03/09/2026
UK-Thailand
สานต่อความร่วมมือไทย-สหราชอาณาจักร พัฒนาการแพทย์จีโนมิกส์ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับทุกคน
🔴 UK-Thailand สานต่อความร่วมมือไทย-สหราชอาณาจักร พัฒนาการแพทย์จีโนมิกส์ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับทุกคน
:
🧬 สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ กรุงเทพฯ ร่วมกับ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) จัดประชุม UK-Thailand Genomics Steering Committee Meeting ซึ่งเป็นการประชุมคณะทำงานความร่วมมือด้านจีโนมิกส์ของประเทศไทยและสหราชอาณาจักร เพื่อแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าด้านการแพทย์จีโนมิกส์ของทั้งสองประเทศ พร้อมสานต่อความร่วมมือในระยะต่อไป โดยมี นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการ สวรส. ประธานร่วมฝ่ายไทย และ Mr.David Cran หัวหน้าฝ่ายการค้าและการลงทุน สถานทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย ประธานร่วมฝ่ายสหราชอาณาจักร และผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัยด้านการแพทย์จีโนมิกส์ของทั้งสองประเทศร่วมนำเสนอข้อมูลสำคัญและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการประชุม เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2569 ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กทม.
:
🧬 นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการ สวรส. ย้ำว่า ความสำเร็จและความร่วมมือที่เดินมาถึงวันนี้ เพราะเรามีเป้าหมายบนความเชื่อที่เหมือนกันว่า ข้อมูลจีโนมจะมีพลังและประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อถูกนำไปใช้ประโยชน์ตั้งแต่การป้องกันและรักษาได้อย่างแม่นยำ โดยประชาชนต้องเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง และส่งผลให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี
:
🧬 ด้าน ดร.นุสรา สัตย์เพริศพราย ผู้จัดการงานวิจัย สวรส. ฉายให้เห็นถึงการขับเคลื่อนเรื่องการแพทย์จีโนมิกส์ของประเทศไทย ตั้งแต่ระยะที่ 1 ว่า การขับเคลื่อนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยมีข้อมูลพันธุกรรมของคนไทยเรียบร้อยแล้วจำนวน 50,000 ราย ใน 5 กลุ่มโรค และมีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับบริการจัดการข้อมูลพันธุกรรมขนาดใหญ่ในอนาคต ที่พร้อมให้บริการข้อมูลเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนไทย ทั้งนี้ผลงานที่โดดเด่น อาทิ การผลักดันให้การตรวจยีน BRCA1/BRCA2 เพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านมและรังไข่ ถูกบรรจุเข้าในชุดสิทธิประโยชน์ของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เพิ่มอัตราการวินิจฉัยโรคหายากได้ 37% ช่วยปรับเปลี่ยนแนวทางการรักษาได้แม่นยำขึ้น 22% พัฒนาชุดตรวจ 26 ยีนที่จำเพาะกับคนไทยเพื่อปิดช่องโหว่ชุดตรวจเดิม พบองค์ความรู้เกี่ยวกับโรคใหลตาย (Long QT Syndrome) ในภาคอีสาน ยกระดับการวินิจฉัยโรคหายากในโรงพยาบาลชนบทผ่าน Telemedicine จากปีละ 1-4 ราย เป็น 636 ราย ฯลฯ ด้านการจัดเก็บตัวอย่างเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยปิดบังตัวตนของผู้ป่วย และควบคุมความปลอดภัยข้อมูลด้วยกรอบมาตรฐาน Five Safes (Safe Data, Safe People, Safe Project, Safe Setting, Safe Output) ส่วนโครงการจีโนมิกส์ประเทศไทยในระยะที่ 2 จะมีการขยายขนาดข้อมูล โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนกลุ่มตัวอย่างจาก 50,000 ราย เป็น 200,000 ราย และมุ่งเน้นไปที่การนำเทคโนโลยีการวิเคราะห์ที่มีความละเอียดมากขึ้นมาใช้ เช่น การถอดรหัสพันธุกรรมแบบสายยาว (Long-read WGS) การศึกษาข้อมูลระดับโมเลกุลหลายระดับ (Multi-omics) การหาลำดับเบสของเซลล์เดี่ยว (Sigle-cell Sequencing) การถอดรหัสเภสัชพันธุศาสตร์แบบสายยาว (Long-read PGx) พร้อมกับผลักดันการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ได้จากระยะแรก เน้นการดูแลสุขภาพเชิงรุก โดยสนับสนุนโครงการนำร่องตรวจคัดกรองยีนในทารกแรกเกิด (Newborn Genomic Screening) ประเมินความเสี่ยงโรค NCDs และมะเร็งด้วยคะแนนความเสี่ยงทางพันธุกรรม (Polygenic Risk Scoring) รวมถึงการเปิดช่องทางปลอดภัย ‘Open Pathways’ ร่วมมือวิจัยกับบริษัทยาและพันธมิตรระดับสากล เช่น สหราชอาณาจักร พร้อมส่งผลตรวจถึงผู้ป่วยโดยตรงผ่าน Genomic Health Card บนแอปพลิเคชันหมอพร้อม ฯลฯ
:
🧬 นอกจากนี้ในการประชุมดังกล่าว ประเทศไทยได้มีการนำเสนอผลการศึกษาเรื่องการวิเคราะห์โรคหายากตั้งแต่แรกเกิด เพื่อนำไปสู่การป้องกันโรคในอนาคต การถอดรหัสความหลากหลายทางชาติพันธุ์ผ่านจีโนมิกส์ประเทศไทย และการบริหารจัดการเรื่องธรรมาภิบาลข้อมูล โดยการสร้างกรอบการดำเนินงานสำหรับการเข้าถึง การแบ่งปัน และการใช้ข้อมูลจีโนมในประเทศไทย ตลอดจนการนำเสนอความก้าวหน้าด้านจีโนมิกส์ของสหราชอาณาจักร เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและความรู้ที่สำคัญในการพัฒนาเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ในการให้บริการสุขภาพในอนาคต
โดยช่วงท้ายของการประชุมได้มีการหารือถึงความเป็นไปได้ของความร่วมมือกันด้านการแพทย์จีโนมิกส์ในอนาคต อาทิ การถอดรหัสพันธุกรรมในทารกแรกเกิด การแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรม การสร้างมาตรฐานข้อมูลด้านการแพทย์จีโนมิกส์ เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทั้งสองประเทศ
:
🧬 ทั้งนี้หลังจากการประชุมคณะทำงานชุดดังกล่าว ระหว่างวันที่ 2-4 ก.ย. 2569 ได้จัดให้มีการสัมมนา UK-Thailand Genomics Seminar เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยของประเทศไทยและสหราชอาณาจักร โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อการนำองค์ความรู้ที่น่าสนใจไปประยุกต์ใช้และพัฒนาการแพทย์จีโนมิกส์ของทั้งสองประเทศให้มีความก้าวหน้าและเกิดประโยชน์มากที่สุด
#จีโนมิกส์ประเทศไทย #สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข