ห้องสมุด ๑๐๐ ปี เสม พริ้งพวงแก้ว

ห้องสมุด ๑๐๐ ปี เสม พริ้งพวงแก้ว มิติใหม่แห่งการเรียนรู้ที่ไม่สิ้น?

ห้องสมุด ๑๐๐ ปี เสม พริ้งพวงแก้ว...มิติใหม่แห่งการเรียนรู้ไม่สิ้นสุด
เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2554 โดยตั้งชื่อ “ห้องสมุด ๑๐๐ ปี เสม พริ้งพวงแก้ว” เพื่อเป็นเกียรติแด่ ศาสตราจารย์นายแพทย์เสม พริ้งพวงแก้ว ปูชนียบุคคลที่สำคัญของวงการสุขภาพไทย ด้วยความมุ่งหวังที่จะเป็นศูนย์กลางข้อมูล ความรู้ และข่าวสารในระบบสุขภาพ รวมทั้งส่งเสริมการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ต่อยอดการเรียนรู้ผ่านหนังสือและสื่อมัลติมีเดียที่หลากหลาย

❝ 'ความสำเร็จ' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ   การรักษาความเป็น 'ตัวเอง' เอาไว้   ในโลกที่พยายามทำให้คุณ   กลายเป็นคนอื่นอยู่ตลอ...
04/09/2026

❝ 'ความสำเร็จ' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ
การรักษาความเป็น 'ตัวเอง' เอาไว้
ในโลกที่พยายามทำให้คุณ
กลายเป็นคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ❞
- Ralph Waldo Emerson - (1803 -1882)
กวี นักเขียน และนักปรัชญาชาวอเมริกัน

#คำคมประจำวัน
Photo by Artur Adilkhanian on Unsplash

"นิตยสารสานพลัง" ดาวน์โหลดอ่านแบบออนไลน์ ได้แล้วครับ
04/09/2026

"นิตยสารสานพลัง" ดาวน์โหลดอ่านแบบออนไลน์ ได้แล้วครับ

#นิตยสารสานพลัง
💌 นิตยสารสานพลังออนไลน์ ชวนติดตามอ่านประเด็นต่างๆ ในธีมหลัก Road to NHA19 มติแบบ ๒ ชั้น กับการผลักดัน ‘นโยบายกินได้’

👉กดอ่านออนไลน์ที่นี่ https://www.nationalhealth.or.th/ebook/200

✅ คุยกับเลขาธิการฯ นพ.สุเทพ เพชรมาก : สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๙ : สังคมอยู่ดีมีพลัง นโยบายสาธารณะเชิงบวกด้วยหัวใจ

✅ เรื่องจากปก : Road to NHA19 มติแบบ ๒ ชั้น กับการผลักดัน ‘นโยบายกินได้’

✅สัมภาษณ์พิเศษ : พญ.พรรณพิมล วิปุลากร ประธาน คจสช. ครั้งที่ ๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๙ สร้าง ‘นโยบายสาธารณะด้วยหัวใจ’สู่ผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ ‘กินได้’

✅สัมภาษณ์พิเศษ : ศ. ดร.นพ.ศิริเกษม ศิริลักษณ์ :แก้วิกฤตชาติเพิ่มคุณภาพ ‘ทุนมนุษย์’สร้างอนาคต ‘First Jobber’ ไทย

✅สัมภาษณ์พิเศษ : ศ. สุริชัย หวันแก้ว : ฟื้นธรรมชาติ เยียวยาสุขภาวะสั่งจ่าย ‘Social Prescribing’รักษากาย-ใจ

✅ เกาะติด คสช. : ปั้น Guideline ฉบับใหม่มติแบบ ๒ ชั้น เครื่องมือลับมติสมัชชาสุขภาพฯ ให้คม

✅ แกะรอยโลก : จาก ‘เสียง’ สู่ ‘หุ้นส่วน’ นโยบายสำรวจกลไกเปิดพื้นที่ให้เยาวชนร่วมสร้างนโยบาย

✅ ให้ระบบสุขภาพเล่าเรื่อง :นโยบายสาธารณะเชิงบวกด้วยหัวใจ กับ ๒ ระเบียบวาระสมัชชาสุขภาพฯ ๑๙

✅ สื่อขอเม้าท์ : ฉบับกระตุกขากางเกงสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ

