Bird Conservation Society of Thailand (BCST)

Bird Conservation Society of Thailand (BCST) BCST is the sole Thai partner of BirdLife International, a coalition of over 2.5 million conservation
(201)

The Bird Conservation Society of Thailand (BCST) is a national organisation comprised of individuals and groups who work for the conservation of birds and nature throughout the Kingdom. BCST carries out this task through surveys, education and advocacy. It works in partnership with, and advises, Thai Government agencies such as the Department of National Parks, Wildlife and Plants Conservation, Office of Environmental Policy and Planning, and Department of Marine and Coastal Resources on birds and biodiversity conservation issues.

❝ นกอพยพกว่า 45% กำลังเผชิญความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ โดยเฉพาะกลุ่มนกทะเล และนกชายเลน โดยในช่วง 150 ปีที่ผ่านมา มีนกอพยพจ...
20/09/2026

❝ นกอพยพกว่า 45% กำลังเผชิญความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ โดยเฉพาะกลุ่มนกทะเล และนกชายเลน โดยในช่วง 150 ปีที่ผ่านมา มีนกอพยพจำนวน 7 ชนิด ที่ได้รับการยืนยันหรือคาดการว่าสูญพันธุ์ไปแล้วอย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นอัตราการสูญพันธุ์ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์❞
over 45% of migratory bird species are facing extinction risks, with seabirds and shorebirds being particularly vulnerable. Over the past 150 years, 7 migratory bird species have been confirmed or suspected to be officially extinct, marking the highest rate of extinction in history.
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ / Read more at: https://bcst.or.th/article-migratory-bird-species-are-facing-extinction-risks/
#นกอพยพ #เสี่ยงสูญพันธุ์ #นกชายเลน #ปากทะเลแหลมผักเบี้ย #พื้นที่ชุ่มน้ำ

14/09/2026

เสวนา EIA/EHIA พัง เพราะกฎหมาย หรือเพราะประเทศเราปล่อยให้การพัฒนาเดินนำการปกป้องสิ่งแวดล้อม
ในงาน รำลึก 36 ปี สืบ นาคะเสถียร 13 กันยายน 2569 ณ หอศิลปกรุงเทพฯ

#พื้นที่อนุรักษ์บ้านปากทะเล #รำลึก36ปีสืบนาคะเสถียร

ขอพูดในนามของ ‘นกปรอดหัวโขน’ เพราะพวกเขาพูดเพื่อตัวเองไม่ได้ขอบคุณข้อมูลจาก มูลนิธิสืบนาคะเสถียร #นกปรอดหัวโขน  #สัตว์ป่...
04/09/2026

ขอพูดในนามของ ‘นกปรอดหัวโขน’ เพราะพวกเขาพูดเพื่อตัวเองไม่ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
#นกปรอดหัวโขน #สัตว์ป่าคุ้มครอง #ขอพูดในนามสัตว์ป่า

