สำนักงาน กกพ. ประจำเขต 5 อุบลราชธานี

สำนักงาน กกพ. ประจำเขต 5 อุบลราชธานี "มีบทบาทสำคัญในการกำกับ ดูแล และส่งเสริมกิจการพลังงานในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ความเป็นธรรม และการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพในทุกภาคส่วน"

📣ประชาสัมพันธ์✅ขอให้ผู้รับใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าดำเนินการยืนยันและรับรองตนเอง Self Declaration ประจำปีงบประมาณ 2570 ผ่านระบบ ...
24/09/2026

📣ประชาสัมพันธ์

✅ขอให้ผู้รับใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าดำเนินการยืนยันและรับรองตนเอง Self Declaration ประจำปีงบประมาณ 2570 ผ่านระบบ E-Post Audit

✅สำหรับผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตไฟฟ้ารายใหม่โปรดลงทะเบียนก่อนเข้าสู่ระบบ

📌 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน 2569

#สำนักงานกกพ
#สำนักงานกกพประจำเขต5
#ผู้รับใบอนุญาตผลอตไฟฟ้า

📍การสรรหาคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 นำโดยนางสาวนันทวัน เสรีรัฐ ตำแหน่ง เจ้าหน้า...
16/09/2026

📍การสรรหาคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 นำโดยนางสาวนันทวัน เสรีรัฐ ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่กำกับกิจการพลังงานชำนาญการพิเศษ สำนักงาน กกพ. ประจำเขต 5 (อุบลราชธานี) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมเวทีคัดเลือกการสรรหาคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า กรณีพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ผู้แทนตำบลสมสะอาด ของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าจังหวัดกาฬสินธุ์ 1 ณ ที่ว่าการอำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์

#สำนักงานกกพ
#สำนักงานกกพประจำเขต5
#กองทุนพัฒนาไฟฟ้า
#สรรหาคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า

16/09/2026

Energy News: "เอกนัฏ" เปิดแผน PDP 2026 ชู “สะอาด-มั่นคง-เป็นธรรม” พลิกโฉมพลังงานไทย

วันนี้ (9 กันยายน 2569) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาเชิงวิชาการ The Big Issue: PDP 2026 Energy Green Power “พลิกโฉมพลังงานไทย สู่ฐานการผลิตสีเขียว” โดยเผยว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ แผน PDP ฉบับนี้ถือเป็นวาระสำคัญที่สุดของประเทศที่รอคอยมากว่า 8-10 ปี ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่กระทบต่อการขนส่งและราคาเชื้อเพลิงอย่างรุนแรง

กระทรวงพลังงานจึงออกแบบร่างแผน PDP 2026 เป็นแผนระยะยาวจนถึงปี ค.ศ. 2050 เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) โดยวางรากฐานพลังงานภายใต้ 3 เสาหลัก ได้แก่

🔹สะอาดที่สุด กำหนดให้เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน จากปัจจุบันที่ต่ำกว่า 20% ปรับขึ้นเป็น 50% ภายใน 10 ปีแรก และขยับสู่ 65% จนถึงระดับสูงสุด 89% ในช่วง 15 ปีหลัง พร้อมเปิดรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR), เทคโนโลยีการดักจับคาร์บอน (CCUS) และพลังงานความร้อนใต้พิภพ

🔹มั่นคงที่สุด มุ่งลดการพึ่งพาการนำเข้า Spot LNG ที่มีราคาสูงและผันผวน หันมาพึ่งพาแหล่งก๊าซในอ่าวไทยและแหล่งก๊าซเมียนมา ควบคู่กับการผลักดันพลังงานชีวมวล ซึ่งนอกจากจะสร้างความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงแล้ว ยังช่วยสร้างรายได้ตรงสู่มือเกษตรกร และลดปัญหาฝุ่น PM2.5 จากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร

🔹เป็นธรรมที่สุด มุ่งกระจายผลประโยชน์สู่ประชาชนด้วยการเปิดตลาดซื้อขายไฟฟ้าสะอาดเสรี (Direct PPA) และเปลี่ยนบทบาทประชาชนจาก “ผู้ใช้ไฟฟ้า” สู่ “เจ้าของโรงไฟฟ้า” ผ่านการปลดล็อก Solar Rooftop โดยตั้งเป้าจัดสรรโควตารับซื้อไฟฟ้าจากหลังคาเรือนสูงถึง 10,000 เมกะวัตต์ เพื่อไม่ให้ผลประโยชน์กระจุกตัวอยู่เพียงกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ขณะเดียวกัน กฟผ. จะปรับบทบาทสู่การพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) เพื่อบริหารจัดการความเสถียรของระบบ

