วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า

วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า, หน่วยงานราชการ, 120 หมู่ 3 ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ถ. แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่, กรุงเทพมหานคร.

เมืองเจ้าภาพฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ (ค.ศ. 1930-2026)ฟุตบอลโลก 2026 เดินทางถึงรอบชิงชนะเลิศแล้ว โอกาสนี้ เราจึงอยากชวนทุกท...
19/07/2026

เมืองเจ้าภาพฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ (ค.ศ. 1930-2026)
ฟุตบอลโลก 2026 เดินทางถึงรอบชิงชนะเลิศแล้ว โอกาสนี้ เราจึงอยากชวนทุกท่านย้อนสำรวจกันว่า ตลอดประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก 97 ปีที่ผ่านมา มีเมืองหรือเขตการปกครองท้องถิ่นใดที่เคยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพรอบชิงชนะเลิศกันบ้าง
จากการแข่งขันฟุตบอลโลก 23 ครั้ง ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1930 เป็นต้นมา รวมถึงครั้งล่าสุดในปี ค.ศ. 2026 นี้ พบว่ามีเมืองที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศทั้งหมด 21 เมือง แบ่งเป็น
📍 เมืองหลวง 11 เมือง (52.38%) ได้แก่
🇺🇾 กรุงมอนเตวิเดโอ ประเทศอุรุกวัย (ค.ศ. 1930)
🇮🇹 กรุงโรม ประเทศอิตาลี (ค.ศ. 1934 และ 1990)
🇫🇷 กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส (ค.ศ. 1938)
🇨🇭 กรุงเบิร์น เมืองหลวงโดยพฤตินัยของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (ค.ศ. 1954)
🇨🇱 กรุงซันติอาโก ประเทศชิลี (ค.ศ. 1962)
🏴󠁧󠁢󠁥󠁮󠁧󠁿 กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ (ค.ศ. 1966)
🇲🇽 กรุงเม็กซิโกซิตี ประเทศเม็กซิโก (ค.ศ. 1970 และ 1986)
🇦🇷 กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา (ค.ศ. 1978)
🇪🇸 กรุงมาดริด ประเทศสเปน (ค.ศ. 1982)
🇩🇪 กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี (ค.ศ. 2006)
🇷🇺 กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย (ค.ศ. 2018)
📍 เมืองหลวงของเขตการปกครอง 5 เมือง (23.81%) ได้แก่
🇧🇷 เซาเปาโล เมืองหลวงรัฐเซาเปาโล ประเทศบราซิล (ค.ศ. 1950)
🇧🇷 รีโอเดจาเนโร เมืองหลวงรัฐรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล (ค.ศ. 1950 และ 2014)
🇩🇪 มิวนิก เมืองหลวงรัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี (ค.ศ. 1974)
🇯🇵 โยโกฮามะ เมืองหลวงจังหวัดคานากาวะ ประเทศญี่ปุ่น (ค.ศ. 2002)
🇿🇦 โจฮันเนสเบิร์ก เมืองหลวงของจังหวัดเคาเต็ง ประเทศแอฟริกาใต้ (ค.ศ. 2010)
📍 และเมือง เทศบาล หรือเขตการปกครองท้องถิ่นอื่น ๆ รวม 5 เมือง (23.81%) ได้แก่
🇸🇪 ซวลนา เทศบาลในประเทศสวีเดน (ค.ศ. 1958)
🇺🇸 แพซาดีนา เมืองในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา (ค.ศ. 1994)
🇫🇷 แซ็ง-เดอนี เขตคอมมูนในประเทศฝรั่งเศส (ค.ศ. 1998)
🇶🇦 ลูซัยล์ เมืองในเทศบาลอัฎเฎาะอายิน ประเทศกาตาร์ (ค.ศ. 2022)
🇺🇸 อีสต์รัตเทอร์ฟอร์ด เขตโบโรในรัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา (ค.ศ. 2026)
ทั้งนี้ มี 3 เมืองด้วยกันที่เคยจัดฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ 2 ครั้ง ได้แก่ กรุงโรม กรุงเม็กซิโกซิตี และรีโอเดจาเนโร
เรื่องและภาพ: พงศ์ปรีดา ลิ้มวัฒนะกุล

#ฟุตบอลโลก2026
#วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น
#สถาบันพระปกเกล้า

❇️ ส่งท้ายหลักสูตรวุฒิบัตรธรรมาภิบาลท้องถิ่น รุ่นที่ 4 สำหรับนายกอปท. สมัยแรก .... กับการนำเสนอการออกแบบโครงการหรือนโยบา...
18/07/2026

❇️ ส่งท้ายหลักสูตรวุฒิบัตรธรรมาภิบาลท้องถิ่น รุ่นที่ 4 สำหรับนายกอปท. สมัยแรก .... กับการนำเสนอการออกแบบโครงการหรือนโยบายท้องถิ่น ตามมาตรฐานธรรมาภิบาล

🎉 ในโอกาสนี้ รศ.ดร. อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ได้เข้าร่วมฟังการนำเสนอ และกล่าวทักทาย พร้อมฝากแนวคิดการทำงานบริหารและการพัฒนาพื้นที่ อย่างมีธรรมาภิบาล ให้กับนายก อปท.ทุกท่าน เพื่อเป้าหมายปลายทางที่แต่ละพื้นที่คาดหวังให้มีความสำเร็จ โดยสถาบันพระปกเกล้าพร้อมเป็นที่ปรึกษาและร่วมขับเคลื่อนการกระจายอำนาจไปด้วยกันกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ

⌛️ กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ห้องสัตมรามาธิราช สถาบันพระปกเกล้า

#วธท4
#นายกสมัยแรก
#วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น
#สถาบันพระปกเกล้า

📌 การลงพื้นที่ศึกษาวิจัย 6 จังหวัดทั่วประเทศ ในการวิจัยการเสริมสร้างศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นกลไกบริหารจัดก...
16/07/2026

