สมาคมมิตรภาพไทย - กัมพูชา Thailand - Cambodia Friendship Association

สมาคมมิตรภาพไทย - กัมพูชา Thailand - Cambodia Friendship Association ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก สมาคมมิตรภาพไทย - กัมพูชา Thailand - Cambodia Friendship Association, Ministry of foreign Affairs 443 Sri Ayutthaya Road , Ratchathewi, Dusit.

สมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชาจัดตั้งขึ้้นเมื่อปี 2546 โดยในชั้นแรกใช้ชื่อว่าสมาคมวัฒนธรรมไทย-กัมพูชา ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา เพื่อขยายขอบเขตความร่วมมือ
ในระยะที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจภาคประชาชน เกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทยและกัมพูชาในมิติต่างๆ

24/08/2026
24/08/2026
24/08/2026

“ไทย - กัมพูชา” เรามีวัฒนธรรมร่วมกันจริงหรือ?
ไทย - กัมพูชามีรากทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกันมาอย่างยาวนาน ก่อนที่เส้นพรมแดนจะแบ่งพื้นที่ออกเป็นคนละรัฐ ผู้คนต่างเดินทาง แลกเปลี่ยน ศาสนา ภาษา ศิลปะ และความเชื่อระหว่างกัน จากรากเดียวกัน แต่ละสังคมต่างรับ ปรับ และสร้างความหมายจนกลายเป็นอัตลักษณ์ของตนเอง เพราะความเหมือนอาจบอกถึงรากร่วม ขณะที่ความต่างบอกเล่าการเติบโตของแต่ละสังคม ร่วมสำรวจ และทำความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทย - กัมพูชาที่เชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น แต่กลับถูกแบ่งแยกด้วยเส้นพรมแดนและกรอบความคิดของรัฐชาติ ผ่าน
📍 ร่วมราก ต่างรัฐ: จากอดีตสู่อนาคตไทย–กัมพูชา กับ รศ. ดร. ศานติ ภักดีคำ
ฉายภาพประวัติศาสตร์กัมพูชา ผ่านรากฐานและการถ่ายโอนทางวัฒนธรรมระหว่างสองรัฐในแต่ละช่วงเวลา พร้อมสำรวจพัฒนาการของความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทย - กัมพูชา เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้งในอดีต สู่การสร้างความเข้าใจร่วมกันในปัจจุบัน และมองไปยังอนาคตที่ทั้งสองรัฐสามารถเดินหน้าร่วมกัน
📍 รับชมพร้อมกัน
วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2569 | เวลา 18.00 น.
Facebook : matichonbook, Matichon Weekly
Youtube : matichonbook, MatichonTV, Matichon Weekly
#ประวัติศาสตร์กัมพูชา #สำนักพิมพ์มติชน
_____________________
ติดตามทุกช่องทางของสำนักพิมพ์มติชนที่
Line :
Youtube :
Tiktok :
Twitter :
Instagram : matichonbook

19/08/2026

📣 ร่วมราก ต่างรัฐ: ไทย - กัมพูชาในประวัติศาสตร์ พรมแดน และอนาคต 📣
ปิดรับลงทะเบียนเรียบร้อย
✨ ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ให้ความสนใจกับกิจกรรม “ร่วมราก ต่างรัฐ: ไทย - กัมพูชาในประวัติศาสตร์ พรมแดน และอนาคต”
🙏🏻 หลังจากเปิดรับลงทะเบียนมา 3 สัปดาห์ ขณะนี้ทางสำนักพิมพ์มติชนได้ผู้ลงทะเบียนกิจกรรมครบถ้วนตามจำนวนที่ต้องการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอทำการปิดรับการลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม “ร่วมราก ต่างรัฐ: ไทย - กัมพูชาในประวัติศาสตร์ พรมแดน และอนาคต”
📝 โดยสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนมาเรียบร้อยแล้ว ทางสำนักพิมพ์จะมีการติดต่อกลับเพื่อยืนยันสิทธิ์ของทุกท่านอีกครั้งในภายหลัง ตามช่องทางติดต่อที่ได้รับจากทุกท่าน
✨ นักอ่านท่านใดที่พลาดโอกาสสำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ แอบกระซิบว่าไม่ต้องเสียใจไป นักอ่านสามารถติดตามกิจกรรมอื่นๆ ได้ในทุกช่องทางของสำนักพิมพ์มติชน 👀
_____________________

