Youth & direct democracy TH

Youth & direct democracy TH Youth & direct democracy TH
เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม

แถลงการณ์ถึง กกต. ขอบคุณที่จัดการการเลือกตั้งได้ห่วยมากก คุณทำให้ประเทศของเราไปสู่ประเทศโลกที่ 4  #ชื่นชมกกต  #ขอให้ติดค...
26/02/2026

แถลงการณ์ถึง กกต.

ขอบคุณที่จัดการการเลือกตั้งได้ห่วยมากก คุณทำให้ประเทศของเราไปสู่ประเทศโลกที่ 4

#ชื่นชมกกต #ขอให้ติดคุกโดยเร็ว

https://www.facebook.com/share/1EebsYUuiv/?mibextid=wwXIfr

20/10/2025
20/10/2025

📌“กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน: ควรแก้ที่วาระ หรือยกเลิกไปเลย?”

กว่า 133 ปีที่ตำแหน่ง “กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน” ดำรงอยู่ในระบบราชการไทย ตำแหน่งนี้ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ภายใต้แนวคิด “รัฐรวมศูนย์” ที่ต้องการให้ส่วนกลางควบคุมหัวเมืองผ่านผู้นำท้องถิ่นที่ได้รับการแต่งตั้งเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของราษฎรในหมู่บ้าน ตลอดเวลาที่ผ่านมา กำนัน–ผู้ใหญ่บ้านถูกมองว่าเป็นฟันเฟืองสำคัญของรัฐราชการไทย อยู่ระหว่างรอยต่อของประชาชนกับรัฐ เป็นทั้งผู้ประสานงานและผู้ปฏิบัติคำสั่งจากบนลงล่าง

แต่เมื่อเวลาผ่านไป บทบาทของพวกเขากลับถูกตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในยุคที่ประชาธิปไตยท้องถิ่นเริ่มเติบโตและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อาทิ อบต. เทศบาล อบจ.) มีอำนาจหน้าที่ชัดเจนมากขึ้น ในเกือบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ หน้าที่ของกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านซ้อนทับกับผู้นำท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้ง

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ กระแสเรียกร้องให้ “ลดวาระ” หรือ “ยกเลิกตำแหน่ง” กำนัน–ผู้ใหญ่บ้าน จึงเริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทั้งจากนักวิชาการ นักการเมือง และประชาชนในบางส่วนของสังคม ที่ตั้งคำถามว่า ตำแหน่งที่มาจากการเลือกตั้ง และมีอำนาจอยู่ยาวจนเกษียณ 60 ปีนี้ ยังสอดคล้องกับหลักการ “ประชาธิปไตยกระจายอำนาจ” หรือไม่ หลายเสียงเสนอให้ปรับวาระเหลือ 4 หรือ 5 ปี เพื่อให้เกิดการตรวจสอบและหมุนเวียนคนในชุมชน ขณะที่บางฝ่ายก็เห็นว่า บทบาทของกำนัน–ผู้ใหญ่บ้านยังมีความจำเป็นในฐานะ “ผู้นำชุมชน” ที่ใกล้ชิดกับประชาชนและสามารถเชื่อมโยงกับระบบราชการได้ดีกว่าข้าราชการส่วนกลาง

ท่ามกลางเสียงถกเถียงนี้ We Watch เห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่สังคมควรกลับมาทบทวนอย่างจริงจังว่า “ตำแหน่งแห่งที่ของกำนัน–ผู้ใหญ่บ้าน” ในระบบการปกครองไทยควรจะเป็นเช่นไรต่อไป พวกเขายังจำเป็นต้องอยู่ในโครงสร้างอำนาจแบบเดิมหรือไม่? หรือถึงเวลาที่เราจะต้องปรับบทบาท วาระ และโครงสร้างใหม่ให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่ชุมชนเข้มแข็งขึ้น ประชาชนตื่นรู้ทางการเมืองมากขึ้น และการกระจายอำนาจกลายเป็นวาระแห่งชาติที่ไม่อาจเลื่อนต่อไปได้

We Watch ขอเชิญทุกคนมาร่วมแลกเปลี่ยน ถกเถียง และร่วมกันมองอนาคตของการปกครองท้องถิ่นไทยในวงศึกษาออนไลน์
.

“กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน: ควรแก้ที่วาระ หรือยกเลิกไปเลย?”