📌 การลงพื้นที่ศึกษาวิจัย 6 จังหวัดทั่วประเทศ ในการวิจัยการเสริมสร้างศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นกลไกบริหารจัดการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของเด็ก และเยาวชน 📣
วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น ร่วมกับ สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินโครงการวิจัย "การเปรียบเทียบคุณภาพการศึกษาระดับประถมศึกษาระหว่างสถานศึกษาของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเอกชน เพื่อจัดทำแนวทางการเสริมสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา" ภายใต้โครงการวิจัยการเสริมสร้างศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นกลไกบริหารจัดการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของเด็ก และเยาวชน

โครงการวิจัยนี้มุ่งศึกษาและเปรียบเทียบคุณภาพการศึกษาระดับประถมศึกษาระหว่างสถานศึกษาทั้ง 3 สังกัด ได้แก่
🏫 สถานศึกษาของรัฐ
🏫 สถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
🏫 สถานศึกษาเอกชน
เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความแตกต่างด้านคุณภาพการศึกษา และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โดยเฉพาะการเสริมศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบริหารจัดการด้านการศึกษา

🗓️ การศึกษาครั้งนี้จะจัดกิจกรรมสนทนากลุ่ม (Focus Group) ในพื้นที่ 6 จังหวัด ครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยครอบคลุมทั้งเขตเมืองและเขตชนบท ดังนี้
📍 ภาคตะวันออก : จังหวัดชลบุรี (26–27 พฤษภาคม 2569)
📍 ภาคกลาง : จังหวัดสมุทรปราการ (11–12 มิถุนายน 2569)
📍 ภาคตะวันตก : จังหวัดราชบุรี (16–17 มิถุนายน 2569)
📍 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดนครราชสีมา (23–24 มิถุนายน 2569)
📍 ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงใหม่ (30 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2569)
📍 ภาคใต้ : จังหวัดนครศรีธรรมราช (7–8 กรกฎาคม 2569)
การลงพื้นที่ดังกล่าวนับเป็นส่วนสำคัญของการรวบรวมข้อมูลเชิงประจักษ์จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการยกระดับคุณภาพการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม

📣 ติดตามผลการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และความคืบหน้าของโครงการวิจัยได้ทางเพจนี้ แล้วพบกันในตอนต่อไป!

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2569 ณ ห้องสุโขทัยธรรมราชา วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า (วปท.) ได้ต้อนรับคณะผู้บร...
14/07/2026

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2569 ณ ห้องสุโขทัยธรรมราชา วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า (วปท.) ได้ต้อนรับคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พิษณุโลก เพื่อฟังการบรรรยายในประเด็น "ทิศทาง/แนวทางการพัฒนาการปกครองท้องถิ่นในปัจจุบัน"
ก่อนการบรรยาย นายภควัต อัจฉริยปัญญา ผู้อำนวยการ วปท. ได้กล่าวต้อนรับและแนะนำคณะบุคลากร อบจ. พิษณุโลกให้รู้จักกับสถาบันพระปกเกล้าและวิทยาลัย จากนั้นจึงเป็นการบรรยายในหัวข้อ “สถานการณ์และความก้าวหน้าของการกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่นไทยในห้วงหนึ่งทศวรรษ” โดย นางสาววิลาวัณย์ หงษ์นคร นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ วปท. และหัวข้อ "ทิศทางการพัฒนาการปกครองท้องถิ่นไทย” โดย นางสาวสุนิษา ฝึกฝน นักวิชาการ วปท. ตามลำดับ
การบรรยายนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมของโครงการพัฒนาศักยภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา และบุคลากร อบจ. พิษณุโลก ที่ทาง อบจ. จัดขึ้นในวันที่ 8-10 ก.ค. 2569 ณ กรุงเทพมหานคร จ. เพชรบุรี และ จ. ปทุมธานี
วิทยาลัยขอขอบคุณ อบจ. พิษณุโลกเป็นอย่างยิ่ง ที่ให้ความเชื่อมั่นและมอบโอกาสให้เป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดความรู้ผ่านการบรรยายในครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า สาระความรู้ แนวคิด และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดการบรรยาย จะเป็นประโยชน์และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนา อบจ. พิษณุโลกอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
เรื่องและภาพ: อภิชญา ศูนย์กลาง (นักศึกษาฝึกงาน)
#อบจพิษณุโลก
#กระจายอำนาจ
#การปกครองท้องถิ่น
#วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น
#สถาบันพระปกเกล้า

วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น ร่วมกับสันนิบาตเทศบาลจังหวัดลำพูน จัดโครงการอบรมระยะสั้นเพื่อส่งเสริมศักยภาพบุคลากรองค์กา...
08/07/2026

วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น ร่วมกับสันนิบาตเทศบาลจังหวัดลำพูน จัดโครงการอบรมระยะสั้นเพื่อส่งเสริมศักยภาพบุคลากรองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ในหัวข้อ "รู้ลึก รู้ชัด ปฏิบัติถูกต้อง: กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่น" ระหว่างวันที่ 4 - 6 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ ปา แอนรีสอร์ท ลำพูน

การอบรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจในระบบและหลักการปฏิบัติหน้าที่ของท้องถิ่น และได้รับความรู้ในเรื่องของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวกับท้องถิ่น ตลอดจนให้ผู้เข้ารับการอบรมได้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างเหมาะสม

โครงการนี้จัดเป็นการอบรมอย่างเข้มข้น จำนวน 3 วัน มีการบรรยายโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ การนำเสนอกรณีศึกษา การวิเคราะห์ปัญหา และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นได้อย่างกว้างขวาง มีผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วย ผู้บริหาร สมาชิกสภา ข้าราชการ และบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวม 68 คน

โดย นายภูมินทร ปลั่งสมบัติ ที่ปรึกษาเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดและกล่าวต้อนรับผู้เข้าอบรม พร้อมเน้นย้ำการใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่และระเบียบที่เกี่ยวกับท้องถิ่นเพื่อลดความผิดพลาดในการปฏิบัติงาน

นอกจากนี้ นายภควัต อัจฉริยปัญญา ผอ.วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น ให้เกียรติกล่าวปิดการอบรม และแนะนำหลักสูตรการศึกษาอบรมของวิทยาลัยฯ ให้ผู้เข้ารับการศึกษาอบรมสามารถเพิ่มเติมความรู้ในการต่อยอดพัฒนาการทำงานของท้องถิ่นได้

