กรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ๒) ลงวันท่ี ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

ข้อ ๒ บรรดาข้อกำหนด ประกาศและคำสั่ง ที่ออกตามพระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ อันเนื่องจากได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินท่ีมีความร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงดังกล่าวเป็นอันสิ้นสุดลง

ท้ังนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา เป็นต้นไป ประกาศ ณ วนัท่ี 22 ตลุาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

อ้างอิงhttp://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/248/T_0001.PDF

#ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ประกาศ ข้อกำหนด และคาสั่งที่เกี่ยวข้อง

ตามท่ีได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินท่ีมีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ลงวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ กรุงเทพมหานคร (ฉบับท่ี ๒) ลงวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เพื่อใช้มาตรการเร่งด่วน ตามพระราชกาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ เข้าระงับยับยั้งการกระทำอันกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ควบคุมและแก้ไขความปั่นป่วนวุ่นวายซึ่งนาไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อย ในเขตพื้นท่ีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง จนถึงวันที่ ๑๓ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๖๓ นั้น

โดยที่ปรากฏว่า ปัจจุบันเหตุการณ์ร้ายแรงอันเป็นเหตุให้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ท่ีมีความร้ายแรงได้คลี่คลายความรุนแรงและยุติลง โดยอยู่ในภาวะท่ีเจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงาน ของรัฐสามารถดาเนินการบังคับใช้มาตรการตามที่กาหนดในกฎหมายต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาได้ตามปกติแล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสาม และมาตรา ๑๑ วรรคสาม แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ นายกรัฐมนตรีจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปน้ี

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องท่ีกรุงเทพมหานคร ลงวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ กรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ๒) ลงวันท่ี ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

ข้อ ๒ บรรดาข้อกำหนด ประกาศและคำสั่ง ที่ออกตามพระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ อันเนื่องจากได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินท่ีมีความร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงดังกล่าวเป็นอันสิ้นสุดลง

ท้ังนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา เป็นต้นไป ประกาศ ณ วนัท่ี 22 ตลุาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

อ้างอิงhttp://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/248/T_0001.PDF

#ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุดีเปรสชัน (พายุระดับ2) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง (มีผลกระ
16/10/2020
#ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุดีเปรสชัน (พายุระดับ2) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง (มีผลกระ

#ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุดีเปรสชัน (พายุระดับ2) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง (มีผลกระ

เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันนี้ (16 ต.ค. 63) พายุดีเปรสชัน (พายุระดับ 2) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง หรือมีศูนย์กลางอยู่ที่ละ.....

สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
15/10/2020

สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

#ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา

"พายุดีเปรสชัน (ระดับ2) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 16 – 19 ต.ค. 2563)"
ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563

หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง (พายุระดับ 1) ด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชัน(ระดับ 2) และได้เคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนกลาง เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (15 ต.ค. 63) หรือมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 14.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 120.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนืออย่างช้าๆ คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน (ระดับ 3) และมีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 17-18 ต.ค. 63 โดยจะทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
อนึ่ง ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตก

เฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณ

อ่าวไทยตอนบนคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกและภาคตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดการเดินเรือในระยะนี้

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เวลา 11.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เวลา 17.00 น.

(ลงชื่อ) กรรวี สิทธิชีวภาค

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์
15/10/2020

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

🔴 ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร

#NNT
#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
#สำนักนายกรัฐมนตรี

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่6"พายุระดับ 3 (พายุโซนร้อน) “นังกา” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 14 – 16 ...
13/10/2020
#ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุระดับ 3 (พายุโซนร้อน) นังกา บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน (มีผลก

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่6
"พายุระดับ 3 (พายุโซนร้อน) “นังกา” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 14 – 16 ต.ค. 2563)"
ฉบับที่ 6 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2563

เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันนี้ (13 ตุลาคม 2563) พายุระดับ 3 (พายุโซนร้อน) นังกา บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน         มีศูนย์กลางอ.....

" ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ "๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๓ วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ...
12/10/2020

" ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ "
๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๓ วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

" ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ "
๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๓ วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

วันที่ 13 ตุลาคม 2563 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทางพิเศ...
12/10/2020
​13 ตุลาคมนี้ กทพ. ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 3 สายทาง ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ถึง 24.00 น. จำนวน 1 วัน

วันที่ 13 ตุลาคม 2563 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทางพิเศษศรีรัช และทางพิเศษอุดรรัถยา 3 สายทาง ในวันอังคารที่ 13 กันยายน 2563 (วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร) ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ถึง 24.00 น. จำนวน 1 วัน

เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนในวันหยุด และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนรวมทั้งช่วยลดปัญหาจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่านได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ในช่วงวันหยุดดังกล่าว กทพ. ได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ทั้งพนักงานกู้ภัย พนักงานจัดการจราจรคอยอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือผู้ใช้ทางตลอด 24 ชั่วโมง

รวมถึงผู้ใช้ทางยังสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทาง สภาพการจราจร และขอความช่วยเหลือจากศูนย์ข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ EXAT Call Center โทร 1543 หรือขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน (SOS) ผ่านทาง Application "EXAT Portal" ได้อีกช่องทางหนึ่งด้วย

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่2"พายุระดับ 3 (พายุโซนร้อน) “นังกา” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 14 – 16 ...
12/10/2020
#ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุระดับ 3 (พายุโซนร้อน) นังกา บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน (มีผลก

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่2
"พายุระดับ 3 (พายุโซนร้อน) “นังกา” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 14 – 16 ต.ค. 2563)"
ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2563

เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันนี้ (12 ตุลาคม 2563) พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุ.....

สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
02/10/2020

สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผบ.ตร. มอบนโยบายการบริหารราชการ ประจำปีงบประมาณ 2564

สำนักงานตำรวจแห่งชาติตอบสนองนโยบายรัฐบาล ภายใต้เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม “เป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมายที่ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา”
ในวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 256๒ ตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น. ณ สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดี-รังสิต กรุงเทพมหานคร พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการสัมมนา
มอบนโยบายการบริหารราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 เพื่อกำหนดแนวทางและแผนการปฏิบัติราชการของสำนักงานโดยมีข้าราชการตำรวจผู้บังคับการขึ้นไปเข้าร่วมสัมมนา
จำนวนทั้งสิ้น 496 นาย ประกอบด้วย
1. ผู้บังคับบัญชา ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 21 นาย
2. ผู้บัญชาการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า จำนวน 41 นาย
3. รองผู้บัญชาการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า จำนวน 144 นาย
4. ผู้บังคับการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า จำนวน 290 นาย
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มุ่งเน้นการทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนและนโยบายรัฐบาลให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม มีความโปร่งใส และมุ่งมั่น ในการขับเคลื่อน
ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตามวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ 20 ปี ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(พ.ศ. 2561-2580) ที่ว่า “เป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมายที่ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา”
สำหรับในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้จเรตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้กำกับ ดูแลและบริหารราชการ สั่งและปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดังนี้
1. งานสืบสวนสอบสวน มอบ พลตำรวจเอก สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
2. งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม มอบ พลตำรวจเอก มนู เมฆหมอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
3. งานกฎหมายและคดี มอบ พลตำรวจเอก ชนสิษฎิ์ วัฒนวรางกูร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
4. งานความมั่นคงและกิจการพิเศษ มอบ พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
5. งานบริหาร มอบ พลตำรวจเอก ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
6. งานจเรตำรวจ มอบ พลตำรวจเอก วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ
โดย พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำหนดวิสัยทัศน์และค่านิยมหลัก ที่ว่า “เป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมายที่นำสมัย ในระดับมาตรฐานสากล เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา”