วิทยากร
ผศ. ปฐวี โชติอนันต์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ผศ.ดร.ณัฐกร วิทิตานนท์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

พบกัน วันพุธที่ 30 ตุลาคม 2568
เวลา 19.00 – 20.30 น.
ผ่าน Zoom Meeting

สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมได้ที่: https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSeJ3vAl12lWtZPz7bJDDVWAZhM2uyHqUs3loVwB4G9ulkOb3Q/viewform?usp=dialog

หรือสแกนผ่าน QR Code ในรูป

19/10/2025

🎥 EP.10 คืนนี้ ! กับซีรีส์ “วิชาทุก(ข์)พื้นฐาน”
กล้าตัดสินใจจะไปเยี่ยมเก่งที่คุกเป็นครั้งแรก ทั้งฝ้าย อิฐ มิว กู๊ด และฉายพากล้าไปที่เรือนจำ กล้าและเก่งเปิดใจคุยกันถึงเรื่องอดีต ทั้งสองปลดล็อคซึ่งกันและกัน สิ่งนี้จะทำให้ปมที่อยู่ในใจของกล้าคลายไปได้หรือไม่ ?
📌 อย่าพลาดซีรีส์ #วิชาทุกข์พื้นฐาน วันที่ 19 ต.ค.นี้ เวลา 20.30 น. ทาง #ช่องหมายเลข3 📱 รับชมย้อนหลังทาง www.VIPA.me และ www.thaipbs.or.th/HowToSuffer101
#วิชาทุกข์พื้นฐาน #ละครไทยพีบีเอส #สาระและความสนุก #แจกันอรวรรยา #มอสมัดจุก

19/10/2025

✨ได้ดูกันหรือยัง??✨

ต้อนรับการกลับมาของ SYSI Podcast กับ “Life’s Book Podcast พลิกชีวิตทีละหน้า ขีดเส้นใต้ช่วงเวลาที่อยากจดจำ” ที่จะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนังสือชีวิตของเหล่านักสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

เปิดตัว E.P.1 กับ “สมบัติ บุญงามอนงค์” แห่ง มูลนิธิกระจกเงา ที่จะมาเล่าเรื่องราวการเติบโต ความคิด ชีวิต จิตใจ และการต่อสู้เสียดสีกับชั้นบรรยากาศให้พวกเราได้ฟัง พร้อมกับผู้ดำเนินรายการอย่าง “กรีก และ ”กรีซ“ จาก Homeroom อาณาจักรพิทักษ์ความสุข ที่จะพาทุกคนไปเจาะลึกหนังสือชีวิตของพี่หนูหริ่งทีละหน้าด้วยกัน💙

🎬Life‘s Book Podacst เปิดให้รับฟังแล้ววันนี้ ที่...

📍YouTube : SYSI Space - https://bit.ly/4nYFVZO

📍Spotify - https://bit.ly/4nXpX29

📍Apple Podcast - https://apple.co/4om0uPr

📍Podbean - https://bit.ly/3W8wyui

ใครฟังแล้วรู้สึกยังไงบ้าง มาคุยกันได้นะ!! 💬

19/10/2025

‘Cafe My Day Off’ ร้านคาเฟ่เล็กๆ ในตำบลเมืองงาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ แนน-ชลธิชา ชูจิตร กำลังใช้ช็อกโกแลตแท่งเล็กๆ เพื่อส่งต่อความหวานนั้น เธอคือเจ้าของแบรนด์ ชุบใจ Choobjai Craft Chocolate ที่เชื่อว่า ช็อกโกแลตไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความอร่อย แต่เพื่อ ‘ชุบใจ’ ใครหลายคนให้กลับมามีพลังอีกครั้ง
“ชุบใจ ในที่นี้มาจากสองความหมายค่ะ ตอนเริ่ม เราอยากช่วยเกษตรกรที่ไม่มีตลาดรองรับผลผลิต เหมือนได้ ‘ชุบใจ’ ให้พวกเขากลับมามีกำลังอีกครั้ง อีกความหมายคือ เวลาคนกินช็อกโกแลตแล้วมักจะรู้สึกสดชื่น มีพลังใจขึ้นมา เราเลยตั้งชื่อว่า ชุบใจ เพื่อให้เป็นทั้งที่มาของธุรกิจ และความรู้สึกที่อยากส่งต่อให้ทุกคน”
“จุดเริ่มต้นมันมาจากเกษตรกรในพื้นที่ค่ะ เขารู้จักเราอยู่แล้ว แล้ววันหนึ่งเขามาถามว่า ช่วยหาที่ขายผลโกโก้ให้หน่อยได้ไหม เพราะเขาปลูกโกโก้ไว้ประมาณ 3–4 ปีแล้ว พอโกโก้เริ่มออกผลผลิต ก็ไม่รู้จะขายที่ไหน เพราะบริษัทที่มาเสนอให้ปลูกในตอนแรก เขาก็ไม่รับซื้อ”
“ในเมื่อไม่มีใครมารับซื้อ เรามาลองแปรรูปกันเองไหม เราไม่ได้สัญญาว่าจะสำเร็จนะ แต่ถ้าใครพร้อม ก็ลองเดินไปด้วยกัน”
“ในตลาดโกโก้ เราก็ผลักดันให้เกษตรกรไม่ขายผลสดอย่างเดียว แต่พัฒนาขึ้นไปจนสามารถแปรรูปเป็นเมล็ดแห้งได้ เพราะถ้าเกษตรกรทำได้จริง วันหนึ่งพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องขายให้แค่เราคนเดียวอีกต่อไป บางทีเขาอาจสามารถต่อยอดเองได้ ซึ่งนี่คือเป้าหมายสำคัญของเรา คือการทำให้ทุกคนอยู่ได้อย่างยั่งยืน”