การบรรยายอย่างเข้มข้นทั้ง 3 วันนี้ ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายท้องถิ่น อาจารย์อนุชา ฮุนสวัสดิกุล ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ชวนมาเจาะลึก สร้างความเข้าใจกับกฎหมายที่มีผลต่อการทำงานของท้องถิ่น เช่น ความรับผิดทางละเมิด และคดีปกครองที่สำคัญเกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

#กฎหมายท้องถิ่น
#กฎหมายละเมิด
#วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น

การปกครองท้องถิ่นโดยสังเขปของประเทศกาบูเวร์ดี ชาติ ‘ตัวบั๊ก’ แห่งฟุตบอลโลก 2026ในฟุตบอลโลก 2026 หนึ่งในทีมม้ามืดที่ช็อกแ...
07/07/2026

การปกครองท้องถิ่นโดยสังเขปของประเทศกาบูเวร์ดี ชาติ ‘ตัวบั๊ก’ แห่งฟุตบอลโลก 2026
ในฟุตบอลโลก 2026 หนึ่งในทีมม้ามืดที่ช็อกแฟนบอลมากที่สุด คงหนีไม่พ้นทีมชาติกาบูเวร์ดี ทีมที่ซึ่งผ่านเข้าไปแข่งรอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และสร้างผลงานที่น่าจดจำด้วยการเสมอกับบรรดาทีมชาติยักษ์ใหญ่อย่างสเปน อุรุกวัย และซาอุดีอาระเบีย ก่อนผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้าย ไปยันเสมอกับอาร์เจนตินาแชมป์เก่าได้ในเวลา 90 นาที แม้สุดท้ายจะแพ้ในช่วงต่อเวลาด้วยสกอร์ 2-3 แต่ทัวร์นาเมนต์นี้ก็ทำให้โลกรู้จักและจดจำชื่อของกาบูเวร์ดีมากขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้
ในโอกาสนี้ เราจึงขอพาทุกท่านมาทำความรู้จักประเทศหมู่เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้เพิ่มขึ้นอีกซักเล็กน้อย ในมิติของการปกครองท้องถิ่นกันบ้าง
กาบูเวร์ดี (Cabo Verde) หรือที่หลายคนอาจเรียกว่า “เคปเวิร์ด” ตามชื่อภาษาอังกฤษ คือประเทศหมู่เกาะทางตะวันตกของทวีปแอฟริกา ตั้งอยู่บนมหาสมุทรแอตแลนติก มีขนาดพื้นที่รวมประมาณ 4,030 ตารางกิโลเมตร (ใกล้เคียงกับจังหวัดยโสธรของไทย) และมีประชากรประมาณ 5.3 แสนคน ปกครองด้วยระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตย และบริหารด้วยระบบกึ่งประธานาธิบดี มักได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในประเทศในทวีปแอฟริกาที่มีระบอบประชาธิปไตยเสถียรที่สุด
การปกครองท้องถิ่นสมัยใหม่ของกาบูเวร์ดีเริ่มต้นขึ้นช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเปลี่ยนผ่านจากระบอบสังคมนิยมภายใต้พรรคการเมืองเดียว เป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีการแข่งขันหลายพรรค มีหมุดหมายสำคัญคือการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศครั้งแรกในปี ค.ศ. 1991 และการรับรองให้มีโครงสร้างอำนาจท้องถิ่นอย่างเป็นทางการในรัฐธรรมนูญในปี ค.ศ. 1992
กลไกหลักในการปกครองท้องถิ่นของกาบูเวร์ดี คือ เทศบาล (concelhos) จำนวน 22 แห่ง กระจายอยู่ตามเกาะที่มีผู้อยู่อาศัย 9 เกาะ ครอบคลุมพื้นที่ที่หลากหลาย ทั้งพื้นที่เมืองหลวง แหล่งวัฒนธรรม เมืองท่องเที่ยว ศูนย์กลางยุทธศาสตร์ทางทะเล พื้นที่ทางการเกษตร และพื้นที่ภูเขาและภูเขาไฟ
เทศบาลแต่ละแห่งประกอบด้วยฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติเช่นเดียวกับเทศบาลของหลายประเทศ แต่ลักษณะโครงสร้างภายในของทั้งสองฝ่ายมีความแตกต่างออกไป โดยฝ่ายบริหารเรียกว่า Câmara Municipal แปลได้ว่า “สภาเทศบาล” (municipal chamber) มีประธานสภาเป็นผู้บริหารสูงสุดเทียบเท่านายกเทศมนตรี และสมาชิกสภา ซึ่งมีจำนวนตามขนาดประชากรของเทศบาลแต่ละแห่ง เป็นคณะผู้บริหาร หน้าที่ของ Câmara Municipal คือการจัดบริการสาธารณะ บริหารงานทั่วไปของเทศบาล บริหารจัดการงบประมาณ และนำนโยบายสาธารณะไปปฏิบัติ
ส่วนฝ่ายนิติบัญญัติเรียกว่า Assembleia Municipal แปลได้ว่า “สมัชชาเทศบาล” (municipal assembly) มีหน้าที่พิจารณาอนุมัติงบประมาณของเทศบาล ตรวจสอบถ่วงดุลการทำงานของฝ่ายบริหาร และออกเทศบัญญัติ
สมาชิกของทั้งสองฝ่ายมีที่มาจากเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนในเขตเทศบาลทุก 4 ปี โดยผู้สมัครรับเลือกตั้งสามารถสังกัดได้ทั้งพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองอิสระ
รัฐกาบูเวร์ดีเริ่มกระจายอำนาจสู่เทศบาลอย่างเป็นทางการ หลังการประกาศใช้พระราชบัญญัติเทศบาล ฉบับที่ 134/IV/95 ที่กำหนดให้รัฐถ่ายโอนอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการด้านสุขาภิบาล สาธารณสุข การวางผังเมือง การพัฒนาชนบท ที่อยู่อาศัย ที่ดิน คมนาคม การศึกษา การสนับสนุนทางสังคม วัฒนธรรม กีฬา การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม การค้าภายใน การป้องกันพลเรือน การจ้างงานและการฝึกอาชีพ การรักษาความสงบเรียบร้อย และการลงทุน ให้แก่เทศบาล
อย่างไรก็ดี แม้จะมีการถ่ายโอนอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายกำหนด แต่รัฐก็ยังไม่สามารถถ่ายโอนทรัพยากร ทั้งงบประมาณ กำลังคน และวัตถุ ที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ดังกล่าวได้อย่างทั่วถึง ขณะเดียวกัน เทศบาลยังคงมีรายได้หลักจากงบประมาณที่รัฐจัดสรรให้ ทำให้เกิดภาวะพึ่งพิงและการอุปถัมภ์ระหว่างรัฐกับเทศบาล ส่งผลให้การกระจายอำนาจในขณะนั้นยังไม่สมบูรณ์
จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดความพยายามที่จะปฏิรูปกฎหมายเพื่อพัฒนาองค์กรและการปฏิบัติงานของเทศบาล รวมถึงกำหนดกรอบอำนาจของเทศบาลใหม่ ขณะที่รัฐกาบูเวร์ดีเองก็พยายามผลักดันให้เกิดการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง ผ่านการดำเนินแผนยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Strategic Plan for Sustainable Development) ต่อเนื่องตั้งแต่ ค.ศ. 2017 จนถึงปัจจุบัน ด้วยการลดอัตราการพึ่งพิงรัฐลง สนับสนุนให้แต่ละเทศบาลพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ของตนเอง และทบทวนกฎหมายว่าด้วยการกระจายอำนาจของประเทศใหม่ มิให้เป็นเพียงการถ่ายโอนงานส่วนกลางให้เทศบาลเท่านั้น
ภารกิจสำคัญของเทศบาลในกาบูเวร์ดี นอกจากจะพัฒนาคุณภาพเมือง จัดสวัสดิการสังคม และจัดบริการสาธารณะเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่มแล้ว ก็ยังมีภารกิจจำเพาะตามบริบททางภูมิศาสตร์และสังคมของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกับรัฐบาลกลางในการจัดให้มีน้ำจืดและระบบสุขาภิบาลที่มีมาตรฐานอย่างทั่วถึง (เนื่องจากเป็นประเทศหมู่เกาะที่มีภูมิอากาศกึ่งแห้งแล้ง ทำให้น้ำจืดถือเป็นทรัพยากรสำคัญ) หรือการจัดการความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้สมดุลกับการเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ อีกด้วย
เรื่อง: พงศ์ปรีดา ลิ้มวัฒนะกุล
ภาพ: FIFA
อ้างอิง: World Observatory on Subnational Government Finance and Investment. (n.d.). Cape Verde. Retrieved July 6, 2026, from https://www.sng-wofi.org/country_profiles/cape_verde.html
#กาบูเวร์ดี
#การปกครองท้องถิ่น
#ฟุตบอลโลก2026
#วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น
#สถาบันพระปกเกล้า

