ห้องเรียนแพทย์แผนไทย คลินิกการแพทย์แผนไทยชลิต จ.อุบลราชธานี

ห้องเรียนแพทย์แผนไทย คลินิกการแพทย์แผนไทยชลิต จ.อุบลราชธานี แบ่งปันความรู้ สมุนไพร สรรพคุณ การใช้ ที่ถูกต้องดูแลสุขภาพองค์รวม

สมุนไพรแห้ง ลักษณะการจำเตรียมตัวสอบปฏิบัติกระทือ เปราะหอม กระชาย ขมิ้นชัน ขมิ้นอ้อย ว่านนางคำ  ข่า ว่านชักมดลูก ไพล
26/06/2026

สมุนไพรแห้ง ลักษณะการจำเตรียมตัวสอบปฏิบัติ
กระทือ เปราะหอม กระชาย ขมิ้นชัน ขมิ้นอ้อย ว่านนางคำ ข่า ว่านชักมดลูก ไพล

เกร็ดความรู้ยาไทยหญ้ายองไฟ / หยากไย่ไฟ..............:....................พจานุกรมฉบับราชบัณฑิต ฯ ได้ให้ความหมายของ "หญ้า...
21/06/2026

เกร็ดความรู้ยาไทย

หญ้ายองไฟ / หยากไย่ไฟ..............:....................

พจานุกรมฉบับราชบัณฑิต ฯ

ได้ให้ความหมาย

ของ "หญ้ายองไฟ” ไว้ว่า

คือ เขม่าไฟที่ติดหยากไย่

เป็นเส้นห้อยอยู่ภายในหลังคาครัวไฟ

ให้เรานึกถึงครัวสมัยยาย สัก ๖๐~๗๐ ปีก่อน คือ

คนรุ่นนั้นเขาจะหุงข้าวด้วยเตาฟืน มีกระทะเหล็ก

เวลาจุดไฟเตาหุงข้าว ทำกับข้าว ก็จะมีหยากไย่

และตัวแมงมุม คอยจับแมลงที่มาเล่นไฟ

บริเวณเหนือเตาไฟ บนหลังคา

เสร็จแล้ว เวลาถ้ามีหยากไย่ ยายก็จะเอาไม้พัน

ม้วนเอาเฉพาะหยากไย่ลงมา

แล้วเอามาคั่วในกระทะให้ดำ เก็บใส่ขวดไว้

ผมนั่งคุยเรื่องนี้กับยาย

จำได้ว่ายายเรียก “หยากไย่ไฟ”

ซึ่งผมก็พยายามค้นหาคำนี้ ในตำรายาเก่าก็ไม่เจอ

ยายสืบทอดเรื่องนี้มาจากทวด

แม่และผมสืบทอดเรื่องนี้จากยาย

ยายบอก ถ้าเป็น “หญ้ายองไฟ “

เขาจะเอาเขม่าสีดำๆ ที่ติดอยู่ใต้กระทะ
( แบบที่เห็นในภาพ)

สรรพคุณของหญ้ายองไฟ หรือ หยากไย่ไฟ

คือ บำรุงโลหิต

ตำรับยาขับเลือด ขับระดู ของยายก็จะใช้ธาตุวัตถุนี้

ไม่ว่าธาตุวัตถุนี้จะเรียกอะไร เวลายายปรุงยา

ยายก็จะโรยผสมในผงยาสมุนไพรอื่นๆ

เป็นตำรับยาเฉพาะของยาย

ที่ประกอบไปด้วย โครงสร้างของตำรับยาไทย

เช่น ตัวยาบำรุงไฟธาตุ ได้แก่ ว่านน้ำ ไพล ดีปลี

กระเทียม กะทือ ข่า

ตัวยาบำรุงเลือดอื่นๆ เช่น ดอกคำไทย ฝาง

ผสมด้วยตัวยาประกอบ เช่น ลูกราชดัด ลูกกระวาน

เทียนดำ และตัวยาถ่าย คือ ยาดำ

กระสาย น้ำสุรา

สรรพคุณรวมของตำรับนี้ ก็คือ แก้ประจำเดือน

มาไม่เป็นปกติ แก้ระดูขัด หรืออาการของโลหิตปกติโทษ

( อาการที่ผิดปกติก่อนมีระดูมา ๒-๓ วันทั้งร่างกายและ

อารมณ์)

