ตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดตรัง

ตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดตรัง ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตรัง

24/08/2026

#สาระดีมีประโยชน์จากโรงพยาบาลตรัง

24/08/2026

📍ศปอส.ตร. ปราบสแกมเมอร์เชิงรุกทุกด้าน
ปฏิบัติการ UNPLUG ตัดวงจรลอบใช้เน็ตข้ามแดน
11 เดือน สกัดเว็บ-เพจหลอกลวง ปิดกั้น 145,582 URLs
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปราบปรามการพนันออนไลน์, การกวาดล้างอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด, สแกมเมอร์
สัปดาห์ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการ ศปอส.ตร. ได้เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการปฏิบัติในการปราบปรามการฉ้อโกงออนไลน์ รับผิดชอบโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการ ศปอส.ตร. พบว่า
• ภาพรวมสถานการณ์ดีขึ้น
• คดีหลอกซื้อสินค้าและบริการยังครองสัดส่วนสูงสุด
• คดีการเงิน การลงทุน และคดีแอบอ้างบุคคลอื่น เป็นกลุ่มเสี่ยงด้านมูลค่าความเสียหายสูงสุด
• แจ้งเตือนประชาชนให้ระวังการแอบอ้างหน่วยงาน/บริษัท หลอกให้โอนเงิน โอนสายคุย หรือทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร
ภาพรวมและแนวโน้มการดำเนินการปราบปรามบัญชีม้าและเส้นทางการเงิน ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 15 สิงหาคม 2569 พบบัญชีม้า 397,223 บัญชี มูลค่าความเสียหาย 40.54 พันล้านบาท ซึ่งจากการปราบปรามอย่างหนักทำให้สถิติบัญชีม้าห้วงระหว่างวันที่ 1-15 สิงหาคม 2569 ลดลง 60.3% มูลค่าความเสียหายลดลง 86.9%
ภาพรวมการรับแจ้งของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 20 สิงหาคม 2569 จำนวน 1,222 คดี ดำเนินการสิ้นสุด 863 คดี คิดเป็น 70.62% พร้อมดำเนินการมาตรการการปิดกั้น Scam โดยประสานผู้ให้บริการแพลตฟอร์มปิดกัน URLs ที่เป็น Scam ทั้งหมด 145,582 URLs และเดินหน้าปฏิบัติการ UNPLUG ตัดวงจรอินเทอร์เน็ตไทยถูกนำไปใช้ต่างประเทศ
สำหรับการปฏิบัติด้านการพนันออนไลน์และแพลตฟอร์มที่ผิดกฎหมาย รับผิดชอบโดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการ ศปอส.ตร. มีสถิติผลการจับกุมพนันออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 20 สิงหาคม 2569 จำนวน 1,564 ราย โดยในเดือนสิงหาคม 2569 มีผลการจับกุมเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่มีเงินหมุนเวียนในระบบเกินกว่า 10 ล้านบาท จำนวน 131 เว็บไซต์ ผู้ต้องหา 249 คน เงินหมุนเวียน 11,465 ล้านบาท
การจับกุมอาวุธปืนออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 17 สิงหาคม 2569 จำนวน 4,087 ราย อาวุธปืน 5,158 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 245,779 นัด และวัตถุระเบิด 176 ลูก และมีการจับกุมการกระทำผิดกฎหมายอื่น ๆ และแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย จำนวน 1,060 ราย
พล.ต.อ.ธนาฯ ขอบคุณทุกหน่วยที่ได้ดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจัง มีผลการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรรม กำชับการดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจำหน่ายอาวุธปืนทางช่องทางออนไลน์ เพื่อเป็นการตัดวงจรและระงับยับยั้งมิให้เกิดการกระทำความผิดได้อีก พร้อมมอบหมาย พล.ต.อ.จิรภพฯ กำชับและติดตามพื้นที่รับผิดชอบตามแนวชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้าน และให้พื้นที่รับผิดชอบที่อยู่ติดแนวชายแดน หมั่นตรวจสอบพิสูจน์ทราบเสาสัญญาณโทรคมนาคม และประสานหน่วยผู้รับผิดชอบ และผู้ให้บริการให้จำกัดสัญญาณให้อยู่ในพื้นที่ประเทศไทย เพื่อป้องกันการลักลอบลากสายสัญญาณข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอาจถูกนำไปใช้สนับสนุนเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเซ็นเตอร์