🌟 ถอดรหัสความสำเร็จ "จัดการขยะท้องถิ่น" ด้วยสูตร 1:1:20 ที่เทศบาลเมืองลำพูน จ.ลำพูน  การเปลี่ยนกระบวนทัศน์การจัดการขยะมู...
02/07/2026

🌟 ถอดรหัสความสำเร็จ "จัดการขยะท้องถิ่น"
ด้วยสูตร 1:1:20 ที่เทศบาลเมืองลำพูน จ.ลำพูน
การเปลี่ยนกระบวนทัศน์การจัดการขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยมุ่งเน้นการจัดการจาก "ต้นทาง" ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งระบบ

ระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า นำโดย คุณสุนิษา ฝึกฝน (นักวิชาการ) และ คุณอติพร แก้วเปีย (นักบริหารโครงการชำนาญการ)
ได้ลงพื้นที่เทศบาลเมืองลำพูน อ.เมือง จ.ลำพูน เพื่อประมวลผลและถอดบทเรียน Best Practice ร่วมกับกลุ่มเป้าหมายแบบครบวงจร (นายกฯ, รองนายกฯ, สภาเทศบาล, ปลัดฯ, ผู้อำนวยการกองฯ, เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน, เครือข่ายภาครัฐ, ภาคเอกชน, ภาคประชาสังคม และประชาชนในพื้นที่)

🟣 ข้อค้นพบสำคัญ (Key Findings):
กลไกที่ทำให้การขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติประสบความสำเร็จสูงสุดคือ "เครือข่าย อสม." โดยพบสูตรอัตราส่วนที่เหมาะสมคือ เจ้าหน้าที่ 1 คน ประกบ อสม. 1 คน ต่อการดูแลประชาชน 20 ครัวเรือน ซึ่งเป็นโมเดลที่ทำให้การจัดการขยะต้นทางเกิดขึ้นได้จริงและรวดเร็ว

🔵 ข้อเสนอแนะจากพื้นที่:
1. ด้านชุมชนและสังคม: จัดตั้ง "เครือข่ายขยะตำบล" เป็นกลไกติดตาม
2. ด้านเศรษฐกิจ: เปลี่ยนขยะให้เป็นทรัพย์สิน ผ่านกลไก “กองทุนสวัสดิการสังคมตำบล”
3. ด้านสิ่งแวดล้อม: จัดทำ “สารานุกรมมูลฝอยสิ่งแวดล้อมชุมชน” เพื่อเป็นแผนที่ความรู้ให้ตำบล
4. ด้านการบริหารจัดการ: สร้าง "นักเล่าเรื่องมูลฝอย" เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ในพื้นที่
5. ระดับมหภาค: ควรผลักดันให้ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งจังหวัดออก “เทศบัญญัติการจัดการมูลฝอยหรือมาตรการการจัดการมูลฝอย” เพื่อบูรณาการแนวปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

⏩️ ข้อมูลทั้งหมดนี้จะถูกนำไปสังเคราะห์เป็น “นวัตกรรมการบริหารจัดการขยะที่เป็นเลิศ (Best Practice)” มุ่งสู่เป้าหมาย Zero Waste เพื่อจัดทำคู่มือแนวทางปฏิบัติ ส่งมอบให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกว่า 7,850 แห่งทั่วประเทศต่อไป