✅ คลิปดีที่ต้องดู :นโยบายสาธารณะไม่ใช่เรื่องไกลตัว... แต่คือเรื่องชีวิตและความเป็นอยู่ของพวกเราทุกคน https://www.youtube.com/watch?v=oerCW2-geLk

#สมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่19

‘การอ่าน' หนังสือแต่ละช่วง แต่ละบุคคล ย่อมแตกต่างกัน เรียนรู้และเข้าใจ
04/09/2026

‘การอ่าน' หนังสือแต่ละช่วง แต่ละบุคคล ย่อมแตกต่างกัน เรียนรู้และเข้าใจ

SOCIETY: นักอ่านรุ่นเก่า อาจต้องทำความเข้าใจ
‘การอ่านหนังสือ’ ของ Gen Z ใหม่
พวกเขาไม่ได้อ่าน ‘ทำทรง’
แต่อ่านเพื่อ ‘เข้าสังคมในโลกวัตถุ’
ประเด็นเรื่อง Gen Z ‘ไม่อ่านหนังสือ’ หรือแค่ถือหนังสือทำทรง (Performative) เป็นที่พูดกันมากขึ้นๆ ในบรรดาสื่อออนไลน์ต่างๆ และแม้แต่สื่อในชาติตะวันตกไม่น้อยก็เริ่มประกาศแล้วว่า 'การอ่านตายแล้ว' อะไรแบบนี้
นี่เป็นธีมที่เกิดขึ้นในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมา แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ในช่วงเวลาเดียวกัน ในอเมริกา ร้านหนังสืออิสระเปิดใหม่เพียบ ร้านหนังสือเชนใหญ่เปิดสาขาเพิ่มรัวๆ ซึ่งจะบอกว่ามันเกิดจากคนแก่อ่านหนังสือมากขึ้นก็คงไม่ใช่ ด้วยสามัญสำนึก มันก็ดูจะชี้ว่ามันมีการ 'อ่านหนังสือมากขึ้น' จากกลุ่มคนอ่านใหม่ และนั่นก็คือ 'คนรุ่นใหม่ Gen Z’ นั่นเอง
และงานศึกษาการอ่านยุคหลังก็ดูจะยืนยันตรงกันว่า Gen Z เพิ่ม 'กิจกรรมเกี่ยวกับหนังสือ' เข้ามาอย่างมหาศาล
โดยธีมใหม่ที่น่าสนใจของงานยุคใหม่ๆ ก็คือ มันวางอยู่บนฐานว่า 'มาตรวัดการอ่านในแบบเดิม' นั้นผิด มันวัดการอ่านในแบบคน Gen Z ที่เกิดมาในโลกยุคที่มีอินเทอร์เน็ตแล้วไม่ได้
กล่าวคือคนยุคก่อน หรือเหล่านักอ่านรุ่นเก่า มองการอ่านหนังสือเป็นเรื่องของปัจเจก เป็นความบันเทิงส่วนบุคคล ที่ควรจะเก็บเอาไว้คนเดียว การมาถือหนังสือโชว์ว่าตัวเองอ่านอะไรนั้นคนสมัยก่อนจะมองว่าเป็นการ 'ทำทรง' (Performative)
แต่กลับกัน คนรุ่นใหม่ไม่ได้คิดหรือมองแบบนั้น พวกเขาที่โตมากับโซเชียลมีเดียหรือโลกออนไลน์ มองการอ่านหนังสือคล้ายๆ กับการฟังเพลงจากแผ่นเสียง คือมันเป็นการออกจากโลกออนไลน์ มาสัมผัสโลกวัตถุ ซึ่งนั่นทำให้ได้พบเจอผู้คนตัวเป็นๆ ที่มีความสนใจตรงกัน หรือพูดอีกแบบก็คือ หนังสือเป็นตัวเชื่อมพวกเขากับกิจกรรมทางสังคมในโลกวัตถุ
ในแง่นี้ ไม่ว่าจะเป็นการไปห้องสมุด ไปร้านหนังสือ มันเลยไม่ใช่การไปอ่านหนังสือเงียบๆ แต่ยังเป็นการไปเพื่อได้พูดคุยและพบปะผู้คน และเรื่องนี้ก็ได้รับการยืนยันจากกิจกรรมเกี่ยวกับหนังสือจำนวนมากของ Gen Z ตั้งแต่นัดกันไปอ่านหนังสือ การทำคลิปรีวิวหนังสือบนโซเชียลมีเดีย เข้าร่วม 'เลกเชอร์บาร์' ไปจนถึงการจัด 'รีดดิงกรุ๊ป' ต่างๆ และนั่นยังไม่นับการต่อยอดของกิจกรรมเกี่ยวกับหนังสือ ไปยังกิจกรรมที่ดั้งเดิมไม่ถูกมองว่าเกี่ยวกับหนังสือ อย่าง 'งานคอสเพลย์'
ประเด็นคือ สิ่งเหล่านี้เพิ่มจำนวนมากมายมหาศาล แต่ในมาตรวัดการอ่านหนังสือแบบเก่า มันไม่เคยรวมเอามาคิด ภาพการอ่านหนังสือของคนรุ่นใหม่จึงดูเป็นภาพที่แย่ลงในมาตรฐานเดิม
แน่นอน เรื่องพวกนี้ในเชิงการวิจัยก็ยังถกเถียงกันไม่จบ เพราะมันเป็นการนำเสนอ 'มาตรวัดการอ่าน' แบบใหม่ ที่น่าจะต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะเห็นร่วมกันอย่างลงตัว
แต่ความเป็นจริงคือ มีหลักฐานที่จับต้องได้มากขึ้นเรื่อยๆ ว่าคน Gen Z ไม่ได้ลดกิจกรรมเกี่ยวกับหนังสือลง แบบที่เข้าใจกันแต่แรก แต่กิจกรรมมันเปลี่ยนรูปแบบใหม่อย่างสิ้นเชิง และอันที่จริงพวกร้านหนังสือก็รู้กันหมดแล้ว แต่นักอ่านรุ่นก่อนยังตามไม่ทันว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ใดๆ ก็ตาม การเปลี่ยนบทบาทของหนังสือก็ไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไร เพราะแต่ละยุคสมัย หนังสือก็มีบทบาทต่างกันเสมอ ตั้งแต่ยุคที่มันเป็นบันทึกข้อมูลลับของชนชั้นนำ ยุคที่มันมีส่วนในการปฏิวัติการเมือง ยุคที่เป็นสิ่งบันเทิงหลักของมนุษย์ ฯลฯ และถ้ามันจะเปลี่ยนบทบาทอีกครั้ง ในฐานะสิ่งที่สร้างสายสัมพันธ์ในโลกวัตถุ ในยุคที่โลกดิจิทัลเป็นใหญ่ ก็คงไม่แปลกอะไร