ติดตามทุกช่องทางของสำนักพิมพ์มติชนที่
Line :
Youtube:
Tiktok:
Twitter:
Instagram: matichonbook

18/08/2026
03/08/2026

รักข้ามขอบฟ้า - เสน่ห์ฉลองเวหา เมื่อแผ่นฟิล์มและเสียงเพลง ทลายพรมแดนสองแผ่นดินไทย-กัมพูชา
หากพูดถึงบทเพลงอมตะที่ร้องกันติดปากข้ามกาลเวลา หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ “รักข้ามขอบฟ้า” อยู่ด้วยอย่างแน่นอน แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเพลงนี้มีจุดเริ่มต้นจากภาพยนตร์ความร่วมมือประวัติศาสตร์ไทย-กัมพูชา เมื่อ 55 ปีก่อน (พ.ศ. 2514) ที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนสองแผ่นดินเข้าไว้ด้วยกันผ่านเสียงเพลงและแผ่นฟิล์ม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2569 สมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา ร่วมกับ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ได้จัดกิจกรรมพิเศษ รักข้ามขอบฟ้า เสน่ห์ฉลองเวหา 55 ปี สายสัมพันธ์บนแผ่นฟิล์มและบทเพลงขึ้น เพื่อรำลึกถึงความงดงามทางวัฒนธรรมที่ไร้พรมแดนนี้
ก่อนที่จะเริ่มฉายภาพยนตร์นั้น ชลิดา เอื้อบำรุงจิต ผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ และเชิดเกียรติ อัตถากร นายกสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา ได้ร่วมกล่าวเปิดงาน
เมื่อ superstar สองประเทศโคจรมาพบกัน
ภาพยนตร์เรื่อง รักข้ามขอบฟ้า (ชื่อภาษากัมพูชา เสน่ห์ฉลองเวหา) กำกับโดย ส. อาสนจินดา ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในฐานะภาพยนตร์เรื่องแรกที่นำซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของทั้งสองประเทศมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ฝั่งไทยนำโดย สมบัติ เมทะนี และอรัญญา นามวงศ์ และฝั่งกัมพูชามี เจีย ยุทธร และดี เสวต
เรื่องย่อ
เล่าเรื่องราวของแมนสรวง หนุ่มชาวไทยที่พบรักกับหทัย นางละครสาวชาวกัมพูชา และมีลูกด้วยกันคือ ฤดี (ดี เสวต) เมื่อแมนสรวงกลับประเทศไทย เขาถูกบังคับให้แต่งงานกับผู้หญิงที่พ่อเลือกให้ และมีลูกสาวด้วยกันชื่อ จูบใจ (อรัญญา นามวงศ์) เมื่อหทัยและฤดีทราบว่า แมนสรวงยังมีชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ จึงข้ามแดนตามหา
ทั้งสองแม่ลูกต้องเผชิญกับอุปสรรคต่าง ๆ แต่ในที่สุดพวกเขาก็ได้มีโอกาสพบกัน และฤดียังได้พบรักกับ ยิ่งศักดิ์ (สมบัติ เมทะนี) นายตำรวจหนุ่มที่ประจำอยู่อรัญประเทศ ในขณะที่จูบใจก็ได้พบกับเชน (เจีย ยุทธร) ลูกเลี้ยงของหทัย จนเกิดเป็นเรื่องราวความรักและความผูกพันระหว่างคนสองรุ่นจากสองประเทศ ที่แม้แต่เส้นแบ่งทางพรมแดนก็ไม่สามารถกั้นขวาง
ปาฏิหาริย์แห่งฟิล์ม 16 มม. สู่การคืนชีพภาพยนตร์ในรอบหลายสิบปี
กาลเวลาทำให้ฟิล์มภาพยนตร์เรื่องนี้เกือบสูญหายไปตลอดกาล จนกระทั่งในปี 2560 กลุ่มคนรักหนังไทย “วัยหวานวันวาน” ได้ค้นพบสำเนาฟิล์ม 16 มม. สุดท้ายจากบริการรัตนศิลป์ภาพยนตร์ จังหวัดอำนาจเจริญ
แม้ตัวฟิล์มจะเสื่อมสภาพ ไม่มีเสียง และไม่ครบสมบูรณ์ แต่ทางหอภาพยนตร์ได้นำมาแปลงสัญญาณและพากย์เสียงใหม่จากบทดั้งเดิม กลายเป็นภาพยนตร์ฉบับอนุรักษ์ความยาว 40 นาที ที่นำมาฉายในงานนี้