#นวัตกรรมท้องถิ่น #การจัดการขยะ
#การบริหารงานส่วนท้องถิ่น #เทศบาลเมืองลำพูน #วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น
#สถาบันพระปกเกล้า

🎊 หลักสูตร ปบถ. 8...เปิดรับสมัครแล้วจ้า 🎊สถาบันพระปกเกล้า ขอเชิญทุกท่านที่มีคุณสมบัติดังนี้🔹 ผู้บริหาร สมาชิกสภา ข้าราชก...
02/07/2026

🎊 หลักสูตร ปบถ. 8...เปิดรับสมัครแล้วจ้า 🎊
สถาบันพระปกเกล้า ขอเชิญทุกท่านที่มีคุณสมบัติดังนี้
🔹 ผู้บริหาร สมาชิกสภา ข้าราชการส่วนท้องถิ่น
🔹 ข้าราชการส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค​
🔹 ผู้นำภาคเอกชนและประชาสังคม
🔹 ประชาชนทั่วไป​ผู้มีความสนใจเรื่องการกระจายอำนาจ​ การปกครองท้องถิ่น​ และการบริหารงานพัฒนาเชิงพื้นที่
สมัครเข้ารับการศึกษาอบรมในหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการบริหารงานพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน รุ่นที่ 8 (ปบถ. 8) หลักสูตรที่เน้นการบริหารจัดการงานพัฒนาท้องถิ่นและพื้นที่ที่ครบเครื่องที่สุด
💻 ทาง kpi.ac.th/pbt8 หรือคิวอาร์โคดที่ปรากฏบนภาพ
🗓 ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 15 ก.ย. 2569
💰 ค่าธรรมเนียมการสมัคร 150,000 บาท (ไม่รวมค่าศึกษาอบรม ณ ต่างประเทศ)
📣 ประกาศผลการคัดเลือกในวันที่ 12 ต.ค. 2569
☎️ ติดต่อสอบถามได้ทาง
โทร. 0 2141 9574-75 หรือ 0 2141 9567
#ปบถ8
#วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น
#สถาบันพระปกเกล้า

🟠 หลักสูตรการเสริมสร้างธรรมาภิบาลท้องถิ่น รุ่นที่ 4 (วธท.4)โดยวิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้านำคณะนักศึก...
02/07/2026

🟠 หลักสูตรการเสริมสร้างธรรมาภิบาลท้องถิ่น รุ่นที่ 4 (วธท.4)
โดยวิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า
นำคณะนักศึกษา ศึกษาดูงานนอกสถานที่ เมื่อวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา …

โดยมี นายภควัต อัจฉริยปัญญา ผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ พร้อมด้วย
ดร.อรพินท์ สพโชคชัย กรรมการบริหารหลักสูตรฯ และคณาจารย์ร่วมเป็นผู้นำคณะศึกษาดูงาน

🌞 ช่วงเช้า รับฟังการบรรยายในประเด็น
“ธรรมาภิบาลกับภารกิจท้องถิ่นในสังคมสูงอายุ (Aged Society)”
ณ ศูนย์การแพทย์และฟื้นฟูบึงยี่โถ จ.ปทุมธานี
โดยได้รับเกียรติจาก นายรังสรรค์ นันทกาวงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองบึงยี่โถ ในการบรรยาย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของเทศบาลฯ ให้การต้อนรับ
ท่านนายกฯ กล่าวว่า ทม.บึงยี่โถ มีการยึดมั่นและใช้หลักธรรมาภิบาล คือ การสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้กับประชาชนในท้องถิ่น เพื่อความสุขของประชาชน โดยเทศบาลฯ มีประชากรผู้สูงอายุจำนวนมาก (คิดเป็นร้อยละ 20) จึงได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์การแพทย์และฟื้นฟูบึงยี่โถ ขึ้น โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าเป็นหลัก ผ่านกระบวนการระดมความคิด ร่วมกับคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ เพื่อจะจัดทำการบริการด้านสาธารณสุขอย่างไรให้ประชาชนรู้สึกมั่นใจ และได้รับความสะดวกในการเข้ารับบริการ โดยภายในศูนย์การแพทย์ฯ มีการให้บริการหลายด้าน ได้แก่ คลินิกตรวจรักษาโรคทั่วไปฉุกเฉิน ทันตกรรม กายภาพบำบัด แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน โดยมีผู้เข้าใช้บริการประมาณ (200 คน/วัน)

นอกจากนี้ยังมีศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อฟื้นฟูสุขภาพให้กับผู้สูงอายุ พร้อมทั้งมีการจัดทำโครงการ Dementia Cafe ณ ร้านกาแฟชายทุ่ง โดยโครงการมีกิจกรรมให้ผู้สูงอายุได้ร่วมกันทำกิจกรรม เพื่อป้องกันภาวะสมองเสื่อม มีกิจกรรมการออกกำลังกายประจำสัปดาห์ และศูนย์หนังสือบริการประชาชน รวมถึงมีการจัดตั้งมูลนิธิข้างเตียงเคียงกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และผู้ยากไร้ โดยเน้นการจัดหาและให้บริการยืมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น เช่น เตียงผู้ป่วย รถเข็น และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่น ๆ

นายกฯ กล่าวว่า ได้ดำเนินการจัดทำศูนย์สันทนาการและฟื้นฟูผู้สูงอายุบึงยี่โถเทศบาลเมืองบึงยี่โถ ร่วมกับคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และดำเนินโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากองค์กรความร่วมมือแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency หรือ JICA) โดยเทศบาลเมืองบึงยี่โถในฐานะตัวแทน อปท.ในประเทศไทย มีภารกิจดำเนินโครงการบูรณาการการพัฒนาการจัดบริการสำหรับผู้สูงอายุในชุมชนผ่านการสร้างเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเห็นได้ชัดว่า นายกฯ ได้นำหลักธรรมาภิบาลด้านการมีส่วนร่วมเข้ามาใช้ในการบริการประชาชน โดยยึดความต้องการของประชาชนเป็นสำคัญ และการันตีด้วยรางวัลด้านการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล ถึง 6 ปีซ้อน