หนังสือแนะนำ...หนังสือ ‘เดินสมาธิ’ (Walk)เขียนโดย ‘Erling Kagge’ ‘Sholto Redford’ นักข่าว นักเขียนชาวอังกฤษ ผู้ซึ่งสนใจป...
04/09/2026

หนังสือแนะนำ...
หนังสือ ‘เดินสมาธิ’ (Walk)
เขียนโดย ‘Erling Kagge’
‘Sholto Redford’ นักข่าว นักเขียนชาวอังกฤษ ผู้ซึ่งสนใจประเด็น ด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต และการเดินทาง ผู้เขียนเป็นที่รู้จักจากหนังสือชุด ‘Art of Living’
ซึ่งหนังสือ ‘เดินสมาธิ (Walk)’ เล่มนี้ กล่าวถึงเรื่องราวในยุคปัจจุบันที่โลกวัดคุณค่าด้วยความเร็วและประสิทธิภาพ การเดินของเราดูเหมือนเป็นกิจกรรมที่ล้าสมัย ได้นำเสนอเรื่องราวที่เรียบง่ายแต่ลุ่มลึก เพราะ ‘การเดิน’ ของเรานั้นคือสภาวะความคิดที่กำลังเคลื่อนไหว ร่างกายก็มิใช่เพียงพาหนะของจิตใจ หากเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน
ทุกย่างก้าวที่สัมผัสพื้นเป็นจังหวะที่ความคิดจัดระเบียบตัวเองใหม่ เมื่อเท้าเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ ความฟุ้งซ่านค่อย ๆ ตกตะกอน กลายเป็นความชัดเจนภายใน ทำให้การเดินจึงไม่ใช่การหนีโลก แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้การไตร่ตรองเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะว่าการเดินนั้นไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์หรูหรา ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องมีเป้าหมายปลายทางที่ยิ่งใหญ่ เพียงแค่ก้าวเดินออกไป ไม่ว่าจะเป็นบนถนน ทางดิน ป่าเขา ทำให้เราได้กลับมายังพื้นที่ภายในของตนเอง เป็นการปรับระดับจังหวะชีวิตให้กลับไปสู่ความเร็วที่หัวใจรับไหว
ท้ายที่สุด ‘การก้าวเดิน’ เตือนเราว่า ความหมายของชีวิตอาจไม่ได้ซ่อนอยู่ในจุดหมายไกลโพ้น แต่อยู่ในก้าวเล็ก ๆ ที่เรายอมให้ตนเองรู้สึกถึงช่วงเวลาของ ‘ปัจจุบันขณะ’
คลิก ดูสถานะหนังสือที่ลิงก์ https://www.sem100library.in.th/opac/Catalog/BibItem.aspx?BibID=b00016287

