กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM Line
Twitter
สายด่วนนิรภัย 1784
www.disaster.go.th

“ปภ. เสร็จภารกิจ ฟื้นฟูน่าน ส่งคืนเมืองน่านน่าอยู่สู่ประชาชน”👍 ปภ. โดย ศูนย์ เขต 15 เชียงราย เสร็จสิ้นภารกิจสนับสนุนฟื้น...
06/09/2026

“ปภ. เสร็จภารกิจ ฟื้นฟูน่าน ส่งคืนเมืองน่านน่าอยู่สู่ประชาชน”

👍 ปภ. โดย ศูนย์ เขต 15 เชียงราย เสร็จสิ้นภารกิจสนับสนุนฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยและดินโคลนถล่มจังหวัดน่าน

🫶 ปิดท้ายภารกิจ ถอนกำลังและเครื่องจักรฯ กลับที่ตั้ง พร้อมรอรับมอบภารกิจดูแลประชาชนในพื้นที่เมื่อมีภัย

#ปภ #กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #น่าน #ฟื้นฟู #น่านเมืองน่าอยู่ #เครื่องจักรกลสาธารณภัย

📌ปภ. เสร็จภารกิจฟื้นฟูน่าน - ศูนย์ ปภ. เขต 15 เชียงราย ปิดท้ายถอนกำลังเครื่องจักรกลฯ ปภ. กลับที่ตั้ง ส่งคืนเมืองน่านน่าอ...
06/09/2026

📌ปภ. เสร็จภารกิจฟื้นฟูน่าน - ศูนย์ ปภ. เขต 15 เชียงราย ปิดท้ายถอนกำลังเครื่องจักรกลฯ ปภ. กลับที่ตั้ง ส่งคืนเมืองน่านน่าอยู่สู่ประชาชน

วันนี้ 6 กันยายน 2568 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า เหตุอุทกภัยและดินโคลนถล่มจังหวัดน่าน ทาง ปภ. ได้ส่งเครื่องจักรกลสาธารณภัยและเจ้าหน้าที่จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต จำนวน 6 แห่ง เข้าช่วยเหลือประชาชนและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยจนสถานการณ์คลี่คลาย และยังคงให้เหลือกำลังจากศูนย์ ปภ. เขต 15 เชียงราย อยู่อำนวยความสะดวกช่วยเหลือพื้นที่ต่อ

ปัจจุบัน ศูนย์ ปภ. เขต 15 เชียงราย เสร็จภารกิจฟื้นฟู ทั้งการทำความสะอาดบ้านเรือน ถนน สะพาน และสิ่งสาธารณประโยชน์ ดูดดินโคลนในท่อระบายน้ำ ตักดินและขยะออกจากพื้นที่ พร้อมฉีดล้างทำความสะอาดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมพื้นที่ อำเภอเมืองน่าน อำเภอปัว (ต.ศิลาแลง ต.ปัว ต.วรนคร ต.ไชยวัฒนา ต.แงง) และอำเภอท่าวังผา จึงได้ส่งพื้นที่คืนแก่จังหวัดน่าน พร้อมถอนกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยกลับที่ตั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบต่อไป

“ก่อนเดินทางกลับตัวแทนพี่น้องชาวน่านได้ขอบคุณทีม ปภ. ที่มาช่วยเหลือตั้งแต่วันที่เกิดสถานการณ์ และอยู่ฟื้นฟูต่อเนื่องจนเมืองน่านกลับมาสวยงามอีกครั้ง”

ทั้งนี้ ภารกิจช่วยเหลือน่านตามข้อสั่งการของอธิบดีธีรพัฒน์ ทาง ปภ. ได้ระดมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลฯ จากศูนย์ ปภ. เขต บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ช่วยเหลือประชาชนตั้งตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 จนเสร็จสิ้นภารกิจในวันที่ 5 กันยายน 2569///////

#ปภ #กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #น่าน #อุทกภัย #ดินโคลนถล่ม #ฟื้นฟูน่าน #เครื่องจักรกลสาธารณภัย

📌ปภ. ผนึกกำลังพื้นที่ดับไฟป่าทุ่งบางนกออก สงขลา ควบคุมเพลิงได้แล้ว ไม่พบกลุ่มควัน พร้อมเฝ้าระวังปะทุซ้ำวันที่ 5 กันยายน ...
05/09/2026