หลังจบภาพยนตร์ต่อด้วยการเสวนา วิทยากรประกอบด้วย มนัส กิ่งจันทร์ ตัวแทนกลุ่มวัยหวานวันวาน ผู้ค้นพบภาพยนตร์และนำมาพากย์เสียงใหม่, อานันท์ นาคคง ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรี, ชาติชาย เกษนัส ผู้กำกับภาพยนตร์ที่เคยร่วมงานกับนักแสดงกัมพูชา ดำเนินรายการโดย ก้อง ฤทธิ์ดี รองผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ และปิดท้ายการเสวนาด้วยการฟังเพลง "รักข้ามขอบฟ้า" โดย อัยญารินทร์ วิริยานนท์
สองภาษา หนึ่งทำนอง : มนต์เสน่ห์แห่งบทเพลงข้ามพรมแดน
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ตัวหนังคือ เพลงประกอบภาพยนตร์ ที่สร้างสรรค์ขึ้นสองภาษาโดยใช้ทำนองเดียวกัน แต่เรียบเรียงเนื้อร้องใหม่ให้เข้ากับวัฒนธรรมและสำเนียงของแต่ละชาติได้อย่างแนบเนียน
เพลงแรกคือ รักข้ามขอบฟ้า เนื้อร้องโดยกวีวรรษ สัตโกวิท ทำนองของสง่า อารัมภีร เรียบเรียงเสียงประสานโดยปรีชา เมตไตรย์ บรรเลงโดยวงกระชับมิตร และขับร้องโดยสมบัติ เมทะนี ต่อมาบันทึกเสียงในรูปแบบเพลงคู่โดยสมบัติ เมทะนี และอรัญญา นามวงศ์
ในฉบับภาษาเขมร เพลงนี้ใช้ชื่อว่า สเน่ฉลองเวหา ขับร้องโดยสิน สีสามุต และดี เสวต แม้ภาษาและการใช้ถ้อยคำจะแตกต่างกัน แต่ยังคงรักษาทำนองเดิมไว้ครบถ้วน ทำให้ผู้ฟังรับรู้ได้ทันทีว่าเป็นเพลงเดียวกัน
อีกเพลงหนึ่งคือ ฟากฟ้าหรือจะกั้น ฉบับไทยขับร้องโดยธวัชชัย สุทธิมา และอรัญญา นามวงศ์ ส่วนฉบับภาษาเขมรใช้ชื่อ พรมแดนเจิ๊ด ขับร้องโดยสิน สีสามุต และรส เซเรยโสเธีย ชื่อเพลงภาษาเขมรมีความหมายว่า "พรมแดนใจ" แม้จะไม่แปลตรงตัวจากชื่อภาษาไทย แต่ยังคงอารมณ์ของบทเพลงไว้ได้อย่างงดงาม
ปิดท้ายกิจกรรมด้วยการฉายภาพยนตร์กัมพูชาในตำนานอย่าง “งูเกงกอง” (2513) ผลงานสร้างชื่อของ ดี เสวต ที่เคยโด่งดังสุด ๆ ในเมืองไทยเช่นกัน โดยก่อนที่จะฉายภาพยนตร์นั้น ศานติ ภักดีคำ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ไทย–กัมพูชา ได้เกริ่นนำถึงเกร็ดของนิทานพื้นบ้านเรื่องนี้ก่อนที่จะได้ชมภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว รวมทั้งเตียลิมกุน ผู้กำกับเรื่องงูเกงกอง ได้ฝากข้อความมาถึงผู้ชมอีกด้วย
สะพานเชื่อมความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมของผู้คนทั้งสองชาติในระดับสากล
บทเพลงรักข้ามขอบฟ้าจากภาพยนตร์ความร่วมมือไทย-กัมพูชา เมื่อ พ.ศ. 2514 ได้พิสูจน์ให้เห็นตลอดกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมาว่า แม้กาลเวลา การเมือง และพรมแดนจะแบ่งแยกผู้คน แต่ ดนตรีและความรักสามารถเดินทางข้ามขอบเขตเหล่านั้นไปได้เสมอ
แม้ปัจจุบันตัวภาพยนตร์จะหาดูได้ยาก และผู้คนมากมายที่ขับร้องเพลงนี้อาจไม่รู้ถึงที่มา แต่บทเพลงได้หลุดพ้นจากกรอบของภาพยนตร์ กลายเป็นความทรงจำร่วมอันทรงคุณค่า และเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมของผู้คนทั้งสองชาติในระดับสากลอย่างแท้จริง
ข้อมูลจาก : สมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา และหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)
เรื่อง : กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม
ภาพ : หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)
#รักข้ามขอบฟ้า #ไทยกัมพูชา #ภาพยนตร์ #ศิลปวัฒนธรรม