UK-Thailand สานต่อความร่วมมือไทย-สหราชอาณาจักร พัฒนาการแพทย์จีโนมิกส์ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับทุกคน
03/09/2026

UK-Thailand
สานต่อความร่วมมือไทย-สหราชอาณาจักร พัฒนาการแพทย์จีโนมิกส์ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับทุกคน

🔴 UK-Thailand สานต่อความร่วมมือไทย-สหราชอาณาจักร พัฒนาการแพทย์จีโนมิกส์ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับทุกคน
:
🧬 สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ กรุงเทพฯ ร่วมกับ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) จัดประชุม UK-Thailand Genomics Steering Committee Meeting ซึ่งเป็นการประชุมคณะทำงานความร่วมมือด้านจีโนมิกส์ของประเทศไทยและสหราชอาณาจักร เพื่อแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าด้านการแพทย์จีโนมิกส์ของทั้งสองประเทศ พร้อมสานต่อความร่วมมือในระยะต่อไป โดยมี นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการ สวรส. ประธานร่วมฝ่ายไทย และ Mr.David Cran หัวหน้าฝ่ายการค้าและการลงทุน สถานทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย ประธานร่วมฝ่ายสหราชอาณาจักร และผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัยด้านการแพทย์จีโนมิกส์ของทั้งสองประเทศร่วมนำเสนอข้อมูลสำคัญและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการประชุม เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2569 ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กทม.
:
🧬 นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการ สวรส. ย้ำว่า ความสำเร็จและความร่วมมือที่เดินมาถึงวันนี้ เพราะเรามีเป้าหมายบนความเชื่อที่เหมือนกันว่า ข้อมูลจีโนมจะมีพลังและประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อถูกนำไปใช้ประโยชน์ตั้งแต่การป้องกันและรักษาได้อย่างแม่นยำ โดยประชาชนต้องเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง และส่งผลให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี
:
🧬 ด้าน ดร.นุสรา สัตย์เพริศพราย ผู้จัดการงานวิจัย สวรส. ฉายให้เห็นถึงการขับเคลื่อนเรื่องการแพทย์จีโนมิกส์ของประเทศไทย ตั้งแต่ระยะที่ 1 ว่า การขับเคลื่อนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยมีข้อมูลพันธุกรรมของคนไทยเรียบร้อยแล้วจำนวน 50,000 ราย ใน 5 กลุ่มโรค และมีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับบริการจัดการข้อมูลพันธุกรรมขนาดใหญ่ในอนาคต ที่พร้อมให้บริการข้อมูลเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนไทย ทั้งนี้ผลงานที่โดดเด่น อาทิ การผลักดันให้การตรวจยีน BRCA1/BRCA2 เพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านมและรังไข่ ถูกบรรจุเข้าในชุดสิทธิประโยชน์ของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เพิ่มอัตราการวินิจฉัยโรคหายากได้ 37% ช่วยปรับเปลี่ยนแนวทางการรักษาได้แม่นยำขึ้น 22% พัฒนาชุดตรวจ 26 