#ปราบสแกมเมอร์ #ปราบพนันออนไลน์
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

24/08/2026

📍 “สำนักงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” รุกปราบปรามบัญชีม้า ตัดเส้นทางการเงิน แก๊งสแกมเมอร์

ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เปิดสถิติ 1 ตุลาคม 2568 – 15 สิงหาคม 2569

▪️ตรวจพบบัญชีม้า 397,223 บัญชี

▫️เดือนสิงหาคมตำรวจกดดันปราบปรามเข้ม
(1-15 สิงหาคม 2569)

🔻บัญชีม้าลดลง 60.3%
🔻มูลค่าความเสียหายลดลง 86.9%

คำเตือน ⚠️

•รับจ้างเปิดบัญชีม้า “โทษหนัก”
•มีสติก่อนโอน ตรวจสอบก่อนโอนได้ทาง แอป Police Care

#ปราบบัญชีม้า
#ปราบสแกมเมอร์
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

24/08/2026

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์​ (ACSC) กวาดล้างชายแดน! รวบ 112 แอดมินเว็บพนันลาว
สกัดแก๊งจีนลักลอบเข้าไทย ขนคอมพิวเตอร์-มือถือเตรียมก่อเหตุ ตำรวจอีกชุดเข้าช่วย นศ.ชายวัย19 ถูกขู่-บังคับโอนเงิน 2.7 ล้าน

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์
รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 16-22 ส.ค.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 79,311 คดี มูลค่าความเสียหาย 2,775 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงวันที่ 9-15 ส.ค.69 คดีที่รับแจ้งความมีจำนวนเพิ่มขึ้น 73,251 คดี เช่นเดียวกับมูลค่าความเสียหายที่เพิ่มขึ้นกว่า 2,500 ล้านบาท

ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่า “การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ” ยังคงเป็นคดีที่มีปริมาณสูงที่สุดอยู่ที่ 4,892 คดี คิดเป็น 80.6% ของคดีทั้งหมด แต่ประเภทคดีที่สร้างมูลค่าความเสียหายสูงที่สุด กลับเป็นการหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุน ที่มีความเสียหายเกือบ 756 ล้านบาท คิดเป็น 27.2% ของคดีทั้งหมด

ขณะที่จังหวัดที่ได้รับแจ้งความมากที่สุด ในสัปดาห์นี้พบว่า
1.กรุงเทพมหานคร มีการแจ้งความไว้ 129 คดี มูลค่าความเสียหาย 16.5 ล้านบาท
2.เชียงใหม่ มีการแจ้งความไว้ 30 คดี มูลค่าความเสียหาย 5.6 แสนบาท
3.สมุทรปราการ มีการแจ้งความไว้ 29 คดี มูลค่าความเสียหาย 1.1 ล้านบาท

แต่หากวิเคราะห์ตามเพศและอายุของผู้เสียหายที่มักจะถูกหลอกในรอบสัปดาห์นี้ ก็ยังคงพบว่าผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย และยังคงเป็นกลุ่มอายุ 21-30 ปี ที่ยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่องมาหลายเดือนติดต่อกัน และเมื่อจำแนกตามประเภทคดียังพบอีกว่า กลุ่มอายุ 21-30 ปี ยังครองสถิติจำนวนผู้เสียหายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ อันดับ 2 คดีหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น และอันดับที่ 3 คดีหลอกลวงเสนอผลประโยชน์อื่น

มีรายงานผลการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดังนี้
- จับกุมคนไทยลักลอบข้ามแดนไทย - กัมพูชา เป็นชาย ได้ในพื้นที่จ.สระแก้ว จำนวน 1 ราย หลังพบเดินทางไปทำเว็บพนันออนไลน์

- ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.3 บก.ปคม. รับตัวคนไทยที่ถูกส่งตัวกลับจากสปป.ลาว รวม 112 คน ทุกคนให้การสอดคล้องกันว่าไปทำงานเป็นแอดมินเว็บพนันออนไลน์ ที่ ST Vegas Entertainment International Club นครหลวงเวียงจันทน์ ก่อนนำตัวดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.จัดหางานฯ

- ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย จับกุมคนไทย 2 ราย และ ชาวจีน 8 ราย รวมทั้งสิ้น 10 ราย แบ่งเป็น
วันที่ 18 ส.ค.69 จับกุมชายไทย 1 ราย และชายชาวจีน 4 ราย บริเวณสี่แยกหนองสองห้อง ถนนมิตรภาพ ต.ค่ายบกหวาน อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย หลังผู้ต้องหาชาวไทย รับว่าจ้างจำนวน 24,000 บาท ให้ขับรถพาชาวจีน ที่ลักลอบเข้าไทยผ่านด่านธรรมชาติ ประเทศสปป.ลาว ผ่านทางจาก จ.หนองคาย ไปส่งที่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก โดยชาวจีนเหล่านี้ระบุว่า มีชาวจีนว่าจ้างให้ขนกระเป๋าที่มีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและโทรศัพท์มือถือข้ามมายังประเทศไทย แลกกับค่าจ้าง 10,000 หยวน (ประมาณ 50,000 บาท) โดยมีเอเจนต์คอยสั่งการตลอดและให้รถยนต์มารับตามจุดที่นัดหมาย เบื้องต้นแจ้งข้อหาซ่อนเร้น และช่วยเหลือคนต่างด้าวให้พ้นการจับกุมแก่ผู้ต้องหาชาวไทย และแจ้งข้อหาคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันลักลอบนำสิ่งของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านศุลกากรแก่ผู้ต้องหาชาวจีน
วันที่ 19 ส.ค.69 จับกุมชายไทย 1 ราย และชายชาวจีน 4 ราย ที่ห้องพักหมายเลข 3 เอสซี รีสอร์ต ต.เมืองหมี อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย หลังผู้ต้องหาชาวไทย รับว่าจ้างจำนวน 32,000 บาท ให้ขับรถพาชาวจีน ที่ลักลอบเข้าไทยผ่านด่านธรรมชาติ ประเทศสปป.ลาว ผ่านทางจาก
จ.หนองคาย ไปส่งที่ อ.เมืองตาก จ.ตาก โดยขับรถไปตามพิกัดและหมายเลขห้องพักตามที่ผู้ว่าจ้างส่งให้ทางไลน์ พร้อมยอมรับว่าเคยรับจ้างส่งคนต่างด้าวในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง เบื้องต้นแจ้งข้อหาซ๋อนเร้น และช่วยเหลือคนต่างด้าวให้พ้นการจับกุมแก่ผู้ต้องหาชาวไทย และแจ้งข้อหาคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันลักลอบนำสิ่งของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านศุลกากรแก่ผู้ต้องหาชาวจีน

ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC ที่ประสานงานร่วมกันกับกลุ่มธนาคารต่างๆ จนมีผลการปฏิบัตินำไปสู่การประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าทำการตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที รวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมด จำนวน 21 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 3 แสนบาท