อ่าน Lanner Joy: Choobjai Craft Chocolate แบรนด์เล็กจากเชียงดาว ที่อยากส่งต่อโกโก้ ชุบใจให้คนตัวเล็กมีแรงสู้ต่อ ใน Comment

เรื่อง: สุทธิกานต์ วงศ์ไชย

#เชียงดาว #เชียงใหม่ #สื่อออนไลน์ภาคเหนือเพื่อคุณภาพชีวิตของทุกคน

06/10/2025

ขบวนการนักศึกษาภาคเหนือของคนเดือนตุลากับการเป็นส่วนหนึ่งไม่ใช่ผู้นำ

: นักศึกษาที่เคลื่อนไหวในภาคเหนือเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการนักศึกาที่เคลื่อนไหวขณะนั้น และอาจกล่าวได้ว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย (ภาคเหนือ) ซึ่งเข้าไปทำงานกับกลุ่มชาวนาเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้เป็นการเคลื่อนไหวแบบแยกส่วน นักศึกษาที่เคลื่อนไหวในช่วงเดือนตุลา ส่วนใหญ่แล้วเป็นกลุ่มอิสระ ไม่ได้สังกัดองค์กร ชมรมใด ๆ เป็นการรวมตัวแบบเฉพาะกิจ ประเด็นที่มีการเรียกร้อง เช่น พ.ร.บ. ค่าเช่านา ที่ทำกินของเกษตรกร การช่วงชิงทรัพยากรของชาวบ้าน อาจจะกล่าวได้ว่าขบวนการเคลื่อนไหวในภาคเหนือช่วงดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ หนึ่ง สหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย (ภาคเหนือ) สอง นักศึกษาที่เข้าไปช่วยหนุนเสริมให้ความรู้ต่าง ๆ กับกลุ่มชาวนา และ สาม ลูกหลานของสหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย (ภาคเหนือ) ทั้งนี้ นักศึกษาที่เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการเคลื่อนไหว มีทั้งนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วิทยาลัยเทคนิคภาคพายัพ วิทยาลัยครู เป็นต้น

โดยในภาคเหนือตอนบน ถือได้ว่าเชียงใหม่เป็นฐานที่ตั้งหลัก มีขบวนการเคลื่อนไหวการนักศึกษาครูจากราชภัฏเชียงใหม่ ซึ่งสมัยก่อนเรียกว่าวิทยาลัยครู อย่างเช่น อ้ายแสงดาว (แสงดาว ศรัทธามั่น กวีล้านนา) หลายครั้งหลายคราวก็เป็นแกนนำในการเคลื่อนไหว ตั้งแต่ครั้นยังเรียนอยู่วิทยาลัยครู จากนั้นก็มาเรียนต่อที่คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือ สงวน พงษ์มณี อดีตศิษย์เก่าของ ม.ช. ซึ่งก็เคยหนีเข้าป่า ซึ่งต่อมาได้ลงเลือกตั้งเป็น ส.ส. ในจังหวัดลำพูน หรืออีกเรี่ยวแรงคนสำคัญในการต่อต้านรัฐบาลถนอมอย่างอาจารย์พรพิไล เลิศวิชา เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่จบจากวิทยาลัยครูแล้วมาศึกษาต่อมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขณะยังเป็นนักศึกษาอาจารย์พรพิไลประท้วงประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 299 (พ.ศ. 2515) ซึ่งให้อำนาจแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเข้าไปแทรกแซงอำนาจของศาล การประท้วงครั้งนั้นมีคนเข้าร่วมราว 6,000 คน