แต่ยาตำรับนี้ เป็นยาขับเลือด เลยมีข้อห้ามใช้

สำหรับสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ หรือ ประจำเดือนขาดหาย

เพราะการตั้งครรภ์

หมอแผนไทย คงตัองคำนึง การตรวจภาวะประจำเดือน

ให้มาก หากตัดสินใจใช้ยาตำรับที่เกี่ยวข้อง

กับการใหัยาสตรี

หรือ คนที่ชอบซื้อยาสตรี มาทานเองด้วย ควรระวังไว้

เพราะยาสตรีของผู้ประกอบการบางราย

อาจใส่ยาที่มีฤทธิ์บีบมดลูกลงไป มากเกินความจำเป็น

จึงไม่เหมาะกับสตรีตั้งครรภ์ เพราะทำให้แท้งลูกได้ เป็นต้น

ที่เห็นผงในขวดสีดำ แม่ผมเขาเก็บไว้ให้ ตั้งแต่ยายยังมี

ชีวิตอยู่

และผมขอเรียกตามยายและแม่ของผมว่า

"ย่ายองไฟ" ( หญ้ายองไฟ)

ยายและแม่บอกว่า ถ้าไม่มีย่ายองไฟนี้ใช้ ก็ถือว่า

ขาดตัวยาสำคัญของตำรับ ยาสตรีนี้ไป

ที่จริง นี่คือภูมิปัญญาเฉพาะราย

หมอไทยบางคนอาจมีตัวยาอื่นๆ ทดแทนก็ได้

เช่น บางท่านใช้ผงถ่านสีดำ จากกะลามะพร้าวเผาไฟ

เป็นต้น

ชลิต เขาวงศ์ทอง
บ.ว. บ.ภ. บ.ผ.
#ครูแพทย์แผนไทยของแผ่นดิน
#เผยแพร่ตำรับยาไทยเป็นวิทยาทาน
#ยาไทย #ยาสมุนไพร
#เกร็ดความรู้ยาไทย
#หญ้ายองไฟ #หยากไย่ไฟ
#ชลิตเขาวงศ์ทอง
#เกร็ดความรู้การแพทย์แผนโบราณ

คลินิกการแพทย์แผนไทยชลิตบทความเป็นวิทยาทานทางแพทย์แผนไทย #แพทย์ของแผ่นดิน
15/06/2026

คลินิกการแพทย์แผนไทยชลิต
บทความเป็นวิทยาทานทางแพทย์แผนไทย

#แพทย์ของแผ่นดิน

 #ทบทวนความรู้แพทย์แผนไทย #น้ำกระสายยา ๓๒ ชนิด
02/06/2026

#ทบทวนความรู้แพทย์แผนไทย

#น้ำกระสายยา ๓๒ ชนิด

วิทยาทานยาพอกเข่าไม่มีแรง
23/04/2026

วิทยาทานยาพอกเข่าไม่มีแรง

วิทยาทาน ยาแก้อัมพาต(ใช้ประคบ) ในการดูแลสุขภาพได้ด้วยตนเองข้อควรระวัง ผู้มีแผลที่ผิวหนัง  ผิวหนังแพ้ง่าย ผู้ป่วยเบาหวาน ...
08/04/2026

วิทยาทาน ยาแก้อัมพาต(ใช้ประคบ) ในการดูแลสุขภาพได้ด้วยตนเอง

ข้อควรระวัง ผู้มีแผลที่ผิวหนัง ผิวหนังแพ้ง่าย ผู้ป่วยเบาหวาน ควรใช้อย่างระมัดระวัง ไม่ควรใช้ลูกประคบที่ร้อนเกินไป อาจทำทำให้แผลพุพองง่าย และติดเชื้อ ก่อนใช้ควรปรึกษาแพทย์ผู้มีความชำนาญ

วิทยาทาน สำหรับดูแลสุขด้วยตนเองน้ำมันนวดแก้อัมพาตข้อควรระวัง สำหรับผู้แพ้สมุนไพร
07/04/2026

วิทยาทาน สำหรับดูแลสุขด้วยตนเอง
น้ำมันนวดแก้อัมพาต

ข้อควรระวัง สำหรับผู้แพ้สมุนไพร

“มีสติทุกลมหายใจ ปัญญาจะนำทางทุกคำตอบ”“เมื่อใจมีสติ ปัญญาจะปรากฏเอง”
14/03/2026

“มีสติทุกลมหายใจ ปัญญาจะนำทางทุกคำตอบ”
“เมื่อใจมีสติ ปัญญาจะปรากฏเอง”

11/03/2026

ยาวหน่อยแต่ลองอ่านดู

วิดีโอนี้เป็นการบรรยายโดย Dr. Andrew G. Lee แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทจักษุวิทยา (Neuro-Ophthalmologist) เกี่ยวกับโรค PPPD (Persistent Postural-Perceptual Dizziness) ซึ่งเป็นภาวะเวียนศีรษะที่พบได้บ่อยแต่คนมักไม่ค่อยรู้จัก

บทแปลเนื้อหาจากวิดีโอ: ทำความรู้จักกับโรค PPPD

"วันนี้เราจะมาพูดถึงสภาวะที่แปลกประหลาดมากอย่างหนึ่ง นั่นคือ PPPD"

"ตัวอักษร P ตัวแรกย่อมาจาก Persistent ซึ่งหมายความว่ามันต้องเป็น
อาการเรื้อรัง โดยทั่วไปคือต้องมีอาการมานานกว่า 3 เดือนขึ้นไป"

"และมันเป็นปัญหาด้าน Postural (ท่าทาง/การทรงตัว) ซึ่งหมายความว่าผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนกำลังจะล้ม หรือมีความรู้สึกตัวโคลงเคลง (Postural Sway)"

"ผู้ป่วยอาจตีความความรู้สึกนั้นว่าเป็นอาการบ้านหมุน (Vertigo) หรืออาการเวียนศีรษะ (Dizziness) ซึ่งมักจะนำไปสู่การตรวจระบบการทรงตัว (Vestibular Workup) ทั้งระบบส่วนปลาย (หูชั้นใน) และระบบส่วนกลาง (สมอง)"

"อาการเวียนศีรษะในโรค PPPD มักจะเป็นแบบ Non-rotational (ไม่หมุน) ซึ่งหมายความว่าพวกเขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเคลื่อนที่ แต่ไม่ได้มีความรู้สึกลวงตาว่าสิ่งแวดล้อมหมุนคว้างรอบตัว"

"มันคือความผิดปกติของการรับรู้ (Perception Disorder) เพราะเราไม่พบรอยโรคเชิงโครงสร้าง (Structural Lesion) ในร่างกายเลย"

"ซึ่งต่างจากความผิดปกติของระบบการทรงตัวส่วนปลายหรือส่วนกลาง ที่มักจะตรวจพบสัญญาณบ่งชี้ แต่ในโรคนี้จะไม่มีสัญญาณเหล่านั้นเลย"

"เราจะไม่พบความผิดปกติของหูชั้นในส่วนปลาย ไม่มีการกระตุกของลูกตา (Nystagmus) ตรวจท่าทาง Dix-Hallpike ก็ให้ผลเป็นลบ และไม่มีสัญญาณผิดปกติทางระบบประสาทเฉพาะจุดอื่นๆ"

"อาการเวียนศีรษะนี้ ปกติแล้วคนไข้จะไม่ได้มาหาผม (จักษุแพทย์) แต่มักจะไปหาหมอหู คอ จมูก (ENT) มากกว่า"

"แต่เหตุผลที่คุณจำเป็นต้องรู้จักมัน ก็เพราะหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นของ PPPD คือ สิ่งเร้าทางสายตา"

"ผู้ป่วยจะมีความไม่สอดคล้องกันระหว่างสิ่งเร้าที่มองเห็นกับระบบการทรงตัว และเมื่อเกิดความไม่สอดคล้องนี้ขึ้น คุณก็จะรับรู้ถึงอาการเวียนศีรษะ"