“แผน PDP 2026 รอบนี้คือแผนที่เป็น 'ลมหายใจ' ของคนไทยทุกคน เพราะเกี่ยวข้องกับค่าครองชีพและอนาคตเศรษฐกิจของประเทศโดยตรง ตอนนี้กระทรวงพลังงานเปิดรับฟังความคิดเห็น ในโค้งสุดท้ายอีก 1 สัปดาห์ ผมจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ และทุกภาคส่วน เข้ามาเป็นหุ้นส่วนสำคัญ ช่วยกันคิดและสะท้อนความเห็น เพื่อปรับจุดที่ไม่ตอบโจทย์ และทำให้แผนฉบับนี้สะอาดที่สุด มั่นคงที่สุด และเป็นธรรมที่สุดสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง” นายเอกนัฏ กล่าวทิ้งท้าย

#ข่าวTheEnergy #ล่าสุด #ข่าววันนี้ #เอกนัฏ #ไฟฟ้า

16/09/2026

UPDATE: เปิดเกมความมั่นคงพลังงาน เมื่อโลกผันผวน ไทยจะรับมืออย่างไร?

วันนี้ (16 กันยายน) ท่ามกลางความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของราคาพลังงานโลก การสร้างเสถียรภาพและหลักประกันด้านพลังงานได้ก้าวขึ้นมาเป็น ‘วาระสำคัญอย่างยิ่ง’ ของทุกประเทศทั่วโลก ในบริบทนี้ เวทีเสวนาหัวข้อ ‘Building Energy Security: The Global Race to Deliver Gas Infrastructure’ ในงาน GASTECH 2026 จึงเกิดขึ้น

เวทีนี้เป็นเวทีรวมตัวของผู้นำองค์กรระดับโลกตลอดห่วงโซ่คุณค่าพลังงาน ตั้งแต่ผู้พัฒนาโครงการ LNG อย่าง Sempra Infrastructure, บริษัทพลังงานข้ามชาติ อย่าง Chevron, ผู้รับเหมาวิศวกรรมและการก่อสร้าง ระดับโลกอย่าง Bechtel Energy และ Saipem ไปจนถึงผู้ผลิตปิโตรเลียมของไทยอย่าง ปตท.สผ. (PTTEP) โดยมี S&P Global เป็นผู้ดำเนินรายการ เพื่อร่วมกันถอดรหัสความท้าทาย นิยามความมั่นคงทางพลังงานยุคใหม่ และแลกเปลี่ยนนวัตกรรมที่จะขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติในอนาคต

⚈ นิยามใหม่ของความมั่นคงทางพลังงาน: ความแน่นอนและการควบคุมอุปทาน (Predictability & Control)

มาร์ติน ฮุปกา ประธานฝ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว จาก Sempra Infrastructure ชี้ว่า ในสภาวะภูมิรัฐศาสตร์ผันผวน ฝั่งผู้ซื้อเปลี่ยนแนวคิดจากการหาซื้อก๊าซในตลาดทั่วไป มาเป็นการต้องการ ‘ควบคุมและรับประกันการได้รับโมเลกุลก๊าซจริง’ เพราะก๊าซที่แพงที่สุดคือ ก๊าซที่ไม่สามารถส่งมอบได้ การบริหารโครงการจึงต้องมองภาพรวมทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ท่อส่ง คลังเก็บ เรือ LNG จนถึงจุดเปลี่ยนเป็นไฟฟ้า

ขณะที่ บาลาจี กฤษณมูรตี ประธานประจำภูมิภาคออสเตรเลีย จาก Chevron เน้นย้ำว่า สัญญาซื้อขายระยะยาว เช่น สัญญา 20 ปีกับลูกค้ารายใหญ่ในญี่ปุ่น กลับมามีความสำคัญสูงมากอีกครั้ง เพื่อสร้าง ความแน่นอนเชิงนโยบายและการพาณิชย์ (Policy & Commercial Certainty) ซึ่งเป็นฐานรองรับการลงทุนขั้นต้นมหาศาล