ทั้งนี้ บรรยากาศของการเคลื่อนไหวในเชียงใหม่ นอกเหนือจากการชุมนุม เช่น การรวมตัวเดินไปชุมนุมที่ท่าแพ เพื่อเรียกร้องการลดค่าเช่าที่ดินทำกินของเกษตรกร ซึ่งในขณะนั้นเป็นขบวนการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างใหญ่ มีคณาจารย์ที่คอยหนุนเสริม อาทิเช่น อาจารย์ฉลาดชาย รมิตานนท์ , อาจารย์ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ซึ่งก็เป็นบุคคลสำคัญที่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งกับนักศึกษาในแวดวงเสวนาหรืองานวิชาการต่าง ๆ รวมถึงมีการตั้งวงคุย จัดเสวนา เพื่อวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่ธรรมของผู้คนที่ถูกกดขี่ หรือการถกเถียงแนวคิดทฤษฎีเพื่อสร้างความตื่นตัวทางการเมือง

ประวัติศาสตร์เดือนตุลาที่ถูกทำให้ลืม

: จะเห็นได้ว่าเรื่องราวในช่วงเวลาดังกล่าว ถูกทำให้หายไปเรื่อย ๆ แม้แต่ภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เอง ก็ไม่ได้ถูกพูดถึงมากนักถึงขบวนการการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น ขณะที่สาเหตุในอดีตที่ทำให้ประวัติศาสตร์เดือนตุลาถูกทำให้เลือนหาย เพราะในช่วงทศวรรษ 20-30 ภาพของการเป็นคอมมิวนิสต์หรือเป็นฝ่ายซ้าย เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ถูกมองว่าเป็นตราบาป ไม่ได้ถูกให้คุณค่า การเป็น “สหาย” ไม่ได้รับเกียรติอย่างเช่นในปัจจุบัน จึงทำให้ความทรงจำเหล่านี้ถูกลดทอนไปนั่นเอง

ช่องว่างของการศึกษาประวัติศาสตร์เดือนตุลาในภูมิภาคที่ยังรอคอยการศึกษา

: งานศึกษาทางวิชาการ ในช่วง 14 ตุลาคม 2516 ถึง 16 ตุลาคม 2519 ยังถูกให้ความสำคัญกับการศึกษาของขบวนการเคลื่อนไหวในส่วนกลาง ซึ่งงานศึกษาการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในภูมิภาคของ เหนือ อีสาน ใต้ มีงานที่ศึกษาจำนวนไม่มาก อาจจะพูดได้ว่ามีช่องว่างของการศึกษาและงานวิชาการเป็นอยู่จำนวนมาก งานศึกษาการเคลื่อนไหวของภาคเหนือที่ศึกษาอย่างจริงจังเท่าที่ผ่านมา อาจจะเห็นเพียงงานของอาจารย์ไทเรล ฮาเบอร์คอร์น Revolution Interrupted: Farmers, Students, Law and Violence in Northern Thailland ต่อมาแปลเป็นภาษาไทยชื่อ “การปฏิวัติที่ถูกตัดตอน” ส่วนงานชิ้นอื่นยังไม่พบเท่าไหร่ อาจจะมีบ้างที่ถูกพูดถึง แต่ยังไม่ถูกทำอย่างจริงจัง

หากสามารถทำให้เห็นการเคลื่อนไหวในระดับภูมิภาคต่าง ๆ ได้ ก็จะเห็นการก่อตัวของ “คนรุ่นใหม่” ในเวลานั้น เป็นขบวนการเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่เฉพาะส่วนกลาง แต่ยังเป็นทั้งเหนือกลางอีสานใต้ ซึ่งจะเป็นการลดมายาคติที่มองประชาชนว่า “โง่ จน เจ็บ” หรือเป็นการเคลื่อนไหวของคนแค่หยิบมือเดียว แต่เป็นการเคลื่อนไหวของคนจำนวนมหาศาลในทุกภูมิภาค

“ใครจะไปเชื่อว่าขบวนการสหพันธ์ชาวไร่ ชาวนา กับนิสิตนักศึกษาในภาคเหนือ สามารถรวมกันได้กว่าแสนคน”

ทั้งนี้ หลักฐานในฐานะของเอกสารอย่างหอจดหมายเหตุ หนังสือต่าง ๆ ที่ถูกเขียนในช่วงเวลานั้นยังคงหลงเหลือให้ศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ วลัญชทัศน์ ฉบับ ภัยเขียว ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือแม้กระทั่งผู้คนที่อยู่ในห้วงเวลาดังกล่าวที่ยังคงมีชีวิตอยู่เป็นจำนวนมากก็พร้อมและยินดีที่จะให้ข้อมูล