ขอพูดในนามของ ‘นกปรอดหัวโขน’ เพราะพวกเขาพูดเพื่อตัวเองไม่ได้
ข้อมูลของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุสถานภาพการอนุรักษ์ของนกปรอดหัวโขนในประเทศไทยไว้ที่ระดับ ‘มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์’ หรือ Vulnerable (VU)
และหากย้อนรายละเอียดก่อนเรื่องราวดำเนินมาถึงจุดนี้ ประเด็นที่ถูกถามถึง (แต่ไม่มีคำตอบ) มาตลอดอย่างเรื่องที่ว่า เมื่อสัตว์ชนิดหนึ่งมีความต้องการในตลาดสูงขึ้น ระบบจะสามารถแยก ‘นกที่เพาะเลี้ยง’ ออกจาก ‘นกที่ถูกจับจากธรรมชาติ’ ได้จริงแค่ไหน
สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เคยแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยชี้ว่าการประเมินสถานภาพนกปรอดหัวโขนของไทยอยู่ในระดับมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ และจากข้อมูลการสำรวจของคณะทำงานศึกษาประเด็นนี้ก็พบว่า ประชากรนกจำนวนไม่น้อยอาศัยอยู่นอกพื้นที่อนุรักษ์
ซึ่งหมายความว่าการคุ้มครองสัตว์ชนิดนี้ไม่ได้จบลงแค่การดูแลในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติ หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า แต่ยังต้องอาศัยการดูแลเฝ้าระวังในพื้นที่อื่นๆ อย่างรัดกุม และเป็นโจทย์เดียวกับที่นักอนุรักษ์ตั้งคำถามมาตลอดว่า เมื่อสัตว์ป่าออกจากพื้นที่คุ้มครองแล้ว ใครจะเป็นคนดูแลมัน
รวมถึงข้อกังวลถึงความแตกต่างระหว่าง ‘จำนวนที่อยู่ในกรง’ กับ ‘จำนวนที่อยู่ในธรรมชาติ’ อันหมายถึงระบบตรวจสอบแหล่งที่มาของนกมีความเข้มแข็งเพียงใด เพื่อไม่ให้ตลาดนกเลี้ยงกลายเป็นแรงจูงใจให้เกิดการจับนกป่ามาป้อนตลาด เนื่องจากที่ผ่านมายังมีชุดความเชื่อจากผู้เลี้ยงบางกลุ่มว่า “นกป่าเสียงดีกว่านกเลี้ยง”
ประเด็นต่างๆ ยิ่งสำคัญเมื่อมองย้อนกลับไปยังพันธกรณีด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ที่ประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ และในกรอบงานความหลากหลายทางชีวภาพคุนหมิง-มอนตริออล ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายให้ประเทศต่างๆ เร่งฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสื่อมโทรม อนุรักษ์พื้นที่ที่มีความสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และลดภัยคุกคามต่อชนิดพันธุ์ โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการหยุดการสูญพันธุ์ที่เกิดจากมนุษย์และฟื้นฟูชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคาม
เพราะการอนุรักษ์สัตว์ป่าไม่ได้วัดจากจำนวนสัตว์ที่อยู่ในกรง และไม่ได้วัดจากจำนวนผู้เพาะเลี้ยงที่ขึ้นทะเบียน แต่ต้องวัดจากคำถามพื้นฐานที่สุดว่า ในธรรมชาติยังมีสัตว์ชนิดนั้นอยู่มากน้อยเพียงใด และประชากรกำลังเพิ่มขึ้นหรือลดลง
อ่านบทความฉบับเต็มที่ https://www.seub.or.th/bloging/work/2026-212/

02/09/2026

[ ข้อท้วงติงถึง “คณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า” #กรณีมีมติปลดนกปรอดหัวโขนออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ]
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2535 #ประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อสร้างความร่วมมือในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและการใช้ประโยชน์อย่างเป็นธรรม ร่วมกับประเทศสมาชิกอีกกว่า 195 ประเทศ ซึ่งต่อมาจะมีการกำหนดกรอบงานคุนหมิง-มอนตริออลฯ ในปี พ.ศ. 2565 เพื่อสร้างแนวทางในการทำงานของประเทศภาคี ซึ่งมีหนึ่งในเป้าหมายคือ การฟื้นฟูและอนุรักษ์ชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคาม และการลดการใช้ประโยชน์ชนิดพันธุ์ในธรรมชาติ
อย่างไรก็ตามในปี พ.ศ. 2569 นี้ รัฐบาลไทยได้มีมติในการปลดนกปรอดหัวโขนออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามมติของคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า (คกก.สงวนฯ) ซึ่งลงมติในเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปลดสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้รับการประเมินสถานภาพอยู่ในระดับถูกคุกคามจนมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (สผ.) โดยมีสถานภาพทางการอนุรักษ์เทียบเท่าสัตว์ป่าสงวนอย่าง เลียงผา นอกจากนี้นกปรอดหัวโขนยังได้รับการอนุญาตตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้เพียงดำเนินการขออนุญาตอย่างถูกต้อง
การยืนยันมติปลดนกปรอดหัวโขนดังกล่าวนั้น ขาดซึ่งความรอบคอบทางวิชาการ ซึ่งแสดงให้เห็นจากการพิจารณาของ คกก.สงวนฯ ที่แม้ว่ามีการตั้งคณะทำงานกรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อศึกษาประชากรในธรรมชาติ หาแนวทางป้องกันการดักจับนกในธรรมชาติ และป้องกันการปล่อยนกเลี้ยงสู่ธรรมชาตินั้น รายงานจากทุกคณะได้ชี้ให้เห็นผลเสียถึงการปลดนกปรอดหัวโขนออกจากสัตว์ป่าคุ้มครอง เช่น ประชากรราวครึ่งหนึ่งที่อาศัยอยู่นอกพื้นที่คุ้มครองจะไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฏหมายอีกต่อไป มาตรการในการรองรับป้องกันการดักจับนกในธรรมชาติยังเต็มไปด้วยช่องโหว่ ความเสี่ยงในการปนเปื้อนทางพันธุกรรมที่สูง อีกทั้งมาตรการที่เสนอแนะต่อผลเสียต่าง ๆ ยังเต็มไปด้วยช่องโหว่
แม้คณะรัฐมนตรีได้มีมติในการปลดนกชนิดดังกล่าวไปแล้ว แต่แนวทางในการประเมินแนวโน้มประชากร การวางมาตรการป้องกันเช่นบรรจุรายชื่อนกปรอดหัวโขนในบัญชีแนบท้ายเขตห้ามล่าสัตว์ป่า หรือมาตรการอื่นใดตามที่คณะทำงานฯ เสนอ ยังไม่ปรากฎอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงขาดการประเมินทางเศรษฐศาสตร์ที่จะเชื่อได้ว่า การนำนกปรอดหัวโขนออกจากสัตว์ป่าคุ้มครอง จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงเมื่อเที่ยบการกับแก้ไขระเบียบการขอขึ้นทะเบียน
นอกจากนี้ ในการพิจารณาของ คกก.สงวน ยังมีการใช้อำนาจข่มขู่ จากข้าราชการระดับสูง เช่น การกล่าวในที่ประชุมคณะกรรมการสงวนว่า “หากนกมันสูญพันธุ์ เอาปืนมายิงผมเลย” หรือ “พวกที่ไม่ยอมให้ปลด เพราะมีใบสั่งมา” ทำให้การประชุมดังกล่าวไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานทางวิชาการ ขาดความรอบคอบและถือเป็นการก้าวถอยหลังทางวิชาการ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ

#สรุปประเด็นในการปลดนกปรอดหัวโขนออกจากสัตว์ป่าคุ้มครอง

1. นกปรอดหัวโขนได้รับการประเมินสถานภาพทางการอนุรักษ์ ให้อยู่ในระดับถูกคุกคามจนมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable: VU) ในระดับประเทศ โดย สผ. ซึ่งเทียบเท่ากับเลียงผา ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวน
2. นกปรอดหัวโขนเป็น “สัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้” ตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ซึ่งเปิดให้ขออนุญาตเพาะเลี้ยงได้ ซื้อขายได้ตามกฎหมาย
3. จากข้อมูลวิชาการปัจจุบันที่มีคาดว่านกปรอดหัวโขนในประเทศไทย มีแนวโน้มลดลงจากเคยพบได้ทั่วประเทศ แต่ในปัจจุบันพบเป็นหลักเพียงในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของคณะทำงานประเมินสถานภาพนกปรอดหัวโขนในธรรมชาติ กรมอุทยานแห่งชาติฯ
4. ประชากรที่สำรวจโดยคณะทำงานประเมินสถานภาพนกปรอดหัวโขน ในธรรมชาติพบอยู่นอกพื้นที่อนุรักษ์ถึงร้อยละ 49 โดยรายงานของคณะทำงานทุกคณะระบุตรงกันว่า ประชากรนอกพื้นที่จะไม่ได้รับการคุ้มครองอีกต่อไปหากนกชนิดดังกล่าวถูกปลดจากสัตว์ป่าคุ้มครอง
5. จากข้อมูลที่มีการยื่นให้คณะกรรมการสงวนฯ ระบุว่ามีการครอบครองนกปรอดหัวโขนรวมมากกว่า 600,000 ตัว ในปี พ.ศ.2567 โดยข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติระบุว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555-2566 มีการขออนุญาตครอบครองนกอย่างถูกต้องรวม 134,325 ตัว นอกจากนี้การสำรวจนกโดยคณะทำงานประเมินสถานภาพนกปรอดหัวโขนในธรรมชาติ พบนกในธรรมชาติเพียงราว 40,000 ตัว
6. แม้ว่าการคณะทำงานกำหนดแนวทางป้องกันและควบคุมการปล่อยนกจากกรงเลี้ยงสู่ธรรมชาติ จะระบุว่ามีการนำนกปรอดหัวโขนผสมข้ามชนิดกับนกปรอดชนิดอื่น และมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนทางพันธุกรรมในธรรมชาติ แต่มาตรการในการป้องกันหลังปลด กลับมีแต่ภาคสมัครใจ และขอความร่วมมือ
7. ข้อมูลที่นำมาพิจารณามีความย้อนแย้งและขาดการประเมินตามหลักวิชาการ โดยเฉพาะด้านเศรษฐศาสตร์ อุปสงค์ อุปทาน รวมถึงราคาของนกเลี้ยง แม้จะมีการอ้างว่าการปลดนกชนิดดังกว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจ
8. จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการเตรียมพร้อมมาตการรองรับอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การกำหนดนกปรอดหัวโขนในบัญชีแนบท้ายเขตห้ามล่าสัตว์ป่า หรือมาตรการการสำรวจประชากรในธรรมชาติเพื่อติดตามแนวโน้มประชากร
9. การแก้ปัญหาการขึ้นทะเบียนสามารถทำได้โดยการปรับปรุงระเบียบกระทรวงให้ง่าย ต่อประชาชนผู้เพาะเลี้ยง โดยไม่จำเป็นต้องปลดนกปรอดหัวโขนออกจากสัตว์ป่าคุ้มครอง
10. ขัดกับแนวทางที่รัฐบาลไทยได้ให้กับประเทศสมาชิกภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ และกรอบงานคุนหมิง-มอนตริออลฯ
11. การพิจารณาในที่ประชุม คกก.สงวนฯ ขาดการดำเนินการตามหลักวิชาการ มีการใช้ตำแหน่ง หน้าที่ และคำพูดข่มขู่จากข้าราชการระดับสูง เช่น “หากนกมันสูญพันธุ์ เอาปืนมายิงผมเลย” หรือ “พวกที่ไม่เห็นด้วยกับการปลด เพราะมีใบสั่ง”
12. โดยสรุปแล้วการพิจารณาดังกล่าว ไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ ขาดมาตรการที่สมเหตุสมผลเป็นเป็นรูปธรรม
ด้วยจิตคารวะ
สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย
วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ณ อาคารรัฐสภาฯ