ในช่วงท้ายได้เปิดโอกาสให้คณะนักศึกษา ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนะแนวทางในการจัดทำบริการสาธารณะ และหลังจากการบรรยาย ได้พาคณะนำชมศูนย์การแพทย์ฯ ทั้งแพทย์แผนไทย แผนจีน OPD และศูนย์กายภาพบำบัด คลินิกทันตกรรม
🧚 ช่วงบ่ายถึงเย็น ศึกษาดูงาน ประเด็น
“ธรรมาภิบาลกับการบริหารการศึกษาท้องถิ่น”
ณ เทศบาลเมืองบางกะดี จ.ปทุมธานี
โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล
นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี ในการบรรยาย
และคณะผู้บริหารของเทศบาลฯ ให้การต้อนรับ
นายกฯ กล่าวว่า ทม.บางกะดี มีแนวคิดในการพัฒนาด้านการศึกษาของเด็กในท้องถิ่น เนื่องจากต้องการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง นายก ฯ มีวิสัยทัศน์ ที่ต้องการขยายโอกาสในด้านการศึกษา ให้อ่านออก เขียนได้ และยังอยู่ในระบบการศึกษาที่ดี พร้อมได้ริเริ่มโครงการในการจัดค่ายเยาวชนรักถิ่น
ผลจากการจัดโครงการทำให้สะท้อนภาพลักษณ์ของเทศบาลฯ ว่าควรปรับปรุงหรือเพิ่มเติมในการบริการสาธารณะด้านใด รวมทั้งเชิญวิทยากรมาอบรมให้ความรู้ พร้อมทั้งนำเด็กและเยาวชนไปช่วยเหลือสังคม และจัดตั้งโครงการ CSR เพื่อช่วยเหลือประชาชนในชุมชน โดยมีการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนเพื่อการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี (จำนวน 20,000 บาท/คน) รวมถึงขยายโอกาสให้ศึกษาต่อในระดับ ปวช.และ ปวส. อีกด้วย

ทั้งนี้ มีการจัดการเรียนการสอนห้องเรียนพิเศษ SMECTP ซึ่งเป็นห้องที่ต้องการพัฒนาศักยภาพนักเรียนมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านวิชาการ ทักษะการเรียนรู้ อารมณ์ และสังคม เพื่อต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยนำแนวคิดที่ได้จากการศึกษาดูงานในหลักสูตรต่าง ๆ ของสถาบันพระปกเกล้า ไปประยุกต์ใช้

เทศบาลฯ ได้ดำเนินการจัดโครงการ/ หลักสูตร
ที่น่าสนใจ ได้แก่
✅ โครงการจัดการเรียนรู้ด้วย Game-Based Learning โดยให้เด็กได้ใช้ความคิด ผ่านการเปิดการ์ดคำ
ซึ่งได้ถูกนำไปใช้ในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
✅หลักสูตรบางกะดีน่าอยู่ควบคู่ธรรมาภิบาล โดยให้เยาวชนได้ทราบถึงที่มาของการเมืองการปกครองท้องถิ่นในประเทศไทย โดยท่านนายกฯ ให้เกียรติเป็นครูพิเศษ

เทศบาลเมืองบางกะดี มีสถานศึกษา จำนวน 3 แห่ง ได้แก่
✅ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
✅โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองบางกะดี
(ได้รับรางวัลโดดเด่นด้านการศึกษา การประเมินคุณภาพศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก พ.ศ. 2567)
✅โรงเรียนเทศบาลเมืองบางกะดี
(โรงเรียนที่ได้รับรางวัลการประเมินโรงเรียนพระราชทาน)

และช่วงสุดท้าย ได้รับเกียรติจาก นางพัชราพร ราชโรจน์ (ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลเมืองบางกะดี) ในการนำคณะนักศึกษา ลงพื้นที่ชมนวัตกรรมและผลงานด้านการศึกษาที่โดดเด่นของโรงเรียน

เรื่องและภาพ : สุภาพร มีบุญเปี่ยม

#วปท
#วธท4
#นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
#สถาบันพระปกเกล้า

โทกามาจิ: เมืองหลวงแห่งมิตรภาพญี่ปุ่น-โครเอเชีย ที่เริ่มต้นจากฟุตบอลโลก 2002เมืองโทกามาจิ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดนีง...
30/06/2026