ด้าน พอล มาร์สเดน ประธานบริหาร จาก Bechtel Energy ระบุว่าความมั่นคงทางพลังงาน (Security) ต้องมาคู่กับราคาที่เข้าถึงได้ (Affordability) และคาดการณ์ได้ (Predictability)

ส่วนมุมที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อประเทศไทยนั้น คณิตา ฐณิตา ศาศวัตายุ ว่าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) ได้สะท้อนบริบทของไทยว่า ก๊าซธรรมชาติใช้ในการผลิตไฟฟ้าถึง 60% โดยทุกๆ 3 ดอลลาร์สหรัฐที่ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชนไทยประมาณ 5%

ในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา ปตท.สผ. ได้พยายามเร่งการผลิตก๊าซในประเทศให้ได้มากกว่าปริมาณที่สัญญาไว้ประมาณ 5% เพื่อช่วยลดผลกระทบเชิงราคา โดยประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานท่อส่งก๊าซที่แข็งแกร่งผ่าน 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ ท่อส่งก๊าซ 3 เส้นจากอ่าวไทย, ท่อส่งก๊าซ 3 เส้นจากประเทศเมียนมา และท่อส่งก๊าซจากพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA)

⚈ การบริหารจัดการโครงการและโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ (Ex*****on & Optimization)

พอล มาร์สเดน เสนอว่า การทุ่มเทเวลาวางแผนตั้งแต่ช่วงแรกจะช่วยป้องกันปัญหางบประมาณบานปลายและงานล่าช้า ตามแนวคิด Go Slow to Go Fast ขณะที่ มาร์ติน ฮุปกา เสริมว่า ผู้พัฒนาโครงการต้องพร้อมลงทุนหลักร้อยล้านดอลลาร์ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision: FID) เพื่อเตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบ

ส่วนมุมมองที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพันธมิตรระยะยาวและการแบ่งปันความเสี่ยงนั้น ทั้ง พอล และ มาร์ติน เห็นตรงกันว่า Developer และ EPC Contractor ต้องทำงานร่วมกันแบบโปร่งใส ขณะที่ ฟาบริซิโอ บอตตา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ - ธุรกิจขนส่งพลังงาน จาก Saipem เสริมว่า รูปแบบสัญญาในอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนไปสู่การแบ่งปันความเสี่ยงที่เหมาะสม แทนการโยนความเสี่ยงทั้งหมดให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเหมือนในอดีต

ฟาบริซิโอยังอธิบายถึงการใช้ดีไซน์โมดูลาร์ (Modular) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นรองรับส่วนผสมก๊าซที่หลากหลาย และแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน รวมถึงการปรับกลยุทธ์บริหารกองเรือแบบภูมิภาค (Regionalization) กว่า 60 ลำ เพื่อลดเวลาการเดินทางของเรือและเพิ่มความพร้อมในการปฏิบัติงาน

ขณะที่ บาลาจี กฤษณมูรตี ได้ยกตัวอย่างการพัฒนาเทคโนโลยีอัดก๊าซใต้ทะเลลึก (Subsea Compression) ในออสเตรเลียที่ลึกและใหญ่กว่ามาตรฐาน 6 เท่า เพื่อดึงก๊าซขึ้นมาป้อนโรงงาน LNG เดิมให้เต็มความสามารถ ส่วน คณิตา นำเสนอแนวทาง Total Reuse Platform นำแท่นเจาะเดิมในอ่าวไทยมาหมุนเวียนใช้ใหม่ เพื่อควบคุมต้นทุนการผลิตก๊าซในประเทศ และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพานำเข้า LNG ที่คาดว่าจะสูงขึ้นในอนาคต

⚈ บทบาทของ AI และนวัตกรรมดิจิทัล (AI & Digital Game Changers)

พอล จาก Bechtel Energy เผยว่า AI ช่วยเพิ่มความเร็วในงานวิศวกรรม ช่วยประมวลผลและตรวจสอบเอกสารในห่วงโซ่อุปทานกว่า 50,000-60,000 ฉบับ ลดงานซ้ำซ้อนของวิศวกรลงได้อย่างมหาศาล