ออกจากป่ากลับสู่เมือง

: สหพันธ์ชาวไร่ ชาวนา ที่ได้เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์และเข้าไปอยู่ในป่า ภายหลังจากกลับมาสู่เมือง หลายคนได้ทำงานเป็น NGOs อยู่ในภาคประชาสังคม แม้ขบวนการนักศึกษาได้ยุติการเคลื่อนไหว เนื่องจากปัญหาถูกคลี่คลายได้ในระดับหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันลูกหลานของสหพันธ์ชาวนาชาวไร่เอง ยังคงต่อสู้ในประเด็นการถูกช่วงชิงทรัพยากร บางส่วนเกิดการจัดตั้งในนามของ “เครือข่ายเกษตรกรภาคเหนือ”

นอกจากนี้ด้วยความยิ่งใหญ่ของความคิดฝ่ายซ้าย รวมถึงปัญหาของชาวนาทำให้ อินสอน บัวเขียว ลงเลือกตั้งในจังหวัดเชียงใหม่ และได้รับเลือกตั้งจากประชาชนในปี 2518 เขาสามารถเอาชนะนายทุนเจ้าที่ดินคู่แข่งในเวลานั้นได้ ถ้าไม่มีการรัฐประหารในปี 2519 และต่อมาอีกหลายครั้งประเทศไทยน่าจะมีพรรคฝ่ายซ้ายที่เป็นปากเป็นเสียงให้คนธรรมดาสามัญชน

ความคิดฝ่ายซ้ายที่ไม่ได้เชื่อมต่อแต่เป็นพันธะของยุคสมัย ความคิดร่วมของคนเดือนตุลากับนักศึกษาที่เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในปัจจุบัน คงเป็นความคิดที่คำนึงถึงความทุกข์ยากของผู้คน การเห็นถึงความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นในสังคม แต่หากถามว่าเป็นความคิดที่ถูกส่งต่อมาจากคนเดือนตุลาไหม ในแง่จิตวิญญาณก็อาจจะเป็นอันเดียวกัน คืออยากเห็นประเทศที่มันดีกว่าที่เป็นอยู่ แต่การศึกษาในทฤษฎีผมไม่แน่ใจ ขึ้นอยู่กับช่วงยุคสมัย หากมองในแง่ของจิตสำนึกมันมีความเชื่อมต่อกันมันเป็นพันธะของยุคสมัย เป็นพันธะที่ต้องทำให้สำเร็จ เป็นพันธะของการอยากเห็นสังคมที่มันดีกว่า ทั้งที่ในบางเรื่องนักศึกษาทในปัจจุบันและอดีตพวกเขาเป็นคนที่มีสถานะที่มีอภิสิทธิ์ทางสังคมอยู่แล้ว เขาไม่จำเป็นต้องไปทำอะไร แต่ด้วยจิตสำนึกมันต้องการเห็นโลกที่มันดีกว่าที่เป็นอยู่ เขาจึงออกมาสู้ ทำให้หลายคนต้องเข้าป่า ถูกดำเนินคดีทางการเมือง ซึ่งก็จะเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ตราบใดที่สังคมยังอยุติธรรม คนยังไม่เท่ากัน คนรุ่นใหม่ก็จะออกมาสู้ ถึงแม้จะไม่ออกมาทั้งหมดแต่ว่าส่วนหนึ่งก็จะออกมา