30/09/2020
สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จัดพิธีรับ-ส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 12 โดยได้มีพิธีตรวจแถวกองเกียรติยศ และพิธีวางพานพุ่มราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 4 ณ หน้าอาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพิธีถวายราชสักการะพระบรมรูปหล่อ รัชกาลที่ 9 ที่ ห้องโถง ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อมามีพิธีลงนามในเอกสารการรับ-ส่งมอบหน้าที่ มอบตราสัญลักษณ์ และมอบธงประจำตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า วันนี้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง การรับส่งมอบหน้าที่ ตราประจำตำแหน่ง ธงประจำตำแหน่งให้กับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ผมพร้อมด้วยข้าราชการตำรวจทุกนายขอแสดงความยินดีกับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ท่านที่ 12 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป พร้อมฝากว่า การเป็นผู้นำองค์กรขนาดใหญ่ ต้องมีความหนักแน่นในการรับมือ และแก้ไขปัญหาได้ เพื่อพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ
พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า ตามที่ได้มีพระราชบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้กระผมดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป กระผมขอรับมอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้วยความยินดีและเต็มใจพร้อมทั้งให้คำมั่นสัญญากับทุกท่านว่าจะขอทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจ สติปัญญาปฏิบัติภารกิจในหน้าที่ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ดีที่สุดอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยตั้งอยู่บนความซื่อสัตย์ สุจริต ยุติธรรม ความถูกต้อง ตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ กับทั้งแบบธรรมเนียมที่ดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นพื้นฐาน จะเทิดทูนและปกป้องไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กรและประโยชน์ต่อส่วนรวม
ผมเชื่อมั่นว่าจะสามารถร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ปฏิบัติหน้าที่กับเพื่อนข้าราชการตำรวจ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลประชาชน อำนวยความยุติธรรมให้กับสังคม ซึ่งจะส่งผลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้บรรลุเป้าหมาย
พล.ต.อ.สุวัฒน์ ยังเปิดเผยว่า หลังรับมอบตำแหน่งจะปฎิบัติหน้าที่กับองค์กรที่มีคนจำนวนมากให้ดีที่สุดซึ่งเป็นวิถีของการทำงานอยู่แล้ว ส่วนตัวไม่รู้สึกหนักใจเรื่องใดเป็นพิเศษ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้ฝากเรืองอะไรเป็นพิเศษ มีเพียงเรื่องปัญหาสังคมที่มีความท้าทายเพราะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงต้องมีการปรับให้เข้ากับทุกสถานการ ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรยังไม่สามารถเปิดเผยได้รอวันแถลงนโยบายอีกครั้งหนึ่ง
สำหรับเรื่องม็อบการชุมนุม ยืนยัน ตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับผู้ชุมนุม พร้อมยึดหลักกฎหมาย ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เพราะตำรวจจะต้องดูแลความสงบเรียบร้อย ซึ่งตนเองมีการติดตามสถานการณ์ข่าวสารอยู่ตลอด และจะพยายามทำความเข้าใจ ใช้หลักกฎหมายและหลักด้านสิทธิมนุษยชนให้สอดคล้องไปด้วยกัน
รอง ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า ในส่วนตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยต่างๆ ที่แต่งตั้งมานั้น ส่วนตัวมั่นใจว่าผู้ที่ได้รับตำแหน่งได้รับความไว้วางใจมาแล้ว เชื่อว่าสามารถทำงานร่วมกันได้ ส่วนตัวได้พิจารณาในบางตำแหน่งซึ่งหลังจากนี้จะถูกใจหรือไม่ถูกใจอย่างไรนั้นก็ต้องดูกันต่อไป
หลังพิธีเสร็จสิ้นข้าราชการตำรวจ และเจ้าหน้าที่ สังกัด รพ.ตำรวจ ได้ร่วมกันตั้งแถวมอบดอกกุหลาบ และชูป้ายไฟ “รักพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา” เพื่อแสดงความเคารพผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 11 และผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่เกษียณอายุราชการ ประจำปี 2563 ที่บริเวณประตูทางออกหน้าห้องศรียานนท์ต่อเนื่องไปยังจนถึงห้องโถง ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้กล่าวร่ำลาพร้อมสวมกอดและกราบที่ตัก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ท่ามกลางบรรยากาศตื้นตันใจ ซึ่งในช่วงท้าย พล.ต.อ.สุวัฒน์ พร้อมผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมส่งพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ขึ้นรถประจำตำแหน่ง ก่อนเคลื่อนขบวนออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นการยุติบทบาท ผบ.ตร. ในวันสุดท้าย