ขณะที่ บาลาจี จาก Chevron ระบุว่า มีการนำโดรนมาใช้ตรวจสอบ และใช้หุ่นยนต์ทำความสะอาดถังบรรจุก๊าซเพื่อลดอันตรายต่อแรงงาน รวมถึงพัฒนา LLMs ร่วมกับ AI Diagnostics ตรวจจับเครื่องจักรใหญ่ ลดเวลาแก้ปัญหาจาก 20-48 ชั่วโมง เหลือเพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมง

ส่วน ฟาบริซิโอ จาก Saipem ระบุถึง การติดตั้ง Smart Cameras และ AI ในพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อตรวจจับพฤติกรรมไม่ปลอดภัยทันที และใช้ AI ตรวจสอบคุณภาพเอกสารจากผู้ผลิตชิ้นส่วน

ด้าน คณิตา ว่าที่ CEO คนใหม่ของ ปตท.สผ. เน้นย้ำว่า เป้าหมายการใช้ AI คือ การให้เทคโนโลยีทำงาน Routine แทนมนุษย์ เพื่อให้บุคลากรไปโฟกัสการวิเคราะห์และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

⚈ สรุปคำสำคัญ ทิ้งท้ายจากเวทีเสวนา

ฟาบริซิโอ มองว่า Timing, Flexibility และ Innovation เป็น 3 คำสำคัญของการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน โดย Timing (เวลาการส่งมอบ) ในอุตสาหกรรมก๊าซ ความรวดเร็วเป็นเรื่องที่รอกันไม่ได้ โครงการจำเป็นต้องดำเนินการในรูปแบบ Fast-track หรือ Accelerated Schedule เพื่อเร่งส่งมอบก๊าซให้ทันต่อความต้องการของลูกค้าและวิกฤตพลังงานโลก

ขณะที่ Flexibility (ความยืดหยุ่น) นั้น วิศวกรต้องออกแบบโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีให้มีความยืดหยุ่นสูง เพื่อให้สามารถรองรับสภาวะโลกและส่วนผสมก๊าซที่ผันผวนและมีความไม่แน่นอนได้

และ Innovation (นวัตกรรม) นั้น ฟาบริซิโอ มองว่า ห้ามหยุดพัฒนานวัตกรรมอย่างเด็ดขาด โดยยกตัวอย่างการเปิดตัวโซลูชัน FLNG พร้อมเทคโนโลยีเฉพาะของ Saipem ที่ใช้เวลาพัฒนามากว่า 1 ปี เพื่อนำเสนอสิ่งใหม่ที่แตกต่างและตอบโจทย์ลูกค้า

ทางด้าน มาร์ติน มองว่า Thoughtfulness (ความรอบคอบและการวางแผนอย่างตั้งใจ) คือคำที่มีความสำคัญอย่างมาก โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานก๊าซและ LNG มีความซับซ้อนมหาศาล ความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดของ ‘การเร่งความเร็ว’ (Going fast) คือการ ‘ขาดความรอบคอบตั้งแต่เริ่มต้น’ ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาด้านการออกแบบ (Design issues) ที่ยากจะแก้ไขในภายหลัง ส่งผลให้โครงการกลับต้องล่าช้ากว่าเดิมและงบประมาณบานปลายอย่างหนัก การทุ่มเทเวลาวางแผนอย่างรอบด้านและตั้งใจตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ จึงเป็นกุญแจที่แท้จริงของการส่งมอบโครงการได้เร็วและสำเร็จ