โทกามาจิ: เมืองหลวงแห่งมิตรภาพญี่ปุ่น-โครเอเชีย ที่เริ่มต้นจากฟุตบอลโลก 2002
เมืองโทกามาจิ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดนีงาตะ ห่างจากกรุงโตเกียว 200 กิโลเมตร มีพื้นที่ 590.39 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรประมาณ 46,000 คน (ตามสถิติปี ค.ศ. 2025) อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของเทศบาลเมืองโทกามาจิ
จุดเด่นของเมืองนี้คือทรัพยากรธรรมชาติและภูมิทัศน์ที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว มีเทศกาลหิมะประจำปี และมีกิโมโน ข้าวอูโอนูมะโคชิฮิการิ และเฮงิโซบะ (โซบะที่เสิร์ฟในถาดไม้แบบญี่ปุ่น) เป็นของดีประจำเมือง
🔴 รุ่งอรุณแห่งมิตรภาพ เมื่อทีมตราหมากรุกมาเยือน
ในปี ค.ศ. 2002 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกร่วมกัน เมืองโทกามาจิได้รับเลือกให้เป็นสถานที่ฝึกซ้อมของทีมชาติโครเอเชียเป็นเวลา 2 สัปดาห์ก่อนการแข่งขัน
ก่อนการมาถึงของทีมชาติโครเอเชีย ชาวเมืองจำนวนมากไม่รู้จักประเทศนี้ ผู้สูงอายุบางคนคิดว่าชาวโครเอเชียเป็นชาวผิวสี เพียงเพราะคำว่า “โคร” ในชื่อประเทศโครเอเชีย ที่ชาวญี่ปุ่นออกเสียงว่า “คุโรอิ” พ้องเสียงกับคำว่า “ดำ” ในภาษาญี่ปุ่น
เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ชาวเมือง เทศบาลเมืองโทกามาจิได้พิมพ์ใบปลิวให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และทีมฟุตบอลทีมชาติโครเอเชียแจกให้แก่ประชาชนทุกครัวเรือน พร้อมทั้งปรับภูมิทัศน์ของเมืองให้ชาวเมืองคุ้นชินกับผู้มาเยือน อย่างการประดับถนนสายหลักของเมืองด้วยธงชาติโครเอเชีย
เมื่อทีมชาติโครเอเชีย ที่นำทัพโดยศูนย์หน้าระดับตำนานอย่าง Davor Šuker มาถึง เทศบาลได้เชื่อมสัมพันธ์ชาวเมืองกับนักเตะโครเอเชียผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการจัดคลินิกฟุตบอลให้แก่เด็กและเยาวชนของเมือง การเปิดสนามให้ชาวเมืองได้เข้าชมการฝึกซ้อมของทีมชาติโครเอเชีย การจัดฟุตบอลนัดพิเศษระหว่างทีมชาติโครเอเชียกับทีมเยาวชนของเมืองจำนวน 200 คน ตลอดจนกิจกรรมพับนกกระเรียนกระดาษ โดยนักเรียนชั้นประถม 3,500 คน มอบให้นักเตะโครเอเชีย เพื่อแสดงถึงสันติภาพและอวยพรให้สุขภาพดี
กิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ดังกล่าวให้ผลลัพธ์ที่ดี ทั้งชาวเมืองและนักเตะทีมชาติโครเอเชียต่างประทับใจในมิตรภาพที่มีให้แก่กัน ทีมชาติโครเอเชียขนานนามเมืองโทกามาจิว่า “บ้านที่อยู่ไกลจากบ้าน” ขณะที่ Šuker กล่าวว่า “ไม่มีเมืองไหนที่พยายามทำความรู้จักทีมชาติโครเอเชียอย่างจริงใจเท่านี้มาก่อน มันคือแคมป์เก็บตัวที่งดงามมาก”
ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2002 ทีมชาติโครเอเชียอยู่ร่วมกลุ่มจีกับเม็กซิโก อิตาลี และเอกวาดอร์ พวกเขาชนะอิตาลีได้เพียงนัดเดียว และแพ้ให้กับสองทีมที่เหลือ ทำให้ตกรอบแบ่งกลุ่มในฐานะอันดับสามของกลุ่ม
ในวันที่ทีมชาติโครเอเชียเดินทางกลับ ชาวเมืองโทกามาจินับพันออกมาตั้งแถวตามถนน เพื่อส่งพวกเขากลับบ้านโดยสวัสดิภาพ
🔴 ยกระดับความสัมพันธ์ จากท้องถิ่นสู่ระดับรัฐ
หลังสิ้นสุดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2002 สัญลักษณ์ของมิตรภาพระหว่างเมืองโทกามาจิกับทีมชาติโครเอเชียยังคงปรากฏให้เห็นตามมุมต่าง ๆ ของเมือง
เทศบาลได้ตั้งชื่อสนามกีฬาที่เคยเป็นแคมป์เก็บตัวของทีมชาติโครเอเชียว่า “สนามโครเอเชีย” และใช้เป็นสังเวียนแข่งขันฟุตบอลเยาวชนท้องถิ่นประจำปีรายการ “โครเอเชียคัพ” ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 โดยสหพันธ์ฟุตบอลโครเอเชียจัดทำถ้วยชนะเลิศให้
ขณะที่ธุรกิจท้องถิ่นบางแห่งก่อตั้งขึ้นโดยมีนักเตะโครเอเชียเป็นแรงบันดาลใจ เช่นผับอิซากายะชื่อ “Davor” ของโทโมยะ คาอิซาวะ อดีตพ่อครัวประจำโรงแรมที่นักเตะโครเอเชียเคยเข้าพักเมื่อปี ค.ศ. 2002 ที่ตั้งชื่อผับตามชื่อของ Davor Šuker ที่เขาเคยพบเจออย่างใกล้ชิดและประทับใจในอัธยาศรัยไมตรีและความไม่ถือตัวของเขา
ปี ค.ศ. 2005 Drago Štambuk เข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตโครเอเชียประจำประเทศญี่ปุ่น หนึ่งปีต่อมาเขาได้เดินทางไปร่วมเทศกาลฤดูหนาวของเมืองโทกามาจิ และได้สัมผัสกับความผูกพันของชาวเมืองกับประเทศโครเอเชีย ผ่านสัญลักษณ์ต่าง ๆ ของประเทศที่ประดับตามโรงแรม ร้านอาหาร และของที่ระลึกต่าง ๆ และยังได้ยินเสียงเพลงชาติโครเอเชียจากโทรศัพท์มือถือของชาวเมือง
Štambuk มองปรากฏการณ์เหล่านี้ว่า เป็นปัจจัยที่มีศักยภาพในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับโครเอเชียให้ใกล้ชิดเหนียวแน่นยิ่งขึ้น โดยตั้งชื่อว่า “ปัจจัยโทกามาจิ” (Tokamachi factor) พร้อมทั้งขนานนามเมืองแห่งนี้ว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งมิตรภาพระหว่างญี่ปุ่นกับโครเอเชีย”
ปี ค.ศ. 2010 เทศบาลเมืองโทกามาจิร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตโครเอเชียประจำประเทศญี่ปุ่นริเริ่มโครงการสร้าง “บ้านมิตรภาพญี่ปุ่น-โครเอเชีย” (Japan-Croatia Friendship House) บริเวณสนามโครเอเชีย เพื่อแสดงถึงมิตรภาพที่เมืองโทกามาจิกับประเทศโครเอเชียมีให้แก่กันอย่างลึกซึ้ง
บ้านมิตรภาพแห่งนี้ออกแบบโดย Vinko Penezić และ Krešimir Rogina สองสถาปนิกชาวโครเอเชีย สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 2012 เป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมสีเทาเรียบง่าย 2 ชั้น บนหลังคาและอาคารด้านข้างติดตั้งผลงานศิลปะทรงลูกบาศก์ 2 ชิ้น ที่ได้แรงบันดาลใจจากตะเกียงแบบญี่ปุ่นและประภาคารของโครเอเชีย โดยอุปมาว่า แหล่งกำเนิดแสงสว่างทั้งสองกำลังส่งต่อแสงไฟแห่งมิตรภาพอันเป็นนิรันดร์ให้แก่กัน
ภายในอาการเป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมด้านการกีฬาและวัฒนธรรม รวมถึงมีพื้นที่เอนกประสงค์สำหรับจัดกิจกรรมอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการประชุม การแสดงคอนเสิร์ต หรือนิทรรศการ
🔴 สานต่อความสัมพันธ์ จากรัฐสู่ท้องถิ่น
นอกจากสถานเอกอัครราชทูตโครเอเชียประจำประเทศญี่ปุ่นแล้ว อีกหนึ่งเครือข่ายสำคัญที่ช่วยสานต่อสายสัมพันธ์ของเมืองกับประเทศโครเอเชีย คือโครงการ Japan Exchange and Teaching หรือ JET โครงการของรัฐบาลญี่ปุ่น ที่นำผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาจากต่างประเทศ มาทำหน้าที่ครูผู้ช่วยสอนภาษาและที่ปรึกษาด้านการฝึกสอนกีฬาให้แก่นักเรียนญี่ปุ่นระดับอนุบาลถึงมัธยม และเป็นผู้ประสานงานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (CIR) ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและคณะกรรมด้านการศึกษาในประเทศญี่ปุ่น
JET เข้ามามีบทบาทสำคัญในช่วงที่เมืองโทกามาจิทำหน้าที่ “เมืองเจ้าภาพ” (Host Town) สำหรับเก็บตัวนักกีฬาทีมชาติโครเอเชีย 5 ชนิดกีฬา เพื่อสู้ศึกโอลิมปิกและพาราลิมปิกฤดูร้อน 2020 ณ กรุงโตเกียว และได้รับมอบหมายให้ดำเนินโครงการ “Host Town Initiative” ซึ่งเป็นกิจกรรมคู่ขนานสำหรับแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการกีฬาระหว่างเมืองกับทีมชาติที่มาเก็บตัว เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ท้องถิ่น
เพื่อให้โครงการเป็นรูปธรรม Sven Bjelan ชาวโครเอเชียผู้ทำหน้าที่ CIR ของโครงการ JET ประจำเทศบาลเมืองโทกามาจิ ได้ร่วมกับคณะทำงานของเทศบาล จัดกิจกรรมนำเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นฝึกซ้อมกีฬายูโด เทควันโด และคาราเต้ร่วมกับนักกีฬาทีมชาติโครเอเชีย จัดสถานที่เก็บตัวนักฟุตบอลทีมชาติโครเอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีเข้าแข่งขันฟุตบอลเยาวชนนานาชาติในจังหวัดนีงาตะ รวมถึงจัดเทศกาลโครเอเชีย (Croatia Festa) และเทศกาลแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอาหารระหว่างสองประเทศ
Bjelan หวังว่า ในอนาคต เขาจะได้พาเด็ก ๆ จากเมืองโทกามาจิไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ประเทศโครเอเชียบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าแคมป์ฝีกซ้อมกีฬา หรือการเรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวโครเอเชีย รวมถึงเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนของญี่ปุ่นได้เข้าไปประกอบธุรกิจในโครเอเชียให้มากขึ้นด้วย
🔴 มิตรภาพยังคงอยู่
เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2022 ทีมชาติญี่ปุ่นโคจรมาพบกับโครเอเชียในฟุตบอลโลกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่ประเทศกาตาร์ จากที่เคยพบกันมาแล้วสองครั้งเมื่อปี ค.ศ. 1998 และ 2006 การแข่งขันถูกถ่ายทอดสดผ่านจอยักษ์ให้ชาวเมืองโทกามาจิดูบนพื้นที่สาธารณะของเทศบาล
แม้ทีมชาติญี่ปุ่นจะพ่ายให้แก่โครเอเชียจากการดวลจุดโทษ 1-3 หลังเสมอกันในเวลา 1-1 ชาวเมืองโทกามาจิหลายคนก็ยินดีกับชัยชนะของโครเอเชีย เพราะความผูกพันและมิตรภาพที่ก่อตัวและเบ่งบานมาตั้งแต่ 20 ปีก่อนหน้านี้
เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเมืองโทกามาจิกับประเทศโครเอเชียมีต้นธารจากโอกาสและศักยภาพของประเทศญี่ปุ่นในการเป็นเจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลก 2002 ที่เปิดประตูให้หนึ่งเมืองกับอีกหนึ่งทีมชาติมาพบกัน ก่อนพัฒนาความสัมพันธ์โดยเทศบาล ชาวเมือง และบรรดานักเตะทีมชาติโครเอเชีย และได้รับการสานต่อโดยกลไกท้องถิ่น ภาครัฐ และระหว่างรัฐ จนกลายเป็นความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
Štambuk เปรียบการเจริญเติบโตของความสัมพันธ์ดังกล่าวไว้เมื่อปี ค.ศ. 2010 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่เขาดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตโครเอเชียประจำประเทศญี่ปุ่นว่า
“ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน [ทั้งสองชาติ] เริ่มต้นจากความสัมพันธ์ระดับรากหญ้าเมื่อปี 2002 และไหลรินเหมือนแม่น้ำชินาโนะจากเมืองโทกามาจิสู่เมืองนีงาตะแล้วลงสู่ทะเลญี่ปุ่น แผ่ขยายไปทั้งจังหวัด…สายสัมพันธ์ของเราดิ่งลึกถึงความเป็นมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เราเปิดใจให้กันแบบเด็กน้อย เพื่อนำไปสู่มิตรภาพอันอบอุ่นที่เราต้องการชั่วนิรันดร์
“ดังนั้น ขอให้มิตรภาพที่งดงามของเราจงเจริญ!”
เรื่อง: พงศ์ปรีดา ลิ้มวัฒนะกุล
ภาพ: Croatian World Network
อ้างอิง: (ในคอมเมนต์)
#ฟุตบอลโลก
#โทกามาจิ
#ญี่ปุ่น
#โครเอเชีย
#วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น
#สถาบันพระปกเกล้า

ที่อยู่

120 หมู่ 3 ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ถ. แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่
กรุงเทพมหานคร
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6621419566

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้าผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า:

แชร์