"อาการนี้ก้าวไปไกลกว่าแค่การเวียนศีรษะ เพราะการทรงตัว (Posture) ของเขาผิดปกติไป พวกเขาจึงรู้สึกเหมือนจะล้มอยู่ตลอดเวลา"

"ผู้ป่วยจะมีคำบอกเล่าที่เฉพาะเจาะจงมาก อาการมักถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้าทางสายตา โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวในสิ่งแวดล้อมรอบตัว"

"เช่น 'ฉันกำลังดูทีวีแล้วมีคนเต้นในจอ' นั่นก็กระตุ้นอาการได้ หรือแม้แต่การเดินในซูเปอร์มาร์เก็ต"

"เพราะเวลาเดินผ่านทางเดินที่มีของวางเรียงราย สินค้าพวกนั้นจะกระตุ้นการตอบสนองของดวงตาที่เรียกว่า Optokinetic Nystagmus แบบเต็มลานสายตา หรือแม้แต่การขับรถก็กระตุ้นได้เช่นกัน"

"จุดที่ใช้แยกโรคนี้ออกจากโรคอื่นคือ คุณต้องตรวจไม่พบความผิดปกติของหูชั้นในส่วนปลาย"

"นั่นหมายความว่ามันไม่ใช่ปัญหาเรื่องตำแหน่งของศีรษะ (Not Positional) เหมือนโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (BPPV)"

"อาการนี้คือปัญหาที่การทรงตัว (Postural) ไม่ใช่อาการที่เกิดจากการเปลี่ยนท่าทาง (Not caused by posture)"

"และสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ผลการตรวจร่างกายทั้งหมดจะเป็นปกติ (Negative Workup)"

"หมอหู คอ จมูก จะตรวจตามขั้นตอนปกติ ทั้งท่า Dix-Hallpike, เก้าอี้หมุน, การตรวจความเย็นความร้อนในหู (Calorics), การตรวจการเคลื่อนไหวลูกตา (ENG) ทั้งหมดจะให้ผลปกติ"

"หมอระบบประสาทจะตรวจคนไข้แล้วก็ไม่พบอาการผิดปกติเฉพาะจุด พวกเขาอาจจะส่งทำ MRI, ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG), เจาะน้ำไขสันหลัง หรือเจาะเลือดมากมาย แต่ทุกอย่างจะปกติหมด"

"จนสุดท้ายคนไข้จะมาหาหมอตา และหมอตาก็จะตรวจไม่พบอาการลูกตากระตุก (Nystagmus) เช่นกัน"

"การวินิจฉัยทั้งหมดขึ้นอยู่กับการ 'พูดคุย' กับผู้ป่วย"

"ถ้าพวกเขามีอาการเวียนศีรษะที่ส่งผลต่อการทรงตัว และถูกกระตุ้นเมื่อมองเห็นการเคลื่อนไหว นี่คือเกณฑ์สำคัญในการวินิจฉัย PPPD"

"มันจะไม่มีสัญญาณให้ตรวจเจอ แต่คำบรรยายของผู้ป่วยจะคลาสสิกมาก คือ 'การเคลื่อนไหวในสิ่งแวดล้อมกระตุ้นให้การรับรู้การทรงตัวของฉันเปลี่ยนไป'"

"ฉันรู้สึกเวียนศีรษะแบบไม่หมุน ฉันไปหาหมอหู หมอสมอง ทำ MRI, EEG,ตรวจเลือดมาหมดแล้วแต่ไม่เจออะไรเลย"

"นี่แหละครับ คือการวินิจฉัยโรค PPPD (Persistent Postural-Perceptual Dizziness)"

สรุปปิดท้าย: เน้นย้ำว่าโรคนี้มีอยู่จริงและรักษาได้ (มักใช้การทำกายภาพบำบัดการทรงตัว VRT การปรับพฤติกรรม CBT หรือยาในกลุ่ม SSRIs ตามดุลยพินิจของแพทย์

Cr. Neuro-Ophthalmology with Dr. Andrew G.Lee

ที่อยู่

คลินิกการแพทย์แผนไทยชลิต
Ubon Ratchathani
34000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ห้องเรียนแพทย์แผนไทย คลินิกการแพทย์แผนไทยชลิต จ.อุบลราชธานีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท