สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 กรมประชาสัมพันธ์

สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 กรมประชาสัมพันธ์ "สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2" เปลี่ยนชื่อเป็น "สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 2"
ตั้งอยู่เลขที่ 145 หมู่ 10 ถนนแจ้งสนิท ตำบลแจระแม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000

สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 2 ตั้งอยู่เลขที่ 145 ถนนแจ้งสนิท ตำบลแจระแม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

ครม. เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมไทย-เมียนมา กระชับความร่วมมือทุกมิติเพื่อประชาชน ยกระดับจ้างแรงงานข้ามชาติ บริหารจัดการคุณภ...
06/08/2026

ครม. เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมไทย-เมียนมา กระชับความร่วมมือทุกมิติเพื่อประชาชน ยกระดับจ้างแรงงานข้ามชาติ บริหารจัดการคุณภาพน้ำข้ามพรมแดน

🔶️ อ่านเพิ่มเติมได้ที่: 👇👇👇👇👇
https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3306/iid/529019

#ครมเห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมไทยเมียนมา #กระชับความร่วมมือทุกมิติเพื่อประชาชน #ยกระดับจ้างแรงงานข้ามชาติ #บริหารจัดการคุณภาพน้ำข้ามพรมแดน #กระทรวงการต่างประเทศ #กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม #กระทรวงแรงงาน #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

“ดีอี” เร่งปราบสแกมเมอร์ สกัด “บัญชีม้า” รวมศูนย์ข้อมูล เร่งคืนเงินผู้เสียหาย “ท่องเที่ยว” กวาดล้าง “ทัวร์เถื่อน-ไกด์เถื...
06/08/2026

“ดีอี” เร่งปราบสแกมเมอร์ สกัด “บัญชีม้า” รวมศูนย์ข้อมูล เร่งคืนเงินผู้เสียหาย “ท่องเที่ยว” กวาดล้าง “ทัวร์เถื่อน-ไกด์เถื่อน” คืนความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

🔶️ อ่านเพิ่มเติมได้ที่: 👇👇👇👇👇
https://region2.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3306/iid/529021

#ดีอีเร่งปราบสแกมเมอร์ #สกัดบัญชีม้า #รวมศูนย์ข้อมูล #เร่งคืนเงินผู้เสียหาย #ท่องเที่ยวกวาดล้างทัวร์เถื่อนไกด์เถื่อน #คืนความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

"มท.2" เยี่ยมชาวสุรินทร์​ ลงพื้นที่​ อ.สังขะ ติดตามโครงการไทยช่วยไทย พลัส​ กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เวล...
06/08/2026

"มท.2" เยี่ยมชาวสุรินทร์​ ลงพื้นที่​ อ.สังขะ ติดตามโครงการไทยช่วยไทย พลัส​ กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

วันที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ โดมอเนกประสงค์โรงเรียนสังขะ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบนโยบาย ติดตามและเยี่ยมชมการดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” และร้านค้า OTOP พร้อมพบปะเยี่ยมเยียนประชาชน รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่ โดยมีนายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและระดับอำเภอ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต 8 เจ้าหน้าที่ และประชาชน ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมรับฟังนโยบาย

สำหรับผลการดำเนินงานโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เฟส 2 ครั้งที่ 3 พบว่า อำเภอสังขะ มียอดจำหน่ายสะสมอยู่ที่ 71,653 บาท คิดเป็นอันดับที่ 2 จากทั้งหมด 17 อำเภอของจังหวัดสุรินทร์

ทั้งนี้ โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เป็นนโยบายที่มุ่งส่งเสริมการบริโภคสินค้าภายในประเทศ สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น ผู้ผลิตสินค้า OTOP และวิสาหกิจชุมชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้แก่ประชาชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

#พลพีร์สุวรรณฉวี #มท2 #รมชมหาดไทย #กระทรวงมหาดไทย #ไทยช่วยไทยพลัส #จังหวัดสุรินทร์ #บำบัดทุกข์บำรุงสุข #พัฒนาพื้นที่ #น้ำท่วม2569 #เคเบิลใต้ดิน #สุรินทร์ #กรมประชาสัมพันธ์ #สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ #สวทสุรินทร์

มท.2 ลงพื้นที่สุรินทร์ ติดตามโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ของอำเภอกาบเชิง​ มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนวันที่ 6 สิ...
06/08/2026

มท.2 ลงพื้นที่สุรินทร์ ติดตามโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ของอำเภอกาบเชิง​ มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

วันที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 12.30 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบนโยบาย ติดตามและเยี่ยมชมการดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” และร้านค้า OTOP พร้อมพบปะเยี่ยมเยียนประชาชน รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่ โดยมีนายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและระดับอำเภอ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต 8 เจ้าหน้าที่ และประชาชน ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมรับฟังนโยบาย

สำหรับผลการดำเนินงานโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เฟส 2 ครั้งที่ 3 พบว่า อำเภอกาบเชิงมียอดจำหน่ายสะสมอยู่ที่ 49,730 บาท คิดเป็นอันดับที่ 4 จากทั้งหมด 17 อำเภอของจังหวัดสุรินทร์

ทั้งนี้ โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เป็นนโยบายที่มุ่งส่งเสริมการบริโภคสินค้าภายในประเทศ สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น ผู้ผลิตสินค้า OTOP และวิสาหกิจชุมชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้แก่ประชาชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

#พลพีร์สุวรรณฉวี #มท2 #รมชมหาดไทย #กระทรวงมหาดไทย #ไทยช่วยไทยพลัส #จังหวัดสุรินทร์ #บำบัดทุกข์บำรุงสุข #พัฒนาพื้นที่ #น้ำท่วม2569 #เคเบิลใต้ดิน #สุรินทร์ #กรมประชาสัมพันธ์ #สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ #สวทสุรินทร์

06/08/2026

🇹🇭 Soft Power ของไทย พร้อมก้าวสู่เวทีโลก
37 ลวดลายผ้าไทยจาก 26 ชุมชน วัตถุดิบ GI จากทั่วประเทศ และรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจในการกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง คือสิ่งที่ประเทศไทยพร้อมนำเสนอและถ่ายทอดสู่ผู้แทนจากกว่า 191 ประเทศทั่วโลก ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569
✨ อีกก้าวสำคัญให้โลกจดจำประเทศไทย

"ชี้แจงกรณีบุคคลภายนอกใช้อาวุธปืนยิงตนเอง ณ สนามยิงปืน กองพันทหารม้าที่ 8 กองพลทหารราบที่ 3" กองทัพภาคที่ 2 ขอเรียนชี้แจ...
06/08/2026

"ชี้แจงกรณีบุคคลภายนอกใช้อาวุธปืนยิงตนเอง ณ สนามยิงปืน กองพันทหารม้าที่ 8 กองพลทหารราบที่ 3"

กองทัพภาคที่ 2 ขอเรียนชี้แจงกรณีเหตุบุคคลภายนอกใช้อาวุธปืนยิงตนเองภายในชมรมสนามยิงปืนค่ายสุรนารี กองพันทหารม้าที่ 8 กองพลทหารราบที่ 3 เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 โดยเมื่อเวลา 09.44 น. บุคคลภายนอกซึ่งทราบชื่อภายหลังคือ นายคณิศร ชุ่มชิต อายุ 19 ปี ได้เดินทางมายังชมรมสนามยิงปืนเพื่อสมัครเป็นสมาชิกชมรมยิงปืน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบเอกสารและคุณสมบัติตามระเบียบ ก่อนดำเนินการเช่าอาวุธปืนพกขนาด 9 มม.
พร้อมกระสุนจำนวน 50 นัด และจัดให้เข้ารับการฝึกยิงปืนตามขั้นตอนมาตรฐาน ภายใต้การกำกับดูแลของครูผู้ฝึก
อย่างใกล้ชิด กระทั่งเวลา 12.25 น. ภายหลังการฝึกยิงจนถึงนัดสุดท้าย บุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนยิงตนเองภายในช่องยิง เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บจากบาดแผลกระสุนปืนบริเวณศีรษะ โดยกระสุนเข้าที่ขมับขวาและทะลุออกบริเวณขมับซ้าย เจ้าหน้าที่ประจำสนามยิงปืนได้เข้าช่วยเหลือ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น และประสานรถพยาบาลนำส่งโรงพยาบาลค่ายสุรนารีโดยเร่งด่วน พร้อมทั้งแจ้งพนักงานสอบสวนเข้าดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ขณะที่โรงพยาบาลได้ประสานแจ้งญาติของผู้ได้รับบาดเจ็บให้รับทราบเหตุการณ์และเดินทางมายังโรงพยาบาลแล้ว
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น รวมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดภายในพื้นที่ พบว่า บุคคลดังกล่าวเดินทางโดยรถยนต์รับจ้างมายังบริเวณหน้าค่ายสุรนารี ก่อนเดินเท้าเข้าสนามยิงปืน และภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกเหตุการณ์ตั้งแต่เดินทางเข้าสนามยิงปืนจนถึงช่วงเกิดเหตุไว้ได้ โดยปรากฏภาพขณะบุคคลดังกล่าวทรุดตัวลงนั่ง ก่อนใช้อาวุธปืนยิงตนเอง ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในเบื้องต้น ไม่พบความผิดปกติในขั้นตอนการรับสมัครสมาชิก การตรวจสอบคุณสมบัติ การเช่าอาวุธปืน การจัดการฝึก และการกำกับดูแลผู้เข้ารับการฝึก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามระเบียบ
และมาตรฐานความปลอดภัยของสนามยิงปืนตลอดกระบวนการ ขณะเดียวกัน หน่วยได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจสถานที่เกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ไว้ เพื่อสนับสนุน
การสอบสวนและพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน
กองทัพภาคที่ 2 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมประสานพนักงานสอบสวนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายอย่างโปร่งใสและรอบด้าน รวมทั้งได้ดำเนินการปิดสนามยิงปืนเป็นการชั่วคราว เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ขอแสดงความห่วงใยต่อผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัว พร้อมยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือ
กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปด้วยความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม
-------------------------------
6 สิงหาคม 2569

ที่มา: กองทัพภาคที่ 2
#กองทัพภาคที่2

06/08/2026

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน "สีดา" มีกำหนดจัดแสดง
🗓️ ในระหว่างวันที่ ๕ พฤศจิกายน - วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๙
📍 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

🎟 บัตรราคา ๒,๐๐๐ บาท, ๑,๘๐๐ บาท, ๑,๐๐๐ บาท, ๘๐๐ บาท และ ๖๐๐ บาท (รอบนักเรียน ๒๐๐ บาท)
🎫 เปิดจำหน่ายบัตร ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙ 🕙 เวลา ๑๐.๐๐ น.
🌐 ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา โทร. ๐-๒๒๖๒-๓๔๕๖
https://www.thaiticketmajor.com/performance/gaan-sa-daeng-khon-dton-sida.html

#โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ
#ไทยทิคเก็ตเมเจอร์
#ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

พึ่งพา - PAfé ส่วนหนึ่งของภารกิจฟื้นฟูชุมชนอย่างยั่งยืนของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยสัมผัสประสบการณ์...
06/08/2026

พึ่งพา - PAfé ส่วนหนึ่งของภารกิจฟื้นฟูชุมชนอย่างยั่งยืน
ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย
สัมผัสประสบการณ์ “สุขที่ได้แบ่งปัน”

“อาคารมหินทรเดชานุวัตน์” เป็นอาคารอนุรักษ์ ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๗ บนถนนเพชรบุรี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เป็นที่ตั้งของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

มูลนิธิฯ มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศด้านการบรรเทาทุกข์และจัดการภัยพิบัติอันเกิดจากอุทกภัย (Center of Excellence in Flood Relief and Management) ตามพระนโยบายของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และมุ่งสู่การเป็นต้นแบบของโลกในการบรรเทาทุกข์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยหนึ่งในภารกิจที่มูลนิธิฯ ให้ความสำคัญ ได้แก่ การฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของชุมชนผู้ประสบอุทกภัยอย่างยั่งยืน มูลนิธิฯ จึงก่อตั้งร้าน “พึ่งพา” และ “PAfé”
ขึ้นภายในอาคารมหินทรเดชานุวัตน์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจฟื้นฟูชุมชน อย่างยั่งยืน

▪️ ร้านพึ่งพา ผลิตภัณฑ์ภายในร้านแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่
ผลิตภัณฑ์ที่ระลึกแบรนด์ “พึ่งพา” ซึ่งมูลนิธิฯ ผลิตขึ้นเอง โดยมุ่งสู่แนวทางการสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ด้วยการออกแบบและเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือสามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ได้
“ผลิตภัณฑ์ยั่งยืน” เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรมาจากชุมชนที่มูลนิธิฯ เข้าไปช่วยฟื้นฟูหลังอุทกภัย รวมถึงชุมชนที่มูลนิธิฯ ร่วมกับภาคีเครือข่ายเข้าไปช่วยพัฒนาการออกแบบและคุณภาพ

▪️ PAfé
กาแฟเป็นผลผลิตการเกษตรที่สร้างอาชีพให้ชุมชนหลาย ๆ แห่งที่มูลนิธิฯ ได้เข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟู ประกอบกับการปลูกกาแฟเป็นการช่วยอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ มูลนิธิฯ จึงจัดสรรพื้นที่เป็นร้านกาแฟ เพื่อสนับสนุนเมล็ดกาแฟคุณภาพจากชุมชน รวมถึงนำชา ขนม และวัตถุดิบอื่นจากชุมชน มาสร้างสรรค์เป็นเมนูอาหารและเครื่องดื่มใน PAfé

ทุกการสนับสนุนที่ “พึ่งพา - PAfé” คือ การได้ร่วมแบ่งปันช่วยเหลือชุมชน เพราะรายได้จากการจำหน่ายนำสมทบทุนมูลนิธิฯ ใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างครบวงจร

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

#มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่งภาฯยามยาก #สภากาชาดไทย #สืบสานรักษาต่อยอด
#ร้านพึ่งพา

https://www.facebook.com/share/p/1LtcGuoqn4/

กองทัพเรือ อัญเชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลงน้ำเพื่อเตรียมการในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารควันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๙ เวลา ๒๐...
06/08/2026

กองทัพเรือ อัญเชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลงน้ำเพื่อเตรียมการในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

วันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๙ เวลา ๒๐.๓๒ น. กองทัพเรือ ได้จัดให้มีการอัญเชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ลงน้ำ ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในการเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ โดยเมื่อเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ถูกอัญเชิญลงจากคาน นายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ พร้อมกำลังพลประจำเรือ ได้ประกอบพิธีจุดธูปเทียนไหว้แม่ย่านางเรือ และถวายบังคมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นจึงเคลื่อนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ จากคลองบางกอกน้อย ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา มุ่งหน้าสู่อู่ทหารเรือธนบุรี ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร ในเส้นทางสวนเฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา (สถานีรถไฟบางกอกน้อยเดิม) โรงพยาบาลศิริราช ท่ามหาราช ท่าช้าง วัดระฆังโฆษิตาราม ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที จึงเข้าจอดยังอู่หมายเลข ๑ อู่ทหารเรือธนบุรี ทั้งนี้ การอัญเชิญเรือพระที่นั่งลงน้ำ ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งจำนวน ๔ ลำคือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งเอนกชาติภุชงค์ โดยจะอัญเชิญลงน้ำและเข้าจอด ณ อู่หมายเลข ๑ อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ระหว่างวันที่ ๕ - ๘ สิงหาคม ๒๕๖๙ วันละ ๑ ลำ ตามลำดับ

สำหรับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อเรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ ทราบได้จาก บทเห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐ์สุริยวงศ์หรือเจ้าฟ้ากุ้ง ที่ส่งประพันธ์ไว้ว่า “สุพรรณหงส์ทรงผู้ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์ เพียงหงส์ทรงพรหมมินทร์ ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม”

สำหรับเรือพระที่นั่งลำปัจจุบันนี้ เป็นเรือสร้างใหม่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่แล้วเสร็จในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมี พลเรือตรีพระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) เป็นนาวาสถาปนิกผู้ต่อเรือสุพรรณหงส์ โดยจัดให้มีการประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๔๕๔ โขนหัวเรือจำหลักเป็นรูปหงส์ ลงรักปิดทองประดับกระจก มีภู่จามรีห้อย ปลายภู่เป็นแก้วผลึก ภายนอกทาสีดำ ท้องเรือภายในทาสีแดง ตอนกลางลำเรือทอดบัลลังก์กัญญาหรือบุษบกไว้สำหรับเป็นที่ประทับ เรือมีความยาวตลอดลำ ๔๔.๙๐ เมตร กว้าง ๗.๑๗ เมตร ลึก ๐.๙๔ เมตร ใช้กำลังพลรวม จำนวน ๗๑ นาย แยกเป็นกำลังพลประจำเรือ ๖๔ นาย ประกอบด้วย นายเรือ ๒ นาย นายท้าย ๒ นาย ฝีพาย ๕๐ นาย คนถือธงท้าย ๑ นาย พลสัญญาณ ๑ นาย คนขานยาว ๑ นาย คนถือฉัตร ๗ นาย และเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง จำนวน ๗ นาย

และในวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๓๕ องค์การเรือโลกแห่งสหราชอาณาจักร พิจารณามอบรางวัลเรือโลก แก่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ โดยคณะกรรมการองค์การ World Ship Trust เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเหรียญรางวัลเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เหรียญรางวัลมรดกทางทะเล ขององค์การเรือโลกประจำปี พ.ศ.๒๕๓๕ (The World Ship Trust Heritage Award “Suphannahong Royal Barge”) จากนั้นพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานเหรียญรางวัลดังกล่าวแก่ อธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบดูแลรักษาเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์

ทั้งนี้ กองทัพเรือ สำนักพระราชวัง และกรมศิลปากร ได้รับพระราชทาน พระบรมราชานุญาตให้ร่วมกันดำเนินการซ่อมแซมเรือพระที่นั่งและเรือในริ้วขบวน พร้อมทั้งให้ฝึกซ้อมฝีพาย การเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ โดยในส่วนที่กองทัพเรือได้รับมอบหมาย ประกอบด้วย การเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล การฝึกซ้อมฝีพาย การซ่อมทำเรือพระราชพิธี และการเตรียมท่าเทียบเรือ

ในส่วนของการซ่อมบำรุงบำรุงเรือพระราชพิธี อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ได้ดำเนินการสำรวจ และซ่อมเรือพระที่นั่ง/เรือรูปสัตว์ ด้วยวิธีศิลปะภูมิปัญญาประมงพื้นบ้าน การตอกหมันเรือ ซึ่งนำด้ายดิบมาตอกเข้าไป บริเวณร่องระหว่างไม้กระดานเรือให้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำซึมเข้าเรือ จากนั้นจึงได้ชันยาเรือผสมกับน้ำมันยางยาแนวในร่องและทาทั่วทั้งบริเวณนอกลำเรือเพื่อป้องกันเพรียงกินไม้ที่จะทำให้เรือผุเร็ว ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จ และได้ส่งมอบให้กรมศิลปากรดำเนินการประดับตกแต่งตัวเรือตามแผนปฏิบัติงานการจัดขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร โดยภายหลังจากพิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ พิธีสงฆ์ และเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือพระราชพิธีในวันนี้แล้ว จะได้มีการอัญเชิญเรือพระที่นั่งลงน้ำเพื่อเตรียมการในส่วนของการฝึกซ้อมฝีพายในขั้นตอนต่อไป

สำหรับการฝึกฝีพายเรือพระราชพิธี ถือเป็นขั้นตอนสำคัญของการเตรียมความพร้อมกำลังพลในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค โดยขั้นตอนแรก กองทัพเรือ ได้จัดให้มีการฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้ รูปแบบการพายและวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้องแก่ผู้ทำหน้าที่นายเรือพระราชพิธี ๕๘ นาย ผู้ทำหน้าที่นายท้าย เรือพระราชพิธี ๑๐๔ นาย เพื่อไปทำหน้าที่เป็นครูฝึกฝีพายเรือพระราชพิธีของหน่วยรับเรือที่ตนสังกัด

ทั้งนี้ ปัจจุบันการฝึกฝีพายเรือพระราชพิธี อยู่ในขั้นตอนของการฝึกพายในน้ำ ก่อนที่จะมีการฝึกจัดรูปกระบวนในแม่น้ำเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่ในโอกาสต่อไป

อีกส่วนประกอบสำคัญของขบวนพยุหยาตราทางชลมารค คือ “กาพย์เห่เรือ” ซึ่งเป็นท่วงทำนองอันไพเราะและทำให้ฝีพายเกิดความพร้อมเพรียง โดยกาพย์เห่เรือ ที่ใช้ในครั้งนี้ ประพันธ์โดย พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย อดีตผู้อำนวยการกองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นปูชนียบุคคลด้านภาษาไทยและศิลปินดีเด่นจังหวัดราชบุรี ผู้เคยประพันธ์กาพย์เห่เรือ เพื่อใช้ในขบวนพยุหยาตราชลมารคมาแล้ว ๗ ครั้ง โดยปัจจุบันอยู่ในระหว่างการประพันธ์

สำหรับรูปแบบการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ใช้กำลังพลประจําเรือพระราชพิธี ได้คัดเลือกกําลังพล จากหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือ จํานวน ๒,๒๐๐ นาย เรือพระราชพิธี จํานวน ๕๒ ลํา แบ่งออกเป็น ๕ ริ้ว ๓ สาย ความยาว ๑,๒๘๐ เมตร กว้าง ๙๐ เมตร ดังนี้
- ริ้วสายกลางซึ่งเป็นเรือสายสำคัญประกอบด้วยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือประทับพระราชอาสน์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือพระที่นั่งรอง เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เป็นเรือตั้งบุษบกเชิญผ้าพระกฐิน นอกจากนี้มีเรืออีเหลือง เป็นเรือกลองนอก เรือแตงโมเป็นเรือกลองใน (เป็นเรือของผู้บัญชาการขบวนเรือ) พร้อมด้วยเรือตำรวจ และเรือแซง ๗
- ริ้วสายในขนาบข้างสายเรือพระที่นั่ง มีเรือทองขวานฟ้าและเรือทองบ้าบิ่นเป็นเรือประตูหน้า เรือเสือทยานชล และเรือเสือคำรณสินธุ์เป็นเรือพิฆาต เรือรูปสัตว์ ๘ ลำ ได้แก่ เรืออสุรวายุภักษ์ เรืออสุรปักษี เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือครุฑเหินเห็จ เรือครุตเตร็จไตรจักร เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง และปิดท้ายริ้วสายในด้วยเรือเอกไชยเหินหาว และเรือเอกไชยหลาวทองเป็นเรือคู่ชัก
- ริ้วสายนอกประกอบด้วยเรือดั้ง สายละ ๑๑ ลำ และเรือแซง สายละ ๓ ลำ

สำหรับการฝึกจัดรูปกระบวน ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ประกอบด้วย การซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่ ก่อนที่จะมีพิธีจริงในวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ โดยมีขั้นตอนที่สำคัญคือ การซ้อมย่อย ๑๐ ครั้งในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม โดยการซ้อมย่อยครั้งแรกในวันจันทร์ที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๙ (วันที่ ๑๗, ๒๐, ๒๗ สิงหาคม วันที่ ๓, ๘, ๑๗, ๒๓ กันยายน วันที่ ๒, ๘, ๑๕,

และการซ้อมใหญ่ ๒ ครั้ง ในวันที่ ๒๑ และ ๒๘ ตุลาคม ก่อนการจัดพระราชพิธี ซึ่งประชาชนสามารถมีส่วนร่วมโดยรับชมการฝึกซ้อมและร่วมรับเสด็จฯ ได้ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรีถึงวัดอรุณราชวราราม โดยกำลังพลกองทัพเรือทุกนายมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีอันสำคัญยิ่งนี้ และมุ่งมั่นในการทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : กองทัพเรือ Royal Thai Navy

#ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
#ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินพุทธศักราช๒๕๖๙
#พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา๔รอบ
#สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี
#กองทัพเรือ #เรือพระราชพิธี #พระลาน

https://www.facebook.com/share/p/1BexsT54fN/

📌 "ศุภมาส" ห่วงเทรนด์ดูดไขมันสร้างร่อง 11 สั่ง สคบ. บูรณาการตรวจสอบคลินิกเสริมความงาม ย้ำราคาที่โฆษณาต้องเป็นราคาที่จ่าย...
06/08/2026

📌 "ศุภมาส" ห่วงเทรนด์ดูดไขมันสร้างร่อง 11 สั่ง สคบ. บูรณาการตรวจสอบคลินิกเสริมความงาม ย้ำราคาที่โฆษณาต้องเป็นราคาที่จ่ายจริง