ชัยพงษ์ สำเนียง
ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

เรื่อง : กนกวรรณ​ มีพรหม

#6ตุลาเท่าที่รู้​

27/02/2025

ขอเชิญชวนร่วมสังเกตการณ์ คดีศาลจังหวัดสีคิ้ว(ปากช่อง) นัดฟังคำสั่ง 24 ก.พ.68 นี้ ว่าจะรับหรือไม่รับฟ้อง คดีที่ 6 ผู้หญิงและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดถูกฟ้องคดีปิดปาก จาก นายก อบต. โนนเมืองพัฒนา
คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2567 นายนิพนธ์ นิลขัน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนเมืองพัฒนา ได้ยื่นฟ้องร้องเป็นครั้งที่ 2 ต่อผู้หญิงและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด และชาวบ้าน รวม 6 คน จำนวน 6 คดี ในฐานความผิดทางอาญา ด้วยการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา , ดูหมิ่นด้วยการโฆษณา , ละเมิด และคำขอท้ายฟ้องโจทก์เรียกค่าเสียหายคนละ 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนชำระเสร็จสิ้น และให้ศาลบังคับจำเลยพิมพ์โฆษณาคำขอโทษและเผยแพร่คำพิพากษาในเพจ “เหมืองแร่โปแตชแอ่งโคราช” และเฟซบุ๊กของจำเลย เป็นเวลา 30 วันและให้จำเลยชำระค่าธรรมเนียมศาล ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี และค่าทนายความในอัตราสูงสุด ซึ่งศาลจังหวัดสีคิ้วได้นัดไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่กลุ่มฯถูกฟ้องปิดปากไปเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2568 ที่ผ่านมา โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสังเกตุการณ์พิจารณาคดีในครั้งนี้ตามหนังสือประสานจากองค์กร Protection International (PI) ด้วยอาทิ สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNOHCHR) , คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา กระทรวงยุติธรรม
โดยในครั้งนั้นโจทก์ขอเลื่อนคดี-ทนายขอถอนตัว ซึ่งศาลชี้ว่าเป็นประวิงเวลา ศาลระบุว่า โจทก์ยื่นฟ้องมาตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค.67 และนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 14 ก.พ. 68 ทั้งทนายโจทก์เคยเลื่อนมาแล้วหนึ่งครั้งโดยอ้างเหตุผลของการเจ็บป่วย และไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ และผู้รับมอบฉันทะทนายโจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอถอนตัวจากการเป็นทนายทุกคดี ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าระยะเวลาในการยื่นฟ้องของโจทก์จนถึงวันนี้ห่างกันเป็นนานกว่า 3 เดือน โจทก์และทนายย่อมมีเวลาในการปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับคดี และควรที่จะได้ข้อสรุปในทางความเห็นมาตั้งแต่วันไต่สวนมูลฟ้องแล้ว หากโจทก์และทนายโจทก์มีความเห็นทางคดีไม่ตรงกันอย่างไร โจทก์ก็สมควรที่จะหาทนายใหม่มาให้ทันวันนัดไต่สวนมูลฟ้องวันนี้
การที่ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายในวัน14 ก.พ.68 ซึ่งเป็นวันนัดจึงไม่มีเหตุอันสมควร พฤติกรรมของโจทก์มีลักษณะการประวิงเวลาคดี จึงไม่มีเหตุอนุญาตให้ทนายโจทก์ถอนตนจากการเป็นทนายความของโจทก์และไม่มีเหตุให้เลื่อนการพิจารณาคดีออกไปจึงให้ยกคำร้อง
ศาลเห็นว่าเมื่อโจทก์ไม่ได้รับอนุญาตให้เลื่อนคดีและไม่มีผู้รับมอบอำนาจโจทก์เดินทางมาศาลในวันนี้ และโจทก์ไม่มีพยานเข้าร่วมไต่สวนดคี จึงเป็นอันเสร็จการพิจารณาในชั้นไต่สวนมูลฟ้องและขอนัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 09.00 น.
จึงอยากเชิญชวนทุกท่านติดตามฟังคำสั่งศาลพร้อมกันในวันและเวลาดังกล่าว

อ่านรายละเอียดวันไต่สวนมูลฟ้องได้ที่ลิงค์นี้
https://www.facebook.com/100078483113768/posts/pfbid02iBioS4AhKyaFixTnusZXiZnXcUmAiNucpQaiPyXZPb6uEJxURaWXZwd2TiH1VFLal/?

เริ่มเลย จุดเทียนทั่วประเทศ รัฐสภาต้องแก้มาตรา 256 ประชาชนจะใช้อำนาจทางตรงเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ปรากฏล่มสภา ’ล่ม‘ วอล์คเอ้...
14/02/2025

เริ่มเลย จุดเทียนทั่วประเทศ รัฐสภาต้องแก้มาตรา 256 ประชาชนจะใช้อำนาจทางตรงเขียนรัฐธรรมนูญใหม่
ปรากฏล่มสภา ’ล่ม‘ วอล์คเอ้าท์สะบัด

ชวนจุดเทียนเรียกร้องแก้ไขมาตรา 256
เลือกตั้ง สสร.100%
เขียนรัฐธรรมนูญใหม่โดยประชาชน

กลุ่ม นิติซ้าย - Law of Left และกลุ่ม ‘เยาวชนกะเบอะดิน ดินแดนมหัศจรรย์’
ร่วมจุดเทียนส่องแสงสว่างแห่งความหวัง ส่องทางให้ #เลือกตั้งสสร

จากเหตุการ์การประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ‘ล่ม’ ทั้งสองวันนัดประชุมสภา เครือข่ายภาคประชาชนจึงเชิญชวญร่วมจุดเทียนเพื่อส่องแสงสว่างให้หนทางการเลืกตั้ง สรร. เกิดขึ้นและต้องมาจากประชาชน 100%