🟢 ว่าง 3 ที่สุดท้าย 📆12-13 กันยายน 2569 – มหัศจรรย์ชีวิตบนเขาหินปูน ชมพืชและสัตว์เฉพาะถิ่น สระบุรี-ลพบุรีวิทยากร - เข็มท...
01/09/2026

🟢 ว่าง 3 ที่สุดท้าย
📆12-13 กันยายน 2569 – มหัศจรรย์ชีวิตบนเขาหินปูน ชมพืชและสัตว์เฉพาะถิ่น สระบุรี-ลพบุรี
วิทยากร - เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง
เป้าหมาย - นกจู๋เต้นเขาหินปูนสระบุรี หยาดสะอางค์ หยาดภู่มา หยาดถ้ำกระบอก หยาดวานรพักตร์ เทียนพระบาท หยาดถ้ำพระโพธิสัตว์ หยาดคำแสด ตุ๊กกายหางขาว จิ้งจกดินข้างดำ เปราะสระบุรี ปรงสระบุรี

ผลการสำรวจประชากรนกปรอดหัวโขน รอบตัวเมืองเชียงใหม่ ประจำปี 2569 จาก Lannabird Club #นกปรอดหัวโขน  #นกปิ๊ดจะลิว
01/09/2026

ผลการสำรวจประชากรนกปรอดหัวโขน รอบตัวเมืองเชียงใหม่ ประจำปี 2569 จาก Lannabird Club

#นกปรอดหัวโขน #นกปิ๊ดจะลิว

มาแล้วครับ สำหรับผลการสำรวจประชากรนกปิ๊ดจะลิว (นกปรอดหัวโขน) รอบตัวเมืองเชียงใหม่ ประจำปี 2569

จากการสำรวจทั้งหมด 6 เส้นทาง ได้แก่ 1) อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ 2) วัดพันอ้น 3) วัดเจดีย์หลวง 4) วัดพระสิงห์ 5) วัดเชียงมั่น 6) สวนบวกหาด ปีนี้เราพบนกปิ๊ดจะลิวไปทั้งหมด 268 ตัว โดยเส้นทางที่พบมากที่สุดคือเส้นวัดเชียงมั่น ซึ่งพบมากถึง 122 ตัว เนื่องจากกำลังมีลูกไทรสุกอยู่พอดี