ยีนที่จำเพาะกับคนไทยเพื่อปิดช่องโหว่ชุดตรวจเดิม พบองค์ความรู้เกี่ยวกับโรคใหลตาย (Long QT Syndrome) ในภาคอีสาน ยกระดับการวินิจฉัยโรคหายากในโรงพยาบาลชนบทผ่าน Telemedicine จากปีละ 1-4 ราย เป็น 636 ราย ฯลฯ ด้านการจัดเก็บตัวอย่างเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยปิดบังตัวตนของผู้ป่วย และควบคุมความปลอดภัยข้อมูลด้วยกรอบมาตรฐาน Five Safes (Safe Data, Safe People, Safe Project, Safe Setting, Safe Output) ส่วนโครงการจีโนมิกส์ประเทศไทยในระยะที่ 2 จะมีการขยายขนาดข้อมูล โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนกลุ่มตัวอย่างจาก 50,000 ราย เป็น 200,000 ราย และมุ่งเน้นไปที่การนำเทคโนโลยีการวิเคราะห์ที่มีความละเอียดมากขึ้นมาใช้ เช่น การถอดรหัสพันธุกรรมแบบสายยาว (Long-read WGS) การศึกษาข้อมูลระดับโมเลกุลหลายระดับ (Multi-omics) การหาลำดับเบสของเซลล์เดี่ยว (Sigle-cell Sequencing) การถอดรหัสเภสัชพันธุศาสตร์แบบสายยาว (Long-read PGx) พร้อมกับผลักดันการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ได้จากระยะแรก เน้นการดูแลสุขภาพเชิงรุก โดยสนับสนุนโครงการนำร่องตรวจคัดกรองยีนในทารกแรกเกิด (Newborn Genomic Screening) ประเมินความเสี่ยงโรค NCDs และมะเร็งด้วยคะแนนความเสี่ยงทางพันธุกรรม (Polygenic Risk Scoring) รวมถึงการเปิดช่องทางปลอดภัย ‘Open Pathways’ ร่วมมือวิจัยกับบริษัทยาและพันธมิตรระดับสากล เช่น สหราชอาณาจักร พร้อมส่งผลตรวจถึงผู้ป่วยโดยตรงผ่าน Genomic Health Card บนแอปพลิเคชันหมอพร้อม ฯลฯ
:
🧬 นอกจากนี้ในการประชุมดังกล่าว ประเทศไทยได้มีการนำเสนอผลการศึกษาเรื่องการวิเคราะห์โรคหายากตั้งแต่แรกเกิด เพื่อนำไปสู่การป้องกันโรคในอนาคต การถอดรหัสความหลากหลายทางชาติพันธุ์ผ่านจีโนมิกส์ประเทศไทย และการบริหารจัดการเรื่องธรรมาภิบาลข้อมูล โดยการสร้างกรอบการดำเนินงานสำหรับการเข้าถึง การแบ่งปัน และการใช้ข้อมูลจีโนมในประเทศไทย ตลอดจนการนำเสนอความก้าวหน้าด้านจีโนมิกส์ของสหราชอาณาจักร เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและความรู้ที่สำคัญในการพัฒนาเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ในการให้บริการสุขภาพในอนาคต
โดยช่วงท้ายของการประชุมได้มีการหารือถึงความเป็นไปได้ของความร่วมมือกันด้านการแพทย์จีโนมิกส์ในอนาคต อาทิ การถอดรหัสพันธุกรรมในทารกแรกเกิด การแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรม การสร้างมาตรฐานข้อมูลด้านการแพทย์จีโนมิกส์ เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทั้งสองประเทศ
:
🧬 ทั้งนี้หลังจากการประชุมคณะทำงานชุดดังกล่าว ระหว่างวันที่ 2-4 ก.ย. 2569 ได้จัดให้มีการสัมมนา UK-Thailand Genomics Seminar เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยของประเทศไทยและสหราชอาณาจักร โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อการนำองค์ความรู้ที่น่าสนใจไปประยุกต์ใช้และพัฒนาการแพทย์จีโนมิกส์ของทั้งสองประเทศให้มีความก้าวหน้าและเกิดประโยชน์มากที่สุด

#จีโนมิกส์ประเทศไทย #สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

หนังสือแนะนำ...หนังสือ ‘ก้าวเดิน’  (Walking : One Step At a Time)เขียนโดย ‘Erling Kagge’‘Erling Kagge’ นักสำรวจ นักเขียน...
03/09/2026

หนังสือแนะนำ...
หนังสือ ‘ก้าวเดิน’ (Walking : One Step At a Time)
เขียนโดย ‘Erling Kagge’
‘Erling Kagge’ นักสำรวจ นักเขียน นักกฎหมาย นักสะสมงานศิลปะที่เขียนหนังสือมาแล้ว 9 เล่ม และได้รับการแปล 38 ภาษา ซึ่งเป็นนักสำรวจคนแรกของโลกที่เดินกว่าแปดร้อยไมล์ไปยังขั้วโลกใต้ตามลำพัง ยังเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์คนแรกที่พิชิต 3 หมุดหมายที่สุดยอดของโลก คือ ขั้วโลกเหนือ ขั้วโลกใต้ และยอดเขาเอเวอเรสต์
มาร่วมสำรวจและใคร่ครวญเชิงปรัชญาว่าด้วย‘การเดิน’ ในฐานะประสบการณ์พื้นฐานที่สุดของเป็นมนุษย์ แต่กลับถูกมองข้ามในยุคแห่งความเร่งรีบ เมื่อ ‘การก้าวเดิน’ ได้นำเราเข้าสู่ห้วงลึกสุดภายในของความเป็นมนุษย์และความหมายแห่งชีวิต ซึ่งผู้เขียนเล่าเรื่องราวจากประสบการณ์ของตัวเองผ่านภาษาที่เรียบง่าย แต่ในขณะเดียวกันถ้อยคำเหล่านั้นก็แฝงความหมายที่ลึกซึ้งดั่งบทกวี อีกทั้งยังสอดแทรกไว้ด้วยอารมณ์ขันแบบตลกร้าย น่าเสียดายที่ภาวะสังคมที่เร่งรีบวุ่นวายในทุกวันนี้ ‘ความเงียบระหว่างการเดิน’ กลายเป็นสิ่งที่คนส่วนมาก มีประสบการณ์กับมันน้อยลง
นี่จึงเป็นงานเขียนที่ท้าทายผู้อ่านให้ก้าวสู่การเข้าใจตัวเองมากยิ่งขึ้น เพื่อ ‘ก้าวเดิน’ ในจังหวะของเราเอง ก้าวเล็ก ๆ ที่เรายอมให้ตนเองรับรู้โลกอย่างช้าและลึก การเดินจึงไม่ใช่เพียงการออกกำลังกาย เพราะทีละก้าว ทีละลมหายใจ และทีละความคิด คือ ‘ศิลปะแห่งการมีชีวิต’
คลิก ดูสถานะหนังสือที่ลิงก์ https://www.sem100library.in.th/opac/Catalog/BibItem.aspx?BibID=b00015359

ข้อมูลน่าสนใจและน่าตกใจ!น่าห่วงมาก! คนไทยหยุดหายใจ ขณะหลับ สูง 7.7 ล้านคน อึ้ง! พบแพทย์เพียง 1.4 ล้านคน ที่เหลือชะล่าใจไ...
02/09/2026

ข้อมูลน่าสนใจและน่าตกใจ!
น่าห่วงมาก! คนไทยหยุดหายใจ ขณะหลับ สูง 7.7 ล้านคน อึ้ง! พบแพทย์เพียง 1.4 ล้านคน ที่เหลือชะล่าใจไม่ดูแลตัวเอง

น่าห่วงมาก! คนไทยหยุดหายใจ ขณะหลับ สูง 7.7 ล้านคน
อึ้ง! พบแพทย์เพียง 1.4 ล้านคน ที่เหลือชะล่าใจไม่ดูแลตัวเอง
เรื่องที่หลายคนอาจมองว่าแค่นอนกรน กลับไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและสมาคมโรคนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ ระบุว่า ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับจากการอุดกั้น หรือ OSA เป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังหลายชนิด ทั้งความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจ รวมถึงอาจเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุจากอาการง่วงหลับในระหว่างขับรถ
ล่าสุด สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เปิดเผยรายงานความเคลื่อนไหวทางสังคมรายไตรมาส ไตรมาส 2 ปี 2569 พบว่า ประเทศไทยมีผู้ที่มีภาวะ OSA สูงถึง 7.7 ล้านคน แต่มีเพียง 1.4 ล้านคนที่ตระหนักถึงปัญหาและเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ ขณะที่มากกว่า 6 ล้านคน หรือกว่า 80% ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยและการรักษา

สัญญาณเตือนที่ควรสังเกต ได้แก่ นอนกรนเสียงดังเป็นประจำ หายใจสะดุดขณะหลับ ตื่นมาแล้วไม่สดชื่น ปวดศีรษะ ง่วงนอนมากผิดปกติในช่วงกลางวัน และสมาธิลดลง หากปล่อยไว้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงอุบัติเหตุจากการขับขี่
ขณะเดียวกัน สภาพัฒน์ยังรายงานภาพรวมสุขภาพคนไทยไตรมาส 2/2569 พบผู้ป่วยโรคเฝ้าระวังลดลง 45.8% จาก 258,105 ราย เหลือ 139,869 ราย โดยโรคที่พบมากยังเป็นกลุ่มติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ปอดอักเสบ 77,596 ราย และไข้หวัดใหญ่ 43,448 ราย
อีกเรื่องที่ต้องจับตาคือโรคไขมันพอกตับที่สัมพันธ์กับภาวะเมตาบอลิซึม หรือ MASD ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับ 4 ของโรคตับเรื้อรังในไทย รวมถึงภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนในเด็กไทยอายุ 6-14 ปี ที่พบสูงถึง 27.4% โดยเฉพาะในเขตเมือง จากพฤติกรรมการบริโภคหวาน มัน เค็ม และการมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ
สุขภาพบางเรื่องไม่ได้ส่งเสียงเตือนดังๆ แต่กำลังสะสมความเสี่ยงอยู่ทุกวัน โดยเฉพาะตอนที่เราหลับ
#หยุดหายใจขณะหลับ #สภาพัฒน์ #สุขภาพคนไทย

ติดตามข่าวสารที่จะจุดประกายความคิด ให้ความหวังกับผู้คนและสังคม ได้ที่สำนักข่าว SPRiNG

เมื่อ 'ไวรัสโควิด-19' กลับมา...ดูแลสุขภาพนะครับ^^
02/09/2026

เมื่อ 'ไวรัสโควิด-19' กลับมา...ดูแลสุขภาพนะครับ^^

💉 🦠ไวรัสโควิด-19 กลับมาอีกแล้ว เพื่อนๆ หลายคนคงจะสงสัยว่า หากพบว่าตัวเรานั้นมีไทม์ไลน์ตรงกับผู้ป่วยโควิด-19 หรือมีคนใกล้ชิดเป็นผู้ป่วย เราควรทำอย่างไรดี และจะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อมากน้อยขนาดไหน วันนี้ น้องสุชนรวบรวมข้อมูลมาฝากแล้วครับ

กรมควบคุมโรคได้ออกมาตรการสำหรับประเมินความเสี่ยงสำหรับผู้ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมด 3 ระดับ
1. ผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง 🔴 ซึ่งมีการสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง จะต้องกักตัวอย่างน้อย 14 วันเพื่อสังเกตและประเมินอาการ หากมีอาการเข้าข่ายควรไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทันที

🏠 อาศัยอยู่ในที่พักเดียวกันกับผู้ป่วย เช่น บ้าน คอนโด หอพัก
🗣 พูดคุยกับผู้ป่วย เป็นเวลานานกว่า 5 นาที ในระยะ 1 เมตร
🤧 ถูกผู้ป่วยไอ - จามใส่
🛫อยู่ในสถานที่ปิด ไม่มีอากาศถ่ายเทร่วมกับผู้ป่วย เกิน 15 นาที เช่น เครื่องบิน รถสาธารณะ

2. ผู้ใกล้ชิดกับผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง 🟡 ที่สัมผัสผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง ควรติดตามอาการของผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูงโดยละเอียด แบ่งเป็น 2 กรณี
หากผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูงติดเชื้อโควิด-19 ควรกักตัวอย่างน้อย 14 วันและไปตรวจหาเชื้อโควิด-19
หากผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูงไม่ติดโควิด-19 ไม่ต้องกักตัวเอง แต่ควรเพิ่มความระมัดระวัง หมั่นสังเกตอาการตนเอง และสวมหน้ากากอนามัยอยู่เสมอ

3. ผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงต่ำ (ผู้ไม่มีความเสี่ยง) 🟢 เป็นผู้ที่ไม่เข้าข่ายเกณฑ์ด้านบน ไม่มีการสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และปฏิบัติตามหลัก D – M – H – T – T

💊 อย่างไรก็ตาม หากว่าเพื่อนๆ อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพื่อความมั่นใจนะครับ เนื่องจากบางกรณีมีผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ และเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ อย่าลืมป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือหลังการสัมผัสอย่างสม่ำเสมอ และเว้นระยะห่างทางสังคมครับ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก...
https://bit.ly/3dDSub1
https://bit.ly/3xiCYsU
https://bit.ly/3ne2OtM
https://bit.ly/3atSBEa

#สช # สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ #สชห่วงใย #โควิด19 #โควิดระลอกใหม่

หนังสือแนะนำ...หนังสือ ‘อัศจรรย์แห่งการเดิน’ (52 Ways to Walk : The Surprising Science of Walking for Wellness and Joy, ...
02/09/2026

