National Library of Thailand หอสมุดแห่งชาติ

National Library of Thailand หอสมุดแห่งชาติ สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ถนนสามเสน แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กทม.
(2)

04/09/2026

หาที่นั่งชิลล์ฟีล Comfy อยู่หรือเปล่า? 👀✨ ตาม 'มาง' มาที่หอสมุดแห่งชาติเลย

มาฟังมาง ป้ายยาสเปซสุดอบอุ่น ที่ให้คุณได้มานั่งพักผ่อน อ่านหนังสือเพลิน ๆ และมีเวลาอยู่กับตัวเองแบบเต็มที่ ใครยังไม่เคยมา ต้องลองแวะมาเช็คอินแล้วนะ 🚶‍♀️📚

📍 พิกัด: สำนักหอสมุดแห่งชาติ

#หอสมุดแห่งชาติ #มางอ่าน #ที่อ่านหนังสือ

04/09/2026

เชิญรับชมกิจกรรมเผยแพร่พระเกียรติคุณสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เรื่อง “สยามและเพื่อนบ้านในสายพระเนตร บันทึกความทรงจำผ่านพระปรีชาญาณในสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ”
🗓️จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2569
⏰เวลา 13.30 – 16.30 น.
📍ณ ห้องประชุม หอสมุดดำรงราชานุภาพ ถนนหลานหลวง กรุงเทพฯ
#หอสมุดแห่งชาติ

NLT Smart Library ปิดบริการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 5 - 9 กันยายน 2569 เนื่องจากปรับปรุงห้องน้ำภายในอาคาร ขออภัยในความไม่ส...
04/09/2026

NLT Smart Library ปิดบริการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 5 - 9 กันยายน 2569 เนื่องจากปรับปรุงห้องน้ำภายในอาคาร ขออภัยในความไม่สะดวก

วันนี้ (3 กันยายน 2569) เวลา 15.00 น. ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ มอบหมายให้ นางอัจฉรา  จารุวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒน...
03/09/2026

วันนี้ (3 กันยายน 2569) เวลา 15.00 น. ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ มอบหมายให้ นางอัจฉรา จารุวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ เป็นผู้แทนรับมอบหนังสือส่วนตัวจากนายเรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป (ตุ๊บปอง) กรรมการผู้จัดการมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก / นักเขียน ณ ห้องประชุมกลุ่มพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ อาคาร 2 ชั้น 1 สำนักหอสมุดแห่งชาติ หนังสือที่ได้รับมอบส่วนใหญ่เป็นหนังสือหายากมีเนื้อหาเกี่ยวกับวรรณกรรมไทยที่ทรงคุณค่า จำนวน 42 ชื่อเรื่อง 46 เล่ม ตัวอย่างเช่น กระบี่เหนือธรณี เพชรพระอุมา แบบเรียนวรรณคดีไทยเรื่องวาสิฏฐี บทละครเรื่องสามเกลอ เป็นต้น

วันนี้ (2 กันยายน 2569) เวลา 9.00-12.00 น. คณะครูและนักเรียน โรงเรียนบึงศรีราชาพิทยาคม จังหวัดชลบุรี จำนวน 42 คน เข้าศึก...
02/09/2026

วันนี้ (2 กันยายน 2569) เวลา 9.00-12.00 น. คณะครูและนักเรียน โรงเรียนบึงศรีราชาพิทยาคม จังหวัดชลบุรี จำนวน 42 คน เข้าศึกษาเยี่ยมชมสำนักหอสมุดแห่งชาติ ในกิจกรรมศึกษาเรียนรู้นอกห้องเรียน เพื่อให้นักเรียนได้นำความรู้ที่ได้จากการศึกษาดูงานไปพัฒนากระบวนการศึกษาเรียนรู้ต่อไป

วันนี้ (2 กันยายน 2569) เวลา 10.00 น. นางสาวบุบผา ชูชาติ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ ผู้บริหาร และบุคลากรสำนักหอสมุดแ...
02/09/2026