ขณะที่ บาลาจี ให้ความสำคัญกับ Diversity (ความหลากหลาย) เนื่องจาก ความมั่นคงทางพลังงานจะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง ต้องอาศัยความหลากหลายใน 2 มิติ คือ ความหลากหลายของแหล่งพลังงาน (Diverse Sources of Energy) และ ความหลากหลายของโครงสร้างพื้นฐาน (Diversity in Infrastructure) เพื่อให้สามารถกระจายพลังงานเข้าสู่ตลาดต่างๆ ทั่วโลกได้อย่างทั่วถึงและยืดหยุ่น พร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ส่วน พอล มองว่า Predictability (ความแน่นอนและคาดเดาได้) เป็นสิ่งสำคัญ โดยที่ความแน่นอนต้องเกิดขึ้นตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ โมเลกุลก๊าซในชั้นหิน - ท่อส่งก๊าซ - โรงงานเปลี่ยนก๊าซเป็นของเหลว - นักลงทุนที่ลงเงิน - ไปจนถึงผู้บริโภคปลายทางที่กำลังหุงต้มอาหารและเปิดไฟในบ้าน หากจุดใดจุดหนึ่งในห่วงโซ่นี้เกิดความไม่แน่นอนขึ้น ทั้งระบบจะพังทลายลงอย่างรวดเร็ว และผลกระทบจะปรากฏในรูปของ ‘เวลาที่ล่าช้า’ และ ‘ต้นทุนที่บานปลาย’ ซึ่งกลายเป็นฝันร้ายของทุกคนในห่วงโซ่พลังงาน

ขณะที่ คณิตา มองว่า ช่วงเวลานี้คือ Time to act now and no time to talk (ถึงเวลาลงมือทำทันที ไม่ใช่เวลาเอาแต่พูด) สำหรับ ปตท.สผ. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI และดิจิทัลมีเป้าหมายเพื่อผลักดันภาระงานประจำ (Routine works) ให้ระบบอัตโนมัติทำแทน แล้วปลดล็อกให้บุคลากรไปทุ่มเทกับงานวิเคราะห์และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (Analytical & Decision making) ซึ่งเมื่อวางแผนงานและเตรียมเทคโนโลยีไว้พร้อมแล้ว ขั้นตอนสำคัญที่สุดในเวลานี้คือ การลงมือปฏิบัติจริง (Ex*****on) เพื่อทำให้โครงการเกิดขึ้นจริงและสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศทันทีโดยไม่เสียเวลาคุยเปล่า

การเสวนาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความมั่นคงทางพลังงานในโลกยุคใหม่ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการแสวงหาปริมาณก๊าซธรรมชาติให้เพียงพอเท่านั้น แต่คือการบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่าที่ซับซ้อน ตั้งแต่การวางแผนโครงการอย่างรอบคอบ การสร้างพันธมิตรที่โปร่งใส ไปจนถึงการประยุกต์ใช้นวัตกรรมดิจิทัลและ AI เพื่อสร้างความแน่นอนและลดต้นทุนอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางโจทย์อันท้าทายระหว่างการเร่งสร้างความมั่นคงด้านอุปทานในระยะสั้น กับเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในระยะยาว คำถามสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขบคิดต่อไปคือ องค์กรและภาครัฐจะสามารถก้าวข้ามกรอบสัญญาและการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์และปรับใช้เทคโนโลยีให้ทันต่อความผันผวนของโลก ได้รวดเร็วพอแล้วหรือยัง?

ภาพ: Watcharapol Chaimongkol / THE STANDARD

อ้างอิง:
⚈ Energy Impact Stage & Collaboration Theatre / GASTECH

14/09/2026

Energy News: กกพ. โชว์วิสัยทัศน์ Gastech สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนโลก ดันไทยสู่พลังงานสะอาด-ยั่งยืน

วันนี้ (14 กันยายน 2569) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพร้อมคณะ เยี่ยมชมบูธนิทรรศการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ภายในงาน Gastech 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ โดยมี คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกอบด้วย นายพิทักษ์ จรรยพงษ์ นายนรินทร์ โอภามุรธาวงศ์ และนายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักงาน กกพ. ร่วมให้การต้อนรับ

ในการนี้ ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ได้นำเสนอแนวคิดการจัดบูธภายใต้ “TRANSITION DESTINATION – จุดหมายของการเปลี่ยนผ่านพลังงานไทย” ซึ่งเปรียบการเปลี่ยนผ่านพลังงานเสมือนการเดินทางจากระบบพลังงานในอดีต ผ่านปัจจุบัน ไปสู่ระบบพลังงานแห่งอนาคต โดยจุดหมายของประเทศไทยไม่ใช่เพียงการมุ่งสู่พลังงานที่สะอาดขึ้นเท่านั้น แต่ต้องเป็นระบบพลังงานที่สามารถรักษาสมดุลทั้ง ความมั่นคงทางพลังงาน ราคาที่เหมาะสม ความยั่งยืน และการแข่งขันที่เป็นธรรม