📌ปภ. ผนึกกำลังพื้นที่ดับไฟป่าทุ่งบางนกออก สงขลา ควบคุมเพลิงได้แล้ว ไม่พบกลุ่มควัน พร้อมเฝ้าระวังปะทุซ้ำ

วันที่ 5 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ติดตามปฏิบัติการดับไฟไหม้ป่าสงวนแห่งชาติทุ่งบางนกออก ตำบลควนโส อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา พื้นที่สามารถควบคุมไฟได้แล้ว

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ เผยว่า ตามที่ได้เกิดเหตุไฟไหม้ป่าสงวนแห่งชาติทุ่งบางนกออก ตำบลควนโส อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2569 ปภ. โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา ได้ร่วมกับสำนักงาน ปภ. จังหวัดสงขลา และหน่วยงานในพื้นที่ ร่วมปฏิบัติการดับไฟป่าอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายสู่ภาวะปกติ และจังหวัดสงขลาได้ใช้อากาศยานไร้คนขับ (drone) บินสำรวจ ไม่พบกลุ่มควันในพื้นที่ป่าแล้ว จังหวัดสงขลาจึงได้ส่งมอบพื้นที่ให้กับหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สข.4 (ห้วยลึก) อบต.ควนโส ท้องถิ่น ท้องที่ ดูแลตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ด้านการบูรณาการการช่วยเหลือ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา ได้สนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าระงับเหตุอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เครื่องสูบส่งน้ำระยะไกล ในบริเวณหมู่ที่ 5 จำนวน 2 จุด (หลังโรงเรียนปากจ่าวิทยา,ริมคลองป่าจาก) เพื่อเติมน้ำเข้าบริเวณป่าพรุ และฉีดน้ำควบคุมพื้นที่จนสถานการณ์คลี่คลาย และศูนย์ส่งเสริมและควบคุมไฟป่า และหน่วยป้องกันและรักษาไฟป่าที่ สข 4 ห้วยลึก ได้จัดชุดเจ้าหน้าที่เดินเท้าเข้าสำรวจพื้นที่ บริเวณหมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 8 ไม่พบกลุ่มควันไฟในพื้นที่แล้ว นอกจากนี้ ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ได้ติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ ค่าคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปกติไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนขที่อยู่อาศัยในพื้นที่ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอควนเนียง และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่แนะนำการปฏิบัติตน กรณีเกิดสถานการณ์ขึ้นอีก

สำหรับไฟไหม้ป่าสงวนแห่งชาติทุ่งบางนกออก ตำบลควนโส อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา ส่งผลให้พื้นที่ป่าพรุและสวนปาล์มได้รับความเสียหายประมาณ 1,200 ไร่ประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 2,835 คน จำนวน 818 ครัวเรือน ซึ่งหลังจากนี้ ปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยังคงเฝ้าระวังวังสถานการณ์ในพื้นที่เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำของไฟ และดูแลฟื้นฟูสภาพนิเวศของป่าต่อไป////////

#กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #ปภ #ไฟป่า #ข่าว

📍ปภ. ร่วมเป็นเกียรติในพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2569วันนี้ (4 ก.ย. 69) เวลา 13.30 น. ณ ห้องบางกอก คอนเ...
04/09/2026

📍ปภ. ร่วมเป็นเกียรติในพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2569

วันนี้ (4 ก.ย. 69) เวลา 13.30 น. ณ ห้องบางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ บีทู ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องและบรรเทาสาธารณภัย มอบหมายให้ นางศุภราพร จักรมานนท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นผู้แทน ปภ. ร่วมเป็นเกียรติในพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2569 โดยมีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธี

พิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อประกาศเกียรติคุณและยกย่องผู้ประกอบธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมประกันภัยที่มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ มีฐานะการเงินมั่นคง ยึดหลักธรรมาภิบาล ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงผู้ที่สร้างคุณประโยชน์และมีผลงานโดดเด่นต่อระบบการประกันภัยของประเทศ เพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมประกันภัยไทยเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

#กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #ปภ #ภาพข่าวปภ

ก่อนน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากจะเกิดขึ้น มักมีสัญญาณเตือนที่สำคัญอย่าง ปริมาณฝน และปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ ให้สังเกตแล...
04/09/2026

ก่อนน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากจะเกิดขึ้น มักมีสัญญาณเตือนที่สำคัญอย่าง ปริมาณฝน และปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ ให้สังเกตและเตรียมพร้อมรับมือตลอดเวลา ⚠️

🌦️ ฝนปานกลาง ปริมาณฝนอยู่ที่ 10.1-35.0 มิลลิเมตร
ควรเฝ้าระวัง หากฝนตกต่อเนื่องหรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง

🌧️ ฝนหนัก ปริมาณฝนอยู่ที่ 35.1-90.0 มิลลิเมตร
มีความเสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำ และพื้นที่ลุ่มต่ำ

⛈️ ฝนหนักมาก ปริมาณฝนอยู่ที่ 90.1 มิลลิเมตรขึ้นไป
มีความเสี่ยงสูง ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมอพยพ

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงในการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณฝนเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย อาทิ สภาพภูมิประเทศ ความอิ่มตัวของดิน รวมถึงระดับน้ำในแม่น้ำและลำคลองด้วยเช่นกัน

🚨 ดังนั้น หากพบว่าสถานการณ์มีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้น ระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง หรือมีประกาศเตือนภัยในพื้นที่ ให้รีบหยิบกระเป๋าฉุกเฉินและอพยพไปยังจุดปลอดภัยในทันที เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน
่วงใยความปลอดภัยคนไทยทุกคน
☎️ สายด่วน 1784
FB : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM
X :
LINE :
YouTube : DDPMNews รู้ทันภัยกับ ปภ.

📌 มท.3 “เจเศรษฐ์” ผนึกกำลัง 134 องค์กรสาธารณกุศล–ภาคีเครือข่าย ลงนาม MOU ยกระดับการบูรณาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของป...
04/09/2026

📌 มท.3 “เจเศรษฐ์” ผนึกกำลัง 134 องค์กรสาธารณกุศล–ภาคีเครือข่าย ลงนาม MOU ยกระดับการบูรณาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของประเทศ

วันนี้ (4 ก.ย. 69) เวลา 13.30 น. ณ อาคารพระที่นั่งนงคราญสโมสร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระหว่างกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กับองค์กรสาธารณกุศลและภาคีเครือข่าย จำนวน 134 หน่วยงาน เพื่อยกระดับการบูรณาการด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของประเทศ เชื่อมโยงกำลังคน เครื่องจักรกลสาธารณภัย เครื่องมือ อุปกรณ์ และระบบสื่อสารจากทุกภาคส่วน ให้สามารถระดมเข้าสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว เป็นระบบ และมีเอกภาพ โดยมีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. ผู้บริหาร ปภ. และองค์กรสาธารณกุศล มูลนิธิ สมาคม และภาคีเครือข่ายจากทั่วประเทศเข้าร่วมพิธี

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมุ่งช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะการบูรณาการการทำงานระหว่างภาครัฐ องค์กรสาธารณกุศล มูลนิธิ สมาคม และเครือข่ายอาสาสมัคร ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญที่มีทั้งบุคลากร ความเชี่ยวชาญ เครื่องมือ และประสบการณ์ในการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยและให้ความช่วยเหลือประชาชนในภาวะฉุกเฉิน

ที่ผ่านมาทุกภาคส่วนได้ร่วมกันปฏิบัติภารกิจด้านสาธารณภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเหตุอุทกภัยและดินโคลนถล่มในพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่ง ปภ. องค์กรสาธารณกุศล และภาคีเครือข่ายได้ผนึกกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งการค้นหาและช่วยชีวิต การอพยพประชาชน การสนับสนุนเครื่องจักรกล และอุปกรณ์กู้ภัย ตลอดจนการฟื้นฟูหลังสถานการณ์คลี่คลาย สะท้อนการประสานงานอย่างเป็นระบบและการทำงานภายใต้เป้าหมายเดียวกันในการช่วยเหลือประชาชน และลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

“ความร่วมมือในวันนี้ไม่ใช่เพียงการประสานงานระหว่างหน่วยงาน แต่เป็นการเชื่อมโยงกำลังของทุกภาคส่วนให้เป็นพลังเดียวกัน หรือ ‘ทีมประเทศไทย’ เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมก่อนเกิดภัย การเผชิญเหตุและให้ความช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน ไปจนถึงการฟื้นฟู หากทุกหน่วยงานสามารถบูรณาการข้อมูล ทรัพยากร และการปฏิบัติงานภายใต้ระบบเดียวกัน ประเทศไทยจะสามารถรับมือกับสาธารณภัยได้อย่างรวดเร็ว และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนได้มากยิ่งขึ้น และ ปภ. พร้อมสนับสนุนองค์กรสาธารณกุศล ทั้งการฝึกอบรมทักษะการกู้ภัยเฉพาะด้าน เช่น การกู้ภัยน้ำเชี่ยว การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยใช้เจ็ทสกี ขอให้ทางมูลนิธิประสานมา ซึ่งเราพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนไปด้วยกัน ” นายเจเศรษฐ์ มท.3 กล่าว

ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยให้องค์กรสาธารณกุศลทุกหน่วยงานประสานงานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถติดต่อ ประสาน และระดมทรัพยากรเข้าปฏิบัติภารกิจได้ทันทีเมื่อเกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยเมื่อเข้าปฏิบัติงาน และ ทุกปฏิบัติงานภายใต้ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command System: ICS) และระเบียบปฏิบัติประจำด้านการประสานการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedure: SOP) ตามที่ ปภ.
และหน่วยงานเครือข่ายร่วมกันกำหนด รวมถึงลงทะเบียนรายงานตัวผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อให้การจัดกำลังและมอบหมายภารกิจเป็นระบบ ลดความซ้ำซ้อน และสร้างความปลอดภัยแก่ผู้ปฏิบัติงาน โดยผู้ที่ปฏิบัติตามขั้นตอนจะได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายและได้รับสิทธิตามระเบียบของทางราชการ และให้ดำรงการติดต่อสื่อสารผ่านโทรศัพท์และระบบวิทยุสื่อสารตามช่องทางที่กำหนด เพื่อให้การประสานความช่วยเหลือเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว พร้อมให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และประชาชนผู้ประสบภัยตลอดการปฏิบัติภารกิจ

สำหรับบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ จะเป็นการยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดย ปภ. จะสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการจัดการสาธารณภัย รวมถึงสนับสนุนด้านวิทยากร สถานที่ฝึกอบรม เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่จำเป็น ตลอดจนร่วมจัดทำหลักสูตรและรับรองผลการฝึกอบรมตามความเหมาะสม เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครขององค์กรสาธารณกุศลและภาคีเครือข่ายให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทของสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยในกรณีเกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัย ปภ. จะแจ้งเตือนองค์กรสาธารณกุศลและภาคีเครือข่ายให้เตรียมความพร้อมสำหรับการออกปฏิบัติภารกิจร่วมกัน พร้อมมอบหมายภารกิจให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครปฏิบัติตามระบบและขั้นตอนที่กำหนด รวมถึงสนับสนุนทรัพยากร เครื่องจักรกลสาธารณภัย เครื่องมือกู้ภัย และระบบสื่อสารตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ และขณะเดียวกันองค์กรสาธารณกุศลและภาคีเครือข่ายจะร่วมส่งเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครเข้ารับการฝึกอบรมและฝึกซ้อม เพิ่มพูนทักษะด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมสนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็น ตลอดจนประสานการปฏิบัติกับศูนย์ประสานการปฏิบัติงานอาสาสมัครองค์กรสาธารณกุศลในภาวะฉุกเฉิน เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ บันทึกความเข้าใจดังกล่าวมีระยะเวลาความร่วมมือ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงนาม

ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ปภ. ได้เร่งพัฒนากลไกการประสานงานตามนโยบายเร่งด่วน (Quick Win) เพื่อให้การบูรณาการกำลังจากทุกภาคส่วนมีความชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งการจัดทำระเบียบปฏิบัติประจำ (SOP) การพัฒนาระบบรายงานตัวเข้าพื้นที่ประสบภัยผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และการพัฒนาระบบสื่อสารผ่านช่องทาง DDPM–POC เพื่อสนับสนุนการประสานงานและระบบบัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่เกิดภัย ซึ่งจากการนำระบบดังกล่าวไปทดลองใช้ในการปฏิบัติงานช่วงเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน พบว่า สามารถเชื่อมโยงข้อมูลและประสานการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้ผู้บัญชาการเหตุการณ์สามารถบริหารจัดการกำลังและทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม ลดความซ้ำซ้อนในการลงพื้นที่ และทำให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ซึ่ง ปภ. จะนำผลการปฏิบัติงานมาพัฒนากลไกการประสานงานให้มีประสิทธิภาพและสามารถนำไปใช้รองรับสาธารณภัยในทุกพื้นที่ของประเทศต่อไป

“การลงนามความร่วมมือนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับระบบบริหารจัดการสาธารณภัยของประเทศไทย จากความร่วมมือในเชิงเครือข่ายไปสู่การปฏิบัติงานภายใต้มาตรฐานและกลไกเดียวกัน เพื่อให้ทุกกำลังสามารถเชื่อมต่อ ประสานงาน และเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยมีเป้าหมายสำคัญร่วมกัน คือ การลดความสูญเสียและสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างยั่งยืน” นายธีรพัฒน์ อธิบดี ปภ. กล่าวปิดท้าย

#กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #ปภ #องค์กรสาธารณกุศล #ภาคีเครือข่าย #อาสาสมัครกู้ภัย #ทีมประเทศไทย

📌 “นายกฯ อนุทิน” นำทีมรัฐบาล มอบสิ่งของบริจาคและเงินช่วยเหลือจากภาครัฐและเอกชน ส่งต่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เหตุน้ำท่วมใหญ่...
04/09/2026

📌 “นายกฯ อนุทิน” นำทีมรัฐบาล มอบสิ่งของบริจาคและเงินช่วยเหลือจากภาครัฐและเอกชน ส่งต่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เหตุน้ำท่วมใหญ่เนปาล

วันนี้ (4 ก.ย. 69) เวลา 09.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมมอบสิ่งของบริจาคและเงินช่วยเหลือจากภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานค้นหาร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มในประเทศเนปาล โดยมี นายธัน พหาทุร โอลิ (H.E. Mr. Dhan Bahadur Oli) เอกอัครราชทูตเนปาลประจำประเทศไทย เป็นผู้รับมอบสิ่งของและ เงินช่วยเหลือดังกล่าว พร้อมกันนี้ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และนายประสงค์ ธัมมะปาละ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักวิจัยและความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมเป็นเกียรติในพิธีฯ
สำหรับหน่วยงานไทยที่ร่วมมอบสิ่งของบริจาคและเงินช่วยเหลือในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย

📦 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล สำหรับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานสวมใส่ในการเก็บศพ ได้แก่ ชุดป้องกัน Level C จำนวน 500 ชิ้น Face Shield จำนวน 500 ชิ้น Filter P 100 จำนวน 500 ชิ้น และหน้ากากอนามัย 3M จำนวน 500 ชิ้น

📦 กระทรวงสาธารณสุข สนับสนุนถุงเก็บศพป้องกันการแพร่เชื้อ จำนวน 2,000 ชิ้น

📦 มูลนิธิร่วมกตัญญู สนับสนุนถุงซิบห่อศพ จำนวน 1,000 ชิ้น

📦 สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ สนับสนุนถุงซิบห่อศพ จำนวน 200 ชิ้น

📦 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) สนับสนุนผ้าห่ม จำนวน 1,000 ผืน
สำหรับการจัดส่งสิ่งของดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับจัดหาเที่ยวบินสำหรับการขนส่งสิ่งของ Diplomatic Cargo จำนวน 1 เที่ยวบิน ซึ่งเป็นบินสำหรับการขนส่งระหว่างหน่วยงานรัฐบาลและสถานทูตต่างประเทศเท่านั้น โดยกำหนดเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศเนปาล ระหว่างวันที่ 8 – 11 กันยายน 2569 เพื่อส่งมอบสิ่งของสนับสนุนให้กับรัฐบาลเนปาลเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย และเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานในพื้นที่ต่อไป////////