วันนี้ (2 กันยายน 2569) เวลา 10.00 น. นางสาวบุบผา ชูชาติ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ ผู้บริหาร และบุคลากรสำนักหอสมุดแห่งชาติ ร่วมรับมอบหนังสือจาก อาจารย์ถนอมวงศ์ ล้ำยอดมรรคผล นักส่งเสริมการอ่าน และ ดร.สุวทนา เจริญสุข นักแปลสมัครเล่น ณ โถงกลาง อาคาร 1 ชั้น 1 สำนักหอสมุดแห่งชาติ หนังสือที่ได้รับมอบวันนี้เป็นหนังสือใหม่ ประกอบด้วย นิทานข้าว : เรื่องเล่าขานตำนานเมล็ดพันธุ์ยอดนิยมของโลก จำนวน 13 เล่ม
Rice จำนวน 1 เล่ม กว่าจะมาเป็นหมอ (คุณยายเรียกผมว่าทองเบิ้ม) จำนวน 13 เล่ม บุษบาบรรณจำนรรจ์รัก จำนวน 13 เล่ม และ ธรรมมาลี จำนวน 13 เล่ม ซึ่งสำนักหอสมุดแห่งชาติจะนำมาดำเนินการตามหลักบรรณารักษศาสตร์ให้บริการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคต่อไป

📢 สายอ่านห้ามพลาด ถึงเวลา ‘ป้ายยา’ หนังสือเล่มโปรด 📚✨ใครมีหนังสือขึ้นหิ้ง อ่านแล้วทัชใจ อ่านแล้วมันเริ่ด หรือคิดว่า "ทุก...
01/09/2026

📢 สายอ่านห้ามพลาด ถึงเวลา ‘ป้ายยา’ หนังสือเล่มโปรด 📚✨
ใครมีหนังสือขึ้นหิ้ง อ่านแล้วทัชใจ อ่านแล้วมันเริ่ด หรือคิดว่า "ทุกคนต้องได้อ่านเล่มนี้" หอสมุดแห่งชาติชวนมาร่วมสนุกกับกิจกรรม 𝐃𝐑𝐎𝐏 𝐘𝐎𝐔𝐑 𝐁𝐎𝐎𝐊 💖 แจกพาวเวอร์แบงก์ หนังสือ Best Seller และกระเป๋าผ้าสุดชิคฟรี ฟรี
👇 กติกาง่าย ๆ แค่ 2 สเต็ป
1️⃣ กดแชร์โพสต์นี้ และกดติดตาม Social Media ของหอสมุดแห่งชาติ ช่องทางใดก็ได้ (FB, IG, TikTok)
2️⃣ คอมเมนต์ ‘ชื่อหนังสือ 1 เล่ม’ พร้อมเหตุผลสั้น ๆ ว่า “ทำไมเล่มนี้ถึงอยากบอกต่อ?” ใต้โพสต์นี้เลย!
🎁 ของรางวัลจึ้ง ๆ
👑 รางวัลที่ 1 พาวเวอร์แบงก์ 10,000 mAh (5 รางวัล)
🌟 รางวัลที่ 2 หนังสือ Best Seller (5 รางวัล)
🛍️ รางวัลที่ 3 กระเป๋าผ้า READ VIBES ONLY (10 รางวัล)
🗓️ ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ - 30 กันยายน 2569
ใครป้ายยาเก่ง แอดมินรอจดลิสต์หนังสืออยู่น้าา 📝👀
💡 Note: กิจกรรมนี้ใช้ระบบสุ่มแจกรางวัล ใครทำถูกกติการอรับของไปฟินได้เลย

#หอสมุดแห่งชาติ #แนะนำหนังสือ #หนังสือน่าอ่าน #กิจกรรมแจกฟรี

องค์ความรู้: สำนักหอสมุดแห่งชาติเรื่อง: กุศโลบายทางการค้าสยาม-จีน: เมื่อ "ของป่า" แลกสินค้าทรงคุณค่าและอภิสิทธิ์ภาษี 0% ...
01/09/2026

องค์ความรู้: สำนักหอสมุดแห่งชาติ
เรื่อง: กุศโลบายทางการค้าสยาม-จีน: เมื่อ "ของป่า" แลกสินค้าทรงคุณค่าและอภิสิทธิ์ภาษี 0%

คำว่า "จิ้มก้อง" ที่คุ้นหูกันดี แท้จริงแล้วกลายมาจากภาษาจีนแต้จิ๋วว่า “จิ้นก้ง” (進貢) ซึ่งหมายถึง การส่งเครื่องราชบรรณาการ ในสายตาของราชสำนักจีนซึ่งถือตนเป็นศูนย์กลางแห่งโลกมนุษย์ มักมองว่าผู้ที่เดินทางมาจิ้มก้องคือผู้มาสวามิภักดิ์ และต้องทำพิธี "ขอหอง" เพื่อขอให้จักรพรรดิจีนแต่งตั้งรับรองกษัตริย์สยามองค์ใหม่เป็น "อ๋อง" อย่างเป็นทางการ
ทว่าในมุมมองของสยาม นี่คือ "กุศโลบายทางการค้าและการทูต" อันแยบคาย เพราะสิ่งที่เราจัดส่งไปไม่ใช่ทองคำหรือทรัพย์สินสูงค่า แต่เป็นพืชสมุนไพรและของป่าหายากที่จีนไม่มี เช่น พริกไทย จันทน์หอม งาช้าง นอแรด อุ้งตีนหมี หรือขนนกกระเต็น ซึ่งราชสำนักจีนต้องการนำไปทำยาอายุวัฒนะและใช้ในพิธีกรรม ผลตอบแทนที่สยามได้รับกลับมาจึงคุ้มค่ามหาศาล ทั้งสิ่งของตอบแทนชั้นเลิศอย่างเครื่องลายครามกังไสและผ้าไหมแพรพรรณ และที่สำคัญที่สุดคือ เอกสิทธิ์ทางการค้า ในการแต่งเรือสำเภาไปค้าขายในแผ่นดินจีนโดยได้รับการ "ยกเว้นภาษีผ่านด่านและภาษีขาเข้า"
ธรรมเนียมนี้ดำเนินเรื่อยมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยและเฟื่องฟูอย่างมากในสมัยอยุธยา จนกระทั่งยุติลงอย่างเป็นทางการในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) เมื่อ พ.ศ. 2396 เพื่อปรับทิศทางการทูตให้สอดรับกับบริบทโลกตะวันตก และป้องกันไม่ให้มหาอำนาจเข้าใจผิดว่าสยามเป็นเมืองขึ้นของจีน

บรรณานุกรม
กาญจนา นาคสกุล. จิ้มก้อง. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569, จาก: http://www.royin.go.th/th/knowledge/detail.php?ID=358
กาญจนาคพันธุ์. คอคิดขอเขียน. กรุงเทพฯ: รวมสาสน์, 2513.
ไกรฤกษ์ นานา. เครื่องราชบรรณาการสยาม-จีน: กุศโลบายทางการค้าและความสัมพันธ์สองแผ่นดิน. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569, จาก: https://www.silpa-mag.com/history/article_24816
พิมพ์ประไพ พิศาลบุตร. สำเภาสยาม: ตำนานเจ๊กบางกอก. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์, 2544.
สกินเนอร์, จี. วิลเลียม. สังคมจีนในประเทศไทย: ประวัติศาสตร์วิเคราะห์. แปลโดย พรรณี ฉัตรพลรังษี และคนอื่น ๆ. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2529.

หอสมุดแห่งชาติขอนำเสนอรายการ “ #หนังสือเก่าเล่าเรื่อง” ซึ่งเป็นการนำหนังสือหายากของ  #หอสมุดแห่งชาติ มาสรุปเนื้อหาให้ทุก...
31/08/2026

หอสมุดแห่งชาติขอนำเสนอรายการ “ #หนังสือเก่าเล่าเรื่อง” ซึ่งเป็นการนำหนังสือหายากของ #หอสมุดแห่งชาติ มาสรุปเนื้อหาให้ทุกท่านได้อ่านกัน

วันนี้ขอนำเสนอหนังสือเรื่อง “เรื่องตำหนักแพ” โดย นางสาวเมธาวดี กิจกล้า บรรณารักษ์ปฏิบัติการ สำนักหอสมุดแห่งชาติ

“เรื่องตำหนักแพ” เป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดพิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพนางรัฐสถานพิทักษ์ (เจิม กาญจนะหุต) และนายประดิษฐ์ ตุงคะเศรณี เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2490 เนื้อหาทรงอธิบายถึงประวัติศาสตร์และที่มาของชื่อสถานที่สำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยา

“ตำหนักแพ” ในสมัยอยุธยานั้นไม่ได้เรียกว่าตำหนักแพ แต่มีชื่อเรียกว่า “พระฉนวนน้ำประจำท่าพระราชวังหลวงหรือพระราชวังบวรฯ” ซึ่งเป็นศาลาขนาดใหญ่ปลูกอยู่ในน้ำและมีลวดลายวิจิตรบรรจง ต่อมาในสมัยกรุงธนบุรี พระเจ้าตากสินมหาราชทรงให้สร้างศาลาริมน้ำที่มีลักษณะคล้ายเรือนแพปักเสาลงน้ำ เรียกว่า “ตำหนักน้ำ” จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานสร้างแพลอยหนุนไม้ไผ่ขึ้น ทำให้ประชาชนเริ่มเรียกขานสถานที่นี้ว่า “ตำหนักแพ” ตั้งแต่นั้นมา