จากนั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ ให้สัมภาษณ์เสียงสั่นน้ำตาคลอเล็กน้อยว่า รู้สึกใจหาย เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา เคยไปไหนมาไหนด้วยกันมาตลอดหายไปทีละคน 2 คน แต่ก็เป็นวิถีราชการ โดยตนเองจะแถลงนโยบายให้วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม พล.ต.อ.จักทิพย์ ฝากดูแลองค์กร มีปัญหาท้าทายต้องทำให้ได้ปรับตัวให้สังคมยอมรับ มีเรื่องเร่งด่วนต้องปรับแผนระยะสั้น ระยะยาว เรื่องการชุมนุมทางการเมืองยึดตามกรอบกฎหมาย ดูแลความสงบเรียบร้อย เก็บข้อมูลหลักฐานมาตลอด

ขณะที่การแต่งตั้งผู้บัญชาการถึงผู้บังคับการวาระ 2563 ที่จะร่วมขับเคลื่อนงานต่อไป มีโอกาสเลือกและพิจารณาบางส่วน ดูภาพรวมเหมาะและต้องรอดูผลงานก่อน

สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
30/09/2020

สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดพิธีรับ-ส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดได้ร่วมแสดงความเคารพส่งผู้บังคับบัญชาที่เกษียณอายุราชการประจำปี 2563

วันที่ 30 ก.ย.63 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดพิธีรับ-ส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ที่จะรับตำแหน่ง ผบ.ตร. ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ได้ขึ้นแท่นตรวจแถวกองเกียรติยศ จากนั้นได้วางพานพุ่มราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 4 บริเวณหน้าอาคาร1 และถวายราชสักการะพระบรมรูปหล่อ รัชกาลที่ 9 ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบ.ตร. ผู้ช่วย ผบ.ตร. ร่วมพิธี
ในเวลาต่อมาได้ทำพิธีรับ – ส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ณ ห้องประชุมศรียานนท์ โดยมีข้าราชการตำรวจระดับสูงเข้าร่วมในพิธี ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้ลงนามในหนังสือรับ-ส่งมอบหน้าที่ พร้อมกับมอบธงและตราประจำตำแหน่งให้กับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ซึ่งถือเป็น ผบ.ตร. คนที่12
โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ พร้อมระบุว่า ตำแหน่งผู้นำองค์กรนั้นต้องแบกภาระหน้าที่เอาไว้ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว ในการรับปัญหาและแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม เชื่อว่าท่าน ผบ.ตร.คนใหม่ จะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆและนำพาองค์กรให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เพราะท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมานาน
พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า ตนขอรับมอบหน้าที่ผบ.ตร.ด้วยความยินดีและเต็มใจ พร้อมทั้งขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะทุ่มเทกำลังกายกำลังใจ สติปัญญา ปฏิบัติหน้าที่ของผบ.ตร.ให้ดีที่สุดอย่างเต็มกำลังความสามารถ ที่ตั้งอยู่บนความสุจริต ยุติธรรม ถูกต้องกฎหมายระเบียบแบบแผนของทางราชการ และ ธรรมเนียมที่ดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเทิดทูนปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กรรวมถึงประโยชน์ส่วนรวม มั่นใจนำพาองค์กรบรรลุเป้าหมายตามเจตนารมณ์
จากนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ พร้อมนายตำรวจที่เกษียณในครั้งนี้ ได้เดินลงมายังห้องโถงเพื่อขึ้นรถเดินทางกลับ ระหว่างทางมีตำรวจทั้งชาย - หญิง ยืนตั้งแถว พร้อมถือดอกกุหลาบมอบให้กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ก่อนที่จะขึ้นรถออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้สวมกอด พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผบ.ตร. และพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.คนที่12 ซึ่งทั้งคู่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นนรต.36 ก่อนจับมือกันแล้วยืนส่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ขึ้นรถออกไป โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดสองฝั่งยืนปรบมือส่ง จนรถออกจากประตูสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ด้านพล.ต.อ.สุวัฒน์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกใจหาย เพราะเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานาน และจะแถลงนโยบายในวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม ซึ่งตอนนี้ก็มีปัญหาท้าทายต้องทำให้ได้ มีเรื่องเร่งด่วนต้องปรับแผนระยะสั้น ระยะยาว ส่วนเรื่องการชุมนุมทางการเมืองก็ยึดตามกรอบของกฎหมาย เน้นไปที่การดูแลความสงบเรียบร้อย ขณะที่การแต่งตั้งผู้บัญชาการถึงผู้บังคับการวาระ2563 ที่จะร่วมขับเคลื่อนงานต่อไป ได้มีโอกาสเลือกและพิจารณาบางส่วน แต่ก็ต้องดูภาพรวมความเหมาะสมและต้องรอดูผลงานก่อน