#ปภ #สิ่งของช่วยเหลือ #ไทยเนปาล #รัฐบาล
#สาธารณภัย #ภัยพิบัติ #ความร่วมมือระหว่างประเทศ

📌 💦 ปภ. ประชุม SAT รับมือฝนหนัก 4 – 8 ก.ย. 69 กำชับเฝ้าระวัง 24 ชม. จับตาพื้นที่เสี่ยง เตรียมพร้อมเครื่องจักรกล–กำลังพลล...
04/09/2026

📌 💦 ปภ. ประชุม SAT รับมือฝนหนัก 4 – 8 ก.ย. 69 กำชับเฝ้าระวัง 24 ชม. จับตาพื้นที่เสี่ยง เตรียมพร้อมเครื่องจักรกล–กำลังพลล่วงหน้าช่วยประชาชนทันที

วันนี้ (4 ก.ย. 69) เวลา 10.00 น. ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) ครั้งที่ 24/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์ฝนในช่วงวันที่ 4 – 8 กันยายน 2569 พร้อมเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัยและกำลังเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีผู้บริหาร ปภ. ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เข้าร่วมประชุม ณ ที่ตั้งและผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากการติดตามและคาดการณ์สถานการณ์ในช่วงวันที่ 4 – 8 กันยายน 2569 ร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ได้แก่ ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน พะเยา และแพร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ชัยภูมิ และสกลนคร รวมถึงภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดจันทบุรีและตราด จึงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ทั้งนี้ พายุโซเดลไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

สำหรับการเตรียมรับสถานการณ์ภัยที่จะเกิดขึ้น ปภ. ได้แจ้งเตือนพื้นที่ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากใน 51 จังหวัด ช่วงวันที่ 4 – 8 ก.ย. 69 รวมทั้งการแจ้งเตือนให้ติดตามระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ยังมีแนวโน้มสูงในบางพื้นที่ และการเฝ้าระวังคลื่นลมแรงและน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณฝั่งอ่าวไทยในช่วงวันที่ 7 – 13 ก.ย. 69 เพื่อให้จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันสถานการณ์ล่วงหน้า

นายชัยรัตน์ ได้กำชับให้ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ศูนย์ ปภ. เขต และสำนักงาน ปภ. จังหวัด ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยนำข้อมูลพยากรณ์และการคาดการณ์มาวิเคราะห์ถึงระดับพื้นที่เสี่ยง หากพบแนวโน้มฝนตกหนักหรือมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก หรือน้ำล้นตลิ่ง ให้จังหวัดเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าผ่าน Cell Broadcast และช่องทางเตือนภัยในพื้นที่โดยทันที พร้อมให้ศูนย์ ปภ. เขตประสานจังหวัดอย่างใกล้ชิด เตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัยและกำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงวางแผนสนับสนุนและกำหนดจุดติดตั้งเครื่องจักรในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า ขณะเดียวกัน ให้ติดตามพื้นที่ที่มีปริมาณฝนต่ำกว่าปกติและเตรียมรับสถานการณ์ฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วงที่อาจเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนควบคู่กันไป

ทั้งนี้ จังหวัดที่มีสถานการณ์ ให้เข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว พร้อมเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้มีอาหาร น้ำดื่มสะอาด ที่พัก และการรักษาพยาบาลอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ให้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำแผนเคลื่อนย้ายและอพยพไว้ล่วงหน้า นอกจากนี้ จังหวัดที่ดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาข้อมูลการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครัวเรือนละ 9,000 บาทเรียบร้อยแล้ว ให้เร่งส่งข้อมูลมายังกรม ปภ. เพื่อดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนผ่านระบบพร้อมเพย์โดยเร็วต่อไป/////

#ปภ #กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #ฝนตกหนัก #น้ำท่วมฉับพลัน #น้ำป่าไหลหลาก #เตือนภัย

ที่อยู่

3/12 ถนนอู่ทองนอก เขตดุสิต
Dusit
10300

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6626373000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPMผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM:

ทางลัด

แชร์