02/08/2026
28/07/2026

🎬🎵จากภาพยนตร์ถึงบทเพลง “รักข้ามขอบฟ้า”

--------------------------------------------

ปี 2514 ปรากฏการณ์ของ รักข้ามขอบฟ้า ที่นำนักแสดงยอดนิยมของไทยและกัมพูชามาแสดงร่วมกัน ไม่เพียงแต่ตัวภาพยนตร์จะได้รับความนิยม หากแต่บทเพลงประกอบภาพยนตร์ซึ่งมีเนื้อร้องทั้งสองภาษา โดยใช้ทำนองเดียวกัน แต่เรียบเรียงถ้อยคำให้สอดคล้องกับภาษาและอารมณ์ของผู้ฟังแต่ละประเทศยังได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงอย่างดี
เพลงแรกคือ รักข้ามขอบฟ้า เนื้อร้องโดย กวีวรรษ สัตโกวิท ทำนองของ สง่า อารัมภีร เรียบเรียงเสียงประสานโดย ปรีชา เมตไตรย์ บรรเลงโดยวงกระชับมิตร และขับร้องโดย สมบัติ เมทะนี ต่อมามีการบันทึกเสียงในรูปแบบเพลงคู่โดย สมบัติ เมทะนี และ อรัญญา นามวงศ์
ในฉบับภาษาเขมร เพลงนี้ใช้ชื่อ “เสน่ห์ฉลองเวหา” ขับร้องโดย สิน สีสามุต และ ดี เสวต แม้ภาษาและการใช้ถ้อยคำจะแตกต่างกัน แต่ยังคงรักษาทำนองเดิมไว้ครบถ้วน ทำให้ผู้ฟังรับรู้ได้ทันทีว่าเป็นเพลงเดียวกัน
อีกเพลงหนึ่งคือ “ฟากฟ้าหรือจะกั้น” ฉบับไทย ขับร้องโดย ธวัชชัย สุทธิมา และ อรัญญา นามวงศ์ ส่วนฉบับภาษาเขมรใช้ชื่อ พรมแดนเจิ๊ด ขับร้องโดย สิน สีสามุต และ รส เซเรยโสเธีย ชื่อเพลงภาษาเขมรมีความหมายว่า "พรมแดนใจ" แม้จะไม่แปลตรงตัวจากชื่อภาษาไทย แต่ยังคงอารมณ์ของบทเพลงไว้ได้อย่างงดงาม
สิ่งที่น่าสนใจคือ การแปลเพลงในยุคนั้นไม่ได้ยึดหลักแปลคำต่อคำ หากเป็นการแต่งเนื้อร้องขึ้นใหม่ให้เข้ากับจังหวะ ภาษา และวิธีการขับร้องของแต่ละวัฒนธรรม ทำนองเดียวกันจึงสามารถเล่าเรื่องได้ด้วยภาษาไทยและภาษาเขมร โดยไม่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าฝืนธรรมชาติของภาษาใดภาษาหนึ่ง หากฟังทั้งสี่ฉบับต่อเนื่องกัน จะพบว่าความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ทำนอง แต่อยู่ที่น้ำเสียงของภาษา วิธีเอื้อนสำเนียง และลีลาการขับร้อง นักร้องไทยถ่ายทอดอารมณ์แบบเพลงภาพยนตร์ไทยร่วมสมัย ขณะที่นักร้องกัมพูชาเติมเสน่ห์ของการร้องเพลงเขมรเข้าไปอย่างชัดเจน จนทำให้เพลงเดียวกันมีบุคลิกแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมของผู้ขับร้อง
นี่คือเสน่ห์ของการแลกเปลี่ยนทางดนตรีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดนตรีไม่ได้เดินทางเพียงลำพัง หากเดินทางไปพร้อมกับภาษา นักดนตรี นักแต่งเพลง นักร้อง และผู้ฟัง ทุกครั้งที่ข้ามพรมแดน เพลงจึงเปลี่ยนรายละเอียดบางอย่าง แต่ยังรักษาหัวใจของมันไว้ได้
กว่าห้าสิบปีผ่านไป ภาพยนตร์ "รักข้ามขอบฟ้า" อาจไม่ได้ฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์อีกแล้ว แต่เพลงยังดังอยู่เสมอ บางครั้งลอยมาจากร้านอาหารไทยในต่างแดน บางครั้งดังขึ้นในวงคาราโอเกะของครอบครัวชาวกัมพูชา บางครั้งโผล่ขึ้นมาในเพลย์ลิสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งในประเทศไทย กัมพูชา และในชุมชนชาวไทยกับชาวกัมพูชาที่ไปใช้ชีวิต ทำงาน และสร้างครอบครัวอยู่ในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และหลายประเทศในยุโรป
หลายคนอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพลงที่ตนร้องเคยเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เมื่อ พ.ศ. 2514 หรือเกิดจากความร่วมมือระหว่างศิลปินไทยกับกัมพูชา แต่ความไม่รู้นั้นไม่ได้ทำให้เพลงเสื่อมคุณค่าลง ตรงกันข้าม มันแสดงให้เห็นว่าเพลงได้หลุดพ้นจากตัวภาพยนตร์ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำร่วมของผู้คนไปแล้ว
ชื่อเพลงพูดถึงการข้ามขอบฟ้า แต่เมื่อมองย้อนกลับมา สิ่งที่บทเพลงทั้งสองเรื่องข้ามผ่านมาได้ ไม่ได้มีเพียงระยะทาง หากยังรวมถึงกาลเวลา ความผันผวนทางการเมือง และพรมแดนระหว่างประเทศด้วย บางที สิ่งที่เพลงพิสูจน์มาตลอดกว่าครึ่งศตวรรษ ก็คือความรักและดนตรีมักเดินทางได้ไกลกว่าพรมแดนที่มนุษย์ขีดไว้เสมอ