โดยมีเคสเข้าช่วยเหลือเหยื่อที่น่าสนใจ โดยมีมูลค่าสูง ดังนี้
เจ้าหน้าที่ศูนย์ ACSC ประสาน ตำรวจ สน.บางนา กรุงเทพมหานคร เข้าช่วยเหลือผู้เสีียหายเป็นนักศึกษาชาย มหาวิทยาลัยชื่อดัง วัย 19 ปี หลังได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางแอปพลิเคชัน “ไลน์” อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ดำเนินการสมัครเรียนต่อต่างประเทศ ก่อนจะอ้างว่าผู้เสียหายกระทำความผิด จากนั้นเข้าควบคุมผู้เสียหายด้วยการให้คุยโทรศัพท์ตลอดเวลา ห้ามไม่ให้ติดต่อกับใคร และหลอกลวงให้ผู้เสียหายไปเปิดโรงแรมพักที่ซอยสุขุมวิท 68 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ ก่อนลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินไปให้ 3 ครั้ง สูญเงินไป 2.7 ล้านบาท เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนจะสามารถเข้าช่วยเหลือไว้ได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อธิบายกลโกงมิจฉาชีพ พร้อมกับให้อายัดบัญชีีที่ 1441 ก่อนประสานให้เข้าแจ้งความต่อไป

ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ขอเตือนภัยประชาชน อย่าหลงเชื่อพฤติกรรมของมิจฉาชีพในลักษณะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐต่างๆ โดยเฉพาะตำรวจ , ปปง และ DSI โดยขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่รัฐหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงจะไม่มีการโทรศัพท์มาหา, ไม่ส่งเอกสารราชการ รวมถึงหมายจับ และหมายเรียกต่างๆ ทางไลน์เด็ดขาด, ไม่มีการวิดีโอคอลเพื่อสอบสวนหรือขอข้อมูลหรือควบคุมตัว และที่สำคัญจะไม่มีการบังคับให้โอนเงิน หรือนำทรัพย์สินมีค่าไปให้ รวมไปถึงการให้ไปรับทรัพย์สินตามสถานที่ต่างๆ เพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์เด็ดขาด ดังนั้น หากพบพฤติกรรมในลักษณะข้างต้น ถือว่าเป็นมิจฉาชีพ 100 เปอร์เซ็นต์

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”

