สวท.ราชบุรี

สวท.ราชบุรี สถานีแห่งข่าวสาร บริการสาธารณะ พร้อมสาระและบันเทิง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดราชบุรี
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 8 กาญจนบุรี กรมประชาสัมพันธ์

07/09/2026
จะเป็นเจ้าภาพที่ดีได้อย่างไร ต้องมีอะไรบ้าง?✨หัวใจคือ “น้ำใจแบบไทย” ที่อบอุ่นและจริงใจ พร้อมการสื่อสารที่ชัดเจน เสริมด้ว...
07/09/2026

จะเป็นเจ้าภาพที่ดีได้อย่างไร ต้องมีอะไรบ้าง?✨
หัวใจคือ “น้ำใจแบบไทย” ที่อบอุ่นและจริงใจ พร้อมการสื่อสารที่ชัดเจน เสริมด้วยบุคลิกภาพที่น่าเชื่อถือ การใช้เทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวก การสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่มั่นใจได้ และพลังของ Local Hero ที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างภาคภูมิใจ ทั้งหมดนี้คือกุญแจสำคัญ เพื่อให้คนไทยร่วมต้อนรับงานประชุม 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ในฐานะเจ้าบ้านที่ดีบนเวทีโลก 🌏💙
ขอเชิญคนไทยร่วมเป็นเจ้าภาพและต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลก ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.am2026thailand.go.th

07/09/2026
“ประเสริฐ” เร่งแก้ปัญหาหนี้สินครู ลดภาระหนี้-ดอกเบี้ย ป้องกันหนี้เพิ่ม มีเงินเหลือเพียงพอดำรงชีวิตนายประเสริฐ จันทรรวงทอ...
07/09/2026

“ประเสริฐ” เร่งแก้ปัญหาหนี้สินครู ลดภาระหนี้-ดอกเบี้ย ป้องกันหนี้เพิ่ม มีเงินเหลือเพียงพอดำรงชีวิต

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เร่งแก้ปัญหาหนี้สินครูทั่วประเทศ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของบุคลากรครูในภาพรวม เพื่อให้ครูสามารถใช้ชีวิตและปฏิบัติวิชาชีพได้อย่างมีความสุข ทุ่มเทเวลาให้กับการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่ โดยต้องรวบรวมหนี้ทั้งจากสถาบันการเงินและสหกรณ์ต่าง ๆ มารวมไว้ที่เดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการจะเป็นตัวกลางในการเจรจาหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ สนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย เพื่อช่วยเหลือข้าราชการครูที่อยู่ในภาวะล้มละลาย สนับสนุนมาตรการควบคุมดูแลให้ครูต้องมีเงินเดือนเหลือใช้จ่าย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 และแก้ปัญหาหนี้ทั้งระบบ โดยเฉพาะหนี้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ซึ่งเป็นภาระสำคัญของครูจำนวนมาก ข้อมูลจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ พบว่า ปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 116 แห่ง มีสมาชิก 862,539 ราย และมีเงินให้กู้รวม 1,141,545 ล้านบาท ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมีค่าเฉลี่ย 5.60% และสูงสุดถึง 9% ดังนั้น จึงต้องแก้ตั้งแต่ต้นทางของเงินทุน ไปจนถึงการบริหารหนี้ของครูแต่ละคนกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แก้ไขปัญหาหนี้สินครู ใน 3 ประเด็น ได้แก่
1. การปรับหาแนวทางในการจัดตั้งสหกรณ์กลางเข้ามาเป็นองค์กรกลางในการแก้ไขปัญหา พิจารณาระเบียบ ข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
2. มาตรการในการหักส่งชำระหนี้สหกรณ์ โดยให้สมาชิกมีเงินเหลือเพียงพอต่อการดำรงชีพอย่างน้อย ร้อยละ 30 ของเงินได้รายเดือน และการใช้ระบบ Credit Lock เครื่องมือในการควบคุมทางการเงิน เพื่อไม่ให้ก่อหนี้เพิ่ม
3. การหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้จัดตั้ง คณะกรรมการร่วมทั้ง 2 กระทรวง เพื่อเร่งศึกษารายละเอียดทั้งด้านมาตรการ แหล่งเงินทุน แนวทางปรับหนี้ และข้อกฎหมาย ก่อนรายงานผลภายใน 30 วัน นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการ ยังได้ร่วมกับธนาคารออมสิน จัดโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู…ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับสมาชิก ช.พ.ค. – ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เหลือ 3.50% ต่อปี ถึงเดือนธันวาคม 2570 จากเดิมประมาณ 6–7% เพื่อให้เงินงวดที่ชำระในแต่ละเดือนถูกนำไปตัดเงินต้นมากขึ้น ช่วยลดภาระหนี้และเพิ่มโอกาสปิดหนี้ได้เร็วขึ้น