สมัยรัชกาลที่ 2 ครั้งหนึ่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคลในรัชกาลที่ 1 เสด็จลงมาประทับที่พระตำหนักแพลอย พร้อมด้วยพระสนมข้างใน เพื่อทอดพระเนตรกระบวนกฐินเรือในพระราชวังหลวง ครั้งนั้นเกิดพายุใหญ่พัดพระตำหนักแพลอยไปตามกระแสน้ำจนไปถึงที่หน้าวัดทองธรรมชาติ ขณะนั้นพระสนมนางหนึ่งชื่อชูซึ่งกำลังทรงครรภ์แก่ประทับอยู่ด้วย ได้ประสูติพระกุมารบนแพนั้นพอดี กรมพระราชวังจึงพระราชทานพระนามพระราชบุตรว่า “พระองค์เจ้าเพ็ชรหึง” ตามชื่อลมพายุเพ็ชรหึงที่พัดแพมา ภายหลังรับสั่งให้เลิกถอนพระตำหนักแพลอย และให้สร้างพระตำหนักน้ำแบบปักเสาลงในน้ำให้มั่นคงแทน แต่ยังไม่ทันสร้างเสร็จก็สิ้นรัชกาลเสียก่อน เมื่อเข้ารัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างตำหนักน้ำนั้นต่อไปให้แล้วเสร็จบริบูรณ์ จนล่วงมาถึงสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงโปรดให้รื้อโครงสร้างเดิมและสร้างเป็นพระที่นั่งที่ประทับริมฝั่งน้ำ 4 หลัง พร้อมพระราชทานนามสถานที่นี้ว่า “ท่าราชวรดิฐ” ซึ่งมีความหมายว่า ท่าอันประเสริฐแห่งราชการ ทว่าประชาชนก็ยังคงติดปากเรียกสถานที่นี้ว่าตำหนักแพอยู่เช่นเดิม

นอกจากตำหนักแพแล้ว พระราชนิพนธ์ยังกล่าวถึง “ท่าช้าง” ในสมัยรัชกาลที่ 1 มีการอัญเชิญพระพุทธรูปองค์ใหญ่จากเมืองสุโขทัยล่องแพมาขึ้นฝั่งที่ท่านี้เพื่อนำไปประดิษฐานที่วัดสุทัศน์ฯ แต่เนื่องจากองค์พระมีขนาดใหญ่มากจนไม่สามารถผ่านประตูเมืองได้ จึงต้องพังประตูและขยายทาง เมื่อซ่อมแซมประตูเสร็จสิ้น รัชกาลที่ 1 ได้พระราชทานนามประตูนั้นว่า “ประตูท่าพระ” แต่ถึงอย่างนั้นชาวบ้านก็ยังคงเรียกสถานที่นี้ว่าท่าช้าง เพราะเป็นท่าที่นำช้างลงไปอาบน้ำ ส่วน “ท่าเตียน” นั้น ในอดีตสมัยกรุงธนบุรีเคยเป็นที่ตั้งโรงเรือรบ ต่อมาในรัชกาลที่ 1 พื้นที่นี้ได้ทำเป็นวังพระราชทานพระเจ้าลูกยาพระองค์เจ้าเสวตรฉัตร กรมหมื่นสุรินทรรักษ์ กระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 4 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่จนวังเสียหายทั้งหมด ทำให้พื้นที่บริเวณนั้นกลายเป็นที่ว่างโล่งเตียน ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า “ท่าเตียน” และแม้ในเวลาต่อมาจะมีการสร้างศาลต่างประเทศ ตึกอาคาร และโรงร้านตลาดขึ้นมาเต็มพื้นที่ แต่ยังเรียกท่าเตียนมาจนถึงปัจจุบัน โดยไม่มีใครเรียกสถานที่นี้ตามชื่อของศาลหรือสถานที่ราชการเลย

ผู้สนใจสามารถอ่านหนังสือเรื่องตำหนักแพเพิ่มเติมได้ที่ห้องหนังสือหายาก ชั้น 3 อาคาร 2 สำนักหอสมุดแห่งชาติ

บรรณานุกรม

จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. เรื่องตำหนักแพ. พระนคร: โรงพิมพ์พานิชกิจ, 2490. (พิมพ์ในงาน ฌาปนกิจศพนางรัฐสถานพิทักษ์ (เจิม กาญจนะหุต) และนายประดิษฐ์ ตุงคะเศรณี).

ที่อยู่

Dusit

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:30
อังคาร 09:00 - 18:30
พุธ 09:00 - 18:30
พฤหัสบดี 09:00 - 18:30
ศุกร์ 09:00 - 18:30
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6622809828

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ National Library of Thailand หอสมุดแห่งชาติผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง National Library of Thailand หอสมุดแห่งชาติ:

แชร์

ประเภท