หนังสือแนะนำ...
หนังสือ ‘อัศจรรย์แห่งการเดิน’ (52 Ways to Walk : The Surprising Science of Walking for Wellness and Joy, One Week at a Time)
เขียนโดย ‘Annabel Abbs’
‘Annabel Abbs’ ผู้เป็นทั้งนักเขียน และนักเดินทาง ที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์และสิ่งที่ได้รับจาก ‘การเดิน’ สำหรับบางคนอาจดูเป็นเรื่องธรรมดาที่เราทำทุกวัน จนหลงลืมและแทบไม่ได้ใส่ใจ
ผู้เขียนจึงมาชวนผู้อ่านกลับมา ‘หัดเดิน’ กันอีกครั้ง ผ่านสารพัดวิธีเดินถึง 52 วิธี ไม่ว่าจะเป็นการเดินในเมืองหรือเดินอาบป่า เดินแบกสัมภาระหรือเดินทำงาน เดินเลียบแม่น้ำหรือเดินขึ้นลงเขา เดินจงกรมแบบตั้งสมาธิมั่นหรือเดินปล่อยใจสบาย ๆ แบบไร้แผนที่ ฯลฯ เรื่องราวเหล่านี้จึงเป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ‘อัศจรรย์แห่งการเดิน’ ที่จะเปลี่ยนความหมายของการเดินสู่กิจกรรมที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้น เพื่อเสริมสร้างร่างกาย จิตใจ และความสุขได้อย่างลึกซึ้ง
โดยจะนำพาเราเชื่อมร้อยปัจจุบันเข้ากับภูมิปัญญาจากอดีตและนำไปสู่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ชิ้นล่าสุด เพื่อให้คุณมองโลกรอบตัวในมุมที่ต่างไป ขัดเกลาประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของเราเพื่อซึมซับสุนทรียภาพอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทดลองเดินเพื่อเพิ่มสมรรถภาพของร่างกาย กระตุ้นการทำงานของระบบสมอง สร้างบทสนทนากับตัวเองยามเดินท่องไปตามลำพัง หรือเมื่อเดินกับเพื่อนที่รู้ใจ
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายท่านคงได้เวลาหยิบรองเท้าคู่ใจ ก้าวออกไปรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับธรรมชาติ เรียกคืนพลังอัศจรรย์ของร่างกาย พร้อมจะออกไป ‘ก้าวเดิน’ แล้วหรือยัง!
คลิก ดูสถานะหนังสือที่ลิงก์ https://www.sem100library.in.th/opac/Catalog/BibItem.aspx?BibID=b00017367

หนังสือแนะนำ : เดือนกันยายน 2569คำบันดาลใจ❝ ผมพบเสมอว่า ความเมตตาให้ผลที่ดีกว่า   การยึดถือความยุติธรรมอย่างเคร่งครัด ❞-...
01/09/2026

หนังสือแนะนำ : เดือนกันยายน 2569
คำบันดาลใจ
❝ ผมพบเสมอว่า ความเมตตาให้ผลที่ดีกว่า
การยึดถือความยุติธรรมอย่างเคร่งครัด ❞
- อับราฮัม ลินคอล์น - (1809-1865)
นักกฎหมายและประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐอเมริกา
สำหรับเดือนกันยายนนี้ ห้องสมุด ๑๐๐ ปี เสม พริ้งพวงแก้ว มีงานวิจัย หนังสือใหม่มาแนะนำอีกเช่นเคยครับ และยังมีหนังสือดีอีกหลากหลายสำหรับบริการทุกๆ ท่าน ที่ห้องสมุดฯ ชั้น 1 อาคารสุขภาพแห่งชาติ ครับ หรือ คลิก! อ่านรายละเอียด หรือดาวน์โหลดไฟล์ https://www.sem100library.in.th/opac/news/NewDetail.aspx?NEWSID=3561

ที่อยู่

ชั้น 1 อาคารสุขภาพแห่งชาติ ต. ตลาดขวัญ อ. เมือง จ. นนทบุรี
Amphoe Muang Nonthaburi
11000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 08:30 - 17:00
พุธ 08:30 - 17:00
พฤหัสบดี 08:30 - 17:00
ศุกร์ 08:30 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6620279701

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ห้องสมุด ๑๐๐ ปี เสม พริ้งพวงแก้วผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง ห้องสมุด ๑๐๐ ปี เสม พริ้งพวงแก้ว:

ทางลัด

แชร์