จุดเทียนคนละเล่ม เรียกร้องการร่างรัฐธรรมนูญโดยประชาชน
#จุดเทียนเพื่อประชาธิปไตย #เลือกตั้งสสร
#แก้มาตรา256

วันนี้ 13 -14 กุมภาพันธ์ จับตาดูรัฐสภาว่าจะทำเรื่องกล้วยๆให้เป็นเรื่องปวดหัวหรือไม่ และใช่ เช้านี้วอล์คเอ้ากันจนสภาล่ม เ...
13/02/2025

วันนี้ 13 -14 กุมภาพันธ์ จับตาดูรัฐสภาว่าจะทำเรื่องกล้วยๆให้เป็นเรื่องปวดหัวหรือไม่
และใช่ เช้านี้วอล์คเอ้ากันจนสภาล่ม เมื่อประชาชนอยากเขียนรัฐธรรมนูญเอง ปวดหัวนะ

หากสภาล่ม ไม่เกิดการเลือกตั้งและสสร.เพื่อเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ 100% โดยประชาชน เพื่อประชาชน ซึ่งเป็นสิทธิและอำนาจทางตรงที่ประชาชนสามารถทำได้

หากสมาชิกรัฐสภาไม่ว่าใคร พรรคไหน ขัดขวางการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่จะเขียนกฎหมายเพื่อตัวเอง
เชิญไปกินกล้วยหน้าสภา เผื่อโพแทสเซียมในกล้วยจะช่วยกระตุ้นสมองให้พึงระลึกว่า
ประเทศนี้เป็นของประชาชน

อย่านั่งห้องแอร์จนลืมกำพืด ที่นั่งสบายๆก็เพราะประชาชนจ่ายภาษี
และในวันนี้ประชาชนจะใช้อำนาจทางตรงเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ
ถ้าคิดว่าแก้ไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เชิญกินกล้วยข้างหน้าไปเลย
อย่าทำเรื่องง่าย เป็นเรื่องยาก
ประชาชนจะเขียนกฎหมาย อย่าขัดขวางอำนาจทางตรงของประชาชน
ประชาธิปไตยทางตรง อำนาจทางตรงของประชาชน

#เขียนรัฐธรรมนูญใหม่
#เลือกตั้งสสร
#แก้ทุกหมวด
#แก้มาตรา256

แมวเปรอะเลอะเปื้อน&แมวอ้วนพุงลาก

วันที่ 27-31 มกราคม ณ กระทรวงอุตสาหกรรม กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด เดินทางมาปักหลักชุมนุมค้างคืนตั้งแต่หัวเช้าร่วมกับ...
09/02/2025

วันที่ 27-31 มกราคม ณ กระทรวงอุตสาหกรรม กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด เดินทางมาปักหลักชุมนุมค้างคืนตั้งแต่หัวเช้าร่วมกับ เครือข่ายเหมืองแร่ฯและร่วมกินข้าวเย็นที่ผู้ชุมนุมปรุงกันเองอย่างง่าย ๆ ก่อนที่จะเข้าสู่เวลาของเวทีวัฒนธรรม เพื่อโอบกอดกันก่อนหมดวัน และเพิ่มพลังใจให้กันในวันชุมนุมต่อไป

เรื่องราวต่อไปนี้คือสิ่งที่เรียกว่า ‘หน่วยวัฒนธรรม’ ที่อยู่เคียงบ่า-ข้างหู อยู่ทุกขบวนการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน
คุยกับแก้วใส-ณัฐพงษ์ ภูแก้ว หนึ่งในสมาชิกวงสามัญชน ที่ใช้เสียงเพลงเป็นเครื่องมือในนามของหน่วยวัฒนธรรมในขบวน ผ่านความคิดความเชื่อว่ามนุษย์กับบทเพลงมีสัมพันธ์กันมานับแต่เกิด ทุกอริยาบทของชีวิต ไปจนถึงสนองรับต่ออุดมการณ์บางอย่างของมนุษย์

“ในขบวนการต่อสู้ หนึ่งในนั้นมันมีสิ่งที่เราเรียกกันว่า ‘หน่วยวัฒนธรรม’ ที่อาจจะไม่ได้อยู่ในทุกช่วงเวลาของขบวน แต่จะอยู่ในบางจังหวะอย่างเช่น ระหว่างทางที่ต้องการการปลุกเร้า มันจะมีเพลงที่ทำงานของมัน หรือค่ำคืนหลังจากความเหนื่อยล้ามาปะทะ เพราะคนมันเหนื่อย และต้องการการพักผ่อน สิ่งที่เข้าถึงง่ายที่สุดกลายเป็นเพลง
ส่วนเพลงที่เลือกมาเล่นก็มีทั้งเพลงของวงสามัญชนเองและเพลงอื่น ๆ ที่พี่น้องคุ้นชิน แต่มันจะไม่หลุดจากฐานเพลงให้กำลังใจกัน ตามหาความฝัน การออกจากบ้านเพื่อไปแสวงหาโชคชะตา จะมีจังหวะที่เร้าหน่อย เร็วหน่อย อย่างถ้าพี่น้องขอหมอลำมา เราก็เล่นหมอลำ มากกว่านั้นมันคือกำลังใจ เขามาจากต่างจังหวัด เดินทางมาไกลถึงกรุงเทพฯ การที่เขาได้เห็นลูก ๆ หลาน ๆ แวะเวียนมาหา นั่นคือกำลังใจ

เราว่า จังหวะที่การต่อสู้มันแผ่วเบาลง งานวัฒนธรรมยิ่งจำเป็นต้องมีอยู่เพื่อรักษาขบวน สิ่งที่เราเคยได้ยินแล้วเราก็คิดมาตลอดคือ ขบวนไหนที่มีหน่วยวัฒนธรรมแข็งแรง ขบวนนั้นจะอยู่ได้ยาว เพราะว่าจังหวะที่อ่อนแรง วัฒนธรรมคือแขนที่คอยโอบรับเอาไว้ชั่วขณะ รอระหว่างรอผู้คนมาสุมไฟแห่งการต่อสู้ให้ลุกโชนอีกครั้ง

หน่วยวัฒนธรรมในขบวนแต่ละขบวนมันยังสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเพลง หรืออย่างอื่นมันก็ต้องมี หน่วยวัฒนธรรมมันจะเป็นอะไรก็ได้ กลอน ผญา ลิเกป่า ดนตรีพื้นบ้านที่แต่ละพื้นที่มีอยู่แล้ว ประเทศชาติเองยังคงมีวัฒนธรรมที่แข็งแรง และต้องมีคนรักษาไว้ให้เป็นแกน ไม่งั้นมันคงไม่ไกลจากคำว่า ล่มสลาย หากสถานการณ์ภายนอกไม่เอื้อ

คาดหวังให้วันนึง มีคนที่คิด และทำเหมือนกัน กลับมาสนับสนุนขบวนการต่อสู้ของประชาชน ไม่อยากให้เสียงเพลงกับการต่อสู้มันหายไปกับช่วงวัยและรุ่นของคนที่ต้องโรยลาไปตามเวลา ในอนาคตอาจจะต้องเป็นลูก ๆ หลาน ๆ หรือคนอื่น ๆ

เราอยากให้หน่วยวัฒนธรรมมันถูกใช้งาน และขยับต่อในบริบทที่เหมาะสมของมัน”

#หยุดเหมืองโปแตชบางจาก
#ปิดเหมืองแร่โปแตช
#ปิดเหมืองแร่โปแตชด่านขุนทด
#หยุดเหมืองโปแตชบางจากกระชากหน้ากากนักบุญสีเขียว

เตรียมพบกับ คาราวานยื่นหนังสือเชิญให้กับตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อเชิญหัวหน้าพรรคร่วมกิจกรรม  #อยากมีเลือกตั้งสสร และแถลงข่...
08/02/2025

เตรียมพบกับ คาราวานยื่นหนังสือเชิญ
ให้กับตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อเชิญหัวหน้าพรรค
ร่วมกิจกรรม #อยากมีเลือกตั้งสสร และแถลงข่าวโดยภาคประชาชนถึงการเคลื่อนไหวให้รัฐสภาผ่านมาตรา 256 ในวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์
13 – 14 กุมภาพันธ์ 2568 รัฐสภามีนัดพิจารณาเรื่อง "สำคัญ" นั่นคือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 256 ซึ่งมีผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมดสองร่างคือ พรรคประชาชน และ พรรคเพื่อไทย ชวนจับตาว่าจะเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ได้อย่างไร ?? จะมีเลือกตั้ง สสร. จริงหรือไม่ ??
แล้วพบกัน
วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์
10.00 น. ณ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา รัฐสภา
15.00 น. ณ สำนักงานใหญ่พรรคประชาชน (ซอย รามคำแหง 42)
วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์
13.00 น. ณ สำนักงานใหญ่พรรคเพื่อไทย (วิภาวดีรังสิต)
#อยากเลือกตั้งสสร.
#สสรต้องมาจากการเลือกตั้ง
#อยากได้รัฐธรรมนูญประชาชน

ที่อยู่

Din Daeng

เบอร์โทรศัพท์

+66-2691-0437

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Youth & direct democracy THผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์