ที่อยู่

77 หมู่ 4 ถนนสุขุมวิท ตำบลเทพารักษ์
Samut Prakan
10270

เบอร์โทรศัพท์

+6627584925

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ:

วิดีโอทั้งหมด


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Samut Prakan

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

เช้านี้รถติดในซอยแบริ่งนานมากครับ
สี่แยกศรีเทพาเช้าๆ มีรถจอดริมฟุตบาทหลายคัน
ขอชื่นชมคุณตำรวจ สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือทุกท่านมากๆๆนะ 💙💙 ที่ขับรถยนต์พร้อมทีมงาน พาไปตามหา และรับ โทรศัพท์คืน ไปกันถึงบ้านคนที่เก็บได้ ( ติดตามตำแหน่งจาก GPS มือถือ) ประทับใจการประสานงาน การทำงานที่รวดเร็ว👏🏻👏🏻👏🏻 ทำให้ประชาชน รู้สึกปลอดภัยมากๆเลยค่ะ
ช่วยมาจัดการไล่รถใต้สะพานหน่อยจอดกันจนรถเลี้ยวไม่ได้เเล้วครับ
ช่วยดูเรื่องการจราจรหน้าปากซอยศรีสมิตร ด้วยครับ ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นการจอดรถแม่ค้าพ่อค้าเละเทะหมด ทำให้รถติด ไม่เคยเห็นตำรวจมาช่วยจัดการให้ดีขึ้น รบกวนมาช่วยจัดการให้บ้างครับ
ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าครับ
ตลาดหนามแดงทำรถติดเป็นกิโล ช่วยมากวดขันวินัยจราจรหน่อยครับ เช้าเย็นทุกวันเลยไม่เคยเห็นตำรวจมาดูเลย
เรียน เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ และผู้เกี่ยวข้องงานจราจร เรื่อง การแก้ไขสภาพการจราจร ติดขัด บนถนนศรีนครินทร์ แยกศรีเทพา ( เสียช่องทางการจราจรบนสะพานข้ามอยก) การสูญเสียการจราจร บนสะพานข้ามแยกศรีเทพา ทำให้การจราจรติดขัดเป็นอันมาก ที่ผ่านมา เข้าใจว่าปิดเพื่อจะทำรถไฟฟ้า แต่ปิดมาหลายเดือนแล้ว น่าจะไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ( ไม่ได้จำวันที่ปิดนะคะ) แต่เท่าที่ดู ก็ไม่เห็นได้ดำเนินการทำอะไรในพื้นที่ที่ปิด (อ้างอิงจากภาพที่ถ่ายมาคะ) หากจะบอกว่ามาทำช่วงกลางคืน ดิฉัน ได้ผ่านไเป็นแรมเดือน ก็ไม่เห็นมีคนงานหรือใคร มาทำงาน จึงอยากทราบว่า ปิดทำอะไร เพราะประชาชนที่สัญจรไปมา ต่างสงสัยไม่ต่างจากดิฉัน หากว่าปิดไว้ก่อน รอการดำเนินการในอนาคต รบกวนท่านช่วยประสานงานผู้เกี่ยวข้อง มาเปิดก่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้ทาง หากผู้รับเหมาจะมาทำเมื่อใด ค่อยมาปิด ก็ยังไม่สาย และน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า หากท่านจำได้ บนสะพานข้ามแยกนี้ เคยมีอุบัติเหตุผู้ขับขี่รถมอร์เตอร์ไซด์ชนแผ่นแบริเออร์เสียชีวิตเป็นข่าวดังมาแล้ว จึงเรียนมาเพื่อดำเนินทางแก้ไข ขอบคุณคะ