วันนี้ (6 สิงหาคม 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยถึงกรณีผู้บริโภคร้องเรียนคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่ง หลังเข้ารับบริการดูดไขมันหน้าท้องแบบสร้างร่องกล้ามเนื้อ หรือ "ร่อง 11" โดยเห็นโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในราคา 33,999 บาท แต่ในวันผ่าตัดกลับถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม รวมเป็น 70,000 บาท อีกทั้งผลลัพธ์ที่ได้รับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องบริการ "ไม่ตรงปก" โดยมีนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมติดตามและรายงานผลต่อรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับมอบหมายให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
นางสาวศุภมาสกล่าวว่า ตนสานต่อนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานดูแลประชาชนให้ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อสินค้าและบริการ โดยเฉพาะธุรกิจบริการเสริมความงามที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเข้าถึงประชาชนผ่านสื่อออนไลน์ ตนจึงสั่งการให้ สคบ. ตรวจสอบกรณีดังกล่าวในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ พร้อมประสานข้อมูลกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ซึ่งกำกับดูแลมาตรฐานสถานพยาบาล และแพทยสภา ซึ่งกำกับดูแลมาตรฐานวิชาชีพแพทย์ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นไปอย่างครบถ้วนทุกมิติ
"ดิฉันมีความห่วงใยผู้บริโภคที่ตัดสินใจใช้บริการเสริมความงามจากโฆษณาในสื่อออนไลน์ ราคาที่โฆษณาต้องเป็นราคาที่ผู้บริโภคต้องจ่ายจริง หากโฆษณาราคาหนึ่ง แต่กลับเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจนสูงขึ้นกว่าเท่าตัว ผู้บริโภคย่อมเสียเปรียบตั้งแต่ก่อนเริ่มรับบริการ อีกประเด็นหนึ่งคือการให้ผู้บริโภคลงนามในเอกสารที่ระบุว่าไม่รับประกันผลลัพธ์ หรือมีข้อความที่อาจทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถใช้สิทธิเรียกร้องได้ หากเป็นเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมหรือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค สคบ. จะตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมาย" นางสาวศุภมาสกล่าว
นางสาวศุภมาสกล่าวต่อว่า ขณะนี้ผู้เสียหายได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ สคบ. แล้ว โดย สคบ. จะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

นอกจากนี้ สคบ. ได้ยกระดับการกำกับดูแลธุรกิจบริการเสริมความงามด้านสัญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องเปิดเผยรายละเอียดที่สำคัญแก่ผู้บริโภคอย่างชัดเจนก่อนเข้ารับบริการ อาทิ รายการหัตถการหรือการรักษา ค่าใช้จ่ายและค่าบริการทั้งหมด เงื่อนไขการชำระเงิน สิทธิในการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงบริการ ตลอดจน ชื่อแพทย์ผู้ทำหัตถการ เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และข้อมูลที่จำเป็นอื่น ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ พร้อมทั้งป้องกันการใช้ข้อความหรือเงื่อนไขในสัญญาที่ไม่เป็นธรรมแก่ผู้บริโภค
นางสาวศุภมาสกล่าวย้ำว่า การคุ้มครองผู้บริโภคต้องเดินควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานของผู้ประกอบธุรกิจที่สุจริต สคบ. จะเดินหน้าตรวจสอบการให้บริการ การกำหนดราคา และเงื่อนไขในสัญญาของธุรกิจบริการเสริมความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการให้บริการและการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงการใช้เงื่อนไขที่เอาเปรียบผู้บริโภค พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและยกระดับมาตรฐานธุรกิจบริการเสริมความงามของประเทศ
"ดิฉันขอฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า ก่อนตัดสินใจใช้บริการเสริมความงาม ควรสอบถามราคารวมทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษร อ่านสัญญาและเอกสารยินยอมทุกฉบับให้ครบถ้วนก่อนลงนาม และเก็บหลักฐานโฆษณา ใบเสร็จ รวมถึงสัญญาไว้ทุกครั้ง ความสวยไม่ควรแลกมาด้วยความเสี่ยง และราคาที่โฆษณาต้องเป็นราคาที่จ่ายจริง หากพบการโฆษณาเกินจริง ถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมโดยไม่เป็นธรรม หรือถูกบังคับให้ลงนามในเงื่อนไขที่เสียเปรียบ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ เพื่อให้ สคบ. เข้าไปตรวจสอบและคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย" นางสาวศุภมาสกล่าว

ที่อยู่

145 ถนนแจ้งสนิท ตำบลแจระแม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี
Ubon Ratchathani
34000

เบอร์โทรศัพท์

+6645312116

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 กรมประชาสัมพันธ์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์