ถือว่ายังเป็นจำนวนที่ค่อนข้างสูงถึงแม้จะลดลงจาก 2 ปีก่อน ที่พบมากเกิน 300 ตัว อย่างไรก็ตาม การปลดนกปรอดหัวโขนออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองจะส่งผลกระทบต่อจำนวนประชากรนกปรอดหัวโขนในธรรมชาติหรือไม่ เรายังคงต้องมาช่วยกันติดตามต่อไป การสำรวจประชากรนกปิ๊ดจะลิวจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วปีหน้ามาร่วมสำรวจกันอีกนะครับ

27/08/2026

สมาคมอนุรักษ์นกฯ และเครือข่ายสิ่งแวดล้อม ยังเดินหน้าปกป้องปากทะเล - แหลมผักเบี้ย ซึ่งเป็นพื้นที่อาศัยที่สำคัญของชายเลนอพยพใกล้สูญพันธุ์ ระดับนานาชาติ โดยได้ยื่นหนังสือแก่ 2 กรรมาธิการ ได้แก่

- ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา
- ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร

เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามกระบวนการพิจารณาอนุญาตโครงการขยายโรงแปรสภาพคอนเดนเสทและน้ำมันดิบ (ส่วนขยายครั้งที่ 1) และโครงการหน่วยผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ ของบริษัท สยามกัลฟ์ปิโตรเคมีคัล จำกัด ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี

และได้ยื่นหนังสือให้กับสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรณ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่องการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อีกด้วย

ขอขอบคุณ : ข่าวค่ำ Thai pbs วันที่ 24 ส.ค. 2569

อ่านบทความเพิ่มเติม >> https://www.facebook.com/share/p/19UEcvXzuh/
#คนอยู่ได้นกอยู่ได้ #คัดค้านโรงกลั่นเพชรบุรี #ปกป้องนาเกลือ #นกชายเลนปากช้อน #เพชรบุรี #ไม่เอาโรงไฟฟ้า #ไม่เอาโรงกลั่นน้ำมัน #ปกป้องพื้นที่ชีวิตชาวบ้านแหลม

English belowกรมทะเล–สมาคมอนุรักษ์นกฯ ร่วมวางแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ดูนก 2 แห่ง เดินหน้าคุ้มครองระบบนิเวศชายฝั่งและนกช...
26/08/2026

English below
กรมทะเล–สมาคมอนุรักษ์นกฯ ร่วมวางแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ดูนก 2 แห่ง เดินหน้าคุ้มครองระบบนิเวศชายฝั่งและนกชายเลนอพยพ ตั้งเป้าหมายการยกระดับการอนุรักษ์
25 สิงหาคม 2569 ดร.เพชร มโนปวิตร นายกสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทยและ คุณขวัญข้าว สิงหเสนี ผู้อำนวยการสมาคมฯ พร้อมด้วย ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) และคณะเข้าร่วมประชุมหารือแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่บริเวณจุดดูนกใน 2 พื้นที่สำคัญ ได้แก่ ปากทะเล จ.เพชรบุรี และเกาะมันใน จ.ระยอง รวมถึงผลกระทบจากการก่อสร้างในพื้นที่ใกล้เคียง
ทั้งนี้ กรม ทช. และ สมาคมอนุรักษ์นกฯ เตรียมลงพื้นที่สำรวจและศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และวิจัยประชากรนก ตลอดจนสิ่งมีชีวิตและความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าชายเลนและชายฝั่ง ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่มีความเปราะบาง เพื่อประเมินสถานภาพทรัพยากร เฝ้าระวังความเสี่ยงและผลกระทบจากการพัฒนาในพื้นที่ และนำข้อมูลทางวิชาการไปใช้ประกอบการกำหนดแนวทางอนุรักษ์และบริหารจัดการพื้นที่อย่างเหมาะสม พื้นที่ป่าชายเลนและชายฝั่งมีความสำคัญในฐานะแหล่งพักพิง แหล่งอาหาร และแหล่งแวะพักของนกชายเลนอพยพ โดยเฉพาะ “นกชายเลนปากช้อน” ซึ่งมีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง การติดตามประชากรและความสมบูรณ์ของถิ่นอาศัยอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นส่วนสำคัญในการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศชายฝั่งของประเทศไทย
The Department of Marine and Coastal Resources (DMCR) and the Bird Conservation Society of Thailand (BCST) met to discuss management guidelines for two key birdwatching sites: Pak Thale in Phetchaburi Province and Koh Man Nai in Rayong Province, alongside assessing the impacts of nearby construction.
Both organizations plan to conduct field research on bird populations and coastal ecosystem biodiversity to monitor development risks and establish science-based conservation measures. The initiative aims to protect essential habitats, feeding grounds, and stopover sites for migratory shorebirds particularly the Critically Endangered Spoon-billed Sandpiper to preserve Thailand's coastal biodiversity.
#อทช #ระบบนิเวศชายฝั่ง #ปากทะเล #เกาะมันใน