เลขาธิการสำนักงาน กกพ. กล่าวว่า บทบาทสำคัญของ กกพ. ในฐานะองค์กรกำกับกิจการพลังงาน คือการออกแบบกฎ กติกา และระบบกำกับกิจการพลังงาน เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านพลังงานที่เชื่อมโยงตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ไปจนถึงผู้ใช้พลังงาน ให้ทุกภาคส่วนสามารถเดินหน้าไปสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานร่วมกันอย่างสมดุล ขณะเดียวกัน กฎกติกาของไทยต้องสามารถเชื่อมโยงกับระบบพลังงานระหว่างประเทศ และเป็นที่ยอมรับของผู้ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบพลังงานและการลงทุนของประเทศ

ภายในบูธสำนักงาน กกพ. มีการนำเสนอ ภาพรวมระบบพลังงานไทยและบทบาทการกำกับทั้งกิจการไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติและ LNG การพัฒนาตลาดและการแข่งขัน ตลอดจนทิศทางระบบพลังงานแห่งอนาคต พร้อมออกแบบพื้นที่ให้เป็นพื้นที่เรียนรู้และแลกเปลี่ยน ไม่ใช่เพียงการจัดแสดงนิทรรศการ

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม ERC Mini Talks ถ่ายทอดประเด็นพลังงานสำคัญ กิจกรรม Interactive & Quiz รวมถึงการพูดคุย ถาม–ตอบ และ Networking เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานกำกับ และผู้เข้าร่วมงานจากนานาประเทศได้แลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างเครือข่ายด้านพลังงานร่วมกัน

การเข้าร่วม Gastech 2026 ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและแสดงให้ประชาคมโลกเห็นถึงความพร้อมของประเทศไทย ทั้งในมิติระบบพลังงาน การเชื่อมโยงทางธุรกิจ และการลงทุน โดยงานครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน จาก 150 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทั้งผู้นำ ผู้กำหนดนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน และภาคอุตสาหกรรมพลังงาน เป็นพื้นที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อมูลด้านพลังงาน ระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน การรวมตัวของผู้แทนจากนานาประเทศยังช่วยขยายการรับรู้ถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยออกไปในวงกว้าง และเสริมภาพลักษณ์ของประเทศบนเวทีโลก

#ข่าวTheEnergy #ล่าสุด #ข่าววันนี้ #กกพ #พลังงาน #เอกนัฏ

14/09/2026

⚡ PEA เตือน! ลักลอบใช้ไฟ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

การลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อขุดเหมืองดิจิทัล สร้างความเสียหายต่อระบบไฟฟ้า และอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้าของประชาชน ทั้ง ไฟตก ไฟดับ ระบบไฟฟ้าเสียหาย และเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย

❗️ลักลอบใช้ไฟฟ้า ผิดกฎหมาย
ดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา❗️

PEA ขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันสอดส่อง หากพบการลักลอบใช้ไฟฟ้าหรือสิ่งผิดปกติ โทร. 1129 PEA Contact Center ตลอด 24 ชั่วโมง

#การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค #ลักลอบใช้ไฟฟ้า #เหมืองดิจิทัล #ความปลอดภัยทางไฟฟ้า

14/09/2026

Energy News: สนพ. เปิดรับฟังความเห็นร่างแผน PDP2026 ลุยเพิ่มพลังงานสะอาดรับกระแส Data Center และ AI

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อ “ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569–2593 (PDP2026)” ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ โดยมี นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดการสัมมนา พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้ภาคส่วนต่าง ๆ และประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลและมีส่วนร่วมกับกระบวนการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศในวงกว้าง โดยภายในงานมีการนำเสนอร่าง PDP2026 และเปิดรับฟังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างต่อเนื่องทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กล่าวว่า การจัดทำ PDP2026 เป็นการทบทวนทิศทางการพัฒนาระบบไฟฟ้าของประเทศให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งความต้องการพลังงานสะอาดจากภาคอุตสาหกรรม การขยายตัวของ Data Center และ AI การเติบโตของการผลิตไฟฟ้าใช้เอง การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนกติกาการค้าระหว่างประเทศและเป้าหมายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งทำให้การวางแผนระบบไฟฟ้าในอนาคตจำเป็นต้องพิจารณามากกว่าการจัดหากำลังผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอ แต่ต้องสร้างระบบไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่น รองรับรูปแบบการผลิตและการใช้พลังงานที่หลากหลายมากขึ้น