06/09/2026

รายการ รอบรู้กฏหมายกับทนายราชบุรี
ประจำวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2569

“ปกรณ์” ชี้ถึงเวลาพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ ดัน Open Government ลดงานซ้ำซ้อน ลดรายจ่าย ปรับปรุงกฎหมายรัฐบาลเล็งเห็นถึงค...
06/09/2026

“ปกรณ์” ชี้ถึงเวลาพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ ดัน Open Government ลดงานซ้ำซ้อน ลดรายจ่าย ปรับปรุงกฎหมาย

รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญในการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ เนื่องจากงบประมาณรายจ่ายประจำด้านบุคลากรสูงถึงร้อยละ 73 ซึ่งรัฐบาลมีภารกิจสำคัญหลายด้านที่จำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนประเทศ คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อศึกษาแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ เป็นไปตามนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา และเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบกรณีการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ ให้ชะลอการขอรับการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ในทุกกรณี โดยให้ อ.ก.พ. กระทรวง ดำเนินการดังนี้ 1. พิจารณายุบเลิกกรอบอัตราข้าราชการ ประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ/ชำนาญการ และประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน ที่ไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป 2. ยุบเลิกตำแหน่งข้าราชการประเภทวิชาการและประเภททั่วไป ซึ่งเป็นอัตราว่างจากการเกษียณอายุราชการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยครอบคลุมตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2571-2575 3. ยุบเลิกตำแหน่งในสายงานสนับสนุนที่ไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบการจ้างงานประเภทข้าราชการ และให้ทุกส่วนราชการทบทวนบทบาท ภารกิจ และโครงสร้างของหน่วยงานให้สอดรับกับอัตรากำลัง และให้ สำนักงาน ก.พ. จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและมาตรการที่เกี่ยวข้อง โดยความคืบหน้าขณะนี้มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดสำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญมีความคืบหน้า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้หารือร่วมกับสำนักงาน ก.พ. สำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลาง และเห็นชอบหลักการสำคัญแล้ว ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา โดยดำเนินการควบคู่กันใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1. ปรับกำลังคน 2. ปรับกระบวนงาน และ 3. ปรับวิธีทำงานด้วยเทคโนโลยี เพื่อให้โครงสร้างภาครัฐมีขนาดเหมาะสมกับภารกิจ เน้นย้ำ “การพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ” ต้องเริ่มจากการพิจารณาว่าแต่ละหน่วยงานมีหน้าที่อะไร กระบวนงานใดจำเป็น และงานใดสามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยได้ และเป็นภาครัฐระบบเปิด (Open Government) ฐานข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ ต้องเชื่อมโยงกัน ประชาชนติดต่อราชการง่ายขึ้น ประเทศจะลดภาระรายจ่ายประจำ มีงบประมาณสำหรับการลงทุนเพิ่มขึ้น ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และมีระบบราชการที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก

“สุดฤทัย”อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ชูบทบาท “นักเล่าเรื่อง” สร้างความเข้าใจ เชื่อมโยงผู้คน สู่ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันบนเวท...
05/09/2026

“สุดฤทัย”อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
ชูบทบาท “นักเล่าเรื่อง” สร้างความเข้าใจ เชื่อมโยงผู้คน สู่ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันบนเวทีสื่อเอเชีย-แปซิฟิก ที่จีน

วันนี้ (5 กันยายน 2569) นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เข้าร่วมการประชุมสื่อ Asia-Pacific Media Forum 2026 (APMF 2026) ณ นครเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน จัดโดยสำนักข่าวซินหัวและเครือข่ายพันธมิตร ภายใต้หัวข้อ “Building A Path to Shared Prosperity for the Asia-Pacific Community: Media Consensus and Action” หรือ “ปูทางสู่ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของประชาคมเอเชีย-แปซิฟิก: สานพลังสื่อ สู่ความร่วมมือเป็นหนึ่งเดียว”

พิธีเปิดได้รับเกียรติจากนายหลี่ เล่อเฉิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประธาน และนางสี ยั่นชวน รองประธานบริหาร​ สำนักข่าวซินหัว ในฐานะผู้แทนหน่วยงานเจ้าภาพร่วมกล่าวต้อนรับ

กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์​ของผู้นำสื่อ ผู้บริหาร นักวิชาการ และสื่อมวลชนกว่า 300 คน จากกว่า 20 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รวมถึงเขตเศรษฐกิจเอเปค ในช่วงที่นครเซินเจิ้นเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค APEC Shenzhen 2026 ในเดือนพฤศจิกายนนี้

อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวปาฐกถา หัวข้อ “Stories of Mutual Learning Among Civilizations (เรื่องราวแห่งการเรียนรู้ซึ่งกันและกันในอารยธรรมที่หลากหลาย)​”ระบุว่า การสร้างประชาคมเอเชีย-แปซิฟิกที่เจริญรุ่งเรืองร่วมกัน ไม่ได้เกิดจากการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย ความเข้าใจซึ่งกันและกันและความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม โดยสื่อมีบทบาทสำคัญยิ่งในการสร้างสะพานเชื่อมโยงผู้คนและสร้างความไว้วางใจระหว่างประเทศ​

“ พร้อมเน้นย้ำว่า สื่อยุคใหม่ต้องก้าวข้ามบทบาทของผู้ส่งสาร สู่การเป็น “นักเล่าเรื่อง” (Storytellers) ที่ถ่ายทอดความหลากหลายของแต่ละสังคม และนำเสียงที่แตกต่างมาสร้างความเข้าใจและความกลมกลืนบนพื้นฐานของ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเข้มแข็ง และความก้าวหน้าร่วมกัน โดยความร่วมมือและการผลิตเนื้อหาร่วมกันระหว่างสื่อของประเทศต่าง ๆ จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้าใจในภูมิภาค ”

นอกจากนี้ ไทยพร้อมสนับสนุนทิศทางของ APEC “China Year” ภายใต้ 3 เสาหลัก ได้แก่ การเปิดกว้าง นวัตกรรม​ และความร่วมมือ ควบคู่กับการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน

นางสุดฤทัย ยังกล่าวถึงการที่ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF และ World Bank Group Annual Meetings 2026 ว่า ความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เสถียรภาพร่วมกัน และภูมิปัญญาของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ผู้นำสื่อร่วมกันสร้างเรื่องราวที่เชื่อมโยงผู้คน ยกระดับการนำเสนอข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และเปลี่ยนความแตกต่างให้เป็นจุดแข็งร่วมกัน เพื่อใช้พลังของสื่อในการให้ความรู้ สร้างภูมิปัญญา และขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน

/////

สมเด็จพระสังฆราช เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ ทรงเยี่ยมชมหอพระประวัติฯ ณ วัดพเนินพลู จังหวัดราชบุรี         วันที่ 5 กันยายน ...
05/09/2026

สมเด็จพระสังฆราช เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ ทรงเยี่ยมชมหอพระประวัติฯ ณ วัดพเนินพลู จังหวัดราชบุรี

วันที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นการส่วนพระองค์เยี่ยมชมหอพระประวัติ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ณ วัดพเนินพลู ตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี โดยมี นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ คณะสงฆ์จังหวัดราชบุรี ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมเฝ้ารับเสด็จด้วยความปลื้มปีติ
หอพระประวัติฯ แห่งนี้ คณะสงฆ์จังหวัดราชบุรี ร่วมกับส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนชาวจังหวัดราชบุรี ได้ร่วมใจกันจัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งทรงมีชาติภูมิเป็นชาวตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี อีกทั้งจัดสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 93 พรรษา เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2563 เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนา การศึกษาอบรม และการปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาของชุมชน
สำหรับลักษณะของหอพระประวัติฯ เป็นอาคารทรงปั้นหยาขนาด 1 ชั้น ภายในจัดแสดงนิทรรศการแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ได้แก่ ห้องจัดแสดงพระประวัติ พร้อมจำลองบรรยากาศห้องทรงพระอักษรของโรงเรียนประชาบาลวัดพเนินพลูในอดีต รวมถึงการจัดแสดงสมณบริขาร (เครื่องใช้ส่วนพระองค์) นอกจากนี้ ยังมีห้องนิทรรศการแสดงพระศาสนกิจ พระกรณียกิจทางศาสนา และสมณศักดิ์แห่งอัครสงฆ์

ทั้งนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2470 ณ ต.บางป่า อ.เมือง จ.ราชบุรี เป็นบุตรของนายนับ และนางตาล ประสัตถพงศ์ ทรงศึกษาชั้นประถมศึกษา ณ โรงเรียนเทวานุเคราะห์ กองบินน้อยที่ 4 ต.โคกกระเทียม อ.เมือง จ.ลพบุรี ต่อมาในปี พ.ศ. 2480 ทรงบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดสัตตนารถปริวัตร ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี และเสด็จไปจำพรรษา ณ วัดตรีญาติ ต.พงสวาย อ.เมือง จ.ราชบุรี เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม
ภายหลังทรงอุปสมบท ทรงศึกษาพระปริยัติธรรม ณ สำนักวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และทรงสำเร็จการศึกษาศาสนศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2500 ก่อนเสด็จไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี ณ มหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2560 ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ขอบคุณ รุ่ง เพ็งอุดม ข่าว ภาพ