20/08/2026

📍ผบ.ตร.กำชับแนวทางการปฏิบัติกรณีคนหายพลัดหลงและศพนิรนาม ดำเนินการทันทีที่รับแจ้งเหตุคนหาย ไม่ต้องรอครบ 24 ชั่วโมง และให้แจ้งความคืบหน้าแก่ญาติเป็นระยะ
วันนี้ (19 สิงหาคม 2569) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้กำชับแนวทางปฏิบัติกรณีคนหายพลัดหลงและศพนิรนาม เพื่อให้การดำเนินการรับแจ้ง ประสานงานและอำนวยความยุติธรรมในทางอาญา ตลอดจนการสืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานให้ปรากฏข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวกับคนหายพลัดหลงและศพนิรนาม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
ผบ.ตร. กำชับศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) และ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ขับเคลื่อนการปฏิบัติของคณะกรรมการบริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (คบคน.ตร.) โดยนำบทเรียนการปฏิบัติในช่วงที่ผ่านมา พิจารณาและกำหนดแนวทางการรับแจ้ง การติดตามตัวคนหาย ตลอดจนการสืบสวน สอบสวน และกำหนดมาตรการและแนวทางในการดำเนินการให้หน่วยต่าง ๆ ปฏิบัติด้วยความรวดเร็วและถูกต้อง
ผบ.ตร.ให้ทุกหน่วยกำชับพนักงานสอบสวนหรือผู้รับแจ้งเหตุ ให้พึงระลึกไว้เสมอว่าคนหาย คนพลัดหลง เป็นเหตุที่ต้องให้ความสำคัญและตอบสนองการดำเนินการในทันที “ห้ามมิให้ยกเหตุอ้างว่าต้องรอให้ครบ 24 ชั่วโมงก่อน มาเป็นเหตุที่จะไม่ดำเนินการใด ๆ” ให้สอบถามรายละเอียดเบื้องต้นจากผู้แจ้ง พยาน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยให้แจ้งรายละเอียดตำหนิรูปพรรณค้นหายพลัดหลง ให้ศูนย์วิทยุเครือข่ายในสังกัดหรือศูนย์วิทยุของหน่วยในพื้นที่รับผิดชอบ/หน่วยร่วมปฏิบัติ เพื่อตรวจสอบว่ามีบุคคลลักษณะดังกล่าวอยู่ในความดูแลหรือควบคุมตามกฎหมาย หรืออาจจะพบเห็นในระหว่างการตรวจตราท้องที่ หรือขณะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
พร้อมแจ้งให้ฝ่ายสืบสวนรวบรวมข้อมูล รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิสูจน์ทราบเหตุ รวบรวมข้อมูล แสวงหาข้อเท็จจริงกรณีมูลเหตุของคนหายพลัดหลงหรือศพนิรนาม ประสานงานองค์กร หน่วยงาน หรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสานข้อมูลในการปฏิบัติ ตลอดจนจัดทำรายงานการสืบสวนเบื้องต้นรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นเพื่อพิจารณาสั่งการตามอำนาจและหน้าที่ โดยให้ผู้บังคับบัญชาฝ่ายสืบสวนแจ้งความคืบหน้าในการติดตาม สืบสวน ให้กับผู้แจ้งหรือเครือญาติทราบเป็นระยะ และหมั่นไปตรวจเยี่ยมเพื่อรับทราบข้อมูลที่เป็นปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง และให้ทุกหน่วยดำเนินการตามแนวทางการปฏิบัติกรณีคนหายพลัดหลงและศพนิรนาม ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยประสานตรวจสอบแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลกับ ศปก.ตร.(คบคน.ตร.) และสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เพื่อสนับสนุนและร่วมกันพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
นอกจากนี้ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้สำนักงานกฎหมายและคดีเป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก พิจารณาดำเนินการปรับปรุง ประมวลระเบียบ ฯ ที่เกี่ยวข้องกับการชันสูตรพลิกศพ การออกประกาศตำหนิรูปพรรณบุคคลและทรัพย์ การดำเนินการเกี่ยวกับค้นหาพลัดหลงและได้คืน ให้สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ คำสั่งที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการปฏิบัติให้กับหน่วยในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป และกำชับให้ผู้บัญชาการทุกระดับชั้นอำนวยการกำกับดูแล ควบคุมการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด

#คนหาย #คนพลัดหลง
#ศพนิรนาม
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

20/08/2026
20/08/2026
19/08/2026

**🚨 ขอเชิญชวนพี่ ๆ น้อง ๆ ข้าราชการตำรวจทุกท่าน 🚨**

มาร่วม **เปิดโลกนวัตกรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ** 🏆💡

พบกับ **“การประกวดรางวัลนวัตกรรม ตร.”**
ชมผลงานนวัตกรรมจากหน่วยงานตำรวจ ที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์และความมุ่งมั่นในการพัฒนางานตำรวจให้ก้าวทันยุคดิจิทัล

✨ **ไฮไลต์ภายในงาน**
🏆 ชมการประกวดและนำเสนอผลงานนวัตกรรม ตร.
💡 ชมนวัตกรรมและผลงานที่น่าสนใจจากหน่วยงานต่าง ๆ
🚀 พบแนวคิด เทคโนโลยี และผลงานที่นำไปใช้พัฒนางานตำรวจได้จริง
📸 พร้อมกิจกรรมและบรรยากาศภายในงานที่ไม่ควรพลาด

**มางานเดียว ได้ทั้งแรงบันดาลใจ ได้เห็นของจริง และได้รู้ว่า “ตำรวจไทยก็มีนวัตกรรม!” 🇹🇭👮‍♂️**

📍 **แล้วพบกันในงานรางวัลนวัตกรรมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569**

**“นวัตกรรมตำรวจ เพื่อประชาชนและองค์กรที่ดีกว่า”** 💙

**งานนี้...ไม่เหมือนใคร และไม่ควรพลาด! 🏆✨**
ลงทะเบียน :

ที่อยู่

Trang
92110

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดตรังผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง ตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดตรัง:

ทางลัด

แชร์