“PDP เป็นแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่กำหนดทิศทางระบบไฟฟ้าของประเทศในระยะยาว การจัดทำ PDP2026 จึงต้องพิจารณาทั้งความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ต้นทุนที่เหมาะสม ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ขณะเดียวกัน กระบวนการจัดทำแผนต้องเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและประชาชนได้รับทราบข้อมูลและร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อให้การวางแผนมีความรอบด้านและสะท้อนมุมมองจากทุกภาคส่วน” นายวัฒนพงษ์ กล่าว

สำหรับหลักการสำคัญของ ร่างแผน PDP2026 ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลใน 3 ด้าน ได้แก่

🔹ด้านความมั่นคง มุ่งให้ระบบไฟฟ้ามีความเพียงพอทั้งในภาพรวมของประเทศและในระดับภูมิภาค พร้อมกระจายชนิดเชื้อเพลิงเพื่อสร้างความสมดุลของแหล่งพลังงานในระยะยาว

🔹ด้านเศรษฐกิจ มุ่งบริหารต้นทุนค่าไฟฟ้าให้อยู่ในระดับเหมาะสมและเป็นธรรม

🔹ด้านสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ของประเทศในปี พ.ศ. 2593 ควบคู่กับแนวคิดการกระจายศูนย์ของระบบไฟฟ้า (Decentralization) และการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม (Just Energy Transition)

ร่างแผน PDP2026 ยังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากระบบไฟฟ้าแบบเดิม ไปสู่ระบบที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยบริหารสมดุลระหว่างพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และกำลังผลิตที่สามารถจ่ายไฟได้อย่างมั่นคง รวมทั้งปรับบทบาทของภาคเอกชนและผู้ใช้ไฟฟ้าจากผู้ใช้พลังงานเพียงอย่างเดียว ไปสู่การมีส่วนร่วมในระบบไฟฟ้ามากขึ้น ทั้งการผลิตไฟฟ้าใช้เอง การบริหารจัดการความต้องการใช้ไฟฟ้า และการเข้าถึงพลังงานสะอาด พร้อมทั้งวางแนวทางรองรับการเปลี่ยนแปลงของระบบไฟฟ้าในอนาคต ทั้งการพัฒนากลไก Demand Response (DR) โดยมีเป้าหมายสะสมกว่า 2,800 เมกะวัตต์ ในปี 2593 และพลังงานแบบกระจายศูนย์ หรือ Distributed Energy Resources (DER) เป้าหมายสะสมกว่า 9,100 เมกะวัตต์ ในปี 2593 ซึ่งจะมีบทบาทในการบริหารจัดการความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบโครงข่าย

นอกจากนี้ ยังเตรียมความพร้อมสำหรับเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำและเทคโนโลยีพลังงานในอนาคต ทั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) และเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ตลอดจนการเปิดกว้างสำหรับเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอื่น ๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการพัฒนาระบบไฟฟ้าและลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางเทคโนโลยีในระยะยาว

ทั้งนี้ สนพ. ยังเปิดรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม โดยสามารถส่งหนังสือถึง สนพ. หรือผ่านช่องทางออนไลน์ ทาง Google From https://forms.gle/Q2MQy8nRR4AUwqEQA ได้ถึงวันที่ 15 กันยายน 2569 โดยภายหลังการรับฟังความคิดเห็น สนพ. จะรวบรวม และพิจารณาข้อเสนอจากทุกช่องทาง เพื่อนำไปประกอบการปรับปรุงร่างแผนให้มีความเหมาะสม รอบด้าน และสอดคล้องกับบริบทของประเทศมากที่สุด ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการและขั้นตอนการพิจารณาที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อให้ PDP2026 เป็นแผนที่สามารถสร้างสมดุลทั้งด้านความมั่นคงทางพลังงาน เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และรองรับการเปลี่ยนผ่านระบบไฟฟ้าของประเทศไทยในระยะยาว

#ข่าวTheEnergy #ล่าสุด #ข่าววันนี้ #ไฟฟ้า #ค่าไฟ #พลังงาน

14/09/2026

⚡ PEA แจ้งปรับอัตราค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย เริ่มบิลเดือนกันยายน 2569

200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาท/หน่วย พร้อมแยกค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากค่าไฟฟ้า

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) แจ้งการปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับ ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย แบบก้าวหน้า (Progressive Rate) และปรับปรุงคำนิยามผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ตามมติคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 โดยปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าให้สอดคล้องกับลักษณะการใช้ไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น

เริ่มใช้กับค่าไฟฟ้าประจำเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

🏠 บ้านอยู่อาศัย แบ่งเป็น 2 ประเภท

🔹 ประเภท 1.1.1
บ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน
คิดค่าไฟฟ้าตามอัตราขั้นบันได ดังนี้

* หน่วยที่ 1–15 : 2.3488 บาท/หน่วย
* หน่วยที่ 16–25 : 2.9882 บาท/หน่วย
* หน่วยที่ 26–200 : 3.0000 บาท/หน่วย
* หน่วยที่ 201–400 : 4.1584 บาท/หน่วย
* หน่วยที่ 401 เป็นต้นไป : 4.3583 บาท/หน่วย

🔹 ประเภท 1.1.2
บ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน
คิดค่าไฟฟ้า ดังนี้

* หน่วยที่ 1–200 : 3.0000 บาท/หน่วย
* หน่วยที่ 201–400 : 4.1584 บาท/หน่วย
* หน่วยที่ 401 เป็นต้นไป : 4.3583 บาท/หน่วย

200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาท/หน่วย” หมายความว่าอย่างไร?

สำหรับบ้านอยู่อาศัยที่ ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน (ประเภท 1.1.2) ค่าไฟฟ้าสำหรับ หน่วยที่ 1–200 คิดในอัตรา 3 บาท/หน่วย จากนั้นหน่วยที่ 201–400 คิด 4.1584 บาท/หน่วย และหน่วยที่ 401 เป็นต้นไป คิด 4.3583 บาท/หน่วย

📌 ค่าไฟฟ้าสาธารณะได้ตัดออกจากค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยเรียบร้อยแล้ว

หมายเหตุ: อัตราดังกล่าวยังไม่รวม ค่าบริการรายเดือน ค่า Ft และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

🏡 สำหรับบ้านที่ยังไม่มีทะเบียนบ้านถาวร

ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ ยังไม่มีทะเบียนบ้านถาวร แต่ใช้ไฟฟ้าเพื่อการอยู่อาศัยเป็นการถาวร และมีประวัติชำระค่าไฟฟ้า ไม่น้อยกว่า 6 เดือน สามารถติดต่อ PEA ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569 เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 1129 PEA Contact Center ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าว/ภาพ : กองสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร

14/09/2026

🌏ขอเชิญร่วมเปิดมุมมองพลังงานระดับโลกในประเทศไทย

ประเทศไทยกำลังจะเป็นเจ้าภาพ Gastech 2026 เวทีการประชุมและนิทรรศการด้านพลังงานระดับโลก ซึ่งรวบรวมผู้นำ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้กำหนดนโยบาย และผู้ประกอบการจากภาคพลังงานทั่วโลก มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เทคโนโลยี และแนวทางการพัฒนาพลังงานแห่งอนาคต

📍 14–17 กันยายน 2569
ณ BITEC บางนา กรุงเทพฯ

ภายในงานพบกับประเด็นสำคัญของโลกพลังงาน ทั้ง
🔹 Natural Gas & LNG
🔹 Hydrogen
🔹 Low Carbon Solutions
🔹 Electrification
🔹 AI & Digitalization

พร้อมโอกาสในการเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ พบปะผู้เชี่ยวชาญ และติดตามทิศทางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงานในระดับนานาชาติ (Gastech Exhibition & Conference 2026⁠)

#ข่าวTheEnergy #พลังงาน

14/09/2026

ที่อยู่

81 ซอยชยางกูร 40 ถนนชยางกูร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี อุบลราชธานี
Ubon Ratchathani
34000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงาน กกพ. ประจำเขต 5 อุบลราชธานีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงาน กกพ. ประจำเขต 5 อุบลราชธานี:

ทางลัด

แชร์