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานสงฆ์ในการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ "โครงการก่อสร้างอา...
05/09/2026

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานสงฆ์ในการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ "โครงการก่อสร้างอาคารตรวจรักษาและส่งเสริมสุขภาพ และอาคารฟื้นฟูสภาพ" ณ จังหวัดราชบุรี

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569 ณ มณฑลพิธีโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) ตำบลท่านัด อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานสงฆ์ในการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ โครงการก่อสร้างอาคารตรวจรักษาและส่งเสริมสุขภาพ และอาคารฟื้นฟูสภาพ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพร้อมด้วย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ และประชาชนในพื้นที่ ร่วมพิธีดังกล่าว

โครงการก่อสร้างอาคารแห่งใหม่นี้ เกิดขึ้นจากแผนการขยายพื้นที่โรงพยาบาล โดยมีการจัดหาที่ดินติดกับโรงพยาบาลเพิ่มเติมจำนวน 7 ไร่ 35 ตารางวา เพื่อรองรับการก่อสร้างและการขยายบริการทางการแพทย์ มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพการดูแลรักษาและส่งเสริมสุขภาวะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ อาคารแห่งใหม่นี้จะถูกใช้เป็นสถานที่ตรวจสุขภาพเชิงปฐมภูมิ และเป็นศูนย์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัดสำหรับผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาต ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวราชบุรี โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก รวมถึงรองรับการส่งต่อและดูแลผู้ป่วยโรคสำคัญและโรคเฉพาะทางจากพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่โรงพยาบาล บุคลากรผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนผู้มาใช้บริการ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีพระเมตตาและมีพระลิขิตโปรดประทานนามอาคารทั้ง 2 หลัง ดังนี้

• อาคารตรวจรักษาและส่งเสริมสุขภาพ ได้รับประทานนามว่า "ฉลองสตวัสส์" (อ่านว่า: ฉะ-หลอง-สะ-ตะ-วัด) มีความหมายว่า "ฉลองพระชนมายุ 100 พรรษา"

• อาคารฟื้นฟูสภาพ ได้รับประทานนามว่า "พิพรรธน์ศตพรรษ์" (อ่านว่า: พิ-พัด-สะ-ตะ-พัน) มีความหมายว่า "บันดาลความเจริญวัฒนายิ่งกว่าร้อยปี"

โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) หรือชื่อเดิมคือ “โรงพยาบาลดำเนินสะดวก” ตั้งอยู่บนพื้นที่เดิมประมาณ 29 ไร่ ในตำบลท่านัด อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เปิดให้บริการแก่ประชาชนมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 ต่อมาได้รับพระอนุญาตให้เชิญพระนาม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มาเป็นชื่อโรงพยาบาลแทนชื่อเดิม เนื่องในโอกาสมงคลสมัยทรงเจริญพระชนมายุ 100 พรรษา

ปัจจุบัน โรงพยาบาลมีสถานะเป็นโรงพยาบาลทั่วไป ระดับ M1 ขนาด 304 เตียง (เปิดให้บริการจริง 272 เตียง) มีศักยภาพในการให้บริการทางการแพทย์ครบสาขาหลักตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมทั้งผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน อุบัติเหตุฉุกเฉิน อายุรกรรม ศัลยกรรม สูติกรรม กุมารเวชกรรม กระดูก จักษุ และทันตกรรม ตลอดจนมีบริการเฉพาะทางที่ทันสมัย อาทิ หอผู้ป่วยวิกฤต (ICU, NICU, PICU) ศูนย์ไตเทียม ห้องผ่าตัด หอผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke Unit) และเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)

โรงพยาบาลแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการเป็นสถานพยาบาลหลักของอำเภอดำเนินสะดวก รับผิดชอบดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ประมาณ 90,000 คน ครอบคลุม 13 ตำบล 104 หมู่บ้าน การจัดสร้างอาคารใหม่ทั้ง 2 หลังนี้ จึงถือเป็นก้าวย่างสำคัญในการพัฒนาระบบสาธารณสุขของจังหวัดราชบุรีให้ก้าวหน้าและยั่งยืนสืบไป

05/09/2026

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานสงฆ์ในการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ "โครงการก่อสร้างอาคารตรวจรักษาและส่งเสริมสุขภาพ และอาคารฟื้นฟูสภาพ" ณ จังหวัดราชบุรี #99พรรษาสมเด็จพระสังฆราช #สมเด็จพระสังฆราช #พิธีวางศิลาฤกษ์
#โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชอมฺพรมหาเถร
#จังหวัดราชบุรี

ที่อยู่

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดราชบุรี 138/2 หมู่ 10 ต. ดอนตะโก อ. เมืองราชบุรี
Ratchaburi
70000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6632320612

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สวท.ราชบุรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์