---------------------------------------

📌 วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคมนี้ ในกิจกรรม“รักข้ามขอบฟ้า เสน่ห์ฉลองเวหา” ภายหลังการฉายภาพยนตร์ “รักข้ามขอบฟ้า” ฉบับคงเหลือ ความยาว 40 นาที (พากย์เสียงใหม่) จะมีวงเสวนาว่าด้วยบริบทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ รวมไปถึงเรื่องบทเพลง ซึ่ง อานันท์ นาคคง ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีอาเซียนจะมาร่วมพูดคุย อีกทั้งยังมีการขับร้องเพลงรักข้ามขอบฟ้า โดย อัยญารินทร์ วิริยานนท์ ให้ผู้ชมได้รับฟังอีกด้วย

👉 กำหนดการ
13.00 น. กล่าวเปิดกิจกรรม โดยนายกสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา
13.05 น. ฉายภาพยนตร์ “รักข้ามขอบฟ้า” (2514 / 40 นาที)
14.00 น. เสวนากับ ชลิดา เอื้อบำรุงจิต, มนัส กิ่งจันทร์, อานันท์ นาคคง, ชาติชาย เกษนัส
15.00 น. รับฟังเพลงรักข้ามขอบฟ้า ขับร้องโดย อัยญารินทร์ วิริยานนท์
15.30 น. ฉายภาพยนตร์ “งูเกงกอง” (2513 / 97 นาที) บรรยายเกริ่นนำโดย ศานติ ภักดีคำ

ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม สำรองที่นั่งได้ที่ https://fapot.or.th/main/news/1134

ที่อยู่

Ministry Of Foreign Affairs 443 Sri Ayutthaya Road , Ratchathewi
Dusit
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:30
อังคาร 09:00 - 17:30
พุธ 09:00 - 17:30
พฤหัสบดี 09:00 - 17:30
ศุกร์ 09:00 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+6622035000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สมาคมมิตรภาพไทย - กัมพูชา Thailand - Cambodia Friendship Associationผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สมาคมมิตรภาพไทย - กัมพูชา Thailand - Cambodia Friendship Association:

ทางลัด

แชร์