25/08/2026

ก่อนที่เราจะปกป้อง #นกเงือกกรามช้างปากเรียบ ได้ เราต้องรู้จักพวกมันให้ดีพอซะก่อน

คลิปนี้พาทุกคนไปดูเบื้องหลังการทำงาน ลงพื้นที่เก็บข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ของนกเงือกกรามช้างเรียบ เพื่อรวบรวมข้อมูลพฤติกรรม ถิ่นอาศัย และเส้นทางการอพยพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการวางแผนปกป้องชนิดพันธุ์ รวมถึงถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกมันในอนาคต

ทำความรู้จักนกเงือกชนิดนี้มากขึ้น
>>https://www.facebook.com/100071859887292/posts/931128622625792/?


 #ร่วมแสดงจุดยืนและยื่นหนังสือ กรณีค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยายโรงกลั่นน้ำมันบางแก้ว-ปากทะเล จังหวัดเพชรบุรีขอเชิญชวน...
19/08/2026

#ร่วมแสดงจุดยืนและยื่นหนังสือ กรณีค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยายโรงกลั่นน้ำมันบางแก้ว-ปากทะเล จังหวัดเพชรบุรี
ขอเชิญชวนเพื่อนสมาชิก พี่น้องประชาชนผู้รักความเป็นธรรม สื่อมวลชนทุกแขนง นักอนุรักษ์และเครือข่าย ร่วมเจตจำนงแสดงจุดยืนปกป้องพื้นที่อนุรักษ์บ้านปากทะเล Pak Thale Nature Reserve พื้นที่นาเกลือสมุทร ภาคเกษตรนาข้าว เกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ-สาหร่ายพ่วงองุ่น ประมงพื้นบ้านและชุมชนชายฝั่ง
ยื่นหนังสือถึง (1) ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร และ (2) ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา
❝ เรื่อง ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามกระบวนการพิจารณาอนุญาตโครงการขยายโรงแปรสภาพคอนเดนเสทและน้ำมันดิบ (ส่วนขยายครั้งที่ 1) และโครงการหน่วยผลิตไฟฟ้าและไอน้ำกำลังการผลิต 90 เมกะวัตต์ ของบริษัท สยามกัลฟ์ปิโตรเคมีคัล จำกัด ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ❞
📅 วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2569
⏰ เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป
📍 จุดนัดพบ: ทางเข้ารัฐสภา (ฝั่งถนนสามเสน)
หากท่านใดมีความประสงค์มาร่วมภารกิจในครั้งนี้ โปรดแจ้งมาทาง inbox สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเพจ Bird Conservation Society of Thailand (BCST) ภายในวันที่ 22 สิงหาคมนี้
#คนอยู่ได้นกอยู่ได้ #คัดค้านโรงกลั่นโรงไฟฟ้าบางแก้วปากทะเล #ปกป้องนาเกลือ #นกชายเลนปากช้อน #เพชรบุรี #ไม่เอาโรงไฟฟ้า #ไม่เอาโรงกลั่นน้ำมัน #ปกป้องพื้นที่ชีวิตชาวบ้านแหลม

ที่อยู่

FREC Bangkok, 3rdFloor, 77 Lan Luang Road , Sommanat, Pom Prap Sattru Phai, Bangkok 10100
Bangkok
10110

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66801196465

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Bird Conservation Society of Thailand (BCST)ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Bird Conservation Society of Thailand (BCST):

ทางลัด

แชร์